|
 หลังจากพาชม พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มา ๒ ตอนแล้ว ก็ถึงตอนสุดท้ายเสียทีครับ มาชมกันต่อเลยดีกว่า  ทายถูกไหมครับว่าตัวอะไร... นี่ก็คือกระดูกโลมา แม้รูปร่างภายนอกจะเหมือนปลา แต่กระดูกมันก็ต่างจากปลาที่เรากินมาก (ลองนึกถึงกระดูกปลานิล ปลาเก๋า) เพราะโลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดูดีๆ จะเห็นว่ากระดูกมันก็คล้ายมนุษย์เราพอสมควร  กะโหลกวาฬขนาดยักษ์ เจ้าตัวนี้เป็นวาฬไม่มีฟัน มันใช้บาลีนหรือซี่กรองกรองอาหารกิน แต่กะโหลกนี้ไม่มีกระดูกขากรรไกรล่างครับ เป็นเพียงกะโหลกกับขากรรไกรบน  ตุ่นปากเป็ด ดูออกไหมว่าตรงไหนเป็นปาก เป็นขา ตุ่นปากเป็ดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พิสดารมาก มันออกลูกเป็นไข่ มีปากเหมือนเป็ด มีขาคล้ายตุ่นไว้ขุดดินและมีพังพืดไว้ว่ายน้ำด้วย แถมยังมีเดือยพิษอีกด้วย 
กระดูกพะยูน จัดแสดงไว้ข้างๆ ฟันช้าง ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกมันมีโครงสร้างฟันคล้ายกัน จึงเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกันครับ  กะโหลกและเขาของเก้งและแพะ แสดงให้เห็นความแตกต่างของสัตว์ ๒ กลุ่ม เก้ง (ซ้าย) ที่เป็นพวกกวางสามารถผลัดเขาได้ เพราะเขาของพวกมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกะโหลก ส่วนแพะ ซึ่งรวมถึงพวกวัวและแอนทีโลป มีเขาที่เชื่อมติดกับกะโหลก จึงผลัดเขาไม่ได้ 
มุมนี้ประชดประชันได้เจ็บดีครับ ถามว่าเจ้าตัวทางซ้าย ๒ ตัวนี้ในบ้านเรามีเยอะไหม ผมว่ามีพอสมควรนะครับ  สัตว์ ๓ ตัวนี้คือ ปลานกระจอก กิ้งก่าบิน และค้างคาว  ส่วนนี้มีอีก ๓ ตัว คือ นก ผีเสื้อ และสีขาวๆ ข้างหลังคือกระรอกบิน พอจะหาความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้ง ๖ ตัวได้ไหมครับ ว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร คำตอบคือ ทั้ง ๖ ตัวต่างมีโครงสร้างที่ใช้ในการบินหรือร่อนเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นสัตว์กลุ่มเดียวกันเลย ตู้นี้จึงจัดแสดงวิวัฒนาการของสัตว์ต่างกลุ่มกัน ที่วิวัฒนาการโครงสร้างบางอย่าง เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน คือ การบินหรือร่อนนั่นเอง เราเรียกวิวัฒนาการแบบนี้ว่า วิวัฒนาการเบนเข้า หรือ convergent evolution  ลูกเจี๊ยบสีฟ้า นี่คือวิธีการเก็บรักษาสัตว์มีประดูกสันหลังที่เรียกว่าดองใส โดยส่วนเนื้อของตัวอย่างจะใส ส่วนกระดูกจะถูกย้อมสีทำให้เห็นโครงร่างกระดูกได้ชัดเจน  ปลาตัวนี้ก็ถูกดองใสเช่นกัน  วงศ์วานของมนุษย์ ตู้นี้แสดงวิวัฒนาการของมนุษย์ ตั้งแต่ออสตราโลพิเทคัส โฮโม อีเรกตัส มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล และโครมันยอง  วงปีเล่าประวัติศาสตร์ นี่คือวงปีของต้นสักต้นหนึ่ง เส้นๆ ที่เห็นบนลำต้นที่ถูกตัดขวางคือวงปี ซึ่งจะเพิ่มขึ้น ๑ เส้น ทุก ๑ ปีตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ ดังนั้นถ้าเรานับวงปีก็จะรู้อายุต้นไม้ได้ สักต้นนี้ถูกตัดในปี ๒๕๓๐ และเมื่อนับวงปีทั้งหมดก็ทำให้รู้ว่ามันอายุ ๑๔๒ปี (เพราะมี ๑๔๒ วง) และรู้ว่ามันเริ่มเจริญในปี พ.ศ. ๒๓๘๗  ทางผู้จัดแสดงจึงนำป้ายแสดงเหตุการณ์สำคัญในแต่ละปีมาติดไว้ตามเส้นวงปี เช่น ปีพ.ศ. ๒๔๑๐ เสียดินแดนอินโดจีนครั้งที่ ๑ นับเป็นการประยุกต์การศึกษาทางวิทยาศาสตร์กับประวัติศาสตร์ที่ดีมากเลยครับ  ปลาในขวดพวกนี้คือ ตัวอย่างต้นแบบ หรือ Holotype ซึ่งก็คือตัวอย่างแรกของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นๆ ที่ใช้ในการศึกษาและตั้งชื่อ นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในวงการวิทยาศาสตร์มาก ที่นี่ยังมีการจัดแสดงประวัติการศึกษาวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย รวมทั้งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและเอกสารทรงคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ด้วยครับ  พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบิดาแห่งวงการแพทย์ไทย ด้านล่างคือสิ่งมีชีวิตที่ได้รับได้รับพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสามัญหรือชื่อวิทยาศาสตร์ 
ปลาบู่มหิดล ที่ตั้งชื่อตามสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม 
เอกสารทรงงานและตำราที่ใช้ในการศึกษา  ตัวอย่างประวัติศาสตร์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติสมัยรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ซึ่งได้รับมาจากต่างประเทศ ในภาพคือตัวอาร์มาดิลโล พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ครั้งเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ 
จบการนำชมพิพิธภัณฑ์แต่เพียงเท่านี้ ผมรู้สึกว่าเวลาเราไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์หรือแม้แต่สถานที่ไหนก็ตาม ถ้าเราใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ มากกว่าเพียงแค่เดินชม เราจะพบเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย การศึกษาประวัติหรือที่มาสักนิด หรือการตั้งคำถามและคิดหาคำตอบ จะช่วยให้เราเห็นคุณค่าและพบแง่มุมดีๆ ของสิ่งรอบตัว หรือแม้แต่เข้าใจโลกและตัวเราเองมากขึ้น... 
รายละเอียดเพิ่มเติม พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตั้ง ตึกชีววิทยา ๑ ชั้น ๒ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลาเปิด ๑๐.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ทุกวันเว้นวันหยุดราชการ (จันทร์ถึงศุกร์นั่นเอง) เข้าชมฟรีครับ ที่ภาคชีววิทยานี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์แมลง พิพิธภัณฑ์เต่าและตะพาบ และพิพิธภัณฑ์หอยทากของไทยด้วยนะครับ
|