• สีน้ำฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 29890
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
สิรินทร์ จิตรเกษม
นวนิยาย เรื่องสั้น รังสรรค์หนังสือ สื่อความนัย หัวใจติดดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dreamland
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม 2554
Posted by สีน้ำฟ้า , ผู้อ่าน : 1264 , 21:56:14 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

;*'^'~*-.,_,.-* ... *-.,_,.-*~

 

“แถดๆๆๆๆ ... แถด แถ้.....“ เสียงปี่ดังกังวาน ตามด้วยเสียงทับ เสียงรัวกลองและเครื่องดนตรีอื่นประกอบเป็นจังหวะเร่งเร้า รื่นเริง เสียงแถ้ดแถ้แตรตรอยดังลอยอยู่ในสายลมจังหวะคึกคักชวนให้ยึกยัก ขยับไหล่ตาม ตาชาติ ชายร่างผอม สูง ผมขาวโพลนนั้นถูกตัดสั้นเหมือนทิดสึกใหม่ เขาสวมกางเกงเลสีเขียวที่โดนแดดจนจางเกือบไม่รู้ว่าเป็นสีเขียว กับเสื้อยืดสีขาวตุ่นๆ คอผุกร่อนย้วยไม่เป็นรูปทรง ผ้าขาวม้าพาดบนไหล่ขวา พอมันไหลจะร่วงตามแรงลมที แกก็จะจับพาดกลับขึ้นไปใหม่ที

เขาสาวเท้าเดินบนฟุตบาธที่เป็นดินแดงโรยกรวดเสียงลากรองเท้าดังสวบๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าเหี่ยวย่นยิ้มกริ่ม หยีตาสู้แดด สู้ลม ท่าทางของพอใจกับเสียงมโหรีปี่กลองที่ได้ยิน ร่ำๆ จะยักไหล่แต่ไม่ทำ ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักๆ ตามจังหวะ เขากำลังไปยังบ้านที่เป็นต้นเสียง จากถนนใหญ่เลี้ยวตามทางเดินเท้าผ่านต้นมะขาม ต้นมะม่วง ที่ยืนต้นสูง ใบแผ่เขียวครึ้มบังแดดบ่าย ลมพัดเบาๆ เย็นสบาย

จากถนนเข้าหาบ้านทรงไทยที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ กรงนกหัวจุกแขวนเด่นอยู่ใกล้เสาเรือนทิศเหนือ เพื่อนบ้านหลายคนนั่งที่เก้าอี้ไม้ยาวคั่นระหว่างเสาเรือนต้นหนึ่งไปจรดเสาเรือนอีกต้นหนึ่ง ผู้ใหญ่คุยกันอยู่ม้านั่ง

ลึกเข้าไปในลานโล่งใต้ถุนเรือนไทยแฝดซึ่งปูพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดเป็นเงาวับโล่งเป็นทางยาว เด็กสาววัยสิบเก้าปีหกคน แต่งกายด้วยเสื้อสีขาว นุ่งโจงกระเบนสีแดงเข้มเหมือนเเปลือกมังคุด กำลังร่ายรำตามจังหวะดนตรีจากเครื่องเล่นเทป เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ กันมองพวกเธอยกเท้าย่ำซอยอยู่กับที่ ตั้งวงจีบจากหน้าอกไปปล่อยจีบเมื่อสุดปลายแขน ลีลาการสะบัดแขนไปมารวดเร็ว พร้อมเพรียงกันและเป็นไปอย่างอ่อนช้อย เข้ากับจังหวะดนตรี

ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกัน ยายมาคนข้างบ้าน ยายแช่ม นั่งอยู่ก่อนแล้วตาชาติเดินไปนั่งตรงม้านั่งที่ยังมีที่นั่งว่างอยู่ ยายมากับยายแช่มเอียงเข้าหากันจนหน้าผากแนบชิดซุบซิบๆ ตาชาติเพิ่งมาถึงนั่งยิ้มฟันหลอ สายตาจับจ้องไปที่หลานสาวตัวเองซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่รำอยู่ ตาเทพนั่งที่เก้าอี้ไม้สักถัดออกไป มองดูเด็กๆ ฝึกซ้อมการรำมโนราห์อย่างตั้งใจ นอกจากตาเทพ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน กับดวงดาว หญิงสูงวัยที่หน้าตาสดสวยเหมือนเด็กวัยรุ่น รูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ทำให้เธอน่ามองยิ่งนัก ดวงดาวหรือโนราห์ดวงดาว ครูฝึกของเด็กกลุ่มนี้

รอจนกระทั่งบทรำของเด็กสาวจบลงด้วยจีบมือไว้ระดับเอว แขนอีกข้างเหยียดตรงออกไปข้างลำตัวกระดกปลายนิ้วมือขึ้น ซอยเท้าถี่ๆ ตีวงโค้งหายไปทางเสาเรือนตรงกลางบ้านสองมุมเสา ทำเหมือนกับหายลับไปหลังม่าน แม่ครูจึงหันไปทางเด็กหนุ่มที่นั่งเฝ้าเทปอยู่ พยักหน้าส่งสัญญาณให้ปิดเสียง

คนนั่งเฝ้าเทปรู้งานมองสบตาเมื่อได้จังหวะก็ปิดเครื่องเสียง ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ก่อนเด็กหนุ่มจะลุกขึ้นยืด ส่งเสียงอื้อๆ อ้าๆ ยืดเส้นยืดสาย เขาบิดลำตัวไปทางซ้ายที ทางขวาที แล้วเดินมาสมทบกลุ่มผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ โดยการนั่งจุมปุกลงขัดสมาธิกับพื้นข้างตาเทพ ยิ้มแป้นแร้นก่อนจะนวดเบาๆ ที่ขาอย่างเอาใจ

เด็กสาวทั้งหกคนตามมานั่ง ห้าคนตีวงนั่งพับเพียบเรียงกันเป็นระเบียบต่อหน้าผู้ใหญ่ จะมีก็หนูลี หรือดาราวลี ชลาศัย เป็นลูกแม่ครู เป็นหลานตาเทพ ยอบกายไปนั่งอีกฝั่งเก้าอี้ของเด็กหนุ่มข้างๆ หันหน้ามายิ้มกับเพื่อนๆ

“พอแข้นได้ไหมตา ยาย” เธอเงยหน้าจนคอตั้ง ‘แข้น’ เป็นภาษาถิ่นใต้ หมายถึงพอใช้ได้ไหม ดาราวลีถามถึงผลงานตัวเองและเพื่อนๆ ที่รำจบไปพอใช้ได้หรือเปล่า

“แข้นๆ แล้ะ ซ้อมหล้ายวันแล้วนิ ครูน่าอียอมจบโรงเรียนแหละ” ตาเทพตอบแบบไม่ให้ท้ายใคร แล้วบอกต่ออีกว่า ก็เห็นซ้อมรำกันมาตั้งหลายวันแล้ว พูดเป็นเชิงประชดประชันเล็กๆ ว่ายังไงครูก็ให้เรียนจบแหละไม่ใจร้ายให้สอบตกหรอก

“ตา...” ผู้เป็นหลานโอดอุทรณ์ อยากได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่านี้ ค้อนขวับให้ตา แล้วขยับไปประจบแม่แทน

“แม่หละว่าพันผรือหม้างวันนี้”

“ได้แล้..ไปตะ พากันไปกินข้าวกินปลา แม่เตรียมไว้ให้แล้ว” แม่ครูพอใจผลงานของลูกๆ หลานๆ ที่ซ้อมกันมาหลายวัน จึงไม่พูดอะไรมาก ใช้ให้หนูลีพาเพื่อนไปหาของกิน ดาราวลีจึงพยักหน้าพากันเฮโลเข้าครัว ไม่เว้นแม้เด็กหนุ่มที่ทำท่าประจบตาเทพอยู่แหม็บๆ ก็ลุกไปกับเขาด้วย

"ไปโหมเรา ไปกินข้าวกัน" อดิศักดิ์เด็กหนุ่มคนเดียวในกลุ่มเด็กหญิง พยักหน้า เด็กที่นั่งพับเพียบกันอยู่ยันตัวลุกขึ้น เขาพูดภาษาถิ่นสำเนียงใต้ชัดถ้อยชัดคำ โหมเรา แปลว่าพวกเรา

"ขอบคุณค่ะ แม่ครู" เด็กๆ ยกมือไหว้ก่อนแยกย้ายกันเดินไปที่ห้องครัว ซึ่งอยู่มุมสุดของเรือน

“ปีนี้เขามีโทรทัศน์มาถ่ายทอดสดแน่เห้อ ตาเทพ” ยายแช่มเช็ดน้ำหมากที่มุมปากหลังจากพูดจบ

“พรรค์นั้นแล้ เห็นครูที่โรงเรียนมาบอกฉันให้เตรียมตัว เขาจะสัมภาษณ์ออกโทรทัศน์”

“ช่องไหนนะ ฉันลืมแหล้ว” ตาชาติถาม มือจับผ้าขาวม้าที่กำลังจะหล่นสะบัดขึ้นพาดบ่าเหมือนเดิม

“ช่องสิบหก ปีนี้ครบรอบปีที่หกสิบของวิทยาลัย เขาจัดงานใหญ่ รัฐบาลสนับสนุนให้จัดเวลาทีวีให้เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการถ่ายทอดสด ให้เวลาแต่ละวิทยาลัยประมาณสิบห้านาที ทางวิทยาลัยของเราเลือกช่วงรำโนราห์”

“แล้วเขาก็จะถ่ายคนดูกันหม้าย ฉั้นจะแต่งตัวสวยๆ ไปนั่งแถวหน้า” ยายมาว่า

“ดีๆ คนบ้านนอกอย่างเราจะได้ออกทีวีโดยไม่ต้องไปประท้วงกลางถนน ฮ่าๆๆ “ ลูกคู่คอยรับ อีกทั้งคอยยกผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากกลัวน้ำหมากหก

“เออ พรรค์นั้นแล้ะ” ตาเทพพูดจบ จู่ๆ ยายมาก็ค้อนควับ ลุกขึ้นยืน

“ฮ่าย..ตาเทพเขาออกมานับครั้งไม่ถ้วนคงไม่ตื่นเต้นแล้วหละ ฉั้นไปตลาดดีกว่า ว่าอีหาผ้าใหม่มาให้นางอร เย็บเสื้อให้ใส่ อีได้มีเสื้อใหม่ใส่ไปงานโรงเรียน”

“เขาเรียกวิทยาลัย..” ยายแช่มพูดไม่ทันจบ ยายมาออกเดินสะบัดชายผ้าถุงดังพรั่บๆ เสียแล้ว ยายแช่มเลยต้องออกเดินตาม

“ไปกั๊น ยายมา” ตาชาติลุกขึ้นจับผ้าขาวม้า คราวนี้เปลี่ยนมาคลี่ออกจนสุดความยาวแล้วผูกคาดไว้ที่คาดพุง เดินตามไปด้วยอีกคน

“ฉั้นก็อยากได้มั่ง ซื้อผ้ามาแล้ว นางอร สะใภ้ใหม่แก คิดหลายบาทไหมยายมา”

“ฉันไม่รู้ราคาหรอก แต่คงไม่แพง ฉันเห็นลูกค้ามันแน่นทุกวัน พวกมาทำแล้วนั่งรอเลยก็มี ฝีมือมันดีนาเด็กคนนี้..”

เสียงสนทนาเงียบไป เหลือแต่เจ้าบ้านนั่งมองหน้ากัน แล้วหันไปดูเด็กๆ ซึ่งกำลังเดินสวนกันไปมาเสียงชามช้อนกระทบกันดังก้องแก้งอยู่ในครัว บ้างก็เดินถือจานกับข้าวออกมาวางบนโต๊ะ หน้าห้องครัว ทั้งแม่ครูดวงดาวกับตาเทพ มองไปยังเด็กๆ ที่สาละวนกับอาหาร แล้วถอนสายตากลับมามองสบตากันยิ้มๆ รอยยิ้มของแม่ครูเปี่ยมไปด้วยความหวัง ส่วนรอยยิ้มของตามั่นคง เด็ดเดี่ยว ตามลักษณะของผู้รู้จริง

อย่างไรเด็กพวกนี้ก็คืออนาคตของโนราห์ และอย่างน้อยหนูลีก็จะเป็นผู้นำและนำทีมเพื่อนๆ ให้ยังคง
อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านนี้สืบไปจากตาและแม่ต่อไปแน่นอน

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

 

     เลยเวลาเลิกเรียนไปนานแล้ว แต่วันนี้เป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนทำให้นักเรียนหญิงทั้งคู่ออกมาช้ากว่าปกติ เพื่อนคนอื่นๆ กลับกันไปเกือบหมด โรงเรียนมัธยมแห่งนี้ ดูเงียบเหงา ไร้เสียงเจี้ยวจ๊าวของเด็กวัยซุกซน ตวงพร ชลาศัย เดินจูงมือมากับพรศิริ แก้วกันยา พอถึงหน้าโรงเรียนก็ปล่อยมือจากกัน เพราะบ้านของเธอทั้งสองไม่ได้ไปทางเดียวกันอีกแล้ว

“กลับดีๆ นะศิริ ให้เรานั่งรถเมล์ไปส่งหรือเปล่า” นางสาวพรศิริ แก้วกันยา คนที่ผูกผมเป็นพวงหางม้ายิ้มแล้วส่ายหน้าจนหางม้าไกวไปซ้ายที ขวาที

 “นี่ ฉันไม่ใช่คุณหนูขนาดนั้นนะยะ” ปากก็เธอตอบเพื่อน ปิดเปลือกตาบดบังรอยยิ้มสดใสของดวงตากลมโตสะบัดหน้าไปอีกทาง

“ฮะๆๆ ก็เห็นทุกทีมีรถมารับแล้วทำไมวันนี้ต้องกลับเองนี่นา เป็นห่วง” เด็กสาวอีกคนหน้ากลม แต่ตาเรียวเล็ก ผมสั้นแค่ระต้นคอ เปิดหน้าผากกว้างให้เห็นตาชั้นเดียวชัดเจน

“เหอะ ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันนั่งรถเมล์เป็นนั่นแหละ แหม..”

“ก็คุณป้า..”

“เอ๊ะ ..ยัยนี่” พรศิริท้าวสะเอว มองเพื่อนเจ้าปัญหา

“ฉันแค่โชคดี ที่แม่แต่งงานใหม่กับคนที่รวยกว่าเดิม ฉันยังเป็นคนเดิม ไม่ใช่คุณหนูมาจากไหน ฉันยังเป็นยัยศิริที่เล่นกับเธอมาตั้งแต่เด็ก เรายังสนิทสนมกัน เรายังเป็นเพื่อนรักกันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเปลี่ยน แล้วไม่ต้องกลัว กะอีแค่นั่งรถเมล์ ฉันหลงมาแล้วบ่อยไป” ตวงพรยืนนิ่งๆ มองหน้าเพื่อนแล้วหัวเราะ

“เออ จริง เธอหลงทางมาแล้วบ่อยไป ฮ่าๆๆๆ”

“แต่ฉันก็ยังเป็นห่วง บอกไม่ถูกว่าห่วงอะไร สงสัยฉันดูละครมากไปหน่อย ถึงคิดแต่ว่าทันทีที่เธอได้เป็นลูกเลี้ยงคนรวย แล้วจะถีบหัวฉันส่ง”

“ยัยบ๊อง” ศิริยกมะเหงกใส่ ตวงเอี้ยวตัวหลบ รถเก๋งสีเงาวับมาจอดเทียบ ทั้งสองสะดุ้งโหยง เพราะกำลังเล่นกันเพลิน เงียบเสียงมองตามประตูรถเก๋งบีเอ็มดับบลิวที่วิ่งมาจอดเสียชิด

ชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาหล่อเหลา คิ้วดกสีดำเข้ม ดวงตาดำขลับเป็นประกาย ยิ้มของเขาทำเอาสาวน้อยอย่างตวงพรตะลึงไปเลย แต่เขาก็สูงมาก จนแหงนคอตั้งบ่ามอง เชิ้ตสีขาวปกตั้งเป็นทรง เท่ห์ชะมัดเลยเธอคิดในใจ เขาปลดกระดุมสองเม็ดแรก พับแขนเสื้อมาประมาณข้อศอก หน้าตาหล่อเหมือนพระเอกละครทีวีที่ตวงชอบ

สาวน้อยยิ้มหยาดเยิ้มให้หนุ่มหล่อตรงหน้าลืมมองเพื่อน ที่ยิ้มแย้มอย่างดีใจ เพ้อได้อีกเมื่อตวงสบตากับเขาอุปทานหรือเปล่าไม่รู้ เหมือนได้กลิ่นของน้ำหอมลอยลมมาแอบเผลอสูดเข้าไปเต็มลมหายใจ

“พี่วิชญ์” พรศิริเรียกชื่อเขาอย่างดีใจ ตวงพรยังไม่ได้ยินยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น

“พี่เสี่ยงดู คิดว่าน่าจะทันเวลาเลิกเรียน บอกคุณน้าว่าจะมารับศิริให้เองไม่ต้องเป็นห่วง โชคดีที่เจอหน้าโรงเรียนเลย”

“ศิริไม่ได้เอามือถือมาค่ะ อาจารย์ห้ามเด็ดขาด ก็เลยไม่อยากฝืนกฎ”

“ก็ดีไปอย่าง แต่ก็ไม่ดีตอนที่ผู้ปกครองมาติดต่อรับนี่แหละ เอาไปกันเถอะ จอดนานคงไม่ได้”

“แต่..”

“หืมม์..”

“พี่วิชญ์คะ แล้วเพื่อนศิริหละ” พรศิริกระตุกแขนเพื่อน นั่นแหละตวงพรถึงได้หันมามองเพื่อน งง ๆ

“ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พีรวิชญ์ยิ้มให้ตวงพร เธอยิ้มตอบเอียงอาย ได้สติว่าที่แท้ก็หนุ่มหล่อพี่ชายของเพื่อนนี่เอง เธอพยักหน้า ตัดใจเพราะไม่อยากรบกวนเพื่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวตวงกลับเองได้ สบายมาก”

“ไม่เป็นไรไม่ได้ มาเถอะ” เขาหยุดครู่หนึ่ง

“ตวง ใช่ไหม ไปด้วยกันสิตวง พี่เคยเห็นเราเวลาไปเยี่ยมคุณน้าที่บ้านเดิม ไป พี่ไปส่งให้เอง” พรศิริไม่รอให้เพื่อนตั้งตัว ลากแขนคนข้างๆ เปิดประตูหลังดันเข้าไปตัวเองพยักหน้าให้พี่ชายคนใหม่ แล้วเปิดประตูหน้า ขึ้นไปนั่ง ชายหนุ่มเปิดประตูทางด้านคนขับ เมื่อสำรวจผู้โดยสารเรียบร้อยขับออกจากที่นั่นทันที

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~


จับผลัดจับผลู ถูกเพื่อนจับยัดใส่หลังรถพี่ชายมาด้วย และรถก็เคลื่อนที่ออกมา ทั้งที่ตวงพรยัง งงๆ เลยนั่งเงียบอยู่หลังรถ ไม่เห็นศิริแนะนำอย่างเป็นทางการ ก็เลยไม่ต้องยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตามธรรมเนียม ได้แต่เลยตามเลย ใช้สูตร "นิ่งเสียตำลึงทอง" ซะเลย

“พี่วิชญ์คะ เดี๋ยวตอนไปถึงบ้านตวง ศิริขอเข้าไปหาแม่เดือนแป๊ปหนึ่งได้ไหมคะ ศิริอยากเชิญแม่เดือนไปร่วมงานเลี้ยงงานแต่งคุณแม่ด้วยตัวเองอีกครั้งค่ะ”

"แม่เดือน..." เขาทวนคำแล้วทำท่าคิด

"แม่ของตวงไงคะ เพื่อนบ้านแม่สุรีย์ค่ะ" น้องสาวเฉลยทันที

"อ้อ คุณน้าข้างบ้าน ขอโทษด้วย ที่พี่จำชื่อไม่ได้" เขามองกระจกหลังดูสาวน้อยนั่งเงียบๆ เรียบร้อย

"ตวง คุยได้นะ พี่ไม่กัดหรอก" ศิริหัวเราะคิกๆ แล้วพยายามเก็บกิริยา เมื่อหันไปเห็นหน้าเพื่อน

“จะแวะเข้าไปในบ้านเหรอ เอาสิ วันนี้พี่ไม่ได้ไปไหน เลิกงานแล้วรับศิริเสร็จก็กลับบ้าน แวะหลายแป๊ป ก็ได้นะ”

“พี่วิชญ์ใจดีจัง ระวังยัยศิริจะเหลิงนะคะ อย่าตามใจให้มาก” ตวงพรเริ่มส่งเสียงแจ๋วๆ มาจากข้างหลัง เขามองผ่านกระจกอีกแว้บหนึ่งก่อนจะกลับมามองทางต่อ

“อืม ข้อเสนอน่ารับไว้พิจารณานะตวง” เขาทำหน้าเคร่ง พรศิริที่นั่งคู่กันแอบมองเสี้ยวหน้าคนขับหวาดๆ

“งั้นเดี๋ยววันเสาร์ที่จะถึง ได้ยินแว่วๆ ว่าจะมีการออกมาทำรายงานข้างนอก คงเป็นที่บ้านตวงนี่แหละ งั้นพี่ไม่อนุญาตให้ศิริออกมาทำรายงานบ้านตวงนะ จะได้เป็นการไม่ตามใจตามที่ตวงแนะนำ” พรศิริหัวเราะเบาๆ เริ่มเรียนรู้นิสัยพี่ชายคนใหม่ที่เธอเพิ่งพบเจอไม่กี่ครั้ง แม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันมาหลายวันแล้วก็ตาม

“เข้าใจๆ ดีเลยค่ะพี่ชาย งั้นศิรินั่งสบายอยู่บ้าน ให้ตวงทำรายงานคนเดียวให้กระอักไปเลยใช่ไหม เย้ๆ” คนนั่งเบาะหลังส่งมะเหงกให้เพื่อน ที่หันมายื่นหน้าล้อเลียน

“แหม ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”

“พี่วิชญ์หยุดงานไหมคะ วันเสาร์”

“อือ ออฟฟิศ หยุดวันเสาร์กับวันอาทิตย์ แต่อย่างที่ศิริรู้นั่นแหละ บางทีก็มีออกไซต์ต่างจังหวัด ถ้าไม่มีงานไซต์ พี่มักอยู่บ้าน ปลูกต้นไม้หรือทำสวน”

“อ๋อ สวนหลังบ้านใหญ่ พี่วิชญ์ทำเองหรือคะ คราวหน้าศิริจะช่วย เพราะที่บ้านเดิมศิริกับแม่ก็ชอบปลูกดอกไม้เหมือนกัน”

“เอาสิ”

“พี่วิชญ์ขึ้นสะพานก็ได้นะคะ แต่ตอนลงต้องชิดซ้ายออกตรงทางแยกแรกเลย จากนั้นเป็นสะพานลอย เห็นสะพานลอยก็เห็นทางเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน...”

“พี่วิชญ์เคยมาไงตวง” พรศิริเบรกเพื่อน ตวงพรยิ้มปุเลี่ยนๆ

“ลืมค่ะ”

พรศิริทำปากมุบมิบๆ ไม่ออกเสียงดัง หันมาทางเพื่อน อ่านได้ความว่า “พี่ฉันไม่ใช่แท็กซี่นะยะ” 

กินเวลาไปเกือบชั่วโมงบนท้องถนน กว่ารถเก๋งสีสวยจะมาจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านเดี่ยวสองชั้น ประตูรั้วอัลลอยด์ลวดลายสวยงามปิดอยู่ ทั้งหมดลงจากรถ พีรวิชญ์จัดการล็อกรถด้วยกุญแจรีโมท ก่อนจะเดินตามเจ้าบ้านที่เดินนำเข้าทางประตูเล็กล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

“แม่..ตวงกลับมาแล้วค่า ศิริและพี่ชายเค้าก็มาด้วย” คุณเดือนเต็มปิดเตาแก๊สที่ตั้งแกงไว้สุกพอดี เธอปลดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ข้างประตูครัว เดินออกมารับไหว้จากเด็กๆ

“คุณน้า ผมพีรวิชญ์ครับ เป็นลูกชายของพ่อพีรยศ"

"อ้อ ..สวัสดีจ้ะ"

"เพิ่งได้มีโอกาสทักทายครั้งแรก ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เสียมารยาท”

"ไม่เห็นเป็นไร ไม่ต้องขอโทษขอโพยกันหรอกค่ะ น้าเองก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปร่วมพิธีแต่งของคุณพ่อคุณ กับคุณสุรีย์ ติดงานหลานสาวเข้ามาติดต่อเรียนในกรุงเทพฯ ญาติทางโน้นเขาฝากมาอีกที เลยต้องดูแลกันเป็นพิเศษหน่อย" คุณเดือนเต็มพูดพลางออกเดินนำทุกคนไปที่โซนรับแขก ซึ่งจัดโซฟาเบาะหนังสีขาวเป็นรูปตัวยูมีโต๊ะกระจกวางไว้ตรงกลาง พรศิริยอบตัวเดินแซงไปถึงก่อน จองเก้าอี้ตัวยาวอยู่ในสุดติดข้างฝาหันหน้าเข้าหาชั้นโชว์ และทีวี

“เคยเห็นกันเวลาคุณมาเยี่ยมคุณสุรีย์แต่ไม่ได้ทักทายอย่างเป็นทางการนะ ว่าแต่คุณสุรีย์เธอเป็นไงบ้างคะ ย้ายของกันตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนได้ไปช่วยนิดหน่อยเอง น้าว่าจะโทรไปเยี่ยมเยียนก็เกรงว่ากำลังยุ่งๆ เลยไม่ได้โทร”

“แม่ไม่ยุ่งค่ะ แม่เดือน โทรไปได้เลยไม่ต้องเกรงใจ แม่หนูคงอยากคุยกับแม่เดือนด้วยเหมือนกัน ที่นั่นคุณลุงไม่ให้ทำงานตัดเย็บแล้ว เรื่องจัดข้าวของ ก็มีคนช่วย ก่อนออกจากบ้านมาโรงเรียนเมื่อเช้า แม่ยังบ่นคิดถึงแม่เดือนอยู่เลย นึกว่าได้คุยกันแล้ว”

“ยังไม่ได้คุยตั้งแต่วันที่ย้ายไป เดี๋ยวเย็นนี้แม่จะลองโทรไปนะ ว่าแต่ตอนนี้หิวกันไหม แกงเขียวหวานสุกแล้วนะ เหลือผัดผักกับเจียวไข่เพิ่ม กินข้าวเย็นกันก่อนกลับดีกว่า” คุณเดือนเต็มยิ้มแย้ม ตามลักษณะผู้ใหญ่ใจดี พรศิริส่ายหน้าช้าๆ

“ขอตัวจริงๆ ค่ะ ศิริก็เสียดายนะคะ แม่เดือนทำกับข้าวอร่อยมาก แต่กลัวแม่กินข้าคนเดียว แม่จะน้อยใจ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังปรับตัวเข้ากับบ้านใหญ่ค่ะ แม่เดือนไม่โกรธนะ"

“ครับ โอกาสหน้าจะมารบกวนทานข้าวบ้านคุณน้าสักมื้อแน่ๆ” เขาสนับสนุนคำตอบของน้องสาว

“ได้เลยจ้ะ ได้เลย” คุณเดือนเต็มนั่งลงด้านซ้ายมือ ผายมือเชื้อเชิญ ให้ชายหนุ่มนั่งลงฝั่งขวามือ

“ขอบคุณครับ”

ตวงพรหันหลังไปเก็บเก็บกระเป๋านักเรียน หลังเคาน์เตอร์ เดินไปเปิดตู้เย็น นำน้ำเย็นขวดเล็กพร้อมแก้วมาเสริ์ฟให้แขก และนั่งลงใกล้ๆ กับแม่

“พิธีการต่างๆ เสร็จไปแล้ว เหลือแต่งานเลี้ยงแต่งงานของแม่ที่จะจัดเดือนหน้า แม่เดือนไปได้ไหมคะ คุณลุงกับแม่เชิญแขกประมาณยี่สิบกว่าคนที่สนิทๆ กันเพื่อสังสรรค์ และขอบคุณที่ช่วยให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี มากกว่าจะจัดให้เป็นพิธีการอะไรจริงจังค่ะ แม่อยากให้แม่เดือนไปให้ได้”

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน บ้านเราจะมีสมาชิกใหม่มาจากต่างจังหวัด ชื่อพี่ลี เป็นลูกสาวลุงของตวง พี่เขามาเรียนต่อที่วิทยาลัยนาฎศิลป์”

“พี่ลีสวยมากเลยศิริ ที่เราเล่าให้ฟังไง”

“อ๋อ พี่ดาราวลี ที่ว่าพี่เค้ามาที่นี่สองสามรอบแล้ว ตอนสอบสัมภาษณ์กับมอบตัว ตอนนี้กลับบ้านไปรำมโนราห์ในงานครบรอบหกสิบปีของวิทยาลัยที่เรียนจบมา ตวงเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบ จนหนูอยากเจอพี่ลีเร็วๆ แล้วค่ะ”

“จ้ะ วันเสาร์นี้เค้าคงมาถึงที่นี่ น่าจะได้เจอกันนะ วันเสาร์นี้ตวงกับศิริจะทำรายงานกันไม่ใช่หรือ”

“ค่ะ ศิริมานี่เองค่ะ สะดวกดี เคยทำกันอยู่บ่อยๆ”

“ไว้มีโอกาส ตวงไปหาศิริที่บ้านพี่ก็ได้นะ ไปไม่ถูกโทรเรียกพี่ก็ได้ ถ้าไม่ติดงาน เดี๋ยวพี่มารับเอง ถ้าติดงานค่อยให้คนขับรถคุณพ่อพี่มารับให้ก็ได้”

“ไม่รบกวนดีกว่าคุณ”

“วิชญ์ครับ พีรวิชญ์” เขาย้ำชื่อตัวเองอีกรอบ

“ไม่เป็นการรบกวนอะไรเลยนะครับคุณน้า คุณน้าสุรีย์ก็บ่นกับพ่อบ่อยๆ ว่าอยากกลับมาเยี่ยมคุณน้าบ้าง คุณพ่อบอกว่าถ้าเหงาก็มา ให้คนรถมาส่งก็ได้ และผมถือโอกาสเชิญคุณน้าเลยนะครับไปเยี่ยมเราให้ได้นะ”

“ขอบคุณค่ะ คุณ..”

“เรียกผมว่าวิชญ์เถอะครับ ขอเป็นลูกเป็นหลานอีกคนของคุณน้า ผมชอบความเป็นไทยของเราตรงที่ความผูกพันเอื้ออาทร พอได้เป็นเพื่อนกัน นับถือกันตามอาวุโส การเรียกกันว่า พี่ป้าน้าอา แทบจะไม่มีให้เห็นในคนยุคใหม่ แต่ผมเห็นเด็กสองคนนี้แล้วดีใจมาก คุณน้ากับคุณน้าสุรีย์สอนลูกได้ดีเหลือเกินครับ”

“คุณพ่อของคุณก็คงเป็นคนน่ารักมาก น้าฟังจากคุณสุรีย์เล่ามากกว่าที่ได้พบเองไม่กี่หนหนะค่ะ แต่พอเห็นลูก ซึ่งลูกไม้คงจะหล่นไม่ไกลต้น น้าดีใจแทนคุณสุรีย์ที่ได้พบครอบครัวใหม่ที่ดี คนเป็นเพื่อนกันนะคะ แค่นี้ก็พอแล้ว ไปมาหาสู่ ถามสารทุกข์สุกดิบ” คุณเดือนเต็มพยักหน้ายิ้มกว้าง ชายหนุ่มยิ้มตอบ ใบหน้าเขายิ่งคมคายมากขึ้น

“เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวน้าจะคุยกับคุณน้าผู้ชาย เผื่อบางทีเราจะไปร่วมงานด้วย เพื่อจะได้รู้จักและเป็นเพื่อนกันมากกว่านี้ค่ะ” คุณเดือนเต็มมองไปทางลูกสาวเพื่อนและหันมามองลูกสาวตัวเอง

“ได้ยินว่าจะทำอะไรเซอร์ไพร้ส์ในงานเลี้ยงแต่งงานของแม่ หาวิธีได้หรือยังหละ” พรศิริมองหน้าพี่ชาย ยิ้มกร่อยๆ

“ยังเลยค่ะ คุยกับตวงตั้งนานแล้ว จนเหลืออีกไม่กี่วันจะงานคุณแม่แล้ว”

“แม่ว่าเราไปเรียนเปียโนกันทุกเสาร์ อาทิตย์ ใช้ให้เป็นประโยชน์ดีไหม” พรศิริยิ้มวาบดวงตาเป็นประกาย

“ดีค่ะ” แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ หน้าม่อยลงทันควัน

“ฝีมือยังไม่เก่งเลยค่ะ จะไหวหรือคะ”

“ก็เล่นสองคนสิ หาคนช่วย” พรศิริทำหน้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หันมามองเพื่อนรัก

“อ้าว..แม่ เกี่ยวอะไรกับหนู” ตวงพรร้องอุทรณ์ทันที ตามองที่เพื่อน แต่ปากพูดกับแม่

“จริงสิคะ” พรศิริยิ้ม ตาพราวระยิบ ประกายเจ้าเล่ห์แลบจนล้น

“เพื่อนตวงคะ คุณเธอช่วยเราหน่อย เรายังขาดความมั่นใจ ไม่กล้าเป็นศิลปินเดี่ยวหรอก”

“ไม่อ๊าว แค่นี้ฉันก็หาวิธีสอบให้ผ่านให้ควั่กแล้ว”

“แต่วิธีนี้จะทำให้ลูกฝึกหนักและสอบผ่านแน่ๆ ตวงพร” เด็กสาวมองหน้าแม่ส่ายหน้า ถ้าเรียกชื่อกันเต็มๆ แบบนี้ละก็..

“อือๆ รับไว้พิจารณาก็แล้วกัน”

“....” พรศิริกอดอกเม้มปาก ขึงตาเข้าใส่ ทำท่าจะเอาเรื่อง ตวงพรส่ายหัวไม่มองหน้าใครทั้งนั้น ทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินไปเปิดโทรทัศน์

“เอาเถอะครับ ถ้ายังไงให้โอกาสตวงเขาก่อนนะครับคุณน้า แล้วเผื่อศิริเขาจะเปลี่ยนใจหาของขวัญพิเศษอื่นให้คุณน้าสุรีย์กับพ่อ”

“จ้ะ..” เสียงรถยนต์มาจอดหน้าบ้านอีกคัน

“พ่อมาแล้ว ศิริกับพี่วิชญ์ไม่อยู่กินข้าวกันก่อนจริงๆ หรือคะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

“ครับ ผมเลยต้องขอตัว เดี๋ยวจะได้ไปทานข้าวเป็นเพื่อนคุณน้าที่บ้านกัน วันนี้พ่อกลับค่ำมีงานเลี้ยงที่โรงแรม...” เขาเอ่ยชื่อโรงแรมชื่อดังที่ตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ”

ทั้งหมดยกขบวนกันเดินออกจากบ้าน ในขณะที่คุณประเทือง ชลาศัย ชายร่างสูง แข็งแรง บึกบึน ผิวออกคล้ำเดินสวนเข้ามา ผู้เป็นแขกยกมือไหว้เจ้าบ้าน

“อ้าวศิริ”

“ค่ะ พ่อเทือง นี่พี่ชายศิริ พี่วิชญ์ มารับศิริที่โรงเรียนและเราเลยมาส่งตวงกันค่ะ” พีรวิชญ์ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“เอ๋า ไม่น่าลำบาก ตวงโทรหาพ่อได้นี่นา” คุณประเทืองรับไหว้ชายหนุ่ม ยิ้มให้ เดินไปใกล้เจ้าตวง ล็อคคอไว้ ลูกสาวเลยกอดเอวพ่อไว้หลวมๆ

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ศิริอยากมาพบแม่เดือนด้วย อยากเชิญพ่อเทืองกับแม่เดือนไปร่วมงานเลี้ยงงานแต่งงานของแม่ในเดือนหน้าค่ะ”

“อืม..”

“ไปให้ได้นะคะ นี่พอดีพวกเรากำลังจะกลับ ขออนุญาตขอตัว จะได้ไปทันทานข้าวเย็นกับแม่ แม่อยู่คนเดียวกลัวจะเหงาหนะค่ะ”

“เอาๆ พ่อไม่รับปากก่อนนะ ถ้ายังไงค่อยโทรหากันอีกที”

“ค่ะ ศิริกลับก่อนนะคะ”

“จ้ะ ยังไงแม่ค่อยโทรหาคุณสุรีย์นะ ฝากความคิดถึงไปด้วย”

“ค่ะ แม่เดือน ศิริลาค่ะ สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ และโค้งให้คุณประเทืองอีกครั้งก่อนออกไป พีรวิชญ์ขึ้นรถพร้อมๆ กับน้องสาว แล้วไขกระจกลงเมื่อเห็นตวงพรวิ่งออกมาทางหน้าบ้าน

“พี่วิชญ์กับศิริอย่าลืมรอชมถ่ายทอดสด รำมโนราห์ของพี่ลีนะคะ คืนนี้หลังข่าว ช่องสิบหกนะค้า” เขาพยักหน้ารับ พรศิริโน้มกายไปข้างหน้า มองลอดตัวพี่ชายมาโบกมือลากันอีกรอบ สมาชิกในบ้านรอให้แขกขับรถออกไปจนลับตาก่อนจะพากันเข้าบ้าน

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

รวมเล่มหรือพี่กำหนัน..

ฝันนั้นยังยาวไกล ยังเขียนไม่จบเลยค่ะ หมดสต็อกแล้วด้วย
ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบก่อน ค่อยมาว่ากันใหม่
เทอมนี้ สี่เล่ม ยากๆ ทั้งนั้นเลย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กำหนัน วันที่ : 11/07/2011 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับน้องสาวครู ตอใดจะรวมเล่ม แล้วหาสำนักพิมย์ละครับ หรอยจังหู้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

สวัสดีค่ะ พี่ชาย
รบกวนด้วยค่ะ เรื่องนี้โครงดี แต่เนื้อหายังไปไม่ถูก สต็อกไว้ห้าตอน..และกำลังเร่งหาข้อมูลอยู่

ตั้งเป้าไว้ว่า อาทิตย์ละตอนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เปิดเจอ...ตอนงานยุ่ง
เดี๋ยวมาอ่านครับ ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

ค่ะ.. สีน้ำฟ้าอยู่เกาะพีพี แต่ยังไม่เคยไปรันตีเลย อยู่แต่กลางเกาะเนี่ยค่ะ (กะลาครอบจริงๆ) แหลมตงก็ไม่เคยไป

สีน้ำฟ้าอยากรู้เรื่องคนใต้ โนราห์ ภาษาใต้ หนังตะลุง อาศัยอ่านอย่างเดียวเองค่ะ เรื่องนี้ตั้งโครงไว้ สำหรับการอนุรักษ์ภาษาถิ่นใต้ และหนังลุง โนราห์

เพราะความชอบและอยากอนุรักษ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาใต้ สีน้ำฟ้าจะออกสำเนียงไม่เป็น รบกวนตรวจดูให้บ้างนะคะ เด็กสมัยนี้ (ที่ได้สัมผัส) ไม่ค่อยมีใครอยากพูดใต้กัน แหลงกลางชับขึ้น จนบางทีก็เหมือน นายหนังน้องเดียว ที่เอามาร้องเป็นเพลง.. ชิมิๆ หนะค่ะ

อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน สีน้ำฟ้าโพสต์ลงพันทิปสองตอนแล้ว เดี๋ยวก็อบตอนสองมาเพื่อให้ทันกัน แล้วตั้งเป้าว่าจะลงทุกๆ วันพฤหัสบดี อาทิตย์ละครั้ง อาจจะก่อนหรือหลังบ้าง กรณีติดธุระไปที่อื่นค่ะ

ขอบคุณค่ะ สีน้ำฟ้าชื่อเล่น แจม.. เรียกแจมก็ได้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ฅนริมเขาหลวง วันที่ : 08/07/2011 เวลา : 07.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tourkhaolaung
"คือป่าฝนฅนเดินทาง" เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากภาพถ่าย เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และ ความทรงจำ


ชื่อเด็กสาวผู้หญิงก็ "น้ำค้าง " หนูเอียด , ใบตาล .ลูกตาล.สาวนุ้ย,สาวเล็ก,หนูหริ่ง,กองฟาง, พิกุล,ทองมา,อารมณ์ ,น้ำฝน,นำ้อ้อย,สาว ,นุ้ย ,แดงนุ้ย ,แดงเล็ก ,หากเป็นผู้หญิงโตมาหน่อยหรือวัยกลางๆถึงชราก็ หมาหีด ,หมานุ้ย , คนใต้จะนิยมใส่สร้อยให้กับคนมีครอบครัวหรือสูงอายุแล้ว โดยใช้คำว่าหมา หรือ หนู เช่นหนูนีต, หนูเคลียว ,หนูกลอน ,หนูเล็ก หากเป็นชื่อมุสลิม เช่น ซันมา, ดีย๊ะ ,หยา,ซีล่ะ .ซาฮีราห์,ซาอูซีย๊ะ,หากเป็นผู้หญิง เช่นน้า หรือป้าจะมีคำว่า จ๊ะ ,หยา ,ผู้ชายก็จะมี บัง ใช้กัยผู้ชายที่แก่กว่า หรือ สูใช้กับคนรุ่นลุง เช่น สูม๊ะ สูเบส ชือ่ผู้ชายก็ทั่วๆไป ครับเน้นคำว่า บ่าว ,ไข่ ,จ้ง, เท่ง,ทอง, ส่วนใหญ่จะเป็นคำๆเดียวและเติมสร้อยไว้หน้าหรือหลัง คำบอกสร้อยนั้นจะเป็นคำบอกกริยาเสียส่วนใหญ่ เดี๋ยวจะโพสมาบอกใหม่น่ะครับ คุณอยู่ที่พีพีเหรอครับ ผมเคยไปทำงานที่นั่น อยู่ อ่าวรันตีครับ หากคุณอยากรู้เรื่องคนใต้อีกเดี๋ยวจะช่วยหาข้อมูลมาให้ครับ ...ผมใช้นิคเนมวา ฅนริมเขาหลวงครับ แล้วจะติดตามอ่านเรื่องครับ อ้อเรื่องมโนราห์ผมก็พอรู้อยู่บ้างครับพอดีรู้จักอาจารย์คนหนึ่ง แกรู้เรื่องโนราห์ครับหากอยากรู้เพิ่มก็บอกมาครับยินดีช่วยเผยแผ่วัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ครับ .....ฅนริมเขาหลวง....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

ขอบคุณ คุณริมเขาหลวงค่ะ
ช่วยยกตัวอย่างชื่อคนใต้ ให้สีน้ำฟ้าบ้างได้ไหมคะ

ขออภัยจริงๆ สีน้ำฟ้าคนเหนือค่ะ มาอยู่ทางใต้ประมาณสิบปี
แต่ว่า อยู่ที่เกาะพีพี ยังไม่ใช่คนใต้ทั้งหมด ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมาจากหลายภาคมากเลย

ไม่ได้ใกล้ชิดโดยตรง ช่วยกันได้ไหมคะ ตัวละครยังเหลืออีกหลายคนที่ยังไม่ได้ออกโรง ยังเปลี่ยนทันค่ะ

ดาราวลี นี่ลูกสาวใต้แท้ๆ แม่เค้าชื่อดวงดาว ตาเขาชื่อ ตาเทพ.. ตระกูลชลาศัย (สมมุติ) หวังว่าคงไม่ไปซ้ำใครเขาเข้าในความเป็นจริงนะคะเนี่ย (ค้นหาจากกูเกิ้ลแล้ว ไม่ซ้ำค่ะ)


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนริมเขาหลวง วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tourkhaolaung
"คือป่าฝนฅนเดินทาง" เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากภาพถ่าย เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และ ความทรงจำ


ชื่อตัวละครน่าจะออกมาแนวคนใต้กว่านี้สักหน่อยจะช่วยเพิ่มอรรถรสได้มากเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฅนริมเขาหลวง วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tourkhaolaung
"คือป่าฝนฅนเดินทาง" เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากภาพถ่าย เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และ ความทรงจำ


จะรอชมตอนสองครับเป็นกำลังใจให้มโนราห์ ...คงอยู่คู่ไทย...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

เดี๋ยวข้ามคืนแล้วจะโพสต์ตอนสองเลยนะคะ จากนั้นค่อยโพสต์อาทิตย์ละครั้งค่ะ..

หากหลงเข้ามาอ่าน ช่วยทิ้งชื่อเสียงเรียงนามไว้เป็นกำลังใจกันบ้าง.. บวกกับขอความกรุณาช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

สีน้ำฟ้ายังต้องเรียนรู้อีกมากในเรื่องการเขียนนิยาย

ขอบคุณที่สละเวลาให้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]