พิมพ์หน้านี้
|
ต่อจากตอนที่แล้ว ปูและกบกำลังมองหาบ้านในฝันกันอยู่ แต่บ้านสวนนกบาวเวอร์ หรือนกกระจาบคอนโดวิว ก็ยังไม่ถูกใจปู เธออยากได้บ้านที่มีทุกอย่างพร้อม . ปูครับ นี่ไงครับ บ้านแบบที่ปูต้องการ ที่จริงเรียกว่าบ้านก็ไม่ถูกนักหรอก
มหานครระฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องพัก สวนอาหาร สถานรับเลี้ยงเด็ก พร้อมมีงานให้ทำ เบื่อไหมครับ กับบ้านที่อยู่ไกลแสนไกล คุณต้องเดินทางไกลมากเพื่อไปทำงาน ต้องเสียเวลากับรถติดเป็นชั่วโมงๆ ค่าน้ำมันก็ขึ้นเอาทุกวัน แถมบางทีจะหาข้าวกิน ยังต้องขับรถออกมาจากบ้านตั้งไกลอีก ถ้าคุณเบื่อปัญหาเหล่านี้และกำลังมองหาที่พักอาศัยที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ ทั้งห้องนอน สวนอาหาร สถานรับเลี้ยงเด็ก และที่ทำงาน ที่สำคัญคุณสามารถอยู่ฟรีกินฟรีอีกด้วย เราขอเสนอ... มหานครปลวก
มหานครปลวก สุดยอดสิ่งก่อสร้างของโลก นี่คือสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก คุณอาจสงสัยว่ามันสูงที่สุดในโลกจริงหรือ ตึกของมนุษย์ยังดูสูงกว่าตั้งเยอะ นั่นก็เพราะเมื่อเทียบตัวผู้สร้างมหานครนี้ที่ยาวเพียง 2.5 เซนติเมตรแล้ว สิ่งที่มันสร้างซึ่งสูงถึง 9 เมตร ก็คือตึกระฟ้าสูง 180 ชั้น ดีๆ นี่เอง! สุดยอดใช่ไหมครับ งั้นผมจะพาไปรู้จักผู้สร้างและผู้อยู่อาศัยของมหานครแห่งนี้กันดีกว่า
ทีมก่อสร้างมหานครนี้คือ ปลวกแอฟริกา (African termite) แมลงตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าซาวันนา ในทวีปแอฟริกา พวกมันจะสร้างรัง (จอมปลวก) ขนาดมหึมา ที่อาจสูงถึง 7-9 เมตร เรียกว่าสะพานลอยบ้านเรายังอายเลย เจ้าปลวกแอฟริกามีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดก็สร้างรังต่างกัน แต่ชนิดที่สร้างรังได้สุดยอดที่สุดคือ Macrotermes bellicosus ปลวกเป็นแมลงสังคม (สังเกตว่าพวกชอบสังคมจะสร้างบ้านเก่ง แบบเจ้านกกระจาบตอนที่แล้ว) ในแต่ละรัง จะประกอบด้วย ปลวกงาน ซึ่งมีหน้าที่ตามชื่อคือ ทำงานหลายๆ อย่างในรัง ทั้งสร้างและซ่อมแซมรัง ดูแลสวน เป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือดูแลราชีนี ซึ่งจอมปลวกยักษ์นี้ก็สร้างขึ้นจากฝีมือ (ฝีปาก) ของปลวกงานนับล้านตัว ปลวกงาน (ตัวที่ไม่ได้มีปากเป็นคีม) คือสุดยอดช่างก่อสร้าง มันไม่มีตา ไม่มีมือ และไม่มีเครื่องมืออะไรเลย ผู้อยู่อาศัยอีกกลุ่มหนึ่งคือปลวกทหาร หรือเจ้าปลวกที่มีปากเป็นคีมน่ากลัวที่เราเห็นกันบ่อยๆ พวกนี้มีหน้าที่ปกป้องดูแลรัง ปลวกทหารหน้าตาดุดัน ทำหน้าที่เป็นรปภ.ประจำรัง และสุดท้ายคือปลวกที่มีหน้าที่สืบพันธุ์ได้แก่ ปลวกราชินี ที่ทำหน้าที่ออกไข่เพิ่มประชากรอย่างเดียว ทั้งรังมีเพียงเธอเท่านั้นออกไข่ได้ วันหนึ่งอาจออกไข่มากถึง 30,000 ฟอง ปลวกราชีนี คือเจ้าของมหานครตัวจริง เธอเป็นทั้งผู้บุกเบิกและหาทีมงานก่อสร้าง ปลวกราชีนี มีท้องใหญ่มากเอาไว้ออกไข่ ตัวอาจยาวถึง 6 เซนติเมตร หลังจากรู้จักทีมงานและผู้อยู่อาศัยแล้ว ก็มาดูกันครับว่า ทีมงานของเราสร้างมหานครนี้ได้อย่างไร การสร้างมหานครปลวก การสร้างรังของปลวกแอฟริกาจะเริ่มเมื่อปลวกตัวผู้และตัวเมียคู่หนึ่งผสมพันธุ์กัน แล้วพวกมันก็จะหาที่อยู่เหมาะๆ ซึ่งอยู่ใต้ดิน จากนั้นตัวเมียก็จะกลายเป็นราชินี เธอจะเริ่มออกไข่ เพื่อให้กำเนิดปลวกงาน ซึ่งก็คือช่างก่อสร้างของเรานี่เอง ปลวกงานช่างก่อสร้างจะใช้ดินที่ผสมน้ำลายเป็นวัสดุก่อสร้าง มันจะปล่อยวัสดุก่อสร้างออกมาจากปาก และตกแต่งด้วยความชำนาญ กลายเป็นดินแข็งๆ ที่เราเห็นตามจอมปลวก ภายในจอมปลวกนั้น มีโครงสร้างที่ซับซ้อนอยู่ภายใน ในตอนแรกรังจะถูกสร้างอยู่ใต้ดิน หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินก็จะปรากฏออกมา ซึ่งในตอนแรกจะมีลักษณะกลม ต่อมาก็ค่อยๆ สร้างยอดแหลมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บางรังใช้เวลาสร้างถึง 10 ปี เพราะราชีนีอาจมีอายุยืนถึง 10 ปีเช่นกัน เรียกว่าสร้างทั้งชีวิตของราชีนีเลยทีเดียว จอมปลวกค่อยๆ ถูกต่อเติมสูงขึ้นเรื่อยๆ ปลวกแอฟริกาแต่ละชนิดจะสร้างรังลักษณะต่างกัน และอาจขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นด้วย ถ้าแถวนั้นฝนตกน้อยและมีวัตถุดิบอุดมสมบูรณ์ จอมปลวกอาจสูงมาก แต่บริเวณที่ฝนตกหนักและวัตถุดิบน้อย จอมปลวกอาจไม่สูงนัก เพราะถูกฝนกัดกร่อน รูปร่างของจอมปลวกก็มีทั้งแบบยอดแหลม ทรงกรวย ทรงแบนข้าง ฯลฯ นอกจากนี้บางรังยังมีต้นไม้ขึ้นมาปกคลุมอีกด้วย โครงสร้างของมหานคร คราวนี้มาดูแบบแปลนของมหานครนี้กันดีกว่าครับ โครงสร้างมาตรฐานของจอมปลวกแอฟิรกาจะมีลักษณะคล้ายภาพนี้
จอมปลวกจะแบ่งเป็นส่วนที่อยู่บนดินและใต้ดิน ส่วนที่อยู่ใต้ดินประกอบด้วยอุโมงค์ทางเดินที่ซับซ้อนราวเขาวงกต ห้องของราชินี เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด (โพรงใหญ่ๆ ในภาพ) ข้างใต้หรือรอบๆ ห้องราชีนีจะเป็นห้องเก็บอาหาร ห้องฟักไข่และเลี้ยงดูตัวอ่อน และห้องของพวกปลวกงาน ส่วนโพรงสูงขึ้นไปสู่ยอดจอมปลวกนั้นคือ ช่องระบายอากาศ
ห้องดูแลไข่และตัวอ่อน ตัวขาวๆ ในภาพคือตัวอ่อนของปลวก ส่วนทางเข้าและทางออกของรังจะยื่นยาวออกไปนอกตัวรังดังภาพ ซึ่งปลวกจะออกไปหาอาหารตอนกลางคืน เพราะปลวกงานพวกนี้มีผิวบอบบาง สู้แดดตอนกลางวันไม่ไหว ส่วนห้องสีเหลืองๆ ที่มีอยู่เยอะๆ คือห้องที่แสดงความสุดยอดของปลวกแอฟริกา นั่นคือ ห้องผลิตอาหารหรือสวนเพาะเห็ดรา! ร้านอาหารและสวนผลไม้ ปลวกแอฟริกาเป็นสัตว์ไม่กี่ชนิดในโลกที่สามารถเพาะปลูกอาหารไว้กินเองได้ ซึ่งปลวกงานส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นชาวสวน (นอกจากเป็นช่างก่อสร้างแล้วยังเป็นคนสวนอีก) เพาะเลี้ยงเห็ดรา (fungus) สำหรับเป็นอาหารของตัวอ่อนและปลวกที่ทำหน้าที่สืบพันธุ์ รวมถึงปลวกงานอื่นๆ ด้วย ภายในสวนเพาะเห็ดรา สีขาวๆ คือเห็ดราที่เป็นอาหารชั้นดีที่ปลวกแอฟริกาเพาะขึ้นมาเอง การเพาะเห็ดราจะเริ่มจากที่ปลวกงานไปเก็บสปอร์ของเห็ดราพวกนี้จากนอกรัง แล้วนำมาเลี้ยงในสวนเพาะเห็ดรา พวกมันจะให้อึของตัวเองเป็นอาหารแก่เห็ดรา โดยปลวกงานจะกินเนื้อไม้ (ซึ่งก็คืออาหากของมัน) หลังจากดูดซึมสารอาหารจากเนื้อไม้แล้ว มันก็จะปล่อยอึที่มีพวกสารเซลลูโลสออกมาเป็นอาหารของเห็ดรา เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์จากอาหารที่กินไปอย่างคุ้มค่ามากๆ เห็ดราบางชนิดที่อยู่ในจอมปลวกแอฟริกาจะพบเฉพาะได้ที่นี่เท่านั้น ไม่พบที่อื่นนอกจอมปลวก เรียกได้ว่ามันมีชีวิตอยู่ในจอมปลวกเท่านั้น นอกจากนี้ชนิดของเห็ดรายังกำหนดรูปร่างของจอมปลวกอีกด้วย การเพาะเห็ดราเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันต้องการอุณหภูมิเฉพาะในการเจริญเติบโต โดยอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส ปลวกจึงต้องควบคุมอุณหภูมิในรังให้คงที่ และมันก็ทำสำเร็จเสียด้วย! ระบบปรับอากาศ สิ่งที่น่าทึ่ง (อีกแล้ว) ของจอมปลวกแอฟริกาคือ ระบบปรับอากาศ ในทุ่งหญ้าซาวันนาที่ร้อนระอุของแอฟริกา อุณหภูมิตอนกลางวันอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ตอนกลางคืนอาจลดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิภายในจอมปลวกอยู่ประมาณ 30.5 องศาเซลเซียส เท่านั้น นั่นเพราะการออกแบบโครงสร้างเพื่อการระบายอากาศของจอมปลวก เคล็ดลับอยู่ที่ส่วนยอดของจอมปลวก มันเปรียบเหมือนปล่องระบายอากาศ ตามจอมปลวกจะมีช่องและรูพรุน อากาศจะไหลจากข้างนอก เข้ามาทางด้านล่างรัง อากาศร้อนจะลอยขึ้นไปด้านบนรังทางปากปล่อง พอตกกลางคืนปลวกอาจปิดปากปล่อง เพื่อป้องกันความร้อนออกไป
ทิศทางการไหลของอากาศในจอมปลวกแต่ละชนิด การไหลเวียนอากาศนี้ช่วยในการถ่ายเทก๊าซด้วย โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เห็ดราปล่อยออกมาจะลอยออกไปทางปากปล่องพร้อมกับอากาศร้อน ส่วนออกซิเจนก็จะเข้ามาทางด้านล่างของรัง โครงสร้างภายในจอมปลวกที่ถูกทำลาย นอกจากนี้ โครงสร้างภายนอกก็มีผลกับการปรับอากาศภายในรัง บางรังที่อยู่บริเวณที่มีฝนตกหนัก จะมีโครงสร้างคล้ายร่มเพื่อกันน้ำฝน บางรังจะมีลักษณะกว้างในแนวตะวันออก-ตะวันตก เพื่อรับแสงอาทิตย์ตอนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือตก ทำให้รังอุ่น การสร้างรังที่มหัศจรรย์นี้ ทำให้มนุษย์ศึกษาจอมปลวกแอฟริกา เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างอาคารควบคุมอุณหภูมิ คิดดูสิว่ามันเจ๋งซะจนมนุษย์ยังต้องทำตามเลย พบกับรายละเอียดของมหานครปลวกที่น่าทึ่งไปแล้ว ก็ถึงเวลามาดูแต่ละโครงการกันดีกว่าครับ
มหานครปลวก 1 ทรงหอคอยลอร์ดออฟเดอะริง (มีเสือชีตาห์เป็นพรีเซนเตอร์) มหานครปลวก 2 ทรงสับปะรด พร้อมต้นไม้บนยอด (มีชายหนุ่มเป็นพรีเซนเตอร์)
มหานครปลวก 3 อิงแอบต้นมะพร้าว (พรีเซนเตอร์คนนี้แสดงความเป็นแอฟริกาได้ดีมาก)
มหานครปลวก 4 ทรงชี้นิ้วขึ้นฟ้า (พรีเซนเตอร์คนนี้แสดงได้โลดโผนมาก) มหานครปลวก 5 ทรงหลอดกาแฟเสียดฟ้า (มีคุณป้าเป็นพรีเซนเตอร์)
มหานครปลวก 6 ขนาดยักษ์ไร้รูปทรง (พรีเซนเตอร์ตัวเล็กไปเลย)
มหานครปลวกรับสมัครงาน
ต่อตอนหน้าครับ (สุดท้ายแล้ว) แหล่งอ้างอิง |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||