• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 199
  • จำนวนผู้ชม : 28428
  • จำนวนผู้โหวต : 32
  • ส่ง msg :
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball
วันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551
ศาสนทูตมูฮัมหมัดนำทัพพิชิตมักกะฮ์
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 130 , 16:04:00 น.   | หมวดหมู่ : จดหมายถึงน้องฉบับที่8  
พิมพ์หน้านี้


                             ด้วยสัญญาหุดัยบียะฮ์ที่ท่านนบีตัดสินใจยอมรับ แม้จะดูเสียเปรียบสำหรับในเรื่องการเจรจา แต่สิ่งที่ได้จากสัญญานี้ทำให้อิสลามมีอิสระขึ้น และแผ่ขยายไปทั่วคาบสมุทรอาหรับรวดเร็วขึ้น บรรดามุสลิมมีความเข้มแข็งขึ้น ในขณะที่พวกกุเรช ก็เริ่มแข็งกร้าวกับมุสลิมมากขึ้นเพราะดูเหมือนว่า บรรดามุสลิมและศาสนทูตของเขา จะไม่กล้าต่อรองใดๆนักต่อชาวมักกะฮ์ และเมื่อมีจำนวนอาหรับเข้ามาสู่อิสลามมากขึ้นพวกเขากลับเพิ่มความเป็นปฏิปักษ์ต่อมุสลิมมากขึ้นในช่วงปีที่มุสลิมกลับมารอคอยที่มะดีนะฮ์ เพื่อการกลับมาเยื่ยมเยือนวิหารกะอ์บะฮ์ บ้านของพระเจ้าที่พวกเขาจากมาและชาวอาหรับต้องมาเยื่ยมเยือนเสมอตามสัญญาที่ตกลงกัน ในการที่จะยุติเรื่องบาดหมางต่อกัน 

                        แต่ในที่สุดสัญญาหุดัยบิยะฮ์ได้ถูกละเมิด เพราะฝ่ายมักกะฮ์ได้มีเหตุสังหารเผ่าคุซาอะฮ์ที่เป็นพันธมิตรกันนั้นถึง 20 คน อันที่จริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องให้สองฝ่ายนั้นเจรจากันเอง คือ ระหว่างเผ่าคุซาอะฮ์ และกุเรช แต่มันมีประเด็นที่ว่าผู้ที่ถูกสังหารของเผ่าคุซาอะฮ์นั้นเป็นมุสลิมทั้งสิ้น ส่วนคนที่นับถือดวงดาวดวงจันทร์ศาสนาเดิมของเผ่านั้นกลับไม่โดนสังหาร

                      ท่านนบีตกลงใจที่จะพิชิตเมืองมักกะฮ์และปราบปรามพวกกุเรชในขั้นแตกหัก ท่านจึงได้ตระเตรียมทหารจำนวน 10,000 คน แล้วยกไปตั้งค่ายหน้าเมืองมักกะฮ์

                      น้อยครั้งนักที่กองทัพใหญ่ขนาดนี้จะยาตราเข้ามาถึงมักกะฮ์ได้ ส่วนอาหรับเผ่าต่างๆนั้นก็ยากที่จะรวมทัพได้ขนาดนี้ทั่วอารเบีย นอกจากสงครามคันคูเท่านั้นที่มักกะฮ์และพันธมิตรเคยผนึกกำลังกันได้ แต่นี่คือกองทัพมุสลิมแห่งอารเบียที่มีอิสลามเป็นจุดรวมพล มิได้ขึ้นอยู่กับเผ่าใดตระกูลใด หรืออายุเท่าใด ทุกคนมรวมทัพด้วยหัวใจเดียวกัน ภายใต้การนำของศาสนทูตแห่งพระเจ้า

                    เมื่อพวกกุเรชเห็นมุสลิมจำนวนมาก จึงได้ส่งอบูซุฟยาน ออกไปสืบข่าว เพราะเห็นว่าพวกกุเรชไม่สามารถต้านทานบรรดาทัพมุสลิมได้เป็นแน่หากเกิดการเข้าตี  ท่านจึงได้มาขอรับศาสนาอิสลามกับท่านนบีเป็นการเจรจาส่วนตัว และก่อนที่จะกลับไปยังเมืองมักกะฮ์จึงต้องการให้ท่านนบีให้เกียรติ์ท่าน  ท่านนบีจึงประกาศว่า

                   "ผู้ใดที่อยู่ในบ้านของอบูซุฟยาน เขาจะได้รับความปลอดภัย ผู้ใดที่ปิดประตูอยู่ในบ้านเขาจะได้รับความปลอดภัย ผู้ใดที่เข้าไปอยู่ในมัสยิด หะรอม(บริเวณที่ตั้งของวิหารกะอ์บะฮ์) เขาจะได้รับความปลอดภัย"

                   เมื่อตอนที่ท่านนบีตัดสินใจพิชิตมักกะฮ์ ท่านอบูบักรจึงกล่าวว่า

                    "ระหว่างพวกกุเรชกับท่านไม่มีสัญญาสงบศึกกันดอกหรือ?"

                     ท่านนบีกล่าวว่า

                     "มี แต่พวกเขาแสดงการกำเริบและได้ละเมิดสัญญา"

                      การพิชิตมักกะฮ์เกิดขึ้นในวันที่ 20 เดือน รอมฎอน ฮ.ศ.8

                    ไลลองนึกดูนะ การที่จะควบคุมสัญญาและตอบโต้ผู้ละเมิดสัญญาได้นั้นไม่ใช่พูดแต่ปากเพราะ กุเรชนั้นมีกำลังและสมัครพรรคพวกจริง และใช่ว่าจะสนใจต่อมุสลิมที่เป็นเพียงพวกอพยพลี้ภัยไปอยู่มะดีนะฮ์เมื่อ แปดปีที่แล้วเอง  แต่ภายในแปดปีนั้นถึงวันนี้คือความชัดเจนในคำพูดและการกระทำ และเมื่อสัญญาแล้วถูกละเมิดแน่นอนการอคอยและการอดทนนั้นมีข้อจำกัดและต้องเลือกที่ปลายเส้นทางที่เกิดทางแยกหากจะต้องดำเนินต่อไป

                 ไม่มีการต่อต้านมากนักในวันนั้น หลังจากนั้นท่านนบีก็เข้าไปในมัสยิดหะรอม(วิหารกะอ์บะฮ์)   และได้ทำลายรูปปั้นเทวะต่างๆของอาหรับที่รายล้อมวิหาร กะอ์บะฮ์ ซึ่งมีทั้งหมด 360ตน เป็นการชำระล้างความเชื่อที่แปดเปื้อนมาโดยตลอดหลายพันปีหลังจากที่ท่านนบีอิรอฮีม (อับราฮัม) ได้สร้างวิหารนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะต่อพระเจ้าองค์เดียว  และวันแห่งการพิชิตมักกะฮ์นั้นเป็นเสมือนการกลับมาตั้งต้นใหม่ในแนวทางของท่านนบีอาดัม นบีอิบรอฮีม จนถึงนบีมูฮัมหมัด ที่นำการสักการะกราบไหว้พระเจ้าองค์เดียวกับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างชัดแจ้งทั้งในเชิงสัญลักษณ์และจิตวิญญาณ บนแผ่นดินที่พระเจ้าทรงเรียกว่าแม่ของแผ่นดินที่อยู่ ณ.ศูนย์กลางแผ่นดินโลกแล้วกล่าวว่า

"อัลเลาะฮ์ทรงยิ่งใหญ่" ท่านได้อ่านโองการที่ว่า

                   -"และสูเจ้า(มูฮัมหมัด) จงกล่าวเถิดว่า ความจริงได้ปรากฏ ความเท็จก็มลายไป แท้จริงความเท็จได้มลายไปเสมอ"-

                                                  (อัลกุรอาน 17/81)

                    ประชาชนต่างค่อยออกมาเฝ้าดูว่าท่าจะจัดการอย่างไรกับพวกกุเรชที่เคยกลั่นแกล้งและทำร้ายท่าน ขับไล่ท่านออกจากมักกะฮ์บ้านเกิดของท่าน และลอบสังหารท่าน ท่านได้กล่าวกับประชาชนในมักกะฮ์ว่า

                     "ชาวกุเรชทั้งหลาย ท่านทั้งหลายคิดว่าฉันจะทำอย่างไรกับพวกท่าน"

                     พวกเขากล่าวว่า

                   "ทำดี ผู้เป็นพี่น้องผู้ชายผู้มีเกียรติ์ และเป็นบุตรของพี่น้องชายของเราผู้มีเกียรติ์"

                     ท่านนบีกล่าวว่า

                     "แท้จริง ฉันจะพูดกับท่านทั้งหลาย เช่นเดียวกับที่ท่าน นบียูซุฟ(โยเซฟ(บุตรของอิสราเอล))พูดกับพี่น้องของเขา (ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปท่านไม่ต้องกลัวอะไรอีก) ท่านทั้งหลายเป็นอิสระแล้ว"

                      (ชีวประวัตินบีมุฮัมหมัด ซ.ล. โดยมุนีร(สมศักดิ์) มูหะมัด น. 136)

                      ท่านนบีได้อยู่ในนครมักกะฮ์ 15 วัน โดยท่านได้จัดระเบียบต่างๆ และส่งธรรมทูตไปเผยแผ่ศาสนาอิสลามเผ่าต่างๆทั่วคาบสมุทรอาหรับ  จึงทำให้เผ่าต่างๆเข้านับถือศาสนาอิสลามเป็นหมู่ๆ อัลเลาะฮ์ทรงตรัสว่า

                        -"เมื่อการช่วยเหลือของอัลเลาะฮ์ และการพิชิต(มักกะฮ์) ได้มาถึง และเจ้าได้เห็นบรรดามนุษย์เข้ารับนับถือ ศาสนาของอัลเลาะฮ์(อิสลาม) เป็นหมู่ๆ ดังนั้น จงสดุดีด้วยการสรรเสริญต่อพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า  แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย"-

                                                      (อัลกุรอาน 103/1-3)

                       หลังจากนั้นท่านก็เดินทางกลับสู่ นครมะดีนะฮ์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
musachiza วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 17.56 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอตอบคุณ feng shui นะครับ
มุสลิมนั้น ยึดพระเจ้าองค์เดียว และยึดว่าคัมภีร์อัลกุอ่านนั้นเป็นดำรัสของพระเจ้า และเป็นธรรมนูญของในการดำเนินชีวิตทุกลมหายใจ และการฝ่าฝืนสิ่งที่ธรรมนูญใช้ให้ทำบางอย่างแต่ไม่ทำก็ผิดทางโลก เช่น การไม่ไปเลือกตั้งแล้วก็ตามมาด้วยบทลงโทษการตัดสิทธิ ฯ และบางอย่างก็เป็นบาประหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ตามตัวบทที่ตราไว้ในธรรมนูญแล้ว แต่ทางโลกและผู้ที่ถือต่างกันอาจไม่ผิด แต่สำหรับผู้ที่นับถืออิสลามแล้วถือว่าผิดและพระเจ้าก็จะลงโทษเขา อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในศรัทธาของแต่ละคนเพราะวัดกันยาก ในอัลกุรอานได้กล่าวถึงเรื่องนี้ดังนี้
-" เจ้า(มูฮัมหมัด) จงกล่าวแก่บรรดาชายผู้มีศรัทธาให้ลดสายตาของพวกเขาลงต่ำและให้ปกป้องของพึงสงวนของพวกเขา นั่นเป็นความผ่องแวยิ่งสำหรับสูเจ้า อัลเลาะฮ์ทรงทราบดีว่าพวกเขาทำอะไร
จงสั่งหญิงผู้มีศรัทธาให้ลดสายตาของนางลงต่ำและให้ปกป้องของพึงสงวนของนาง ไม่โอ้อวดความงามของนางในที่เปิดเผย และให้นางปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของนางและชายผ้าปิดถึงหน้าอกของนาง และจงอย่าได้โอ้อวดเครื่องประดับ เว้นแต่แก่สามีของนาง พี่ชายน้องชายหรือบุตรชายของพี่ชายน้องชายของนาง บุตรชายของพี่สาวน้องสาวของนาง หรือบรรดาสตรีเพศเดียวกับพวกนาง หรือบรรดาหญิงรับใช้ของพวกนางหรือที่ทาสหญิงของนางหรือคนใช้ผู้ชายที่หมดความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กๆที่ยังไม่รู้เรื่องของสงวนของผู้หญิง
จงสั่งนางอย่าเคาะเท้าของพวกนาง เพื่อโอ้อวดเครื่องประดับที่ถูกปิดบังอยู่ของนาง(เช่น กำไลข้อเท้า หรือกำไลแขนที่ติดกระพรวนเสียงดังได้) และสูเจ้าทั้งมวลจงสำรวมตนต่ออัลเลาะฮ์ โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าเจ้าจะได้ประสบชัยชนะ"-
(อัลกุรอาน 24/30-31)
ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

สวัสดีตอนบ่ายก่อนเลิกงานค่ะ

ปล. ข้อเสนอเล็กน้อย......ไม่ซีเรียสค่ะ ...อยากให้คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับเรื่องผ้าคลุมผมของหญิงมุสลิมค่ะ คุณน่าจะมีอะไรถ่ายทอดได้ดี เอ๊ะ หรือคุ้นๆว่ามีคนเล่าแล้ว
มีเพื่อนสนิทเป็นสาวมุสลิมค่ะ เคยเล่าให้ฟัง ตอนนี้เธอมีครอบครัวแล้วเลยไม่ค่อยได้ติดต่อ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29