• นาฬิกาลืมเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paipai_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 6820
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
นาฬิกาลืมเวลา
เรื่องราวของสัตว์โลก ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบชวนนิยม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dreamline
วันเสาร์ ที่ 12 เมษายน 2551
เรียนรู้ธรรมชาติจากพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติแห่งจุฬาฯ ๑
Posted by นาฬิกาลืมเวลา , ผู้อ่าน : 314 , 22:58:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากครับ ทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพราะพิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้โดยเห็นจากของจริง และผมเองก็สนใจวิธีการบอกเล่าหรือจัดแสดงสิ่งต่างๆ ในรูปแบบน่าสนใจด้วย

เนื่องจากตอนนี้กำลังเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์และธรรมชาติ จึงนึกถึงพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งขึ้นมา เป็นที่ที่เมื่อก่อนผมเคยคลุกคลีอยู่  เมื่อเวลาผ่านไป จึงอยากกลับไปเยี่ยมอีกครั้ง และอยากนำเรื่องราวของที่นี่มาเล่าให้คนอื่นฟังบ้างครับ  เพราะสำหรับผมแล้วถือว่าที่นี่คือสถานที่เก็บเรื่องราวธรรมชาติที่มีของดีๆ อยู่มากมาย  ซึ่งที่นี่ก็คือ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผมเดินทางมาที่คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยงของเดือนเมษายน  เมื่อมาถึงผมก็มุ่งไปยังตึกชีววิทยา ๑ หรือที่เรียกว่า ตึกขาว ซึ่งเป็นตึกที่สร้างพร้อมกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้  พิพิธภัณฑ์ที่ผมจะพาไปอยู่ชั้น ๒ ครับ

เมื่อมาถึงบันไดทางขึ้น ก็จะพบเจ้างูเหลือมนอนอ้าปากเรียกแขกอยู่ แสดงให้รู้ว่ามาทางถูกทางแล้ว

 

ขอกล่าวถึงประวัติของพิพิธภัณฑ์นี้คร่าวๆ ก่อนครับ  พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นในในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ โดย สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ก็ได้ยกเลิกไป จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๕ รอบ และฉลองครบรอบ ๗๐ ปีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เมื่อมาถึงประตู อาจจะงงว่าเราเข้าไปได้หรือไม่ เพรามันจะดูเงียบและให้บรรยากาศขลังแบบโบราณๆ ยังไงชอบกล  แต่ไม่ต้องกลัวครับ เดินเข้าไปเลย (อย่าลืมถอดรองเท้าก่อนนะครับ) ที่นี่ยินดีต้อนรับสุภาพชนทุกท่าน

 

เมื่อเข้าไปแล้ว ก็จะพบพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยตู้ไม้จัดแสดงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ให้บรรยากาศคลาสสิกมาก แม้จะดูไม่ใหญ่โตนัก แต่ที่นี่เต็มไปด้วยของที่มีคุณค่ามากมาย

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และธรรมชาติวิทยาอยู่ด้วยครับ

 

ที่นี่จะเน้นการจัดแสดงตัวอย่างสัตว์เป็นพิเศษ  ผมจะเป็นไกด์นำชมพิพิธภัณฑ์เองครับ  เราเริ่มกันที่ตัวอย่างซึ่งมีค่ามากๆ ดีกว่า เพราะมันเป็นเรื่องของสัตว์ที่มีชะตากรรมน่าเศร้าและหาไม่ได้อีกแล้วในธรรมชาติ

 

เจ้ากวางเขาสวยงามตัวนี้คือสมัน กวางเขาสวยงามที่พบเฉพาะในประเทศไทย  นี่เป็นเขาของจริงกับหัวจำลอง ดูเขาที่แตกกิ่งสวยงามของมันสิครับ สมกับกวางชนิดหนึ่งที่มีเขาสวยที่สุดในโลก  แต่น่าเศร้ามากที่มันสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้แล้ว เพราะฝีมือคนไทยนี่เอง  ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อร้อยปีก่อนพวกมันเคยเดินหากินอยู่แถว รังสิต สำโรง หรือพระโขนงนี่เอง

 

ตามมาด้วยนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร สัตว์ที่เผชิญชะตากรรมโหดร้ายอีกเช่นกัน นกชนิดนี้พบที่บึงบอระเพ็ดแห่งเดียวในโลก โดยพบครั้งแรกในปี ๒๕๑๑ และพบครั้งสุดท้ายปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ปัจจุบันไม่ทราบว่ามันสูญพันธุ์ไปหรือยัง นี่เป็นตัวอย่างที่สตัฟฟ์ไว้ มันมีรูปร่างคล้ายนกนางแอ่นขนาดใหญ่และมีขนยาวสองเส้นยื่นออกมาจากหาง

 

สัตว์ในตำนานของไทยอีกชนิด ที่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และทั้งโลกก็มีเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยตัว มันคือแรด หรือแรดชวา ที่ในอดีตเคยพบทั่วประเทศไทย ตัวสุดท้ายสูญพันธุ์ไปเมื่อ ปีพ.ศ. ๒๕๑๐  และเจ้าสิ่งนี้แหละครับ ที่ทำให้คนเขลาทั้งหลายทำลายชีวิตมัน เพียงเพื่อเอานอไปทำยาวิเศษ  ทั้งๆ ที่ความจริงนอแรดก็คือเส้นขนที่อัดกันจนแน่นนี่เอง

 

บนผนังมีเขาละอง หรือละมั่ง กวางชนิดหนึ่งที่มีเขาสวยงามแปลกตา ซึ่งสูญพันธุ์ไปจากป่าในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ยังดีที่สามารถเพาะพันธุ์พวกมันได้ จึงพอเห็นได้ตามสวนสัตว์

ชมตัวอย่างของสัตว์ที่น่าสงสารแล้ว คราวนี้เราไปดูอย่างอื่นที่น่าสนใจกันต่อดีกว่า ผมจะพาไปดูสัตว์ทีละประเภทละกัน  เริ่มที่สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังก่อนนะครับ

ผมชอบตู้นี้มากครับ นี่คือตู้จัดแสดงผีเสื้อหลากพันธุ์หลากสีสัน บนตู้จะเขียนว่า
             มาลี                      ดอกดั่งสีบานเย็นเห็นฤาไม่
ผีเสื้อร่อนว่อนอยู่ดูวิไล          งามกระไรหนอผีเสื้อช่างเหลืองาม
กินอะไรเกิดที่ไหนผีเสื้อเอ๋ย   อย่าปิดเลยตอบต่อนี้ขอถาม
น้องจะได้ไปเกิดไปกินตาม    ให้อร่ามเหมือนผีเสื้อเหลือสวยเอย..
ซึ่งมาจากบทละครเรื่อง เงาะป่า พระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

เข้าไปดูใกล้ๆ กันดีกว่าครับ  มีชนิดอะไรบ้างเอ่ย

ที่นี่จะไม่มีสัตว์ที่มีชีวิตนะครับ ทั้งหมดจะเป็นสัตว์ที่เก็บรักษาไว้ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการจัดแสดงโครงกระดูก การแสดงโครงร่างแข็ง (ของพวกสัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม)  การสตัฟฟ์ (มักใช้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกที่มีขนปกคลุม)  การดองในแอลกอฮอล์ (มักใช้กับพวกสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หรือสัตว์ที่มีเนื้ออ่อนนุ่ม) และการดองในฟอร์มาลิน (มักใช้กับพวกปลา)

 

หอยมือเสือยักษ์ เป็นหอยที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ใหญ่จนเด็กลงไปนอนได้สบายเลย  มันเป็นหอยที่มีสาหร่ายเซลล์เดียวเจริญเติบโตอยู่บนแผ่นเนื้อข้างในเปลือกด้วยครับ มันจะกินสาหร่ายเหล่านี้เป็นอาหาร  นี่เป็นสาเหตุที่มันต้องอ้าฝาขึ้นด้านบนเพื่อรับแสงแดด สาหร่ายจะได้เติบโต

 

คอลเลกชั่นหอยเต้าปูนสีสันสวยงาม แต่เห็นสวยๆ แบบนี้มีพิษร้ายนะครับ มันจะยื่นเข็มพิษออกมาจับเหยื่อ เข็มพิษนี้พุ่งแรงจนทะลุเสื้อนักประดาน้ำได้ และพิษก็แรงพอจะทำให้เสียชีวิตใน ๕ ชั่วโมง แต่ถึงจะมีพิษร้ายแบบนี้ หลายคนก็ชอบสะสมพวกมัน

ที่นี่มีเปลือกหอยสวยๆ ให้ชมมากมายเลยครับ  ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปัจจุบัน หอยต่างๆ จึงลดจำนวนลงไปมาก  เพราะความงามของมันทำให้มนุษย์เก็บไปชื่นชม เรื่องนี้เจ้าหอยเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกัน

 

หอยกะหล่ำ มีเปลือกที่สวยงาม มีหลายขนาด

 

หอยก้างปลา มีซี่หนามสวยงามมาก

 

ภายในเปลือกของหอยเป๊าฮื้อแสนอร่อย มีสีเงินเมทัลลิกแววาว

 

หอยงวงช้าง สัตว์โบราณหน้าตาคล้ายหมึกที่มีนเปลือกหอยหุ้มตัว  ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นภายในเปลือกที่มีห้องการเจริญเติบโตจำนวนมาก  ยิ่งโตเปลือกที่กั้นห้องภายในจะยิ่งมากขึ้น  วงเกลียวที่สวยงามนี้ยังมีอัตราส่วนเป็นหลักเรขาคณิตแบบหนึ่งด้วยนะ

 

ทายออกไหมครับว่านี่คืออะไร...
มันคือโครงร่างของเม่นทะเลนั่นเอง คิดภาพเม่นทะเลที่เอาหนามออกหมด ก็จะเจอโครงร่างสีสันสวยงาม ราวเครื่องประดับแบบนี้

 

ที่ป้ายเขียนบอกว่า นี่คือปูทะเลที่ใหญ่ที่สุด ใครมีตัวใหญ่กว่านี้จะมีรางวัลให้

 

หอยตะโกรมอายุ ๕,๐๐๐ ปี พบที่จังหวัดปทุมธานี พวกมันเป็นหอยน้ำเค็ม แสดงว่าเมื่อ ๕,๐๐๐ ปีก่อน ปทุมธานีเคยเป็นทะเลมาก่อน

ต่อตอนต่อไปดีกว่า ที่นี่ยังมีอะไรน่าดูน่าชมอีกเยอะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่ตั้ง ตึกชีววิทยา ๑ ชั้น ๒ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลาเปิด ๑๐.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ทุกวันเว้นวันหยุดราชการ (จันทร์ถึงศุกร์นั่นเอง)
เข้าชมฟรีครับ

ที่ภาคชีววิทยานี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑ์เต่าและตะพาบ และพิพิธภัณฑ์หอยทากของไทยด้วยนะครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
รุสสกี้ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

ย้อนกลับมาอ่านจากตอนที่แล้ว
ผมก็ชอบพิพิธภัณฑ์เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 15
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 15.18 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

ที่นี่บางจุดอาจจะไม่ได้แบ่งหมวดหมู่ชัดเจนครับ
แล้วก็มีพื้นที่ไม่มากนัก แต่มีของดีๆ อยู่เยอะ
ถ้าแวะไปชม ต้องดูละเอียดนิดนึง ถึงจะดีครับ
ความคิดเห็นที่ 14
ป้ารุ วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

ภาพสวยมากค่ะ
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ดูดีจังเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
apooh วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

อัตราส่วนที่ว่าเรียกว่า ตัวเลขแห่งสวรรค์ ในดาวินชี่โค้ดป่าว ??
ในหนังสือ คุณแลงดอน บรรยายซะเห็นภาพเลย
ความคิดเห็นที่ 12
pook วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 02.52 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

ทำให้นึกถึงตอนอ่านเรื่องสัตว์ที่สูญพันธุ์และกำลังจะสูญพันธุ์เลยค่ะ


พิพิธภัณฑ์กลางเมือง
ขอบคุณที่แนะนำนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11
pook วันที่ : 15/04/2008 เวลา : 02.48 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

เขาของสมันตัวสุดท้ายของโลกอยู่ที่นี่นี่เอง
เคยอ่านเจอว่า คนที่ยิงเค้าอยู่ในอาการ เมา !!!!

ไปอ่านต่อหล่ะค่า

ว่าแต่คุณแซท รันยา เอาเลขไรมาลงยาวเฟื้อยเลย
ความคิดเห็นที่ 10
sat11 วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

โกลเดน เรโช อัตราส่วนทอง

ปราชญ์สมัยก่อนคิดได้ไงนะคะ
หาความสัมพันธ์ของธรรมชาติกะตัวเลข
มันเป็นหลักฐานยืนยันความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
ที่คนตัวเล็กขี้ประติ๋วบังอาจเหิมเกริมนะคะ

หรือรหัสฟีโบนักชีในเรื่องดา วินชีโค้ด ที่เอามาผูกเป็นเรื่องที่น่าทึ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9
GPEN วันที่ : 14/04/2008 เวลา : 00.27 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

ดูแล้วอยากไปเลยครับ
หอยงวงช้างและตัวเลขนั้นน่าทึ่งจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 8
น้ำทะเล วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 22.22 น.
http://www.oknation.net/blog/soda


มีภาพ หอยที่ ก้นหอย วนซ้ายมีไหมคับ
เพราะปกติ เราเห็นก้นหอย จะวนขวา
เคยเห็นที่ไหนไม่รู้อ่ะคับ นานมากแล้ว
ขอบคุณที่ไปเยือนคับ
ความคิดเห็นที่ 7
ครูเก๋ วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/clear



ความคิดเห็นที่ 6
Supawan วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 07.31 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะ …

วันสงกรานต์ .. ปีใหม่ไทย .. ไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก่อกองทราย .. ขอพรจากผู้ใหญ่

ขอให้มีความสุข มีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองนะคะ ..
ความคิดเห็นที่ 5
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 00.15 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

คุณแซท
มันคือสี่เหลี่ยมผืนผ้าทองหรืออัตราส่วนทองใช่ป่าว ที่เค้าเอาหลักไปสร้างวิหารพาร์เทนอน หรือภาพโมนาลิซา ให้ดูสวยงาม
กำลังพยายามจับทางเลขของคุณแซทอยู่ คณิตศาสตร์กับเราไม่ถูกกันจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 4
sat11 วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

22460662808864044820 2246066.....วนมาอีกแระค่ะ

แหะๆผิดนิดหน่อย
ความคิดเห็นที่ 3
sat11 วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 23.53 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

134718976392 134718976392 ....วนแระค่ะ

เผื่อใครงงเอาอีกเลขให้จับทางเอง

2246066280886404482020 2246066.....วนมาอีกแระค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
sat11 วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

แซทชอบที่สุดคือหอยงวงช้าง
ทึ่งและอเมซิ่งกะมันมากๆ
เคยเล่นเกมส์ตัวเลขค่ะ
เดี๋ยวลองเขียนดูก่อนนะ...นึกๆ
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 12/04/2008 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

บุคคลภายนอก ก็เข้าได้ อย่างนี้
ต้องไปแน่นอนค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30