พิมพ์หน้านี้
|
สิ่งหนึ่งที่ไม่คุ้นกับคนไทยเราก็คือชื่อแปลกๆ โดยเฉพาะจากภาษาแปลกๆที่ไม่คุ้น ชื่อคนอาหรับนั้นมักจะยาว ออกเสียงคนในกลุ่มตระกูลเดียวคล้ายกันเพื่อขยายบ่งบอกถึงบุคคลให้ชัดเจนขึ้น และบางทีก็อาจมีการเรียกฉายาของคนๆนั้น เพื่อให้สั้น ฉันคงไม่มีทางเลี่ยงใดในการที่จะต้องเขียนชื่อคนเหล่านั้นแบบเต็มๆตรงตามสถานการณ์ อันนี้ไลลาก็ต้องพยายามจำชื่อเอาหน่อยนะ และเมื่อเข้าเรื่องลึกลงไปเรื่อยๆก็จะยิ่งมีคำเฉพาะมากขึ้น ขอเตือนให้เตรียมตัวนะ ในครั้งนั้นอับดุลมุดฏอลิบ เป็นผู้ดูแลวิหาร กะอ์บะฮ์ มีลูกชายคนสุดท้องชื่อ อับดุลเลาะฮ์เป็นบุตรคนที่เขารักมาก เมื่อถึงวัยอันควรก็ได้จัดการสู่ขอ หญิงสาวที่ชื่อ อามีนะฮ์มาตบแต่งให้เป็นภรรยา ต่อมาเมื่อนางตั้งครรภ์ได้ประมาณ สามเดือน อับดุลเลาะฮ์ได้เดินทางไปค้าขายกับกองคาราวาน ณประเทศชาม(ซีเรีย) ขณะเดินทางกลับได้ล้มป่วยจึงแวะรักษาตัวที่ "ยัซริบ" ชื่อเมืองนี้จำให้ดีนะเพราะจะเข้ามามีบทบาทอีกหลายตอนข้างหน้า โดยพักอยู่กับตระกูล อันนัจญาร ซึ่งเป็นลุงจากฝ่ายมารดาของเขา แต่ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตลงที่นั่น ด้วยวัยหนุ่มเพียง 25 ปี และถูกฝัง ที่ยัซริบ โดยทิ้งมรดกที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวไว้เพียง หญิงรับใช้1คน ที่ชื่อ อุมุมอัยมัน อูฐ 5 ตัว และแกะอีก1ฝูง วันสมภพของท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันจันทร์ เดือนรอบีอุบเอาวัล ปีช้าง ตรงกับเดือนเมษา พ.ศ.1114(ค.ศ.570-571) ก็เป็นวันเกิดของท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด ยังความดีใจมาสู่อับดุลมุดฏอลิบผู้เป็นปู่ยิ่งนักเมื่อรู้ว่า อามะนะฮ์ลูกสะใภ้คลอดบุตรเป็นชาย และได้ตั้งชื่อ มูฮัมหมัด ซึ่งไม่มีใครในยุคนั้นชื่อนี้มาก่อนและเป็นสิ่งที่แปลกในการตั้งชื่อของอาหรับ เพราะอาหรับมักจะเอาชื่อบรรพบุรษมาตั้งชื่อคนในตระกูล ธรรมเนียมของชาวกุเรชนั้น จะไม่เลี้ยงลูกอยู่ภายในเมือง แต่นิยมส่งลูกไปเลี้ยงกับแม่นมในชนบท เพื่อให้ได้อากาศที่ดีมีร่างกายแข็งแรง พูดภาษาอาหรับที่ถูกต้องชัดถ้อยชัดคำ เพราะมักกะฮ์เป็นเมืองการค้า มีผู้คนต่างลัทธิหลากหลายเผ่าพันธุ์ ต่างภาษาต่างสำเนียง สำหรับนางอามีนะฮ์ก็เช่นกัน นางได้เลี้ยงมูฮัมหมัดอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง และได้มอบให้นางหะลีมะฮ์ ผู้เป็นแม้นมรับจ้างไปเลี้ยงต่อในชนบท เด็กน้อยมูฮัมหมัดอยู่กับแม่นมได้ จนถึง4ขวบ จงได้ถูกส่งกลับมาสู่มารดาดังเดิม จนเมื่ออายุได้ 6ขวบ แม่ของเด็กน้อยต้องการพาท่านเดินทางไปเมือง ยัซริบ เพื่อเยื่อมเยือนพี่น้องฝ่ายลุงของอับดุลเลาะฮ์ ระหว่างเดินทางกลับสู่มักกะฮ์ นางก็ล้มป่วยลง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ณ. ตำบลอัลอับวาอ์ นางอุมมุอัยมัน จึงได้นำเด็กน้อยมูฮัมหมัดกลับมาสู่มักกะฮ์โดยลำพังถึงแม้จะเป็นการสูญเสียครั้งที่สองของผู้ให้กำเนิดแต่ก็เป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยได้รู้จักกับคำว่า ลูกกำพร้าเด็กน้อยได้ถูกส่งมอบแก่ปู่ แต่อับดุลมุดฏอลิบที่รักและเอ็นดูและให้ความอบอุ่นแก่ท่านก็อยู่ได้ไม่นาน อีกสองปีต่อมาก็ถึงแก่กรรม อบูฏอลิบ ซึ่งเป็นลุงของท่านจึงได้ขึ้นสืบตำแหน่งหัวหน้าเผ่ากุเรชและได้รับภาระการเลี้ยงดูสืบต่อมา อบูฏิลิบนั้น แม้จะเป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไปในการเป็นคนดีมีใจกว้าง แต่ท่านก็เป็นผู้ด้อยฐานะในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ตำแหน่งผู้ดูแลกะฮ์บะฮ์ ที่ได้มาด้วยมติเอกฉันท์นั้น กลายเป็นภาระที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก กรป์กับท่านมีบุตรหลายคนด้วย แม้ท่านจะมีอาชีพค้าขายแต่ก็ไม่ช่วยให้ฐานะดีขึ้นนัก มูฮัมหมัดในวัยแปดเก้าขวบจึงต้องแบ่งเบาภาระด้วยการรับจ้างเลี้ยงแพะแกะ ให้แก่ชาวเมืองมักกะฮ์ เพราะนั้นหมายถึงรายได้และอาหารที่จะนำมาช่วยในการเจือจุนกันและกัน มูฮัมหมัดเติบโตมาอย่างผู้มีมารยาทดีเป็นที่ยอมรับในความอ่อนโยนและสัตย์ซื่อ จนได้รับฉายาว่า "อัลอามีน"(ผู้ซื่อสัตย์) แม้จะมีสภาพแวดล้อมมากมายทางความเชื่ออย่างที่กล่าวมาแล้วในมักกะฮ์และเมืองข้างเคียง แต่มูฮัมหมัดนับตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจนเข้าสู่วัยรุ่นก็ไม่เคย เคารพสักการะรูปปั้นตนใดหรือยึดถือศาสนาความเชื่อใดของชาวกุเรชเผ่าของตนเองหรือศาสนาอื่นๆเลย นอกจากสิ่งเดียวที่เขาดำเนินตามอยู่ แนวทาง หะนีฟียะฮ์(หะนีฟ)คือการนอบน้อมต่อพระเจ้าองค์เดียว ตามแนวทางของอิบรอฮีม |
| musachiza | ||
andamun |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||