พิมพ์หน้านี้
|
มะห์เล้ล เป็นชายที่มีรูปร่างงดงามมาก แม้ผู้ชายด้วยกันก็ยังตะลึงเมื่อได้เห็น ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวว่า "เขาเป็นผู้มีบุญญาธิการมาก" ในแผ่นดินบาบิ๊ลต่างโจษขานกันไปไกลยังเมืองต่างๆ ผู้คนต่างเดินทางมาไกลเพื่อชมบารมีของ มะห์เล้ล พร้มกับนำเครื่องบรรณาการมาถวายเป็นอันมาก ยิ่งกาลเวลาผ่านพ้นไปความเลื่อมใสในความงามของมุห์เล้ล ก็ยิ่งทวีคูณขึ้น ส่วนมะห์เล้ล ก็มิได้ทะนงตัวว่าเป็นผู้ล้ำเลิศหรือเป็นดั่งเทวดา ดังที่คนหลายคนยกย่องสรรเสริญ ยังคงปฏิบัติตามพระบัญญัติของ อัลเลาะฮ์ ซ.บ. เสมอต้นเสมอปลาย เช่นหัวหน้า ผู้ปกครองประชาชนทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติมาตามปกติ มะห์เล้ลได้ล้มป่วยและถึงแก่ชีวิตลงในขณะที่ความงดงามของท่านยังประทับใจต่อผู้พบเห็นอยู่ เขามีบุตรชายสองคน คนพี่ชื่อ บารซู หรือ"อมาอิล" คนน้องชื่อ อักร๊อต หรือยาร๊อต บารซูได้ขึ้นปกครองบ้านเมืองต่อมา เมื่อจัดการฝังศพมะห์เล้ลแล้ว ซาตานได้ล่อลวงบารซูว่า "ท่านปรารถนาจะให้ความยิ่งใหญ่ของท่านและบิดาของท่านยังคงปรากฏอย บารซูได้ฟังซาตานที่จำแลงร่างมาในรูปมนุษย์ มาให้คำแนะนำเช่นนั้นก็สนใจเพราะนับตั้งแต่บิดาของตนสวรรคตแล้ว ผู้คนและเครื่องบรรณาการมากมายที่มายังเมืองบาบิ๊ลก็ลดน้อยลงไปด้วย เขาจึงถามซาตานที่ที่มาในรูปคนมาให้คำแนะนำนั้นว่า "จะทำอย่างไรดี จึงจะเป็นไปอย่างที่ท่านได้กล่าวนั้น" อิบลีส(ซาตาน)แนะนำ ให้ปั้นรูปของมะห์เล้ล ให้เหมือนรูปจริงของท่าน แล้วสรวมเสื้อผ้าอาภรณ์อันมีค่า แล้วตั้งรูปปั้นนั้นไว้ในสถานที่อันทรงเกียรติ์ ประดับประดาด้วยม่านอย่างมีค่า แล้วมีม่านวิจิตรงดงามอีกม่านหนึ่งกั้นไว้ เมื่อมีผู้มายลโฉมก็เปิดม่านให้เขาดู ก็จะมีผู้มาชื่นชมบารมีอีกดังเช่นเดิม สิ่งของเครื่องบรรณาการก็จะตกที่ท่านตลอดไป เนื่องจากการสร้างรูปปั้นได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ประชาชนจึงมีความตื่นเต้นและโจษขานกันไปทั่ว ประชาชนหลั่งไหลเข้าชมเป็นจำนวนมาก เมื่อข่าวนี้โจษขานไปยังตำบลบ้านเมืองใด ต่างก็พากันเดินทางมายังเมืองบาบิ๊ล พร้อมทั้งนำสิ่งของมาบรรณาการแก่รูปปั้นของมะห์เล้ลดังเช่นเดิม ในชั้นเริ่มแรก ที่เปิดให้ประชาชนชมรูปปั้นมะห์เล้ล ก็เพียงชมเยี่ยงรูปปั้นสวยงามธรรมดา ต่อมามีผู้นำของมาถวายและเคารพด้วย คนอื่นๆก็พากันกระทำตามอย่าง จนการกระทำตามอย่างนี้แพร่หลายกว้างขวางออกไป บรรดาเจ้าเมืองและข้าราชบริพารจากเมืองห่างไกลต่างก็เคารพบูชารูปปั้นของมะห์เล้ลไปทั่ว ซาตานได้กระพือข่าวไปยังลูกหลานของมะห์เล้ลว่า "พวกท่านสืบเชื้อสายมาโดยตรงจากมะห์เล้ล จึงควรที่จะถวายความเคารพรูปปั้นเช่นเดียวกับพวกเหล่านั้น" วงศ์วานของมะห์เล้ลต่างก็เห้นด้วย จึงพากันปฏิบัติตามคนหมู่มาก การกราบไหว้รูปเคารพจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา การเคารพรูปปั้นต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นในสมัยต่อๆมา ก็มักมีแนวโน้มมาในเหตุการณ์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน คือ ในชั้นแรกปั้นรูปเป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดีของผู้นั้น ขั้นที่สองก็เคารพบูชา ขั้นที่สาม ก็ถือเป็นสิ่งศํกดิ์สิทธิ์และกลายเป็นศาสนาและขั้นงมงายที่สุดคือ ถึงขั้นเอารูปเคารพเหล่านั้นมาปลุกเสกเป็นของขลังเครื่องลางต่างๆ ในที่สุดเมือง บาบิ๊ล(บาเบล)ก็ไม่มีผู้ใดพูดถึงบัญญัติของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. เพราะมีเครื่องยึดเหนี่ยวใหม่ คือรูปปั้นของมะห์เล้ล บารซูมีน้องชายชื่อยาร๊อต ยาร๊อตมีบุตรคนหนึ่งชื่อ อัคนุค(เอโนคหรือฮะโนค) ต่อมาที่มีนามใหม่ว่า อิดรีส ในขณะที่เมืองบาบิ๊ลเต็มไปด้วยความงมงาย พระเจ้าได้แต่งต้งท่านเป็นนบีเพื่อเผยแพร่สัจธรรมของพระองค์เพื่อฝื้นฟูพระบัญญัติให้อยู่ในแนวทางที่อาดัมและซีสย์ได้สั่งสอนไว้แต่กาลก่อน แต่หามีใครฟังไม่ โดยเฉพาะวงศ์วานของกอบีลที่เคารพบวงสรวงรูปปั้นเป็นศาสนาอย่างหลงไหล การเทศนาสั้งสอนอย่างทุ่มเทของท่านนบีอิดรีสไม่เป็นผล เมืองบาบิ๊ลยังเต็มไปด้วยความงมงายโดยทั่วไป ท่านจึงรวบรวมสาวกที่มีอยู่จำนวนน้อยนิดให้อพยพไปจากเมืองนี้ เพื่อหาแหล่งอาศัยใหม่ที่ดีกว่านี้ สาวกถามท่านว่า "ถ้าพวกเราย้ายไปจากเมืองนี้แล้ว เมื่อไรเราจะได้รับความบริบูรณ์เหมือนบ้านเมืองนี้" "เราไปจากที่นี่แล้ว อัลเลาะฮ์ซ.บ. ย่อมจะทรงให้ความสมบูณ์แก่เรา ณ. ที่แห่งอื่นอย่างแน่นอน"ท่านตอบ นบีอิดรีสพาสาวกเดินทางข้ามแม่น้ำเมืองบาบิ๊ลไป จนกระทั่งถึงอีกแม่น้ำหนึ่งคือ แม่น้ำไนล์ ในขณะนั้นสองฝั่งของแม่น้ำเป็นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ และไม่มีใครเป็นเจ้าของ ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระเกียรติ แห่ง อัลเลาะฮ์ ซ.บ. ณ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น "นี่แหละแม่น้ำ ที่เหมือนแม่น้ำของท่านแต่ก่อน รับไว้ซิ พระเจ้าทรงประทานให้แก่พวกท่านแล้ว"
เมืองที่ท่านจากมาเรียกว่า บาบิ๊ล แปลว่า เมืองแม่น้ำ ครั้นเมื่อท่านอพยพมาถึงริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ท่านขนานนามว่า "บาบิ๊ลยูน" คือแม่น้ำที่ใหญ่กว่า และต่อมาเมืองนี้ก็ได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมีความบริบูรณ์ทุกอย่าง ภายในไม่กี่สิบปีเมืองนี้ก็ขยายกว้างขวาง มีการปกครองออกไปถึงสี่เขต ตามกฏหมายศาสนาของท่านนบีอิดรีส และท่านก็แต่งตั้งตัวแทนออกไปปกครอง ท่านมิได้สวรรคต แต่อัลเลาะฮ์ทรงรับท่านไว้อยู่ในตำแหน่งสูงยิ่งในสวรรค์" (25 พระศาสดา อาดัม อิดรีส นุฮ์ ฮูด ซอลิห์ สำนักพิมพ์ ส. วงศ์เสงี่ยม โดยอ้างอิงตั้งแต่เรื่องมนุษย์ทุกคนเป็นลูกหลานของอาดัมในทรรศนะอิสลาม) ฉันพาไลลาเดินทางมาถึงตรงนี้คงจะพอจินตนาการถึงความหลากหลาย จากคนๆเดียวจนถึงคนหมู่มากเริ่มอยู่กันเป็นสังคม เริ่มมีภาษาและการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมาย มีความแตกต่างกันในการใช้วัสดุเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยที่พิถีพิถันขึ้นจนเป็นเมือง รวมทั้งวิชาความรู้การปกครองที่พัฒนาขึ้น และที่สำคัญมีการเชื่อศาสนาที่สร้างขึ้นเอง มีการแตกแยกทางความคิดที่ยอมไม่ได้เพื่อรักษาสัจธรรมไว้และสร้างเมืองใหม่ด้วยแรงศรัทธา สัจธรรมอันเป็นแนวทางของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. ยังคงดำรงค์อยู่ สิทธิการล่อลวงมนุษย์ก็ยังเป็นของซาตานตามที่พระเจ้าได้ให้สัญญาแก่พวกมันไว้ สิทธิในการเลือกที่หลากหลายเหตุผลมากขึ้นก็ยังเป็นของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ และอำนาจอันเด็ดขาดแห่งการตัดสินและตอบแทน เป็นของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงเกรียงไกรในทุกจักรวาลและทุกสิ่งที่มนุษย์คิดเสมอ ขอพระเจ้าทรงเมตตา Abu Abbus bin Hunzah |
| musachiza | ||
andamun |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |