• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 199
  • จำนวนผู้ชม : 28428
  • จำนวนผู้โหวต : 32
  • ส่ง msg :
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
กำเนิดการนับถือรูปปั้นครั้งแรกของมนุษย์ในทรรศนะอิสลาม
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 269 , 16:24:36 น.   | หมวดหมู่ : กำเนิดการเคารพรูปปั้น  
พิมพ์หน้านี้


                            มะห์เล้ล เป็นชายที่มีรูปร่างงดงามมาก แม้ผู้ชายด้วยกันก็ยังตะลึงเมื่อได้เห็น ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวว่า "เขาเป็นผู้มีบุญญาธิการมาก" ในแผ่นดินบาบิ๊ลต่างโจษขานกันไปไกลยังเมืองต่างๆ ผู้คนต่างเดินทางมาไกลเพื่อชมบารมีของ มะห์เล้ล พร้มกับนำเครื่องบรรณาการมาถวายเป็นอันมาก ยิ่งกาลเวลาผ่านพ้นไปความเลื่อมใสในความงามของมุห์เล้ล ก็ยิ่งทวีคูณขึ้น

                             ส่วนมะห์เล้ล ก็มิได้ทะนงตัวว่าเป็นผู้ล้ำเลิศหรือเป็นดั่งเทวดา ดังที่คนหลายคนยกย่องสรรเสริญ ยังคงปฏิบัติตามพระบัญญัติของ อัลเลาะฮ์ ซ.บ. เสมอต้นเสมอปลาย เช่นหัวหน้า           ผู้ปกครองประชาชนทั้งหลายได้ประพฤติปฏิบัติมาตามปกติ

                             มะห์เล้ลได้ล้มป่วยและถึงแก่ชีวิตลงในขณะที่ความงดงามของท่านยังประทับใจต่อผู้พบเห็นอยู่ เขามีบุตรชายสองคน คนพี่ชื่อ บารซู หรือ"อมาอิล" คนน้องชื่อ อักร๊อต หรือยาร๊อต บารซูได้ขึ้นปกครองบ้านเมืองต่อมา เมื่อจัดการฝังศพมะห์เล้ลแล้ว ซาตานได้ล่อลวงบารซูว่า

                            "ท่านปรารถนาจะให้ความยิ่งใหญ่ของท่านและบิดาของท่านยังคงปรากฏอย
จนถึงชนชั้นลูกหลานของท่านบ้างใหม"

                           บารซูได้ฟังซาตานที่จำแลงร่างมาในรูปมนุษย์ มาให้คำแนะนำเช่นนั้นก็สนใจเพราะนับตั้งแต่บิดาของตนสวรรคตแล้ว ผู้คนและเครื่องบรรณาการมากมายที่มายังเมืองบาบิ๊ลก็ลดน้อยลงไปด้วย เขาจึงถามซาตานที่ที่มาในรูปคนมาให้คำแนะนำนั้นว่า

                             "จะทำอย่างไรดี จึงจะเป็นไปอย่างที่ท่านได้กล่าวนั้น"

                             อิบลีส(ซาตาน)แนะนำ ให้ปั้นรูปของมะห์เล้ล ให้เหมือนรูปจริงของท่าน แล้วสรวมเสื้อผ้าอาภรณ์อันมีค่า แล้วตั้งรูปปั้นนั้นไว้ในสถานที่อันทรงเกียรติ์ ประดับประดาด้วยม่านอย่างมีค่า แล้วมีม่านวิจิตรงดงามอีกม่านหนึ่งกั้นไว้ เมื่อมีผู้มายลโฉมก็เปิดม่านให้เขาดู ก็จะมีผู้มาชื่นชมบารมีอีกดังเช่นเดิม สิ่งของเครื่องบรรณาการก็จะตกที่ท่านตลอดไป

                             เนื่องจากการสร้างรูปปั้นได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ประชาชนจึงมีความตื่นเต้นและโจษขานกันไปทั่ว  ประชาชนหลั่งไหลเข้าชมเป็นจำนวนมาก เมื่อข่าวนี้โจษขานไปยังตำบลบ้านเมืองใด ต่างก็พากันเดินทางมายังเมืองบาบิ๊ล พร้อมทั้งนำสิ่งของมาบรรณาการแก่รูปปั้นของมะห์เล้ลดังเช่นเดิม

                             ในชั้นเริ่มแรก ที่เปิดให้ประชาชนชมรูปปั้นมะห์เล้ล ก็เพียงชมเยี่ยงรูปปั้นสวยงามธรรมดา ต่อมามีผู้นำของมาถวายและเคารพด้วย คนอื่นๆก็พากันกระทำตามอย่าง จนการกระทำตามอย่างนี้แพร่หลายกว้างขวางออกไป  บรรดาเจ้าเมืองและข้าราชบริพารจากเมืองห่างไกลต่างก็เคารพบูชารูปปั้นของมะห์เล้ลไปทั่ว ซาตานได้กระพือข่าวไปยังลูกหลานของมะห์เล้ลว่า

                              "พวกท่านสืบเชื้อสายมาโดยตรงจากมะห์เล้ล จึงควรที่จะถวายความเคารพรูปปั้นเช่นเดียวกับพวกเหล่านั้น"

                                  วงศ์วานของมะห์เล้ลต่างก็เห้นด้วย จึงพากันปฏิบัติตามคนหมู่มาก การกราบไหว้รูปเคารพจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา

                                การเคารพรูปปั้นต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นในสมัยต่อๆมา ก็มักมีแนวโน้มมาในเหตุการณ์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน คือ ในชั้นแรกปั้นรูปเป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดีของผู้นั้น ขั้นที่สองก็เคารพบูชา ขั้นที่สาม ก็ถือเป็นสิ่งศํกดิ์สิทธิ์และกลายเป็นศาสนาและขั้นงมงายที่สุดคือ  ถึงขั้นเอารูปเคารพเหล่านั้นมาปลุกเสกเป็นของขลังเครื่องลางต่างๆ

                                ในที่สุดเมือง บาบิ๊ล(บาเบล)ก็ไม่มีผู้ใดพูดถึงบัญญัติของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. เพราะมีเครื่องยึดเหนี่ยวใหม่ คือรูปปั้นของมะห์เล้ล

                              บารซูมีน้องชายชื่อยาร๊อต ยาร๊อตมีบุตรคนหนึ่งชื่อ อัคนุค(เอโนคหรือฮะโนค) ต่อมาที่มีนามใหม่ว่า อิดรีส ในขณะที่เมืองบาบิ๊ลเต็มไปด้วยความงมงาย พระเจ้าได้แต่งต้งท่านเป็นนบีเพื่อเผยแพร่สัจธรรมของพระองค์เพื่อฝื้นฟูพระบัญญัติให้อยู่ในแนวทางที่อาดัมและซีสย์ได้สั่งสอนไว้แต่กาลก่อน แต่หามีใครฟังไม่

                             โดยเฉพาะวงศ์วานของกอบีลที่เคารพบวงสรวงรูปปั้นเป็นศาสนาอย่างหลงไหล การเทศนาสั้งสอนอย่างทุ่มเทของท่านนบีอิดรีสไม่เป็นผล เมืองบาบิ๊ลยังเต็มไปด้วยความงมงายโดยทั่วไป ท่านจึงรวบรวมสาวกที่มีอยู่จำนวนน้อยนิดให้อพยพไปจากเมืองนี้ เพื่อหาแหล่งอาศัยใหม่ที่ดีกว่านี้ สาวกถามท่านว่า

                              "ถ้าพวกเราย้ายไปจากเมืองนี้แล้ว เมื่อไรเราจะได้รับความบริบูรณ์เหมือนบ้านเมืองนี้"

                               "เราไปจากที่นี่แล้ว อัลเลาะฮ์ซ.บ. ย่อมจะทรงให้ความสมบูณ์แก่เรา ณ. ที่แห่งอื่นอย่างแน่นอน"ท่านตอบ

                                 นบีอิดรีสพาสาวกเดินทางข้ามแม่น้ำเมืองบาบิ๊ลไป จนกระทั่งถึงอีกแม่น้ำหนึ่งคือ แม่น้ำไนล์ ในขณะนั้นสองฝั่งของแม่น้ำเป็นแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ และไม่มีใครเป็นเจ้าของ ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระเกียรติ แห่ง อัลเลาะฮ์ ซ.บ.  ณ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น

                               "นี่แหละแม่น้ำ ที่เหมือนแม่น้ำของท่านแต่ก่อน รับไว้ซิ พระเจ้าทรงประทานให้แก่พวกท่านแล้ว"

                              เมืองที่ท่านจากมาเรียกว่า บาบิ๊ล แปลว่า เมืองแม่น้ำ ครั้นเมื่อท่านอพยพมาถึงริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ท่านขนานนามว่า "บาบิ๊ลยูน" คือแม่น้ำที่ใหญ่กว่า และต่อมาเมืองนี้ก็ได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมีความบริบูรณ์ทุกอย่าง ภายในไม่กี่สิบปีเมืองนี้ก็ขยายกว้างขวาง มีการปกครองออกไปถึงสี่เขต ตามกฏหมายศาสนาของท่านนบีอิดรีส และท่านก็แต่งตั้งตัวแทนออกไปปกครอง

                            ท่านมิได้สวรรคต แต่อัลเลาะฮ์ทรงรับท่านไว้อยู่ในตำแหน่งสูงยิ่งในสวรรค์"

                       (25 พระศาสดา อาดัม อิดรีส นุฮ์ ฮูด ซอลิห์ สำนักพิมพ์ ส. วงศ์เสงี่ยม โดยอ้างอิงตั้งแต่เรื่องมนุษย์ทุกคนเป็นลูกหลานของอาดัมในทรรศนะอิสลาม)

                       ฉันพาไลลาเดินทางมาถึงตรงนี้คงจะพอจินตนาการถึงความหลากหลาย จากคนๆเดียวจนถึงคนหมู่มากเริ่มอยู่กันเป็นสังคม เริ่มมีภาษาและการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมาย มีความแตกต่างกันในการใช้วัสดุเครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยที่พิถีพิถันขึ้นจนเป็นเมือง รวมทั้งวิชาความรู้การปกครองที่พัฒนาขึ้น และที่สำคัญมีการเชื่อศาสนาที่สร้างขึ้นเอง  มีการแตกแยกทางความคิดที่ยอมไม่ได้เพื่อรักษาสัจธรรมไว้และสร้างเมืองใหม่ด้วยแรงศรัทธา

                          สัจธรรมอันเป็นแนวทางของอัลเลาะฮ์ ซ.บ. ยังคงดำรงค์อยู่ สิทธิการล่อลวงมนุษย์ก็ยังเป็นของซาตานตามที่พระเจ้าได้ให้สัญญาแก่พวกมันไว้ สิทธิในการเลือกที่หลากหลายเหตุผลมากขึ้นก็ยังเป็นของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ 

                            และอำนาจอันเด็ดขาดแห่งการตัดสินและตอบแทน เป็นของพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงเกรียงไกรในทุกจักรวาลและทุกสิ่งที่มนุษย์คิดเสมอ

                                                    ขอพระเจ้าทรงเมตตา

                                          Abu Abbus bin Hunzah


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
musachiza วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 01.20 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

รับสลามครับครูเงาะ
แล้วผมจะเข้าไปติดตามทีมแม่สะเรียงครับ
ขอบคุณท่านชัยยัสสุที่เข้ามาทักทาย
เยี่ยมเยือนเป็นประจำครับ หากท่านมีอะไรชี้แนะ
ผมและศิษย์กวงในการสนทนา ผมและศิษย์กวง(อันนี้คิดเองครับ)คงจะสนทนากันออกรสชาดขึ้น ด้วยกระผมชื่นชมและ
นับถือในข้อเขียนและการแสดงความคิดเห็นของท่าน หลายข้อคิดเห็นของท่านที่ผ่านมาบางครั้งผมมิได้เข้ามาเขียนตอบ เนื่องจากเห็นว่าข้อคิดเห็นเหล่านี้นั้นมีความเป็นตัวของตัวเองและมีอิสระในทางปัญญาและได้เปิดประเด็นต่อกระทู้ ให้ผู้เข้ามาอ่านข้อคิดเห็นของท่าน ได้เกิดข้อสะกิดใจที่หลากหลายขึ้น
เสมอ
ความคิดเห็นที่ 11
chaiyassu วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

ไม่ได้แวะมานาน
ว้นนี้มาเยี่ยมเยียน
เห็นคุยกับศิษย์กวงออกรสออกชาด
จึงขอนั่งฟังเงียบ ๆ
ความคิดเห็นที่ 10
ศิษย์กวง วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 23.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

อ่ะ..ศิษย์พี่...ชัดเจน..ชัดเจน..

"ถ้าอิสลามกำหนดว่าการศรัทธาในอัลเลาะฮ์องค์เดียวโดยไม่ศรัทธาในบรรดาศาสดาของพระองค์เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วต่อการเข้าสวรรค์ บางทีอิบลีส(ซาตาน)อาจจะได้เข้าสวรรค์ก่อนใครก็ได้ เพราะประการแรก มันปฏิเสธที่จะก้มสุญูด(การแสดงการคารวะ) ต่อผู้อื่น นอกจากอัลเลาะฮ์"
ความคิดเห็นที่ 9
ศิษย์กวง วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

สวัสดีครับศิษย์พี่...
สามหมวดครับ
ขอบคุณ,เหตุผลและจินตนาการส่วนตัว


ปล.ไม่สงวนสิทธิ์หน้าไมค์ครับพี่
ความคิดเห็นที่ 8
kroo-ngoe วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/smcmfb
http://www.oknation.net/blog/my 

อัสลามมุอะลัยกุ้ม ครับ
ข้อความยาวมากครับ ต้องพยายามอ่านมาก

วันนี้บล็อคผมได้อัพทีมแม่สะเรียงแล้วครับเชิญทัศนา

วัสลาม
ครูเงาะ
ความคิดเห็นที่ 7
musachiza วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 03.10 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีและยินดีต้อนรับครับ Kaikhong
ขอบคุณครับที่ตั้งใจอ่าน ขอให้สนุกนะครับ
แต่วันที่ผมเข้าไปบล็อคคุณ วันนั้นกินซุปเห็ดพอดี
อร่อยดีครับ ใส่เกลือเล็กน้อย เบาๆไม่หนักท้องดี
เห็ดก็ให้ความหวานกับน้ำซุป
ความคิดเห็นที่ 6
musachiza วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 02.18 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอตอบคำถามของศิษย์กวงที่ว่า
อิสลามเชื่อในปาฏิหารย์หรือไม่
ขอตอบว่า เชื่อครับ แต่ต้องเชื่วด้วยรากฐานที่ว่า
อำนาจแห่งปากฺหารย์นั้นต้องมาจากอัลเลาะฮ์ ซ.บ.เท่านั้น
หาใช่มาจากอำนาจใดของมนุษย์หรือศาสดาองค์ใดไม่
และบังคับเชื่อซะด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ถึงขั้นถือว่าตกศาสนาเชียว (ตกศาสนาเป็นอย่างไรไม่ขออธิบายนะ)
ถึงขนาดที่นักวิชาการศาสนาต้องออกคำจำกัดความของคำว่า มหัศจรรย์และปาฏิหารย์เชียวละ เช่นว่า ปาฏิหารย์นั้นต้องเป็นเรื่องเหนือจริงมิใช่จะมาอธิบายกันได้ด้วยเหตุผลหรือวิทยาศาสตร์ และต้องมิใช่เรื่องที่ปกติจะเป็นได้ ไม่งั้นนักคิดบางสำนักก็เอาปาฏิหารย์มาอธิบายให้กินกับเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์และกินอิงปัญญาได้ เลยกลายเป็นไม่มีปาฏิหารย์ไป ขอยกปาฏิหารย์อิสลามบังคับให้เชื่อซะเล็กน้อย เช่น นบีมูซา(โมเสส)แยกน้ำทะเลพาชาวอิสราเอลข้ามทะเลแดงหนีพวกอียิปต์จริง จะมาบอกน้ำลดหรือปรากฏหารณ์พิเศษธรรมชาติไม่ได้ ต้องเชื่อว่า อัลเลาะฮ์ให้เกิดปาฏิหารย์นั้น ต้องเชื่อว่ามัรยัม(มาเรีย)เป็นหญิงบริสุทธิ์ ต้องเชื่อว่า นบีอีซา(พระเยซู)เกิดมาโดยไม่มีพ่อ เช่นเดียวกับนบีอาดัม ฯ
แต่นบีมูฮัมหมัดนั้นไม่มีปาฏิหารย์ใดแสดงเรื่องที่ใหญ่หลวงเกินจริงชัดเจนเท่านบีที่กล่าวถึงและไม่ได้กล่าวถึงอีกหลายคน ยกเว้นอัลกุรอานเท่านั้นที่ถือว่าเป็นปาฏิหารย์ เพราะเป็นคัมภีร์แห่งวิทยปัญญา โดยผ่านทางศาสนทูตผู้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ยินดีที่ได้ตอบคำถามครับ หากไม่ละเอียดในประเด็น ผมยินดีรับฟังข้อโต้แย้งในกรอบของคำถามนี้ครับ
ชอบคำถามศิษย์กวงครับ
ความคิดเห็นที่ 5
kaikhong วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kaikhong

ผมพยายามอ่านตั้งแต่เมือคืนแล้วครับ แต่มีคนมากวนซะก่อน เลยได้มานั่งอ่านตอนนี้ ชอบแนวนี้ฮะ
ความคิดเห็นที่ 4
ศิษย์กวง วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

เขียนหลังไมค์..ตอบหน้าไมค์ก็ได้ครับ
แต่ศิษย์พี่ช่วยเกลาคำถามหน่อยนะ
ตะเดี๋ยว..ผมโดนถล่ม...
ความคิดเห็นที่ 3
musachiza วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณครับ คุณศิษย์กวงและคุณ cozy ที่แวะมาทักทาย
ผมขอเท้าความเรื่องในประเด็นตอนนี้ซักนิดนะครับว่า
ขณะที่เราได้เดินทางมาถึงตรงนี้นั้น มนุษย์ เพิ่งรู้จักการกราบไหว้วัตถุขึ้นเป็นครั้งแรก เรายังไม่รู้ว่าชนชาติเหล่านี้เป็นใครเชื้อชาติใดสีผิดใด เพราะไม่มีหลักฐานใดเหลือให้พิสูจน์นอกจากการคลำเอาจากเค้าของแต่ละคำภีร์ที่กล่าวถึง สิ่งที่แน่ชัดก็คือ คนเหล่านี้สืบเชื้อสายมาจาก อาดัม แล้วกระจัดกระจายไปตั้งหลักแหล่ง ไม่มีข้อพิสูจน์ใดชัดเจนว่า จากนบีอาดัม(ขอสันติจงมีแด่ท่าน)ถึงท่านนบีอิดรีส(ขอสันติจงมีแด่ท่าน) ห่างกันกี่ร้อยกี่พันปี แน่ชัด เพราะอัลกุรอานมิได้ให้ข้อมูลในด้านนี้ นอกจากสาระของเรื่องเท่านั้น
ถ้าจะนับเวลาจากพระคัมภีร์เดิมอาจพอเรียบเรียงจากเรื่อง อาดัมจนถึงชั่วอายุของเอโนค(อิดรีส) ก็อาจทำได้เพราะในพระคัมภีร์เดิมนั้นมีการระบุระยะเวลาชั่วคนไว้อย่างต่อเนื่อง
ยุคที่กล่าวถึงนี้ ยังไม่มีชนชาติยิวเกิดขึ้นในโลกครับ
ความคิดเห็นที่ 2
cozy วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
dextropropoxyphene, methadone,nalbuphine, pethidine, pentazocine buprenorphine, dextromoramide,chlormethiazole. f**k it, we would've injected vitamin C if only they'd made it illegal.

คราวที่พวกยิวปั้นวัวทองยุคโมเสสก็ทีละนะฮะ

ไม่เคยจำเลย ชอบละเมิด
ความคิดเห็นที่ 1
ศิษย์กวง วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 03.15 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

มาแระ มาแระ ศิษย์พี่
น้องชายปรับแต่เรื่องง่ะ
ป๊ะ..

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31