• สีน้ำฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 29855
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
สิรินทร์ จิตรเกษม
นวนิยาย เรื่องสั้น รังสรรค์หนังสือ สื่อความนัย หัวใจติดดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dreamland
วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน 2554
Posted by สีน้ำฟ้า , ผู้อ่าน : 1520 , 16:39:33 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

;*'^'~*-.,_,.-* ... *-.,_,.-*~


ย่อความเดิม ๔ ตอน ดาราวลีเป็นลูกสาวโนราห์ดวงดาว เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ โดยอาศัยบ้านอาประเทืองกับอาเดือนเต็ม ซึ่งมีลูกสาวชื่อตวงพร ครอบครัวของอาประเทืองสนิทกับครอบครัวคุณสุรีย์ ที่มีลูกสาวชื่อพรศิริ คุณสุรีย์แต่งงานใหม่กับนักธุรกิจ มีลูกชายคนหนึ่งคือพีรวิชญ์ เมื่อสองครอบครัวสนิทสนมกัน

ช่วงปิดเทอม ดาราวลีกลับบ้านต่างจังหวัด ทั้งสาม ตวงพร, พรศิริ และพีรวิชญ์ จึงเดินทางมาเที่ยวพร้อมกันนี้ด้วย


คัดมาจากช่วงท้ายตอนที่แล้ว
-----------------------------------
“หนุ่มหล่อที่มาด้วย หน้าตาดีเชียะ มีแฟนยังหนะ”

“ฮั่นแน่ สนใจหละสิ เขาเป็นพี่ของน้องของเพื่อนอีกที ลียังไม่รู้จักเขามากนัก ขัดผู้ใหญ่ไม่ได้ เลยต้องให้ตามมานี่แหละค่ะ”

“ฮิฮิ” ปลื้มใจชะม้ายตามองชายหนุ่ม หน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ซึ่งกำลังสนใจช่วยตาบดเม็ดถั่วเขียวอยู่ด้านในใต้ถุนบ้าน

“เอาไว้มาใหม่”  ปลื้มใจเอียงไหล่มากระทบไหล่สาวน้อยเบาๆ ดาราวลียิ้มตอบรับ 

“ลีว่าจะไปน้ำตกร้อน พาเด็กๆ ไปเล่นน้ำ ยังไงจะโทรหาก่อนไปนะคะ”

“จ้า พี่หยุดอีกทีราวๆ ปลายเดือนโน่นแหละ”

“สวัสดีค่ะพี่” ปลื้มใจปล่อยมือจากดาราวลี เดินไปสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ ยกมือบ้ายบายแล้วเลี้ยวออกไป

เชิญติดตามเรื่องราวตอนต่อไปได้เลยค่ะ

;*'^'~*-.,_,.-* ... *-.,_,.-*~



เล่ห์รักโนราห์ ตอนที่ ๖

 เย็นวันเดียวกันนั้นเอง บนโต๊ะอาหาร ทุกคนนั่งในโต๊ะเกือบครบ ยกเว้นพ่อเมืองแมนที่ออกไปทำงานที่สวนตั้งแต่เช้า และบอกว่าจะค้างที่สวนเนื่องจากมีปัญหาเรื่องน้ำมากต้องช่วยกันระบายน้ำก่อนที่จะท่วมผักไม้ในสวน

ขณะที่กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ตาเทพซึ่งทำท่าจะอิ่มอยู่แล้ว รวบช้อน โบกมือให้ดาราวลี ลุกไปรับสายด้วยตนเอง

“ฮาโล้”

“อ้อ หยา ผรือหนะ”    ตาเทพรับโทรศัพท์ นายสัญญาที่มาติดต่อให้ดาราวลีไปรำโนราห์นั่นเอง 

“เปลี่ี่ยนแผน ?”    ทุกคนหยุดชะงัก หันมามองตาเทพรวมเป็นจุดเดียว 

“อ่อ... อื่อ .. อื่อ...หม้ายไร้หนิ เดี๋ยวตาคุยกับหนูลีเอง  อื่อ.. อื่อ.. แค่เน้หนะ”  


ตาเทพวางหูโทรศัพท์ แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม ดาราวลีอิ่มทันที รวบช้อนวาง แล้วมองตาเทพ ซึ่งพยักหน้าหงึกหงักๆ

“สูหว้าเปลี่ยนแผนหลาว”  (สูบอกว่าจะเปลี่ยนแผน)

“ค่ะ”

“บังเอิญแขกที่มาร่วมงาน นอกจากจะเป็นงานวันเกิดผู้ใหญ่ที่สำคัญตามที่สูว่าแล้ว จะมีแขกฝรั่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมมาด้วย ที่ลูกจะไปรำเจ็ดแปดนาที จะต้องเตรียมบทร้องไปและเตรียมคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย”

“อืม.. แล้วทำไงดีหละตา ตากับแม่กับหนูด้วยดีกว่าค่ะ”

“ไม่ผรือไหร้ลูก ไม่ฉ่ายไม่เคยแสดง ก็เหมือนงานโรงเรียนลูกนั่นแหละ แค่เตรียมงานกันก่อน ลูกก็ร้องก่อนรำเดี๋ยวตาจะวางแผนให้”

“ค่ะ”

“งั้นตาไปบนบ้าน กินข้าวเสร็จตามกันไปนะ ตาจะเขียนแผนว่าทำไงกันดี”

“ค่ะ”  พูดจบตาเทพเดินขึ้นเรือนไปดุ่มๆ 

“แม่ดาวคะ หนูเคยดูวีซีดีที่พี่ลีรำสวยมากเลยค่ะ แม่ดาวเป็นแม่ครูโนราห์ เมื่อไหร่หนูจะมีโอกาสได้ดูหละคะ”   ครูดวงดาวยิ้มอย่างเอ็นดู

”แม่ไม่ได้รำนานแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงถ่ายทอดให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ได้สืบสานวัฒนธรรมไทยภาคใต้ของเราเอาไว้ให้ยืนยาว และแม่ก็หวังนะว่าจะคงอยู่ตลอดไป อื้ม แล้วพวกเรารู้ไหมว่าโนราห์ในซีดีที่พี่ลีเขารำ กับโนราห์ที่แม่รำไม่เหมือนกันนะ”

“อ้าว จริงหรือคะ หนูไม่รู้เรื่องโนราห์เลยค่ะ ถึงรู้ความรู้ก็แค่หางอึ่ง แม่ดาวเล่าให้พวกหนูฟังได้ไหมคะ”

“เอาสิ กินข้าวกันให้อิ่ม เดี๋ยวให้พี่ลีไปเตรียมงานกับตา แล้วเราไปขึ้นเรือนไปนั่งคุยกันตรงชานฝั่งโน้นแล้วแม่จะเล่าให้ฟัง”

“เย้..แม่ดาวใจดีจังค่ะ ตวงจะตั้งใจฟังค่ะ เผื่อสักวันตวงจะได้มีโอกาสไปเล่าต่อให้ใครสักคนฟัง เป็นการถ่ายทอด ตวงอาจจะรับจากแม่ได้ไม่เต็มร้อย แต่ตวงก็ตั้งใจค่ะ ตวงเคยได้ยินพ่อกับลุงคุยกัน ทั้งคู่ภูมิใจในครอบครัวของเรามากค่ะ”

“จ้ะ”  พรศิริยิ้มเอียงคอมองอย่างชื่นชม แม่ครูดวงดาวยิ้มสวย ประทับใจ เครื่องหน้าที่งดงามของแม่ดวงดาวตกทอดมาถึงพี่ลี โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เวลายิ้มฉายมาพร้อมแววตาจริงใจ ใครได้เห็นก็แทบจะตกหลุมรักทันทีที่พบจริงๆ สายตาเธอมองเลยไปถึงพี่ชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม สายตาของพี่วิชญ์ก็กำลังจับจ้องที่ดวงหน้าพี่ลี แปลกจังหัวใจของพรศิริกระตุก ทำไมหัวใจมันเสียวแปล้บอย่างบอกไม่ถูกอย่างนี้นะ

*~*~*~*~*~*~*~*~*~


สาวๆ เก็บโต๊ะ วันนี้พรศิริรับหน้าที่ล้างจาน พีรวิชญ์ช่วยเช็ดจานให้แห้ง ตวงพรเป็นคนเก็บเข้าตู้ ส่วนดาราวลีไปปรึกษางานกับตาในห้องทำงาน  บ้านนี้แม้จะไม่ใหญ่โต แต่ออกแบบเหมาะเจาะลงตัว ในฐานะคนทำงานด้านก่อสร้างและออกแบบอาคาร พีรวิชญ์แอบสังเกตวัสดุที่ใช้ กับวิธีการออกแบบในห้องครัวอย่างชื่นชม สักวันคงได้คุยกันเรื่องนี้

แม่ครูดวงดาวขึ้นเรือนไปก่อน นั่งรออยู่ที่ชานเรือนหน้าบ้านคงจะเพราะฝนตกบ่อย ชานตรงนี้จึงมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝน  บ้านนี้เป็นเรือนไทยแฝด ชานเรือนจึงมีสองฝั่ง อีกฝั่งตกแต่งด้วยโต๊ะและเก้าอี้ไม้ ช่องกลางรอยต่อเรือนแฝด เว้นไว้มีดอกมะลิในกระถางแขวนเรียงรายเต็มราวระเบียงทั้งสองฝั่ง  หัวเสามีกรงนกลวดลายสวยงามแขวนอยู่ฝั่งละกรง มองผาดๆ นึกว่านกจริง แต่พอพิศใกล้ๆ ถึงจะรู้ว่านั่นเป็นนกประดิษฐ์ น่าสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเป็นเช่นนั้น

ฝั่งที่แม่ดวงดาวนั่งตกแต่งไทยๆ แต่เป็นไทยประยุกต์ที่ค่อนไปทางทันสมัยไม่น้อย ลมกลางคืนพัดเย็นสบาย ไม่ต้องใช้พัดลม กลิ่นยากันยุงตะไคร้หอมอบอวลตามแรงลมพัด

โต๊ะตัวที่ทำจากไม้เคลือบผิวเงางาม ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงกลาง โดยรอบมีเบาะหนาซ้อนสองชั้นสีขาวมองปราดเดียวก็รู้ว่าทำจากผ้าไหมแท้ วางเบาะเลียนแบบโซฟาหกตัวหลักๆ มีพนักพิงเสียด้วย  ส่วนอีกสองตัวไม่มีพนักพิงวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เบาะสีขาวตัดกันกับสีไม้ดูโปร่ง สว่างตา รู้สึกสบายเมื่อนั่งเล่นอยู่แถวนี้นานๆ ช่างคิดช่างทำจริงๆ

ดอกไม้สีม่วงที่ปักในแจกันทรงเตี้ยกลางโต๊ะ ช่วยให้บรรยากาศสดชื่น แสงไฟจากโคมไฟตามมุมต่างๆ ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เสียงหรีดหริ่งเรไรระงม พีรวิชญ์เลือกตัวที่อยู่ตรงข้าม ส่วนสองสาวเลือกนั่งตามใจชอบ

เขาพิงพนักยืดขาไปซ่อนใต้โต๊ะ แล้วก็ต้องก้มมองความลื่นที่เท้าสัมผัส เขาขึ้นเรือนมานอนกลางวันแล้วรอบหนึ่ง แต่ขึ้นคนละฝั่งจึงไ่ม่ทันสังเกตตอนกลางวัน  พื้นผิวลื่นๆ ที่เท้าสัมผัสที่แท้เป็นกระจกที่ทับอยู่บนพรมนั่นเอง แต่เนื่องด้วยพรมถูกออกแบบให้ฝังลึกลงบนพื้นไม้เมื่อเอากระจกหนามาวางทับไม่มีทางที่จะสะดุดขอบกระจกเพราะวางเสมอกันพอดี  พรมผืนใหญ่กว่าโต๊ะเล็กน้อย เขาตื่นตากับการตกแต่ง ที่ไม่คาดว่าจะได้พบ เขาชินตากับงานสมัยใหม่ของตัวเองจนลืมคิดถึงความเป็นไทยๆ แบบนี้  พีรวิชญ์ยิ้มจางๆ ใครหนอ ออกแบบ คงจะคุยด้วยสนุกไม่น้อยหากได้พบกัน

เมื่อสมาชิกมาครบ ไม่นับดาราวลีกับตาเทพที่แยกกันไปวางแผนงานสำหรับการรำมโนราห์ แม่ดวงดาวก็เริ่มเปิดวงสนทนา

“วิชญ์สงสัยใช่ไหม ใครออกแบบ”   เขาเงยหน้าสบตาแม่ดวงดาว ยิ้มเก้อๆ

“หนูลีเป็นคนเปิดค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แล้วมาปรึกษากันกับพ่อ กับตา เมื่อก่อนเราก็ปูเสื่อ มีหมอนอิง แต่งกันไปแบบบ้านๆ นี่แหละ หนูลีอ้างว่าตาแก่แล้ว เพื่อนตาก็แก่ จะให้นั่งกับพื้นลุกขึ้น ลุกลง ลำบาก นั่งนานๆ ก็ปวดก็เมื่อย จัดแบบนี้สบายกว่า”

“อ๋อ..ครับ”

“ใครมาเห็นก็ชม บางคนขอก็อปปี้เอาไปจัดที่บ้านก็ยังมีนะ”

“ครับ สวยมากผมอยู่ในธุรกิจตกแต่งและก่อสร้างอาคาร อยู่กับสมัยใหม่ซึ่งนิยมความทันสมัยเสียมาก ชินตาจนลืมคิดถึงการตกแต่งแบบนี้ไปเลย โอ๊ะ ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบนะครับ ผมชอบเพียงแต่ส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ค่อยได้เลือก แต่รับรองว่าถ้าใครได้เห็นก็เหมือนแม่ดาวบอกนั่นแหละครับ จะต้องชอบแน่ๆ”  แม่ดาวยิ้มรับ

“ใช่ ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก เหมือนโนราห์ที่แม่จะเล่าให้ฟังกันนี่ไง มโนราห์ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิลปะพื้นบ้านของภาคใต้นั้น มีมานานมากแล้ว จากหลักฐานที่ปรากฎในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ ว่าทางใต้เรามีเครื่องบรรณาการไปยังเมืองหลวงในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง ในนั้นมีรวมพวกเครื่องแต่งกายของโนราห์ด้วย เช่นเทริด”

“เทริดคือมงกุฎของหัวหน้าคณะโนราห์ใช่ไหมคะ แม่ดาว”   ตวงพรถาม

“จ้ะ เทริดของหัวหน้าคณะจะต่างจากมงกุฎโนราห์ทั่วไป”

“ครับ”

“งั้นแสดงว่ามีการแสดงโนราห์มานานมากแล้ว อาจจะตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่หนึ่งด้วยซ้ำ”  พรศิริทำท่านับนิ้ว

“แหะ แหะ แต่หนูนับไม่ถูกว่ากี่ปี”

“จ้ะ เป็นร้อยๆ ปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังปรากฎเครื่องแต่งกายอื่นๆ ด้วย ทั้งเครื่องลูกปัด ทับทรวง บ่า”

“ค่ะ แล้วโนรา..มโนราห์ มีความเหมือนในความต่างยังไงคะ”

“โนราห์เหมือนที่เป็นการรำชนิดหนึ่ง พวกเราคงเคยได้ยิน คำว่า รำ ระบำ ฟ้อน”

“ค่ะ”  สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่แม่ครูดวงดาวอย่างตั้งใจ

“รำ คือการมุ่งแสดงท่าทางให้เห็นความงดงามของการรำ โดยใช้มือกับแขนเป็นหลัก มีทั้งรำเดี่ยว รำคู่ รำหมู่ ความหมายของนาฎยศัพท์ ไปหาเอาในกูเกิ้ลไป๊”  เสียงใสๆ ที่แทรกมาเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง

“แม่คะ ตาให้มาเรียก แม่ไปช่วยตาก็แล้วกัน ส่วนแขกไทยเนี่ย เดี๋ยวลีจัดการเองค่ะ” แม่ดาวพยักหน้า

“เอ้า งั้นเด็กๆ คุยกันเองนะ แม่จะไปคุยกับตาก่อน หนูลีเขาก็เก่งไม่แพ้แม่หรอก”  แม่ดวงดาวลุกขึ้น จับแขนหนูลีที่เดินสวนเข้ามานั่งแทนที่

“ได้ยินว่าเหมือนๆ ต่างๆ แม่ดาวกำลังจะเล่าใช่ไหมว่าโนราห์ตรงไหนเหมือน ตรงไหนต่าง”

“ถูกต้องแล้วค้าบ”  พรศิริทำท่าเหมือนเล่นยิงปืน ส่องนิ้วมาทางพี่สาว

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คนที่ดูส่วนใหญ่ พอเห็นเครื่องแต่งกาย ได้ยินเสียงปี่ เสียงกลอง ทำนองดนตรี ก็จะรู้หละว่านี่โนราห์ ลึกไปกว่านั้นก็คือ มีโนราห์พื้นบ้านกับโนราห์ภาคกลาง โนราห์พื้นบ้านจะเล่นจะรำกันแบบหนึ่ง ส่วนโนราห์ภาคกลางจะรำอีกแบบหนึ่ง เน้นไปที่เล่นเป็นเรื่องแบบละครชาตรี”

“รำ ละคร เล่นเป็นเรื่อง ละครชาตรี” 

“เอ้า งง งง กันเข้าไป เรียนกันเพิ่งสอบเสร็จหรือเปล่า ไม่ซึมซับกันเลยหรือไงจ้ะ หนูๆ น้องๆ ศัพท์เหล่านี้อยู่ในวิชาดนตรีที่เพิ่งเรียนเทอมนี้ จำได้นะพี่ยังติวให้ตวงอยู่เลยนะก่อนสอบเนี่ย”  ดาราวลีค้อนปะหลับปะเหลือก ตวงพรยิ้มอายๆ 

“รำ ก็เหมือนที่บอกเมื่อกี้ ส่วนละคร ก็คือการแสดงเป็นเรื่องราวตามลำดับ เมื่อก่อนเขาแสดงกันสองถึงสี่ชั่วโมง เวลาเปลี่ยนไปอะไรๆ ก็เปลี่ยนตาม ทำให้สมัยนี้นิยมทำละครแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง เอาไว้กลับไปพี่จะหาเวลาพาไปดูละครเวทีสักเรื่องสองเรื่อง”  คำตอบที่ได้แทนที่จะได้จากพี่สาว กลับกลายเป็นเสียงทุ้มน่าฟังจากพี่ชายเสียนี่ สายตาแปลกใจระคนชื่นชมจึงย้ายไปหาคนพูด แทบจะเรียกได้ว่า รวมเป็นตาเดียว

“โหย พี่วิชญ์”  ตวงพรประกบมือยกขึ้นมาแนบแก้ม เอียงคอ ทำตาซาบซึ้ง

“เก่งจัง”  พรศิริยิ้มแต้ มองมาอย่างชื่นชมมากๆ

“อ๊ะ แน่หละซี้ พี่ไม่ใช่พี่แค่สถาปนึก ทำแต่งานนะจะบอกให้”  เขายิ้มอมภูมิ

“นะ .. คนเรา”   ดาราวลีหุบยิ้มชื่นชม ทำปากขมุบขมิบเผลอส่งค้อนให้อีกที

“มีรำ มีละคร เกี่ยวยังไงกับโนราห์คะพี่ลี”  พรศิริที่ฟังเงียบๆ ถามบ้าง

“เกี่ยวกันตรงที่ โนราห์ที่เป็นศิลปะพื้นบ้านจะไม่ได้แสดงเป็นเรื่องเหมือนละคร มโนราห์พื้นบ้าน รำตามท่าต่างๆ และมีบทร้องสดๆ ด้วย บทร้องเป็นกลอน ทั้งกลอนเก่า กลอนใหม่ กลอนแต่งสด  ส่วนที่เรารู้จักรำมโนราห์ยอดฮิตที่เล่นบนเวทีหลายๆ แห่ง ที่เล่นตามนิทานเรื่องพระสุธนมโนราห์นั้นเป็นมโนราห์ของภาคกลาง”

“อ๋อ มีแบ่งกันแบบนี้ด้วย”

“แบ่ง ให้พอรู้ประเภท ไม่ใช่แยกให้แตกต่างหรือแบ่งเป็นชนชั้น”

“คนไทยเราไม่ว่าภาคไหนๆ ก็มีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองคน ไม่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเป็นเทวดา พระ หรือบางคนก็ถือผีสางนางไม้ คนเรามักยึดสิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่งทางใจ หลายคนที่มีความเชื่อนี้อย่างมาก เวลาตกทุกข์ได้ยาก มีเคราะห์ก็มักจะมีการบนบานศาลกล่าว กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเชื่อ แล้วก็มีการแก้บน โนราห์ถือเป็นการแสดงอย่างหนึ่งที่เอาไว้แก้บนด้วย”

“ใช่ๆ หนูเคยไปวัดหลวงพ่อโสธร เขามีการรำโนราห์แก้บน นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตหนูที่เห็นเขารำโนราห์จริง มีคนเป่าปี่ ตีกลอง”   ตวงพรเป็นคนเสริมขึ้นมา

“ภาคใต้เราก็เหมือนกัน คนสมัยก่อนก็นิยมใช้โนราห์รำแก้บน และเฉกเช่นเดียวกัน คนไทยเราก็มีความนบน้อมถ่อมตน เรามีการตอบแทน เป็นการขอบพระคุณ โนราห์อีกแบบหนึ่งของทางใต้ก็คือ การไหว้ครู หรือโนราห์โรงครู ตรงนี้จะจัดหนักหรือไม่แล้วแต่ทุนทรัพย์ของเจ้าภาพ บางทีเขาจะจัดแบบสามวันเต็ม หรือจัดสั้นเพียงหนึ่งวันจบ จัดทุกปี จัดสามปีหน จัดเจ็ดปีหน แล้วแต่ โนราห์โรงครูนี้รวมไปถึงการครอบครูให้กับโนราห์ใหม่”

“พี่ลี พี่ลีหัดโนราห์มาตั้งแต่กี่ขวบคะ”

“ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยมั้ง”  ตวงพรพูดปนหัวเราะ พ่อเล่าให้ฟังตอนก่อนมานี่เองว่า พ่อกับลุงคุยกันทางโทรศัพท์ ลุงหนะเห่อลูกสาว ส่วนพ่อก็หมั่นไส้เลยแขวะเอาหลายหน เรื่องมโนราห์นี่แหละ

“เจ็ดขวบย่ะ แหม.. แต่จริงๆ ก็น่าจะเป็นตั้งแต่อยู่ในท้องนะ เพราะกว่าแม่จะรู้ว่าท้อง ปาเข้าไปสามเดือนกว่าแล้ว เพราะไม่มีอาการแพ้เลย อาจจะแปลกใจนิดหน่อยที่..”   หันไปทางผู้ชายคนเดียวในที่นี้ แล้วกลับมาคุยกับสองสาวต่อ

“ที่ไม่แพ้ท้อง”

“อะนะ”  สองสาวยิ้มๆ นัยะคำตอบที่หายไป อยู่ในวิชาสุขศึกษาทำให้เด็กๆ รู้ความที่พี่สาวไม่เอ่ยออกมา

“การดูโนราห์ให้สนุกต้องรู้จักหลักเบื้องต้นของการชมนาฎศิลป์ ซึ่งตรงนี้ครอบครัวของพี่ใส่ใจคนดูมาก สูหยาบอกว่าจะมีชาวต่างชาติมาดู ตอนแรกก็คิดว่าคน สองคน วัยรุ่น แต่นี่ไม่ใช่ ได้ข่าวว่าเป็นคนของกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นการส่วนตัว แต่ก็เถอะ เพราะเจ้าของงานที่จะมีการจัดเลี้ยงเป็นนักการเมือง ก็อยากอวดเมืองไทยของเรา ภาคใต้ของเรา”

“ถ้าจำไม่ผิดพี่ลีจะรำเดี่ยว รำมโนราห์บูชายัญใช่ไหมคะ”

“ใช่ เพราะถ้าหากรำแบบอื่นก็จะต้องใช้คนเยอะ ทีนี้การลงไปเกาะลำบากอยู่มาก เรื่องการขนเครื่องแต่งกาย การพานักดนตรี ค่าใช้จ่ายสูงมาก สูบอกว่าเจ้าของงานเป็นนักการเมืองที่เป็นคนดีของบ้านเรา ซึ่งก็จริง ท่านมีชื่อเสียงไม่เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ มีแต่การพัฒนาท้องถิ่น คนนับหน้าถือตาเป็นจำนวนมาก ท่านไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จริงๆ งานนี้ท่านแค่ลงไปเที่ยวเกาะเป็นการส่วนตัวกับครอบครัว ส่วนสูหยา คนที่มาติดต่องานเป็นเพื่อนเรียนโรงเรียนเดียวกันมา อยากจัดงานให้ โดยปกติโรงแรมของสูก็มีโชว์ระหว่างมื้อค่ำแก่นักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โนราห์นี่อยากจัดเป็นพิเศษจริงๆ ตอนแรกว่าจะเซอร์ไพร้ส์ในงาน แต่บังเอิญอย่างไรไม่ทราบ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรารู้กันเมื่อเย็นนั่นแหละ  เท่าที่ฟังจากตานะ เห็นว่าท่านไปเจอเพื่อนชาวต่างชาติที่เกาะโดยบังเอิญ แล้วก็บังเอิญชั้นที่สองคือ ชาวต่างชาติคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อหน้าตาของประเทศเราเปลี่ยนแผนก็ดูดี ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก”

“หลายบังเอิญจังนะคะพี่ลี”  พรศิริแซว

“อือ.. ประมาณนั้น ตากับสูคุยโทรศัพท์กันอีกรอบ ได้ยินว่าไหนๆ ก็ไหนๆ จะทำให้เป็นงานเปิด มีชาวบ้านมาร่วมชมด้วย แบ่งครึ่งกันโซนที่ขายตั๋วสำหรับการนั่งโต๊ะอาหาร สำหรับคนสมัครใจทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ส่วนอีกครึ่งเป็นชาวบ้านเป็นการเลี้ยงอาหารฟรี เจ้าภาพก็คือเงินในการขายโต๊ะนั่นแหละ หากเงินเหลือทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กลุ่มรักสัตว์ของเกาะ นำเงินไปรักษาสัตว์ที่ป่วย หรือจะเอาไว้เป็นทุนสำหรับการทำหมันพวกน้องหมา หรือน้องแมว จรจัดที่อยู่บนเกาะ”

“เอ้อ..เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตเลยนะคะนั่น แล้วการรำหละคะ จะยกไปทั้งคณะเลยหรือเปล่า แล้วต้องไปเมื่อไหร่ ตอนนี้แขกอยู่ที่เกาะแ้ล้วหรือคะ”  

“ถามมาซะรัวเชียว ไม่ต้องยกเป็นคณะ เป็นการรำเดี่ยวเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มสูจิบัตรของงานเข้ามา เดี๋ยวให้ตากับแม่เขียนแล้วพี่จะพิมพ์ ส่งไฟล์เมล์ไปให้สูหยา เพื่อให้ทางโน้นดำเนินการพิมพ์แจกแ่ก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าชมงาน แบบฟรี และไม่ฟรี ใช่แขกพักเจ็ดวัน เราต้องลงเกาะพรุ่งนี้เลย เรือเช้าออกเก้าโมง ง่วงกันหรือยังพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ

“ยังค่ะ หนูตื่นได้”  ประสานเสียงมั่นใจ

“ใช่ ตวงยังอยากรู้ต่อ ว่าโนราห์เหมือนหรือต่างยังไง พี่ลีอธิบายพวกเราได้ไหมคะ”

“พี่วิชญ์หละ ง่วงหรือยังคะ” พรศิริหันไปถามพี่ชาย

“ยังเลย จะทำอะไรกันก็ทำเถอะ พี่ฟังได้ ส่วนมีอะไรให้ช่วยก็บอกนะครับ หนูลี ยินดีรับใช้ครับ”

“ขอบคุณค่ะ คุณวิชญ์จะย้ายไปข้างในก็ได้นะคะ ตรงห้องโถงมีโทรทัศน์ รีโมทอยู่ข้างๆ เครื่องนั่นแหละค่ะ ที่นี่มีจานดาวเทียมเลือกดูได้ตามต้องการเลยค่ะ”

“ครับ ไม่เป็นไร”

“พี่ลี ต่อๆๆ ตวงอยากรู้”

“ย้อนกลับไปอีกทีนะ ว่ามโนราห์ภาคใต้กับมโนราห์ภาคกลางต่างกันตรงที่ ภาคกลางเล่นเป็นเรื่องแบบละคร หรือตัดตอนของละครมาเล่น อย่างเช่นเรื่องพระสุธนมโนราห์ ที่ยอดฮิตเลยก็คือ การที่นายพรานไปจับนางกินรีมาถวายพระสุธน นอกจากนางกินนรีแล้วจะมีคนแต่งตัวเป็นนายพราน สวมหน้ากากเข้ามาเล่นด้วย, หรือการรำมโนราห์บูชายัญห์ หมายถึงตอนที่นางมโนราห์รำโชว์ก่อนจะบินหนีกลับบ้านของตนเองที่เขาไกรลาส”

“อืม.. ค่ะ แล้วโนราห์ภาคใต้ที่พี่เล่าเมื่อกี้ใช่ไหมคะ เป็นการแก้บน หรือไม่ก็โรงครู”

“ใช่ เหมือนแต่แตกต่างไม่ได้แตกแยก อย่างพี่ เป็นโนราห์รุ่นใหม่ออกมา มีการปรับประยุกต์เยอะแล้ว การรับงานของตาก็จะเปลี่ยนจากการรับงานของแม่ในสมัยก่อน สามารถนำเอาโนราห์ภาคกลางมารำด้วยได้ รำโนราห์ภาคใต้ของแท้ดั้งเดิมนอกจากรับงานแก้บน ก็จะมีงานเฉลิมฉลองต่างๆ อย่างงานหกสิบปีวิทยาลัยของพี่ ที่เห็นกันในซีดี, หรือที่เด่นๆ ก็คือโนราห์สงขลา ของมหาวิทยาลัยวชิราวุธ สวยมาก เคยดูกันไหม”

“ไม่เคยอะค่ะ”  พรศิริส่ายศรีษะ ตวงพรก็เหมือนกัน ส่วนพีรวิชญ์นั่งฟังเงียบๆ สายตาเขาจับจ้องที่คนเล่า ความรู้สึกเอื้ออาทรแผ่กระจาย ไม่ชวนให้รู้สึกอึดอัดอะไร หากมองไปและสบสายตาของเขา

“งานเฉลิมฉลอง งานนักขัตฤกษ์ต่างๆ  เพราะโนราห์เหมาะสำหรับงานรื่นเริง เสียงปี่เสียงกลองค่อนข้างเร้าใจ แม้แต่ตอนเศร้าอย่างโนราห์บูชายัญก็ดูไม่เศร้าเท่าไหร่นัก ถ้าคนแสดงไม่แสดงให้สมบทบาทตอนร้องสำคัญมาก คนที่รำเก่งๆ เขาสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูร้องไห้ก็มีนะ แต่พี่ไม่ได้เก่งขนาดนั้นค่ะ”

“แต่พี่ลีก็เก่ง”

“พี่ไม่ใช่คนเก่ง พี่เป็นคนที่ทำซ้ำบ่อยๆ แล้วเล่าได้ บอกรายละเอียดได้มากกว่า”   พีรวิชญ์พยักหน้าหงึกหงัก ไม่ใช่เห็นด้วย แต่ชอบใจวิธีการพูด เธอไม่ใช่คนอวดดีสักนิด เขายิ้ม

“พวกเราคุยกันเยอะมาก และยาวมาก ทั้งที่วันนี้เพิ่งมาถึงเองนะ ถ้ายังไม่ง่วงไปใช้คอมพ์สิ ที่นี่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตนะ พ่อติดให้พี่ตั้งแต่ตอนเรียน และใช้มาจนถึงทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่ในห้องสมุดนะ เรือนฝั่งโน้น ห้องติดกับชานเรือนเลย ก็พ่ออีกเหมือนกันที่ทำไว้ให้ หาหนังสือมาใส่ แบ่งกันเล่นละกันถ้ายังไงจะไปยกโน้ตบุ้คในห้องพี่มาก็ได้ ห้องพี่อยู่ฝั่งนี้ห้องในสุดติดหลังบ้าน แต่อย่ามัวแต่แช้ทให้ดึกหละ เสร็จแล้วเข้านอนได้เลย ไม่ต้องรอพี่ พี่ต้องพิมพ์งานก่อนจะได้รีบส่งให้สูหยา ส่วนคุณ..ส่วนพี่วิชญ์ถ้าไม่ง่วงก็ดูโทรทัศน์หรือจะเข้าไปหยิบหนังสือมาอ่านก็ได้ตามสะดวกนะคะ ลีคิดว่าแม่กับตาน่าจะร่างคำที่ใช้ทำสูจิบัตรเสร็จแล้วหละ ลีไปทำงานก่อนค่ะ”

“เอาสิ ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก จัดงานให้เสร็จละกัน”

“ค่ะ..”

“อ้อ พรุ่งนี้ต้องตื่นกี่โมง”

“ตื่นเช้าหน่อยค่ะ เราต้องลงเรือเก้าโมง ปกติแม่เป็นคนตื่นเช้ามาก เพราะแม่ชอบใส่บาตร ที่นี่จึงจะมีอาหารตั้งแต่เช้า มีข้าวหุงในหม้ออุ่นไว้ตลอด ส่วนกับข้าวดูได้ในตู้ ไมโครเวฟมีวิธีใช้เขียนติดไว้ เพราะบ้านเรามีเด็กๆ มาเรียนหลายรุ่น ก็เลยทำไว้อย่างนี้เสมอ ส่วนอาหารเช้าประเภท กาแฟ หรือขนมปัง ในครัวจะจัดโซนแยกไว้ คงพอผ่านๆ ตากันบ้างแล้วมั้ง”

“ครับผม ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นค่อยว่ากัน นึกว่าพรุ่งนี้จะมีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษหนะ”

“ไม่แน่ค่ะ ให้ลีทำงานคืนนี้ก่อน งานของลีเป็นขั้นตอนแรก ไม่อยากให้สูเค้ารอนาน ถ้าคืนนี้เสร็จ พรุ่งนี้อาจไปเดินเล่นกันหลังอาหารเช้า ตรงสวนของกรมทรัพย์  ไปดูไม้โกงกางกับนกหลายชนิดที่ชอบมาจับปลาแถวๆ นั้นค่ะ เสร็จแล้วก็ไปท่าเรือให้ทันแปดโมงสี่สิบห้าก็ใช้ได้หละ”

“โดยประมาณกี่โมงหละคะ พี่ลี ตวงจะได้เตรียมตัวไว้”

“ก็ไม่ต้องเช้ามาก สักหก เจ็ดโมงก็ได้ ถ้าอยากไปเดินป่าโกงกาง”

“โหย หก เจ็ด โมงเนี่ยนะ ไม่เช้า”   ดาราวลีหัวเราะ แววตาเป็นประกาย คนที่ลอบมองยิ้มตาม ส่วนคนที่มองคนที่แอบมองอีกทีอย่างพรศิริก้มมองพื้นด้วยสายตาหม่นเศร้าทุกคนแยกย้ายกันไป ทิ้งให้ชานเรือนว่างเปล่า แมลงกลางคืนร้องระงม







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ขนมปังปิ้ง วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fernzaa
"บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู  ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ"

อาแจมเก่งจริงๆ เลยค่ะ (แม้จะไม่เข้าใจในบางประโยคที่เป็นภาษาใต้น่ะ)

นู๋ก็อยากเขียนนะ แต่ไม่ได้เริ่มซักที ได้แต่จะๆๆๆ สงสัยต้องตั้งใจจริงๆ บ้างแระ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 25/09/2011 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

สวัสดีค่ะ พี่กำหนัน พี่ชาลี

แหม ใจร้อนจริง พี่กำหนัน ต้องคอยติดตามไปเรื่อยๆ ถึงจะรู้ว่าแฮปปี้หรือเปล่า..

พี่ชาลีคะ ใช้เวลาในแต่ละตอนไม่เท่ากัน.. แต่สองตอนนี้ 6-7 แจมทิ้งช่วง หาข้อมูล (เพราะจะมีภาษาอังกฤษมาเกี่ยวด้วย) ใช้เวลาเดือนกว่า เขียน แล้วทิ้งให้ตกตะกอน มาเช็คสอบ วนอยู่อย่างนี้ วันละนิดละหน่อย ค่ะ

อยากให้เรื่องนี้ออกมาดี เป็น แนวอนุรักษ์โนราห์ของแท้ ไม่ใช่แบบที่เอาโนราห์มาอ้างนิดหน่อย แล้วกลายเป็นแย่งสมบัติ แย่งผู้ชาย หรือมุ่งเป้าที่ไปแนวตลาดต้องการ

โครงทั้งเรื่อง ยกให้ความดีความชอบของซีรี่ย์เกาหลี ที่ได้ดูหลายๆ เรื่อง เก็บเอาส่วนดีของแต่ละเรื่องที่เราประทับใจ มาใช้ในการดำเนินเรื่อง

อย่างเช่น..ล่าสุดแจมดูเรื่อง Miss Ripley นางเอกเป็นคนปลอมแปลงวุฒิการศึกษาเพื่อได้เข้าทำงาน เขาเขียนให้คนรัก คนโกหกได้.. เขาเขียนบทให้เราชอบมาเฟีย ที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุม ผู้หญิงบาร์ได้

เขาเขียนให้คนเข้าถึงความรักได้อย่างแนบเนียน และนุ่มนวล ทั้งที่เรื่องนี้ค่อนข้างแรงค่ะพี่

แจมอยากลองแบบนั้น ไม่รู้จะทำได้ไหม ลองตั้งใจทำดูเรื่อยๆ เรื่องนี้กะว่า.. อยากได้สัก 30 ตอน จากนั้นจะลองแปลงบทนวนิยายเป็นบทละคร นำไปเสนอทางช่องดู เผื่อจะมีคนสนใจบ้าง

ตอนนี้แจมเรียนนิเทศฯ ปีสี่แล้ว น่าจะพอเขียนบทละครได้ด้วยค่ะ เทอมหน้า ประมาณมีนานี้ ต้องไปอบรมเกี่ยวกับการทำละครสั้น ก็คงอาสาช่วยเพื่อนเขียนบทละคร จะได้เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์มาใช้จริงค่ะ

แหะ แหะ ถามนิดเดียว..เล่าถึงฝันในวัยเยาว์ซะงั้น

ขอบคุณที่แวะเวียนมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น้องสีน้ำฟ้า ใช้เวลาแต่งแต่ละตอนนานไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กำหนัน วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ พระเอกกับนางเอกจะแฮบปี้เอ็นดิ้งม่าย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

ขอโทษสำหรับความล่าช้าของตอนนี้ค่ะ ใช้เวลาปรับ แต่ง เขียน อยู่เดือนกว่า เพื่อให้ได้งานที่ หวังว่าคงพออ่านได้

ตอนหน้าเสร็จแล้ว พบกันประมาณ 29 กันยายนนะคะ ยังยึดวันพฤหัสบดีไว้เป็นหัวหาดการโพสต์อยู่ค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เม้นท์บ้าง คุยกันบ้างก็ได้นะคะ ^^

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]