|

จากตอนที่แล้ว (ไม่ต้องอ่านตอนที่แล้วก็อ่านตอนนี้ได้ครับ) ผมได้พาไปชมพิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถานที่เก็บรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจไว้มากมาย เนื่องจากที่นี่มีอะไรน่าดูเยอะไปหมด จึงต้องมาต่อตอน ๒ ครับ หลังจากชมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไปแล้ว คราวนี้ผมจะพาไปดูสัตว์มีกระดูกสันหลังกันบ้าง เริ่มที่ปลาเลยครับ  โครงกระดูกปลาหมอทะเลยักษ์ ตัวนี้ยาวเกือบ ๒ เมตร คนทำต้องใช้ความพยายามมาก กว่าจะเลาะเนื้อ ต่อกระดูก ให้ถูกต้องสมบูรณ์แบบนี้  กระดูกแต่ละชิ้นยังมีป้ายติดบอกชื่อกระดูกไว้ด้วย เช่น กระดูกชิ้นทางซ้ายบนชื่อว่า Lachrymal ที่แปลว่า น้ำตา ซึ่งมันอยู่ตำแหน่งใต้ตาพอดี ว่าแต่ปลามีน้ำตาไหมนะ... ที่นี่ยังเต็มไปด้วยปลาที่หายากมากมายครับ ทั้งปลาโบราณต่างๆ เช่น ปลาปอด (เป็นปลาที่ใช้ปอดหายใจ) ปลาปากกลม (ปลาโบราณที่สุดที่ยังไม่มีขากรรไกร) หรือปลาไคมีรา (ปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่งหน้าตาคล้ายกระต่าย)  เกล็ดปลาซีลาแคนท์ ปลาที่มีชีวิตมาก่อนไดโนเสาร์ เกล็ดมีลักษณะต่างจากปลาในปัจจุบัน (อยากรู้เรื่องซีลาแคนท์หาอ่านได้ในเรื่อง ซีลาแคนท์ปลาที่กาลเวลาลืม ในบล็อกนี้ครับ)  แอมฟิออกซัสหรือปลาสีรุ้ง ต้นตระกูลของสัตว์มีกระดูกสันหลัง พวกมันมีโนโตคอร์ด หรือแท่งกลางลำตัว ที่จะวิวัฒนาการเป็นกระดูกสันหลังในปลา  ฟอสซิลฟันฉลาม สังเกตไหมครับว่าเราไม่เคยเห็นกระดูกฉลามเลย เราจะพบเพียงแต่ฟันของมันเท่านั้น เพราะฉลามเป็นปลากระดูกอ่อน และกระดูกอ่อนจะไม่ถูกเก็บรักษาเป็นฟอสซิล มีเพียงฟันกับขากรรไกรเท่านั้นครับที่แข็งพอจะเป็นฟอสซิลได้  ฟันเลื่อยของปลาฉนาก มีอยู่ ๓ ขนาด อันใหญ่สุดนี่น่ากลัวมากครับ ว่ากันว่ามันสามารถฟันเรือเล็กๆ จนเรือแตกได้ อ๋อ ปลาฉนากเป็นปลากระดูกอ่อนเหมือนฉลามนะครับ
 ปลาเรืองแสง พวกนี้เป็นปลาน้ำลึก มีอวัยวะเรืองแสงอยู่ตามตัว บางตัวก็มีอยู่รอบตา บางตัวก็มีเป็นแถบอยู่รอบตัว อวัยวะเรื่องแสงนี้บางทีก็เป็นแบคทีเรียเรืองแสงที่อาศัยอยู่กับปลาครับ  กระเบนราหู ยังตัวเล็กอยู่ครับ ถ้าโตเต็มที่จะมีขนาดถึง ๖ เมตร (เจ้าตัวนี้เป็นตัวสตัฟฟ์นะครับ) 
ปลาบู่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จริงรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเนื้อเยอะน่ากิน  ปลาไทยในวรรณคดี ตู้นี้จะจัดแสดงตัวอย่างปลากับบทกวีไว้ด้วยกัน ในภาพมาจากกาพย์เห่เรือ "เห่ชมปลา" พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝูงปลาดาดาษท้อง ทะเลหลวง ดูชาติมัศยาปวง คู่เกล้า ยิ่งดูยิ่งโทรมทรวง แสนโศก โอ้คะนึงถึงเจ้า จิตว้าเหว่ถวิล...  ปีศาจแห่งท้องทะเล... ผมว่าถ้าเจ้าตัวนี้ถูกจับมา รับรองต้องลงข่าวหน้าหนึ่งและมีคนมาขอหวยแน่ๆ ครับ ที่ตู้ก็ไม่มีบอกว่ามันคือตัวอะไร ใครรู้บ้างเอ่ย... ดูตัวอย่างปลาไปพอหอมปากหอมคอแล้ว เรามาดูสัตว์ที่วิวัฒนาการสูงขึ้นมาอีกนิดดีกว่าครับ นั่นคือสะเทินน้ำสะเทินบก...
 ส่วนนี้ผมชอบมาก เพราะมันมีหลอดแก้วอวกาศพวกนี้ครับ ในหลอดแก้วจะมีสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกต่างๆ ทั้ง กบ เขียด คางคก อึ่งอ่าง ฯลฯ จัดแสดงสวยงาม  ขบวนอึ่งอ่าง อึ่งอ่างพวกนี้ให้อารมณ์ภาพยนตร์ไซไฟมาก ราวกับพวกมันกำลังลอยไปในหลอดแก้วที่ใช้เดินทางของโลกอนาคต (เว่อร์มาก)  ตายในหน้าที่ ดูดีๆ จะพบว่าภาพนี้มี กบ ๒ ตัว ตัวเล็กกำลังขี่ตัวใหญ่อยู่ เจ้าหนุ่มกบกำลังผสมพันธุ์กับกบสาวอยู่ หวังว่ามันคงไม่ได้ตายในท่านี่นะครับ ส่วนเบอร์ที่ติดอยู่กับกบ จะเป็นหมายเลขของตัวอย่างนั้นๆ ซึ่งบอกให้เรารู้รายละเอียดต่างๆ เช่น ชนิดอะไร จับได้ที่ไหน แต่ข้อมูลจะอยู่ที่ผู้วิจัยนะครับ 
กบไต่ระห่ำ ดูเหมือนเจ้ากบสองตัวนี้มันกำลังปีนผนังตามกันไป  กบเบ่งพลัง ให้ความรู้สึกเหมือนตัวการ์ตูนในดรากอนบอลที่เบ่งพลังจนตัวลอย  คางคกเริงระบำ สัตว์ในหลอดพวกนี้ดองในแอลกอฮอล์ครับ เลยใสแจ๋วแบบที่เห็น เทียบกับพวกปลาข้างบนที่อยู่ในน้ำสีเหลืองๆ นั่นคือน้ำที่ใช้ดองมะม่วง เอ๊ยไม่ใช่ครับ นั่นคือฟอร์มาลิน ซึ่งเมื่อใส่ตัวอย่างไว้นานๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง 
Metamorphosis แสดงการเปลี่ยนรูปร่างจากลูกอ๊อด (ล่างสุด) ที่หางค่อยๆ หด ขาค่อยๆ งอก สู่กบตัวเต็มวัยในที่สุด 
กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ กะปอม... ไม่ใช่ทั้งนั้น นี้คือ กะท่าง มันเป็นซาลาแมนเดอร์หรือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกลุ่มหนึ่ง ตอนเล็กๆ อยู่ในน้ำเหมือนกบ ตัวมันจะไม่มีเกล็ดและหายใจทางผิวหนัง เจ้ากะท่างเป็นซาลาแมนเดอร์หนึ่งเดียวที่พบในไทย อาศัยบนดอยสูง เช่น ดอยอินทนนท์  เขียดงูเกาะเต่า สัตว์อะไรไม่รู้ มีทั้งเขียด งู เต่า อยู่ในตัวเดียวกัน ไม่ใช่หรอกครับ ที่จริงมันคือสัตว์พวกเขียดงู ที่พบบนเกาะเต่าต่างหาก แม้จะหน้าตาคล้ายงู แต่เขียดงูก็เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเหมือนกบและซาลาแมนเดอร์  โครงกระดูกไดโนเสาร์! ไม่ใช่ครับ นี่คือโครงกระดูกกิ้งก่าธรรมดานี่เอง 
กะโหลกไดโนเสาร์! ไม่ใช่อีกเช่นกัน นี่คือกะโหลกตะโขง จระเข้กลุ่มหนึ่งที่มีปากเรียวยาว ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีตะโขงอาศัยอยู่ตามธรรมชาติแล้วครับ (หมดไปจากประเทศอีกแล้ว)  เต่าบานพับ เต่าชนิดใหม่ของโลก ไม่ใช่อีกแล้วละ เต่าที่ไหนจะมีบานพับ นี่คือโครงกระดูกเต่าที่เอาบานพับมาติดไว้ที่กระดอง เพื่อแสดงให้เห็นภายใน ข้างตัวเต่าเป็นแบบนี้เองครับ ดูกลวงๆ เพราะกระดูกสันหลังและซี่โครงมันโค้งไปแนบกับกระดองนี่เอง  คอเลกชั่นเต่าน้อย น่ารักดี เรียงจากซ้ายไปขวา คือ เต่าปูลู เต่านา เต่าบัว เต่าเหลือง เต่าดำ  กิ้งก่าปาฎิหาริย์ ตัวนี้เป็นสุดยอดกิ้งก่านำเข้าจากอเมริกาครับ มันคือบาซิลิสก์หรือกิ้งก่าพระเยซู ที่ว่าปาฏิหาริย์เพราะมันเป็นกิ้งก่าประหลาดที่วิ่งบนน้ำได้!  camouflage ตู้นี้จัดแสดงได้ดีมากครับ เป็นเรื่องการพรางตัว นี่คืองูสตัฟฟ์นะครับ เป็นงูหางกระดิ่ง ที่พรางตัวให้กลมกลืนเข้ากับพื้นทราย (งูตายแล้วนะ) 
ส่วนนี่คืองูกะปะที่พรางตัวให้กลมกลืนกับใบไม้แห้ง (ตายแล้วเหมือนกัน) เจ้างูกะปะนี่ก็ชอบกัดคนนะครับ สาเหตุก็เพราะเรามองไม่เห็นนี่แหละ พอเหยียบมัน มันก็ฉกเข้าให้ นี่ขนาดตัดออกเยอะแล้วนะ ยังไม่จบซะที คงต้องมีอีกตอนแล้วละครับ เพราะที่นี่ยังมีอะไรน่าดูอีกเยอะเลย
รายละเอียดเพิ่มเติม พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตั้ง ตึกชีววิทยา ๑ ชั้น ๒ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลาเปิด ๑๐.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ทุกวันเว้นวันหยุดราชการ (จันทร์ถึงศุกร์นั่นเอง) เข้าชมฟรีครับ ที่ภาคชีววิทยานี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑ์เต่าและตะพาบ และพิพิธภัณฑ์หอยทากของไทยด้วยนะครับ
|