• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 234
  • จำนวนผู้ชม : 52721
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
more
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball
วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม 2550
คำนำหนังสือจดหมายถึงน้อง2
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 132 , 15:21:39 น.   | หมวดหมู่ : คำนำจดหมายถึงน้อง  
พิมพ์หน้านี้


                ดังนั้นผมจึงพยายามวางโครงเรื่อง นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นแล้วดำเนิน

ผ่านกาลเวลาโดยใช้จุดของศาสนาในสายที่นับถือพระเจ้าองค์เดียว

เป็นสะพานเชื่อมต่ออดีตเข้าด้วยกันเพื่อเดินกลับมาสู่ปัจจุบัน เพื่อมิให้ผู้อ่านสงสัยหรือขาดตอนในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง  ตั้งแต่การกำเนิดความเชื่อนี้ที่สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

             ผมยอมรับความจริงว่า  ในปัจจุบันนี้ ใครๆก็ชอบอ่านอะไรที่สั้นและรวบรัด เฉพาะเจาะจงตรงเป้าหมาย  ซึ่งผู้ที่เป็นนักเขียนทุกคนในปัจจุบันนี้ตระหนักดี  หลายคนทำได้ดีและเป็นงานที่ขายดี  ผมเองก็เป็นผู้บริโภคงานเหล่านั้นเช่นกัน

            แต่งานชิ้นนี้ของผม  ผมพยายามที่จะไม่คิดในสิ่งเหล่านั้น  สิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือ  การให้ข้อมูลที่ผู้อ่านทุกความเชื่อ หรือแนวความคิดที่แตกต่างกัน  สามารถเชื่อมต่อเรื่องราวโดยรวม กับพื้นฐานที่แตกต่างกันเพื่ออุดช่องว่างที่เคยขาดหายไปเมื่ออ่านหนังสือที่มุ่งเจาะประเด็นหรือเป้าหมายที่ผู้เขียนต้องการสื่อ  ซึ่งบางครั้งนักเขียนจำต้องรวบรัดบางช่วงเพื่อเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง  ผมจึงเขียนโดยมุ่งประเด็นไปที่ความต่อเนื่องจนบางครั้งผมก็ลืมคำว่ารวบรัด.....ผมขอยอมรับครับ

               และถ้าคุณคิดว่าเรื่องหลายเรื่องที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้าย  สงครามศาสนา  ความขัดแย้งกันในด้านความเชื่อและการเมืองการปกครอง ฯลฯ มันคือผลของปลายเหตุที่เกิดขึ้นละก็  หนังสือเล่มนี้จะพาคุณย้อนกลับไปดูต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดโดยลำดับ  อย่างเป็นขั้นตอน  แล้วเหตุผลก็จะถูกนำมารวบรวมโดยตัวคุณเอง  โดยที่ผมเป็นเพียงคนที่มาจัดวางเรียงลำดับข้อมูลให้คุณเท่านั้น และผมก็จะพยายามอยู่หางจากการตัดสินใจและความเชื่อของคุณเสมอ

                    หนังสือเรื่องจดหมายถึงน้องนี้  จะกล่าวถึงความเชื่อแบตะวันออกกลาง  เป็นเรื่องของกลุ่มที่เชื่อเรื่องพระเจ้าองค์เดียวและวันพิพากษาหลังจากวันสิ้นโลกเป็นหลัก  โดยจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความเชื่อในแบบอินเดียหรือจีนซึ่งเป็นความเชื่อส่วนใหญ่ของคนไทย

                    พระคัมภีร์ที่ผมยกมาเป็นแกนหลักในหนังสือก็คือ  พระคัมภีร์เดิม(โตราห์,เตารอต)ซึ่งชาวยิวนับถือกัน  พระคัมภีร์ใหม่ ซึ่งชาวคริส์ตใช้ควบคู่กับพระคัมภีร์เดิม และพระคัมภีร์ อัลกุรอาน ที่อิสลามใช้  ทั้งสามคัมภีร์นี้แต่ละศาสนาต่างก็ว่า พระคัมภีร์ของตนนั้นมาจากพระเจ้า ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง  แต่ละคัมภีร์ก็มีที่มาที่ไป มีการใช้สำนวนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในการใช้ภาษาสื่อความหมายแตกต่างกันออกไป  และสามารถสัมพันธ์กับผู้อ่าน  ด้วยตัวอักษรและภาษาคัมภีร์ที่ถูกใช้กันมาเป็นเวลานับพันปี 

           ผมจะพยายามไม่ชี้นำความคิดของคุณในการตีความคัมภีร์  แต่ผมจะเป็นเพียงผู้คัดลอกเนื้อหาที่มีอยู่และต่อเรื่องให้เดินกระชับเข้าด้วยกัน  เป็นเพื่อนเดินทางที่ทำให้ระยะทางของคุณสั้นเข้า  คุณจะต้องใช้โครงสร้างความรู้ความคิดบวกเข้ากับจินตนาการของคุณ ในโลกของคุณเอง  ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในฝ่ายไหนเลยก็ตาม

            แต่ถ้าคุณอยากจะรู้จักความหมายของข้อความใดให้ถูกต้องตรงประเด็นของศาสนานั้นๆ  คุณก็ควรซักถามผู้รู้ในแนวทางนั้นๆอย่างจริงจัง  เพราะเรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่าทุกสาขาวิชาในทรรศนะของผม  ส่วนเรื่องการเมืองข่าวสารและสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้นั้น  ขึ้นอยู่กับวิธีคิดการค้นหาและการตัดสินใจของคุณ

             ถ้าหากว่าคุณเชื่อว่าคัมภีร์ทั้งสามเล่มนี้ไม่มีเล่มใดเลยที่มาจากพระเจ้า คุณเพียงอยากจะรู้ว่าคัมภีร์เหล่านี้มีโครงสร้างและเขียนอย่างไร  หรือมีผลอย่างไรกับปัจจุบัน ผมขอแสดงความนับถือในความเป็นนักคิดค้นคว้าและความเป็นนักอ่านของคุณ แต่เหตุที่ต้องพูดถึงเรื่องศาสนาก็เพราะคัมภีร์เหล่านี้เป็นคัมภีร์ศาสนาทั้งสิ้น  และยังเป็นคัมภีร์ที่ทรงอิทธิพลอยู่ทั่วโลกจนถึงปัจจุบันนี้ มีผู้คนที่นับถือศาสนาเหล่านี้มีจริงมิได้เป็นเพียงแค่อดีต และมีจำนวนมากเสียด้วย อาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆด้วยซ้ำ

               เรื่องศาสนาเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ  ใช่ครับผมเห็นด้วย  แต่ผมไม่ได้นำคุณมาถกเถียงเรื่องศาสนา  ผมเพียงแต่จะเอาข้อมูลที่ผมหาได้ มาให้คุณดูว่าแต่ละศาสนาเขาว่ากันอย่างไร เชื่ออย่างไร เกี่ยวข้องกัน และแยกกันตรงไหนอย่างไรเท่านั้น  หนังสือเล่มนี้จะไม่เถียงกับคุณหรือใคร แต่คุณต้องตัดสินเองหรือจะไม่ตัดสินก็ได้

              ผมไม่รู้ว่าผมเขียนแคบหรือกว้างเพียงใด  แต่ทุกส่วนของการลำดับเรื่องในทุกขณะที่ผมเขียน  ความรู้สึกของนักเดินทางได้กลับมากระซิบผมว่า  ผมกำลังได้ท่องตะวันออกอีกครั้ง

                                Abu Abbus Bin Humzah


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ศิษย์กวง วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 00.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi


สวัสดีครับพี่ musachiza

@ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณข้อมูลจากพี่ musachiza
และเพื่อนร่วม blog คือคุณทิวสน ชลนรา ครับ

ผมอ่านแล้วพอจับใจความได้นิดหน่อย ขอเวลาผมอ่านให้ละเอียดหน่อยนะครับ ยังงัยช่วยกันเป็นพี่เลี้ยงคอยประคับประคองผมด้วยละกัน

ปล.๑.ขอโหวตให้กับบทความตอนนี้และความมีน้ำใจครับ
๒.ยินดีนะครับหากจะได้เพื่อนร่วมทาง แต่อย่าเดินเร็วนักนะ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ความคิดเห็นที่ 6
musachiza วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 07.22 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณคุณทิวสนครับที่แวะมาให้ข้อมูลของทาง
คริสตชน
ยินดีต้อนรับครับ
ความคิดเห็นที่ 5
musachiza วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 07.20 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอพักหายใจมาตอบตรงนี้ต่อนะครับ
@ ทำไมชาวคริสต์จึงใช้พระคัมภีร์ใหม่ควบคู่กับพระคัมภีร์เดิม ขอให้ศิษย์กวงอ่านเรื่องที่คุณทิวสน ให้ข้อมูลมาประกอบด้วยนะครับ
ผมจะตอบในทัศนะผมนะครับ เพราะพระคัมภีร์สองเล่มนี้ รวบรวมข้อมูลที่ต่างกัน
พระคัมภีร์เดิมนั้นเน้นไปในเรื่องพระวัติศาสตร์
และกฏหมายการปกครอง การตั้งรกรากและการเดินทางมาก่อร่างสร้างเมืองของชาวอิสราเอลตามการชี้นำของพระเจ้าผู้สร้างโลก(องค์เดียวกับที่จะพิพากษานั่นแหละ)
ส่วนพระคัมภีร์ใหม่นั้น ก็จะกล่าวถึงประวัติพระเยซู(ซึ่งชาวยิวไม่ได้นับถือพระองค์)และก็มีเรื่องจริยธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมและความรัก การเสียสละ และพระเยซูนั้นก็ตรัสว่า พระองค์นั้นก็เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งให้มาสอนศาสนาในแนวทางเดียวกับ อับราฮัมหรือโมเสสเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อจะกล่าวถึงเรื่องประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของศาสนากฏบัติกฏหมายก็จะอ้างจากพระคัมภีร์เดิม ส่วนคำสอนในพระคัมภีร์ใหม่ก็เป็นจริยธรรมความรัก และคำสอนที่อ้างว่ามาจากพระเยซู ด้วยเหตุนี้ชาวคริสต์จึงใช้พระคัมภีร์สองเล่มควบคู่กัน
@น่าจะพูดว่า ชาวยิวเป็นส่วนหนึ่งของชาวคริสต์ แต่ชาวคริสต์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชาวยิวมากกว่า
เพราะ ชาวคริสต์ยอมรับศาสดาและพระคัมภีร์เดิมของยิว แต่ชาวยิวมิได้ยอมรับพระคัมภีร์ใหม่ของคริสต์(ด้วยไม่เชื่อว่า พระเยซูมาจากพระเจ้าจริง อันเป็นให้มีการสร้างเรื่องกับโรมัน หาทางจับพระเยซูมาประหาร)
@ โครงสร้าง สำนวนภาษาของแต่ละคัมภีร์เอาแบบย่อๆ อันนี้ไม่ขอยกตัวอย่างเอาไว้อ่านภาคสองของ จ.ม.
ถึงน้องก็แล้วกัน ตั้งแต่ฉบับที่ 11 เป็นต้นไปรอและคอยติดตามนะครับ(ตอนนี้ถึงฉบับที่สิบครับ)
@ ใช่ครับเรื่องปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่ปลายเหตุ ผมจึงพยามจากฉบับที่หนึ่งถึงสิบเพื่อปูพื้นฐานทั้งผมเองและผู้อ่าน เพื่อเอาข้อมูลบางส่วนกลับไปที่จุดเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการเกิดเวลาเลยครับว่า มันน่าจะมีอะไรเป็นสิ่งก่อเกิด
และเราก็จะเริ่มต้นท่องตะวันออกกันใหม่พร้อมเสบียงข้อมูลพอประทังชีวิต ตั้งแต่ฉบับที่สิบเอ็ดเป็นต้นไปครับ ตั้งแต่บิกแบงค์ กันไปเลยครับ
ไม่เยอะหรอกครับได้ตอบสนุกดี และถ้าคุณเยอะวันนี้ วันหน้าพอเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ในการเดินทางอีกคุณจะได้ไม่ถามอีกและอาจเกิดไอเดียต่างออกไปก็ได้
ป.ล. อันที่จริงผมว่าเราน่าจะมีเพื่อนร่วมเดินทางทั้งขาจรและขาประจำแล้วก็ได้นะ อย่างน้อยก็คุณ เบคกี้ละ
ที่ผมเห็นเธอแอบไปโผล่ตรงโน้นตรงนี้ เดี๋ยวผมจะลองตามหาเธอดู พักเหนื่อยกันหน่อยนะศิษย์กวง
ความคิดเห็นที่ 4
musachiza วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 06.51 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

@~สวัสดีครับศิษย์กวง ตามาเจอตรงพอดี คำถามเพียบเชียว
ออกตัวก่อนนะ ผมอาจตอบได้ไม่กระจ่างในบางคำถามนะครับ และบางคำถามผมอาจจะไม่ตอบในขณะเดินร่วมทางก็มีนะครับ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า
1 วันพิพากษาหลังวันสิ้นโลก พอมนุษย์คนสุดท้ายตายหลังวันสิ้นโลก พระองค์ก็จะให้ฟื้นขึ้นมาใหม่หมดตั้งแต่คนแรกที่คนสุดท้ายที่เคยมีชีวิตอยู่ แต่ฟื้นขึ้นมาในสภาพที่ยอมจำนน ตามสภาพบุญกรรมที่เคยทำมาเมื่อตอนมีชีวิต แล้วพระเจ้าก็จะยื่นบันทึกการกระทำของเขาทั้งหมดให้ดูและตัดสิน พิพากษาไปสู่นรกสวรรค์ ตามกำหนดที่พระเจ้าได้ให้ศาสดามาชื้แจงแก่มนุษย์เมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่ เอาสั้นๆเท่านี้นะครับ
2 หลักความเชื่อแบบอินเดียนั้น สุดท้ายมักกล่าวถึงการเวียนว่ายตายเกิดครับ หลักความเชื่อของจีนลึกๆแล้วก็ได้รับอิทธิพลศาสนาจากอินเดียเช่นกัน โดยมีแนวโน้มความเชื่อสุดท้านไปในทางเวียนว่ายตายเกิดเช่นกันครับ อันนี้ผมคิดเองนะครับ โต้แย้งได้
3 ชาวยิวนับถือศาสนา ยูดาย(ศาสนายิว) อันที่จริงชื่อนี้ได้มาจากชื่อพี่น้องคนหนึ่งในบรรดาบุตร 12 คน ของยาโคบหรืออิสราเอล ซึ่งต่อมาชื่อนี้ได้กลายเป็นชื่ออาณาจักรหนึ่งที่แยกตัวออกจากอาณาจักรอิสราเอล ก่อนอิสราเอลโบราณล่มสลายครับ แต่ถ้าถามว่ารากความเชื่อนี้มาจากไหน ก็ตอบว่ามาจาก ศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮีม)ผู้ฟื้นฟูความเชื่อเรื่องพระเจ้าองค์เดียวให้กลับมาอีกครั้งเมื่อประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 3
ทิวสน วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

พระคัมภีร์เดิม หรือ พันธสัญญาเดิม
คือการบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่การสร้างโลก
สร้างชายหญิงคู่แรก การขยายพงศ์พันธุ์
เหตุการณ์ต่างๆ ที่สำคัญ เชื่อมโยง ปูทาง
ไปสู่ผู้ที่จะมาในอนาคต ที่เรียกว่า พระเมสสิยาห์
หรือ พระผู้ไถ่ (พระคริสต์) มีการพูดถึงกว่า 300 ครั้ง
ในต่างวาระ ต่างบุคคล

พระคัมภีร์ใหม่ หรือ พันธสัญญาใหม่
คือบันทึกเหตุการณ์ เมื่อยุคสมัยที่พระเยซูมาประสูต
(วันคริสต์มาส) จนถึง วันสิ้นประชนม์...วันฟื้นคืนพระชนม์
เหตุการณ์ภายหลังจากนั้น และคำทำนาย สิ่งที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต แม้จะบันทึกมานานร่วม 2000 ปี
แต่ หลายสิ่งกำลังเกิดขึ้นเป็นจริง

อัศจรรย์ พระคัมภีร์
มีคนหลายหลายอาชีพ หลายสถานะ ระยะเวลายาวนาน
เขียนหลายที่ แต่ พระคัมภีร์เดิม 39 เล่ม
กับ พระคัมภีร์ใหม่ 27 เล่ม กลับมีเนื้อหาสอดคล้องกัน
อย่างอัศจรรย์ใจ เป็นหนังสือ ขายดีอันดับ 1 ของโลก
มายาวนาน แม้จะมีผู้พยายามทำลาย
แต่มีการรักษา และคงอยู่มาได้ และไม่มีวันหมดสิ้น

พระคัมภีร์ ไม่ใช่เรืองแต่ง
แต่เป็นการบันทึกเหตุการณ์
ทั้งสิ่งที่ผู้เขียนพบเห็น และ เชื่อว่า รับการดลใจจากพระเจ้า ครับ

และยิ่งกว่านั้น คนที่เป็นชาวคริสต์ ยังเชื่อว่า
พระคัมภีร์มีฤทธิ์เดช บางครั้ง อ่านแล้ว
เกิดการแปลปลาบในใจ แตะต้องใจ
เหมือนใครผู้หนึ่ง มาบอก มาสอน มาเตือนผ่านข้อความนั้น

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 2
ศิษย์กวง วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 21.48 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi


เยอะไปไหมครับ
แต่ผมว่าเราคุยกันแค่สองคน ก็สนุกดีเหมือนกันนะ

ปล.ใครผ่านไปผ่านมา คงสงสัย...เอ๊ะ...มันทำอะไร
กัน(ว๊ะ)เนี่ย.... ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอิ๊กก.......เอิ๊กก....

(ล้อเล่น ด้วยความเคารพนะครับ อย่าถือสา)
ความคิดเห็นที่ 1
ศิษย์กวง วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi


สวัสดีครับพี่ musachiza
มีคำถามครับ แต่ขอออกตัวก่อนว่า หากข้อสงสัยที่พี่คิดว่าไม่เหมาะสมที่จะถามหรือบางอย่างในลักษณะของการเขียน เป็นการพาดพิงอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งต้องขออภัยเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอเริ่มนะครับ....

1.วันพิพากษาหลังจากวันสิ้นโลก เป็นยังไง มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
2.ความเชื่อในแบบอินเดียหรือจีน เป็นอย่างไร(ถ้าตอบว่าเทพเจ้า เทพเจ้าของอินเดียและจีน แตกต่างกันอย่างไร เช่นที่มาที่ไป ฯลฯ)
3.ในเรื่องของพระคัมภีร์ทั้งสามเล่ม
@ชาวยิวนับถือศาสนาอะไร
@ทำไมชาวคริสต์จึงต้องใช้พระคัมภีร์ใหม่คู่กับพระคัมภีร์เดิม แล้วทำไมชาวยิวถึงไม่ต้องใช้พระคัมภีร์เดิมคู่กับพระคัมภีร์ใหม่
@เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ชาวคริสต์คือส่วนหนึ่งของชาวยิว แต่ชาวยิวไม่ใช่ หรือเปล่า
4.โครงสร้าง จุดเด่น เอกลักษณะ สำนวนการเขียน การใช้ภาษาที่เขียนของแต่ละคัมภีร์เป็นอย่างไร (เอาแบบสั้นๆย่อๆก็ได้ เพื่อเป็นแนวทางอ่านต่อ)
5.จากข้อความ “และถ้าคุณคิดว่าเรื่องหลายเรื่องที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการก่อการร้าย สงครามศาสนา ความขัดแย้งกันในด้านความเชื่อและการเมืองการปกครอง ฯลฯ มันคือผลของปลายเหตุที่เกิดขึ้นละก็”
@พี่ต้องการจะบอกว่ามันมาจากอะไร พระคัมภีร์หรือเปล่า?

ขอบคุณและเคารพในความคิดครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31