พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อตอนที่ฉันเป็นเด็ก ภาพของคำว่าศาสดาในความรู้สึกของฉันนั้น ก็จะคล้ายกับความรู้สึกเมื่อคิดถึงพระพุทธเจ้าหรือพระเยซู ที่แสดงลักษณะให้ความอบอุ่นร่มเย็น ดูท่านแยกออกไปจากทางโลกและโลกียะ อันวุ่นวายและสงบสุข ในความรู้สึกหนึ่งของคำว่านบีมูฮัมหมัดในรูปแบบของคำว่า ศาสดา หรือศาสนทูตที่ฉันคิดไปเมื่อ ถูกสอนในเรื่องพื้นฐานชีวิตของมุสลิม เช่น ต้องกล่าวคำปฏิญาณตน ต้องบริจาคทาน ถือศีลอด ฯลฯ นั้น ฉันก็รู้สึกในความเป็นศาสดาที่สละโลกเหมือนกัน แต่พอโตขึ้นได้ฟังป๋า เล่าว่า ศาสนาอิสลามมีการรบและทำสงคราม ก็รู้สึกชักยังไงซะแล้ว ต่อมาได้ยินว่าท่านนบีมูฮัมหมัดออกนำทัพเองด้วย ยิ่งงงไปกันใหญ่ ภาพความเป็นศาสดาที่คล้ายๆกันกับศาสดาในศาสนาอื่นๆชักเปลี่ยนไป แต่ก็รู้สึกในความเป็นตัวตนในด้านความเป็นมนุษย์ปุตุชนที่ต้องแก้ไขปัญหาตามภาวะวิสัยที่เป็นจริง ในขณะที่ต้องสอนให้ผู้คนผู้ศรัทธายอมรับอำนาจอันไร้ขอบเขตของพระเจ้าสูงสุดในมโนสำนึกของจิต แม้พระองค์จะมิได้ทรงแสดงปาฏิหารย์อันใดให้ประจักษ์ในการช่วยเหลือผู้ศรัทธาเหมือนเรื่องเล่าถึงในยุคศาสนทูตแต่เก่าก่อน เช่น นบีมูซา(โมเสส) นบีดาวูด(ดาวิด) นบีสุลัยมาน(โซโลมอน) หรือ นบีอีซา(พระเยซู) ฯ ท่านเหล่านั้นมีเรื่องที่พระเจ้าทรงช่วยเหลือในเรื่องบางอย่างที่เลยภาวะวิสัยปกติ แต่ศาสนทูตผู้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นผู้นำ เมืองมะดีนะฮ์ หาได้เคยมีเรื่องเช่นนั้นไม่ ทุกอย่างดำเนินไปตามเหตุผลการตัดสินใจและความเกี่ยวพันธ์ ไม่ว่าในแง่ดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับภาวะวิสัยที่อธิบายได้โดยปกติทั้งสิ้นที่ผู้คนพลเมืองผู้ศรัทธาและไม่ศรัทธาใน นครมะดีนะฮ์ได้รับรู้ ในวิถีการดำเนินชีวิตของผู้ที่ อ้างตนว่าเป็นศาสนทูตของพระเจ้าผู้นี้ อันที่จริงในยุคของท่านนบีนั้นยังมีสงครามอีกหลายครั้งที่ท่านนบีเป็นผู้นำทัพเอง ซึ่งก็สู้รบกับอาหรับเผ่าต่างๆด้วยกันเองเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งชัยชนะที่สวยงามและน่าภาคภูมิใจ มีทั้งปราชัยสะบักสะบอมบาดเจ็บแทบเอาชีวิตไม่รอด ทิ้งไว้เป็นบทเรียนในแง่มุมต่างๆที่หลากหลายในการทำตัวในสถานะการณ์ อันคับขันและปกติในความเป็นศาสนทูตและการเป็นผู้ปกครองครอบครัวและมวลชน แต่ฉันจะไม่กล่าวถึงละเอียดนัก แต่จะพูดถึงสงครามที่มียิวเข้าไปเกี่ยวข้องเท่านั้น จะได้รู้เหตุผลว่าทำไมท่านจึงขับไล่ยิวสามเผ่านี้ออกไป เพราะอะไร และวิธีใดบ้าง เพื่อไลจะได้คลายความสงสัยในเบื้องต้นไปก่อน(เรื่องราวเฉพาะของเหตุการณ์ฉันจะกลับมาเล่าอีกทีในภาคต่อไป ในภาคหนึ่งนี้อยากให้เห็นภาพรวมๆเท่านั้น) ชาวยิวเผ่านะฎีรอาศัยอยู่ที่ชานเมืองมะดีนะฮ์และพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ในกฏและระเบียบที่ถูกสถาปนาใหม่นี้ร่วมกัน ภายใต้การปกครองของที่นนบี แต่มูฮัมหมัดผู้มีอำนาจใหม่แห่งนี้ได้ขับไล่พี่น้องของเขาออกไปแล้วเผ่าหนึ่งแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และยังมีเรื่องขัดแย้งประปรายรายบุคคลกับมุสลิมและผู้ที่เป็นผู้ที่อยู่ฝ่ายยิวเผ่านะฎีร แน่นอนตอนนี้มุสลิมได้สถาปนากองกำลังส่วนกลางของรัฐขึ้นและได้เข้าทำภารกิจร่วมกับกองกำลังผสมที่มาจากคนโดยรวมของมะดีนะฮ์มิใช่เพียงเฉพาะกองกำลังมุสลิมในทุกครั้ง แต่เผ่านะฎีรก็มีกองกำลังของเผ่าเฉพาะเผ่าของตนเช่นกัน จะร่วมรบหรือไม่ก็เป็นสิทธิในการปรึกหารือกันภายในระหว่างเผ่าตามเหตุผลอันสมควร แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่ากองกำลังเหล่านี้จะแสดงความกระด้างกระเดื่องต่อรองกับกองกำลังมะดีนะฮ์ได้ เพราะต้องอยู่ในการปกครองของนครมะดีนะฮ์เช่นเดียวกัน แต่พวกเหล่านี้ก็ไม่ได้ยอมรับการสถาปนาการปกครองและกองกำลังของมุสลิมที่มีผู้อ้างตนว่าเป็นศาสนทูตของพระเจ้าเข้ามาเป็นผู้นำ ในเกมส์การเมืองแล้ว ถ้าเผ่านะฎีรรวมกำลังกับคนภายในและกองกำลังจากเผ่าอาหรับด้านนอก และถ้าหากการตัดสินใจกบถของเขาสำเร็จการสถาปนากองลังเข้าแทนผู้อพยพก็ไม่ยากนักเพราะสองสามปีมานี้มะดีนะฮ์ก็เป็นรูปเป็นร่างจริงมากขึ้น หลังจากถูกสถาปนาชื่อใหม่นี้ขึ้นมา แต่ก็เสี่ยงเกินไปอยู่ดีที่จะปะทะโดยตรงและการวางแผนก็ไม่ง่ายที่จะควบคุมการข่าวมิให้รั่วไหลกว่าจะรวบรวมพลเสร็จและประกาศการรบในโอกาสที่เหมาะสม พวกเขาจึงทำได้เพียงประนาฌด่าทอผู้นำใหม่ผู้อ้างตัวว่าเป็นศาสนทูตที่พระเจ้าส่งมาในเชื้อสายอาหรับผู้นี้ อย่างเปิดเผยโดยเฉพาะในชุมชนของพวกเขา และพวกเขาก็เลือกแผนในการที่จะลอบสังหารท่านนบี เพราะทุกอย่างเป็นความลับและคลุมเคลือต่อการพิสูจน์เอาผิดหากแผนไม่ประสบผลสำเร็จ หรือยังไม่ได้ลงมือทำ แต่ถ้าสำเร็จการเมืองทุกอย่างก็จะเปลี่ยนและมะดีนนะฮ์ที่ถูกปั้นขึ้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นนี้ก็จะมีโอกาสแก่ผู้นำกลุ่มใหม่ แต่การวางแผนลอบสังหารนั้นไม่ใช่สิ่งใหม่ที่ท่าน นบีและมุสลิมผู้เป็นขุนพลของท่านเพิ่งรู้จัก เพราะอย่างน้อยการหนีออกจากมักกะฮ์ของท่านนบีนั้น บรรดาเพชรฆาตต่างก็เคยล้อมบ้านท่านและพยามยามเข้าจู่โจมสังหารท่าน ในสถานการณ์ที่น้อยนิดเช่นนั้นท่านก็คาดเดาวางแผนอย่างแยบยลรอจนวินาทีสุดท้ายของคืนนั้นและก็หนีออกมาอย่างปลอดภัย และยังวางแผนในการหนีต่อจากเมืองได้อย่างไรอีก เพราะระยะทางจาก มักกะฮ์ ถึงมะดีนะฮ์นั้น ห่างกันถึง 400 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้อูฐรอนแรมอยู่ในทะเลทรายอันร้อนระอุกี่วันกี่คืนและต้องใช้ผู้นำทางด้วยไม่งั้นหลง และถูกไล่ล่าจากพวกนักล่ารางวัลอีกต่างหาก และด้วยความเมตตาของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. ท่านก็หนีมาได้ เมื่อท่านนบีได้ล่วงรู้ถึงแผนการลอบสังหารนี้ แต่ก็อย่างที่บอกนั้นแหละเมื่อแผนลอบสังหารล้มเหลว สิ่งที่ตามมาก็คือความคลุมเคลือว่า อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่หากลงมือแล้วผิดพลาดความผิดก็ชัดเจนขึ้นต่อการลงโทษตอบโต้ในกฏเกณฑ์ทางโลก หรือกำจัดให้เด็ดขาดได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองนั้นย่อมตัดสินใจจัดการต่อเรื่องอันเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐตามความเหมาะสม หากการตักเตือนและห้ามปรามนั้นถูกท้าทายลบลู่ อำนาจของรัฐ สิ่งเหล่านี้แหละที่ท่านนบีมูฮัมหมัดต้องตัดสินใจในฐานะการเป็นผู้ก่อตั้งรัฐและสถาปนาระบบการปกครอง ภาระแห่งศาสนทูตองค์สุดท้ายของพระเจ้านั้นหนักหน่วงมากในความเป็นจริงแห่งทางโลกยิ่งนัก กลางทะเลทรายอารเบียที่ไม่เคยมีการก่อตั้งรัฐใดเพื่อรวบรวมชนเผ่าทะเลทรายผู้ทรนงใน ตำนานเผ่าพันธุ์และบรรพบุรุษของเผ่า และศาสนาเฉพาะเผ่าตัวเองมาก่อน
|
| musachiza | ||
andamun |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |