• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 22010
  • จำนวนผู้โหวต : 31
  • ส่ง msg :
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
ศาสนทูตต่อจากอาดัมที่อัลกุรอานกล่าวถึง(คัมภีร์ของอิสลาม)
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 136 , 19:24:08 น.   | หมวดหมู่ : ศาสทูตที่ต่อจากอาดัมที่อัลกุรอานกล่าวถึง(คัมภีร์ของมุสลิม)  
พิมพ์หน้านี้


                                    กาลเวลานับจากลูกของท่านนบีอาดัมมากี่ชั่วคนไม่แน่ชัดอัลกุรอานมิได้กล่าวแต่รุ่นชั่วคนแต่ละคนมีอายุเท่าใดก็ไม่ได้ระบุไว้ มีอยู่เพียงอยู่เพียงบทเดียวที่กล่าวถึงท่านศาสดาที่อยู่ในช่วงเวลาต่อมา ซึ่งกล่าวถึงท่านศาสนทูตท่านนี้เพียงสามโองการที่อยู่ในหลายๆโองการของบทนี้คือ บทที่ 19โองการที่ 56-58ดังนี้

                     -"และจงรำลึกถึงอิดรีส  ( เอโนคหรือ คุนูคหรือฮะโนคหรือ อัคนุค)  ในคัมภีร์นี้(อัลกุรอาน) แท้จริง "เขา"(อิดรีส) เป็นผู้ซื่อสัตย์และเป็นศาสนทูต"-

                    -"และเราได้ยกย่องเขาไว้ในตำแหน่งที่สูงส่ง"-

                   -"ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่อัลเลาะฮ์ทรงโปรดปราน เขาเป็นศาสนทูตที่มีเชื้อสายมาจากอาดัม"-

                                                      (อัลกุรอาน 19/56-58)

                        มีเพียงเรื่องราวสั้นๆเท่านี้ สำหรับท่านนบีอิรีส ที่อัลเลาะฮ์ทรงกล่าวถึงท่านในอัลกุรอาน(เท่าที่ฉันค้นพบ) นอกนั้นเรื่องราวบางส่วนที่เรารู้ก็มาจาก ฮะดีษ(วจนะและคำบอกเล่าจากท่านนบีมูฮัมหมัด ซ.ล.) บางส่วนก็มาจากนิยายโบราณ บางส่วนก็มาจากเรื่องเล่าที่มีอิทธิพลมาจากหลากหลายกลุ่มชนซึ่งนักวิชาการอิสลามมุ่งที่จแยกเรื่องเหล่านี้ออก เพื่อให้อัลกุรอานอธิบายตัวเองโดยไม่ปะปนกัน

                                    อิทธิพลเรื่องราวจากภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวกับอิสลาม

                       "อิสรออีลออียาต"  หมายถึงพงศาวดาร หรือตำนาน และหลักการเชื่อมั่นที่ไม่ใช่ของอิสลาม เป็นสิ่งที่แฝงเข้ามาสู่อิสลามโดย พวกยะฮูดี(ยิว) ที่เข้ามารับอิสลามด้วยความไม่ซื่อไม่บริสุทธิใจ บางคนก็ไม่หวังดีต้องการบ่อนทำลายอิสลาม แต่บางคนก็อาจเป็นอิสลามด้วยใจบริสุทธิ์ แต่ก็ยังมีพวศาวดารอันเป็นนิยายที่เขาเคยเชื่อถือมาติดค้างอยู่

                       "ท่านชัยค์(เชค)มุสฏอฟา-มะรีฆี" กล่าวว่า "เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องื้น่าสงสัย เพราะพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ยาก เนื่องจากเป็นการเท้าความถึงเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นในสมัยที่ผ่านพ้นมาเป็นเวลานาน  จนค้นคว้าหาคนที่จดจำอย่างแม่นยำไม่พบ  กอปรกับไม่มีหลักฐานใดๆยืนยันอีกด้วย จึงน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นจริงได้ด้วยเปอร์เซ็นพอๆกับเป็นเรื่องเหลวไหลขากการถูกเสกสรรขึ้น"

                                        (นบีในอัลกุรอาน โดย สมาน มาลีพัยธุ์ น. 14)

                     ความคิดเห็นขัดกันของประวัติศาสตร์โบราณเกี่ยวกับท่านนบีอิดรีส(ขอสันติจงมีแด่ท่าน)

                    "เรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวประวัติของท่านนบีอิดรีส อ.ล. นี้ มีปรากฏความขัดแย้งในแง่ความคิดเห็นของนักโบราณคดีซึ่งรจนาไว้ในตำนานเก่าๆ อาทิ การเกิดการเติบโต และสถาบันการศึกษาของท่านก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนบีของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. กล่าวกันในทรรศนะหนึ่งว่า ท่านเกิดที่อียิปต์และมีนามที่ชาวอียิปต์สมัยนั้นเรียกและรู้จักกันว่า "ฮูรมุส" บ้างก็ว่าเกิดที่ มันฟู ชาวกรีกรู้จักท่านในนามของ "อัรมีส" และบ้างก็ว่าชาวกรีกนั่นแหละเรียกท่านว่า "ฏัรมัส"

                         อย่างไรก็ตามเราทราบกัหนว่า ชาว ฮิบรู เรียกนามท่านว่า "ฮะโนค" และชาวอาหรับยุคก่อนอิสลามรู้จักท่านในนาม "อัคนูค" จาทรรศนะความเข้าใจของกลุ่มหลังนี้ มีกระแสข่าวแจ้งถึงการศึกษาของท่านว่าได้รับการศึกษาจาก "ฆูซา ซีมูน"นั่นเอง

                         ......ท่านห้ามปรามประชาชาติของท่านมิให้ละเมิดพระบัญัติและคำสั่งสอนที่ท่านนบีอาดัม อ.ล. ได้เคยประกาศไว้ในยุคแรก  แต่ชนเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่เชื่อฟังท่าน มีเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่น้อมรับศรัทธา  ท่านจึงจำเป็นต้องปลีกกายไปให้พ้นจากสังคมคนบาปเหล่านั้น  โดยยิยอมให้ผู้ภักดีต่อ อัลเลาะฮ์ ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักติดตามไปด้วย แต่เนื่องจากการเดินทางเต็มไปด้วยความทุรกันดาร ทั้งหมู่ชนที่ติดตามท่านไปด้วยก็เคยชินกับความสุขสบายของสิ่งแวดล้อมในเมืองดั้งเดิม ซึ่งเกิดความหวั่นขึ้นว่า จะไม่พบชัยภูมิที่สมบูรณ์เยี่ยง บาบิโลน(หมายถึงเมืองที่แม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งน่าจะหมายถึงแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรติส ในอิรัคปัจจุบัน)ซึ่งเป็นมาตุภูมิแห่งตน ถึงกับกล่าวกับท่านนบีอิดรีสว่า               "เราจะพบสถานที่เช่นบาบิโลนได้อีกแห่งใด"

                           

                              "หากการอพยพของเราเป็นไปในทางของอัลเลาะฮ์ พระองค์จะทรงประทานสถานที่แห่งใหม่ที่ดีกว่าแก่เรา " ท่านตอบ

                             การเดินเท้าเป็นไปอย่างไม่รีบร้อนนัก ในที่สุดก็ได้พบดินแดนที่อุดมสมบูรณ์แห่งไหม่ ซึ่งเรียกว่า "บาบิยูน" เป็นที่ราบใกล้แม่น้ำ นีลน์ (ไนล์).....

                            

                        อนึ่งคำว่า "บาบิยูน"นี้  ได้มีความเห็นขัดแย้งกันในหลายทรรศนะในหมู่นักประวัติศาสตร์และโบราณคดี  บ้างก็กล่าวว่าหมายถึงแม่น้ำทั่วๆไป บ้างก็ว่าเป็นแม่น้ำที่เหมือนกับแม่น้ำที่ประชากรของอิดรีสเคยรู้จักมาก่อน บ้างก็ว่าเป็นแม่น้ำแห่งศิริมงคลและบ้างก็ว่าเป็นแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ สำหรับแคว้นบาบิยูนนี้ เป็นที่เรียกขานกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว จนกระทั่งถึงยุคอาหรับ จึงได้เรียกดินแดนแห่งนี้ว่า "มิศร์" หรือ "อียิปต์"

                            หลังจากอพยพจากบาบิโลนแล้ว ท่านได้สั่งสอนสาวกของท่านอยู่ในอียิปต์ ให้ทุกคนมีความยึดมั่นภักดีต่ออัลเลาะฮ์ ซ.บ. องค์เดียว ได้มีกระแสข่าวกว่างว่าประชาชาติของท่าน มีหลายเผ่าพันธุ์ด้วยกันและใช้ภาษาแตกต่างกันมากถึง 70 กว่าภาษา ดังนั้นอัลเลาะฮ์จึงประทานความเมตตาแก่ท่านให้รู้และพูดทุกภาษา เพื่องานเผยแผ่ของท่าน"

                                          (นบีในอัลกุรอาน เล่มสอง โดยสมานมาลีพันธุ์ น. 16-19)

                     "พงศาวดารโบราณของอัยคุปต์ หรืออียิปต์ บันทึกว่า ท่านนบีอิดรีส( ขอสันติจงมีแด่ท่าน) เป็นมนุษย์คนแรกที่รู้จักการขีดเขียนด้วยปากกา และรู้จักการเย็บปักถักร้อยเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มใช้ ซึ่งมนุษย์ยุคก่อนหน้านี้ยังไม่เคยรู้จัก เพียงแต่นุ่งห่มด้วยหนังสัตว์ และท่านอีกเหมือนกันที่เป็นคนแรกที่เรียนรู้วิชาคำนวณตลอดจนดาราศาสตร์"

                                          (นบีในอัลกุรอานเล่ม2 โดยสมานมาลีพันธุ์ น.13)

                            


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 19.41 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

ไม่ได้เห็นกันนานนะคะ...

มาอ่านคราวนี้ มีภาพเยอะขึ้นนะคะ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30