• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 198
  • จำนวนผู้ชม : 28332
  • จำนวนผู้โหวต : 32
  • ส่ง msg :
more
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball
วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม 2551
อิบรอฮีม(อับราฮัม)ในวัยเด็ก(จากคัมภีร์อักุรอานของมุสลิม)
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 134 , 20:29:23 น.   | หมวดหมู่ : จดหมายถึงน้องฉบับที่18จุดเริ่มต้นของศาสนา ยิว คริสต์ อิสลาม  
พิมพ์หน้านี้


                        Ziggurat สิ่งก่อสร้างในอิรัคที่มีมาตั้งแต่ยุคของท่านนบีอิบรอฮีม

                  เรื่องของท่านนบีอิบรอฮีม ที่อัลเลาะฮ์ (ซ.บ) ทรงดำรัสถึงในอัลกุรอานนั้น  เหมือนกับท่านนบีองค์อื่นๆ  คือ มิได้เล่าเรียงเรื่องไปตามลำดับในแต่ละบท  แต่ละโองการที่เกี่ยวกับท่านอยู่กระจัดกระจายในหลายบทด้วยกัน และมิได้เรืยงลำดับก่อนหลังของเหตุการณ์  ฉันทำได้ก็เพียงลำดับเรื่องราวแล้วนำแต่ละโองการมาเรียงร้อยเหตุการณ์ก่อนหลังเท่านั้นเพื่อให้ไลง่ายในการตามอ่าน

                     "2,000 ปีก่อนคริสตกาล  หรือประมาณ 4,000 ปีที่ผ่านมา  อิบรอฮีมได้เกิดมาดูโลกที่เมือง เออร์(Ur)  ซึ่งอยู่ในอิรัคปัจจุบัน  พ่อของท่านชื่อ อาซัร เป็นหัวหน้านักบวชผู้มั่งคั่งจากการปั้นเทวรูปต่างๆขายให้แก่ผู้คนทั่วไป

                     กษัตริย์ นัมรู้ดหรือ นิมร้อด  หัวหน้าเผ่า ซามีรี(เซไมท์) เป็นผู้ปกครอง  นัมร้ดมิได้เพียงแต่ไม่นับถือพระเจ้า  ท่านยังตั้งตัวเองเป็นพระเจ้า  ปั้นรูปตัวเองแจกไปยังเมืองต่างๆ ให้ผู้คนกราบไหว้  ท่านมีความหลงไหลในเรื่องไสยศาสตร์ และโหรศาสตร์อย่างมาก แม้วิชาการในด้านต่างๆจะเจริญก้าวหน้าอย่างมีเหตุมีผลก็ตาม

                     อิบรอฮีม เป็นเด็กฉลาดช่างคิด  เขาสังเกตุเห็นผู้คนเคารพสักการะ เทวรูปหินหรือไม้แกะสลักเหล่านั้นเขาเริ่มสงสัยว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นพระเจ้าจริงหรือ

                      อัลเลาะฮ์จึงทรงให้อิบรฮีมสังเกตเห็นชั้นฟ้าและแผ่นดิน  เพื่อทำให้อิบรอฮีม มีความมั่นคงในสิ่งที่เขาคิด"

                         (ประวัตินบี ในอับกุรอาน โดยบรรจง บินกาซัน น.31)

                 -"และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมได้กล่าวแก่บิดาของเขา คือ อาซัรว่า ท่านจะยึดเอาบรรดาเจว็ดเป็นพระเจ้ากระนั้นหรือ  แท้จริงฉันเห็นว่าท่านและกลุ่มชนของท่านนั้นอยู่ในกลุ่มผู้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง"-

                 -"และในทำนองนั้นแหละ   เราจะให้อิบรอฮีมเห็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ (ของอัลเลาะฮ์) ในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน  และเพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้หนึ่ง  ในหมู่ผู้ที่เชื่อมั่นทั้งหลาย"-

              -"ครั้นความมืดและกลางคืนปกคลุมเขา  เขาได้เห็นดวงดาวดวงหนึ่ง  เขากล่าวว่า นี่คือพระเจ้าของฉัน  แต่เมื่อมันหายลับไป เขาก็กล่าวว่า ฉันไม่ชอบบรรดาสิ่งที่หายลับไป"-

              -" ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงจันทร์กำลังขึ้น    เขากล่าวว่า นี่คือพระเจ้าของฉัน  แต่เมื่อมันหายลับไป  เขากล่าวว่า  ถ้าพระเจ้าของฉันมิทรงให้ทางนำฉันแล้ว  แน่นอนฉันจะกลายเป็นคนหนึ่งในกลุ่มชนที่หลงผิด"-

               -"ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงอาทิตย์กำลังขึ้น  เขาก็กล่าวว่า นี่คือพระเจ้าของฉันนี่แหละใหญ่กว่า แต่เมื่อมันหายลับไป  เขาก็กล่าวว่า โอ้กลุ่มชนของฉัน  แท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกเจ้าตั้งภาคีขึ้นแก่อัลเลาะฮ์"-

                -" แท้จริงฉันขอผินใบหน้าของฉัน  แด่พระผู้สร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินในฐานะที่ใฝ่หาความจริง  และฉันไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีแก่อัลเลาะฮ์"-

                                        (อัลกุรอาน6/74-79)

               Ziggurat สิ่งก่อสร้าง ที่เมือง Ur โครงสร้าง เท่าที่หลงเหลือในอิรัคปัจจุบัน ซึ่งทหารฝ่ายรุกรานบุกยึดได้และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ต่อตอนหน้าครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
musachiza วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 13.35 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

@ศิษย์น้องที่รักครับ เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนี้ของศิษย์น้องโดยเฉพาะยุคกรีกโรมัน เรืองอำนาจ ก็จะเอารูปปั้นของผู้ปกครอง ไว้ตามเมืองใต้อำนาจเสมอ แต่ในสายของอิสลาม การเริ่มต้นเรื่องนี้เกิดจากการระลึกคุณงามความดีของผู้จากไปก่อน อยู่ในเรื่อง "กำเนิดการนับถือรูปปั้นครั้งแรกของมนุษย์" ในฉบับที่14 แต่ละยุคที่ย้อนกลับมากราบไหว้รูปปั้นถัดมานั้นก็มีสาเหตุต่างกันไป สิ่งที่ศิษย์น้องกล่าวมาก็เป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในยุคของท่าน นบีอิบรอฮีม(ขอสันติจงมีแด่ท่าน)
@ ท่านเคยโดนลงโทษหรือเปล่า ขอเท้าความซักนิดนะครับ อับราฮัมหรืออิบรอฮีมนี้เป็นรากฐานของมนุษยชาติยุคอารยธรรมตามทัศนะของฝ่ายนับถือพระเจ้าองค์เดียว พระคัมภีร์เดิม กล่าวถึงท่านตอนที่ท่าน เข้าสู่วัยแต่งงานแล้วเป็นจุดเริ่มต้นเล่า "จ.ม.ถึงน้องฉบับที่18"จุดเริ่มต้นของศาสนายิวคริสตอิสลาม"

----มีแต่เพียงในคัมภีร์อัลกุรอานเท่านั้นที่กล่าวถึงท่านในวัยเด็ก ในตอนนี้"อิบรอฮีมในวัยเด็ก" ถ้าถามว่าท่านเคย ถูกลงโทษหรือเปล่า ผมขอตอบว่ายังครับ เพราะไม่มีโองการใดชี้ได้ว่าท่านเคยถูกลงโทษในตอนนี้
ผมขอพูดในทัศนะผมนะครับ อย่างที่ผมบอกแหละว่าอัลกุรอานเล่าเรื่องทั้งหมดเพื่อจุดมุ่งหมายด้านความเชื่ออันบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าองค์เดียว ทุกอย่างเป็นศัพท์อาหรับล้วนแม้จะกล่าวถึง ชื่ออารยธรามอื่นๆ เช่น โมเสส ก็มูซา โซโลมอนก็สุลัยมาน ยิวก็ยะฮูดี คริสต์ ก็นัสรอนี เพื่อให้คัมภีร์อ้างอิงอธิบายทุกอย่างจากเนื้อหาของตัวเอง โดยมิให้พึ่งพิงคัมภีร์ใดๆ อีก
ในความคิดเห็นผมผมคิดว่า นิมร็อด หรือกษัตริย์นัมรูดนั้น น่าจะหมายถึง นิมมู น่าจะเป็นยุค ชนชาวอัคคาเดี้ยน เรืองอำนาจ สรุปภาพว่ายุคนั้นผู้คนกราบไหว้รูปเคารพเชื่อในสัยศาสตร์และวัตถุบูชา และศาสนานับถือพระเจาองค์เดียวที่เป็นสัญญานับตั้งแต่ยุคอาดัม และโนอาห์ได้หายไปจนไม่เหลือร่องรอยให้ถามถึงอีกแล้ว
และเด็กชายที่ชื่ออิบรอฮีมนี่แหละที่เริ่มต้นสงสัยในความเชื่อเรื่องการนับถือรูปปั้นรูปเคารพ ท่านจึงกลายเป็นผู้ฟื้นฟูความเชื่อนี้กลับมา
จะเห็นได้ว่า อัลกุรอานบอกข้อขัดแย้งนี้โดยผ่านการเล่าแบบบทสนทนาระหว่างท่านกับบิดาของท่าน
และอัลกุรอานได้กล่าวว่า
-"และในทำนองนั้นแหละที่เรา(อัลเลาะฮ์)จะให้อิบรอฮีมเห็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ ของอัลเลาะฮ์"-
และการที่เป็นเด็กที่ฉุกคิดและตรงไปตรงมาอย่างโดดเดี่ยวในยุคนั้น ที่จะค้นหาความเชื่อที่จะมอบศรัทธาให้ อัลเลาะฮ์จึงจะทรงช่วยเหลือเขาให้ค้นพบ(แต่ในตอนนี้(อิบรอฮีมในวัยเด็ก)ท่านยังไม่ได้ค้นพบอะไร นอกจากคิดว่าการเคารพรูปปั้นนั้นเป็นสิ่งที่หนุ่มน้อยอิบรอฮีมรับไม่ได้)
------และอัลกุรอานก็กล่าวถึงการแสวงหาความเชือที่เขาจะมอบศรัทธาให้ ตั้งแต่ดวงดาว ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ (ขอย้ำว่าเรื่องที่พูดนี้ก่อนยุคศาสดาใหญ่ๆทุกระองค์จะเกิดนะครับ ไม่ว่าจะยิว พุทธ คริสต์ อิสลาม) แต่เขาก็เห็นข้อบกพร้อง ต่อการที่จะมองศรัทธาให้แก่สิ่งเหล่านี้
และสิ่งที่เขาค้นพบก็คือ เขาควรที่จะมองศรัทธาแก่ผู้ทรงสร้างทุกอย่างนี้ให้มีขึ้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่า อิบรอฮีมเริ่มแยกความเชื่อของตนเองออกเป็นสองสิ่งคือ ผู้สร้าง กับสิ่งที่ถูกสร้าง โดยสรุปว่าผู้สร้างนั้นย่อมเป็นอนันตสมบูรณ์นั้นมีเพียงองค์เดียวโดยไม่มีภาคีหรือหุ้นส่วนในอำนาจกับใครทั้งสิ้น คือผู้ที่เป็นพระเจ้าที่เขาจะมอบศัทธาและชีวิตให้ ส่วนสรรพสิ่งที่เห็นทั้งหลายนั้นเป็นแค่สิ่งถูกสร้างที่มีเกิดและก็ดับไป ไม่มีสิ่งใดที่คู่ควรแก่มนุษย์ที่จะมอบชีวิตหรือศรัทธาให้ หากถามว่าพระเจ้าช่วยเหลือเขาอย่างไร ในตอนนี้ ก็คือ ช่วยเหลือให้เขาสรุปความคิดว่าจะนับถืออะไรดีได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องค้นหาอีกต่อไป
Ziggurat ที่คงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เท่าที่ผมคิด ก็คงไม่มประโยชน์อันใดในความเชื่อต่ออิสลามนอกจากรองรอยประวัติศาสตร์ ถ้าทางสถาปัตย์ก็งยืนยันความก้าวหน้าของมุนษย์ในด้านนี้เมื่อห้าพันปีที่แล้ว อาจอธิบายประกบกับปิรามิตของอียิปต์แก่นักโบราณคดี อาจเป็นโบราณสถานที่คนในชาติหวงแหนแม้ศาสนาหรือความเชื่อที่เกี่ยวกับ ซิกกูเรด จะหายสาปสูญแล้ว เหมือนคนไทยหวงแหนเขาพระวิหาร
เป็นที่ระลึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของ ยิวคริสต์ อิสลาม สามศาสนานี้รู้เรื่องเบื้องหลังของเมือง Ur ดีว่าเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นสถานที่ตั้งต้นความคัดแย้งที่มีอยู่ในปัจจุบันในหลายเรื่อง
ความคิดเห็นที่ 8
ศิษย์กวง วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

หวัดดีฮะ..ศิษย์พี่..
เท่าที่เคยรับทราบมา "สมัยก่อน"..ที่มีการนับถือ
เทวรูปหรือรูปปั้น...แสดงถึงการแผ่บารมีและอำนาจ
เพราะต้องการควบคุมประชาชนให้อยู่ภายใต้อำนาจ.
ไม่ให้กระด้างกระเดื่อง...การที่ท่านอิบรฮีมมีความคิดที่
แตกต่าง..ท่านเคยโดนลงโทษหรือเปล่าครับ..และอัลเลาะฮ์...ทรงช่วยเหลือเขาอย่างไรบ้าง..
Ziggurat..ที่คงเหลืออยู่ในปัจจุบัน..ใช้ทำประโยชน์ด้านใดบ้างครับ...
ความคิดเห็นที่ 7
musachiza วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 17.20 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

@ ของคุณดีเจพะโล้ที่แวะมาทักทายให้เห็นหน้าเห็นตากัน
@ขอบคุณครูส้มครับที่แวะมาอ่าน และทักทาย
@ขอบคุณคุณchedtha ครับที่แวะมาทักทาย แล้วผมจะแวะไปชมรูปสวยๆและความสุขที่ท่านนำมาเผื่อแผ่
ความคิดเห็นที่ 6
musachiza วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับทุกท่านที่แวะมาอ่านจดหมาย
@~ขอบคุณท่านลานเทวาครับที่แวะมากทาย
@ แม่สีไฟดีใจครับที่เกิดคำถาม
หากเกิดคำถามเรื่องความแตกต่างระหว่างยิวคริสต์อิสลาม จากจุดเริ่มต้นตั้งแต่ยุคอับราฮัมหรือที่อิสลามเรียกว่าอิบรฮฮีมนี่แหละครับเป็นจุดเริ่มต้นร่วมกัน ที่มีบันทึกถึงประวัติของท่านทั้งในพระคัมภีร์เดิมของชาวคริสต์และ คัมภีร์อัลกุรอานของอิสลาม เรื่องจะเหมือนหรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนผมจะค่อยๆเอาข้อมูลทั้งสองมาให้คุณอ่าน หากมีเวลาแวะมาบ่อยๆนะครับ เมื่อคุณอ่านแล้วคราวนี้คุณจะมีข้อมูลในการตัดสินใจว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไรด้วยตัวคุณเอง แต่ถ้าอยากเข้าใจแบบคร่าวๆหากมีเวลาก็เข้าไปที่ "จดหมายถึงน้องฉบับที่3" จะมีเรื่อง "ยิวคริสต์อิสลามพระเจ้าองค์เดียวกันหรือเปล่า" และเรื่อง"ทำไมถึงแยกกันเป็นสามศาสนา" (สารบัญซ้ายมือครับ)และก็ฉบับที่18 "เรื่องจุดเริ่มต้นของยิวคริสต์อิสลาม"
ด้วยความขอบพระคุณยิ่งในข้อสงสัยของคุณแม่สีไฟ
ความคิดเห็นที่ 5
chedtha วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 02.13 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

Ziggurat น่าอัศจรรย์จริงๆ สวยแปลกตากลางทะเลทราย


----------------------------------------
เชิญไปชมภาพครับ วันนี้อัพบล๊อก 2 บล๊อกพร้อมกัน ทั้ง chedtha และ chedtha3

ล่องเรือ เที่ยวเกาะ Fraueninsel, Germany ตอนที่ 2
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/07/17/entry-1

ซุ้มกุหลาบ... ที่นั่งพักผ่อนสำหรับคนมีความรัก
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2008/07/17/entry-1



ความคิดเห็นที่ 4
ครูส้ม วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 00.32 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ได้ความรู้ใหม่ที่นี่จริงๆค่ะ
ขอบคุณในข้อมูล
ที่ไม่ค่อยได้มีให้อ่านกันมากนัก
ความคิดเห็นที่ 3
ดีเจพะโล้ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 22.04 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

มาเยี่ยมเยี่ยนทักทายด้วยไมตรีจิต ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
แม่สีไฟ วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ต้องย้อนไปอ่านเอนทรี่เก่า ๆ แล้วค่ะ

บางทีก็ยังมึน ๆ เรื่องความแตกต่างระหว่างศาสนา
อิสลาม และ ยิว(ยูดาย)

พระเจ้าองค์เดียวกันป่ะนะ เหมือนว่าจะที่มาคล้ายกัน

ขอบคุณข้อมูลค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1
ลานเทวา วันที่ : 16/07/2008 เวลา : 20.55 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ได้ความรู้ อีกแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31