พิมพ์หน้านี้
|
ปฐมกาล2/4-7 "ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างแผ่นดินและฟ้าสวรรค์ ต้นไม้ตามทุ่งนายังไม่เกิดขึ้นบนแผ่นดิน และพืชตามทุ่งนาก็ยังไมงอกขึ้นเลย เพราะพระเจ้ายังไม่ได้ทรงทำให้ฝนตกบนแผ่นดิน ทั้งยังไม่มีมนุษย์ที่จะทำไร่ทำนา แต่ก็มีน้ำพลุ่งขึ้นมาจากดิน ทำให้พื้นดินเปียกทั่วไป พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูกมนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต" ............เราต้องจำไว้ว่าคำบรรยายนี้เก่าแก่กว่าประมาณ 300 ปีและสั้นมาก ให้เนื้อที่แก่คำบรรยายถึงการสร้างมนุษย์และสวรรค์บนโลกมากกว่าสร้างแผ่นดินและฟากฟ้า และกล่าวถึงการสร้างแผ่นดินและฟากฟ้าสั้นมาก ปฐมกาล2/4-7 นี้คือ ข้อความแบบยะห์วิสต์ที่ปรากฏอยู่ในข้อความของพระคัมภีร์ไบเบิ้ลปัจจุบัน ส่วนข้อความแบบฉบับนักบวชนั้น ถูกเพิ่มเติมไปทีหลัง แต่อาจมีใครถามว่าข้อความนี้สั้นมากอย่างนี้มาแต่แรกหรือ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าข้อความฉบับยะห์วิสต์ถูกตัดไปบ้างหรือเปล่าในระหว่างเวลานั้น เราไม่รู้ว่าข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดที่เรามีอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ข้อความในไบเบิ้ลเก่าแก่ที่สุด ต้องการกล่าวถึงการสร้างมนุษย์หรือเปล่า คำบรรยายฉบับยะห์วิสต์มิได้กล่าวถึงการก่อรูปจริงๆ ของโลกหรือท้องฟ้า แต่กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์นั้นยังไม่มีพืชอยู่บนพื้นแผ่นดินเลย(เพราะยังไม่มีฝน)ถึงแม้น้ำจากใต้โลกจะท่วมพื้นผิวโลกอยู่ก็ตาม ข้อความที่ตามมาหลังยืนยันไว้ดังนี้คือ พระเจ้าทรงสร้างสวนขึ้นในขณะเดียวกันกับที่มนุษย์ถูกสร้างขึ้น เพราะฉะนั้นจึงได้มีอาณาจักรพืชเกิดขึ้นบนแผ่นดินในเวลาเดียวกับมนุษย์ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์เพราะมนุษย์ยังไม่เกิด จนกระทั่งพืชเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่เราไม่รู้ว่ามีเวลาขั้นอยู่ระหว่างสองเหตุการณ์นี้กี่ร้อยล้านปี นี่คือ คำวิจารณ์อันเดียวที่เราจะกล่าวถึงข้อความฉบับยะห์วิสต์ได้ เพราะว่ามันไม่ได้วางการสร้างมนุษย์ไว้ในขณะเดียวกับการสร้างโลกและแผ่นดิน ไม่เหมือนกับข้อความฉบับนักบวช ซึ่งวางการสร้างสิ่งเหล่านี้ไว้ในขณะเดียวกัน (คัมภีร์ไบเบิ้ล คัมภีร์กุรอาน และวิทยาศาสตร์ โดย มอริส บูกายย์ แปลโดย กิติมา อมรทัต น.35-47(ซึ่งใช้อ้างอิงตั้งแต่เรื่อง การบรรยายเรื่องการสร้างโลกในพระคัมภีร์เดิม วันที่7 แห่งการสร้างของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม และคำบรรยายที่สองนี้) เรื่องทั้งหมดนี้ถ้าหากผู้ที่เชื่อในพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจถึงพลังอำนาจอันสูงสุดของพระองค์แล้ว เรื่องว่าพระองค์จะสร้างอย่างไรก็คงไม่สำคัญ เพราะถึงอย่างไรพระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าอยู่แล้วจะประสงค์สิ่งใดสิ่งนั้นก็ย่อมสำเร็จได้ทั้งนั้น นี่เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ฉันขอกล่าวถึง ฉันอยากขอย้ำว่า ข้อโต้แย้งจากหนังสือที่ฉันยกมานี้เป็นมุมมองของคนๆหนึ่งเท่านั้น ส่วนคนที่เขามีศรัทธาในคัมภีร์เตารอตหรือโตราห์(พระคัมภีร์เดิม)ว่า บริสุทธิ์เชื่อถือได้ทุกตัวอักษรว่ามาจากการดลจิตดลใจของพระเจ้าจริง เขาก็มีเหตุผลตามศรัทธาของเขา เพราะเรื่องความเชื่อนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนที่นำมากล่าวนั้นก็ว่ากันไปตามสำนวนข้อมูลหลักการและหลักฐานในแง่มุมนั้น ส่วนอิสลามนั้นมีความเชื่อว่า คัมภีร์ ก่อนหน้าที่อัลกุรอานจะถูกประทานมานั้น ซึ่งพระเจ้าทรงให้มนุษย์ดูแลกันเองนั้น ได้ถูกมนุษย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพระดำรัสอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ทั้งตัดต่อและเพิ่มเติมบางส่วน จนทำให้คัมภีร์ ของท่านนบี มูซา(โมเสส)ที่นำมานั้น ได้คลาดเคลื่อนไปจากต้นฉบับเดิมที่ถูกประทานมา ที่ฉันยกความเป็นมาของคัมภีร์เตารอตมาให้อ่านนี้ เพราะว่าเป็นคัมภีร์เล่มหนึ่งที่ อัลกุรอานกล่าวถึง รวมทั้งท่านนบีมูซา ผู้ได้รับคัมภีร์นี้มาก็เป็นศาสนทูตท่านหนึ่งที่อิสลามเราต้องให้การนับถือ และต้องกล่าวคำสรรเสริญท่านเมื่อเวลาเอ่ยนามของท่าน คือ มูซา อะลัยฮิสลาม(ขอสันติจงมีแด่ท่าน) แต่ถ้าวัดกันในแง่ของประวัติศาสตร์และความเก่าแก่แล้ว ก็ต้องถือว่า คัมภีร์โตราห์ (พระคัมภีร์เดิม)ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นหนังสือเล่มแรกๆที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง ซึ่งใช้อ้างอิงกันมานานนับพันปี ที่เราพอจะค้นหานำมาเป็นข้อมูลได้ไม่ยากนัก และมีผู้ศรัทธาในพระคัมภีร์เล่มนี้อย่างมากมาย ซึ่งมีส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสังคมโลกและสังคมมุสลิม และมีหลายประเด็นในคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันจะต้องเขียนถึงต่อไป และที่สำคัญก็คือ เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงปฐมกาลนับตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลก จึงได้นำเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในภาคสองนี้ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานทางนำอันเที่ยงแท้เสมอให้แก่มนุษยชาติ Abu Abbus bin Humzah |
| musachiza | ||
andamun |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||