พิมพ์หน้านี้
|
อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะเสม็ด (เสร็จทุกราย) เกาะใกล้กรุงที่มีทะเลสวยๆ น้ำใสๆ และบรรยากาศดีๆ เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะนำเรื่องการสำรวจสัตว์ชายหาดมาเขียนลงในบล็อกแต่แรก จึงไม่ได้เตรียมถ่ายภาพและบันทึกสิ่งต่างๆ อย่างละเอียด แต่พอกลับมานั่งดูรูปแล้วมันอดไม่ได้ อยากให้คนอื่นๆ ได้ชมด้วย โดยแต่ละบริเวณของชายหาดจะได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงต่างกัน จนมีสภาพแวดล้อมเฉพาะ ถ้าดูจากระดับของน้ำขึ้นน้ำลง จะพอแบ่งบริเวณชายหาดได้คร่าวๆ ดังนี้ 1. แนวน้ำลงต่ำสุด น้ำทะเลจะไม่ลงต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว บริเวณนี้จะจมอยู่ในน้ำเกือบตลอดทั้งวัน ในทรายจะมีน้ำอยู่ตลอด สัตว์ที่อยู่บริเวณนี้จะกินอาหารที่อยู่ในน้ำ รู้จักชายหาดไปแล้ว ก็ถึงเวลาสำรวจสัตว์ชายหาดของเกาะเสม็ดกันซะที ที่นี่เป็นหาดที่ดีในการสำรวจ เพราะมีฝรั่งอาบแดดอยู่เยอะ อ๊ะ ไม่ใช่ครับ เพราะชายหาดที่นี่มีทั้งหาดทราย โขดหิน และน้ำทะเลก็ยังใสสะอาดอยู่ ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เหมาะ น้ำกำลังลง และอากาศยังไม่ร้อนมากนัก เหนือแนวน้ำขึ้นสูงสุด ผมพบสัตว์ตัวเล็กๆ มากมายวิ่งหนีเข้าไปตามซอกหิน มันคือสัตว์หน้าตาแปลกๆ คล้ายแมลงที่เรียกว่า แมลงสาบทะเล (sea slater) แต่ความจริงมันไม่ใช่แมลง มันคือสัตว์กลุ่มกุ้งกั้งปู (Crustacean) พวกนี้มีขามากกว่า 6 ขา (อาจถึง 12) เจ้ากระจั๊วทะเลนี่ตัวยาวประมาณ 2-3 ซม. พวกมันเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ชอบวิ่งกันสับสนอลหม่านไปหมด น่าจับกินนักเชียว ตามซอกโขดหินแห้งๆ ก็จะมีเจ้าหอยตัวจิ๋วที่เรียกว่าหอยขี้ตา (knobby periwinkle) ตัวเล็กเหมือนขี้ตาจริงๆ ประมาณ 1 ซม. เท่านั้น หอยพวกนี้ชอบอยู่ตามแนวน้ำขึ้นสูงสุด
ที่โขดหินตรงแนวน้ำลงปานกลาง ก็มีพวกหอยเช่นกัน พวกนี้คือหอยติบ (rock oyster) ที่ชอบเกาะตามโขดหิน โดยเปลือกด้านที่ติดหินจะติดแน่นจนเกือบรวมเป็นเนื้อเดียวกันหินเลย มีทั้งแบบที่ยังมีตัวอยู่และเหลือแค่ซาก โขดหินแถวนี้และแถวแนวน้ำลงต่ำสุด เป็นถิ่นของเจ้าเพรียง (barnacle) (ผมจำได้ว่าตอนเด็ก มีเพื่อนคนหนึ่งอ่านว่า เพ-รี-ยง) สัตว์มีเปลือกที่ดูไม่ค่อยออกมาว่าเป็นสัตว์สักเท่าไร เจ้าเพรียงเป็นสัตว์ขาปล้อง (Arthropod) เป็นกลุ่มเดียวกับกุ้ง ปู และแมลง แม้จะดูต่างกันมากก็ตาม เวลาน้ำขึ้น เพรียงจะชูรยางค์ออกมารูด้านบนเพื่อดักจับอาหารและหายใจ เวลาน้ำลงมันจะปิดฝารูจนสนิท ตามโขดหินจะมีแอ่งน้ำขัง (tide pool) อยู่ด้วย ที่นี่เป็นแหล่งรวมสัตว์หลายชนิดครับ แอ่งน้ำขังทำให้สัตว์หลายชนิดรอดตายเวลาน้ำลง แต่ก็ทำให้บางชนิดโชคร้ายกลับลงทะเลไม่ได้ก็มี ผมเจอน้องปู 2 ตัว อยู่ใกล้ๆ กันเลย ดูๆ เจ้าตัวใหญ่น่าจะเป็นปูหนุมาน (paited rock crab) ส่วนตัวเล็กน่าจะเป็นปูแสมแกละ (shore crab) อันนี้ไม่แน่ใจครับ ตามแอ่งน้ำจะมีหอยอยู่ด้วย ถ้าลองสังเกตดีๆ จะพบว่าเมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ หอยบางตัวจะขยับหลบเข้าไปในเปลือกได้อย่างรวดเร็วผิดวิสัยหอย ถ้าเจอแบบนั้นละก็ เจ้าตัวนั้นอาจไม่ใช่หอยจริงซะแล้ว หอยตัวนี้มุดกลับเข้าไปในเปลือกได้เร็วมากจนเปลือกสั่น หลังจากเฝ้ารอสักระยะ มันก็โผล่หน้ามาให้เห็น จ๊ะเอ๋ มันคือปูเสฉวนจริงๆ ด้วย ปูพวกนี้มีตัวอ่อนนุ่มต้องอาศัยในเปลือกหอยเพื่อหลบภัย ลองดูโฉมหน้าของมันกันหน่อยครับ ต้องขออนุญาตหยิบเจ้าปูขึ้นมาวางโชว์บนก้อนหินสักนิด (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะครับ ถือเป็นการทรมานปู) ปูเสฉวนมีหลายขนาด เจ้าตัวนี้อยู่ในเปลือกหอยขนาดไม่ถึง 2 ซม.เอง ที่นี่มีปูมากมายครับ ตามโขดหินใกล้ๆ ทะเล ก็มีคุณปูแสมหิน (rock crab) เดินโชว์ก้ามไปมา หลังจากแอบดูอะไรตามโขดหินไปแล้ว ก็มาดูตามชายหาดกันบ้างดีกว่าครับ ทุกคนคงเคยเห็นพื้นทรายตามชายหาดที่เต็มไปด้วยก้อนทรายกลมๆ และรูใช่ไหมครับ บางครั้งเราจะเห็นปูตัวเล็กๆ อยู่แถวๆ นั้นด้วย แต่พอเราเดินไปใกล้ มันก็จะวิ่งปรู๊ดหนีลงรูไป เมื่อก่อนผมไม่รู้ว่าทรายกลมๆ นี้คืออะไร ก็คิดว่าเป็นขี้ปู หรือเป็นทรายที่ปูโกยออกมาตอนขุดรู ว่าแล้วก็สงสัยว่าทำไมทรายถึงกลมแบบนั้น วันนี้ผมจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะแอบดูเจ้าของทรายนี้ให้ได้ ผมสังเกตว่า ถ้าเราไม่เข้าไปใกล้ และอยู่นิ่งๆ เจ้าปูก็จะออกมา จนในที่สุดผมก็แอบถ่ายมันได้
หน้าตาเป็นแบบนี้แหละครับ ปูตัวน้อยนี่ชื่อว่า ปูปั้นทราย (sand bubble crab) ทรายกลมๆ พวกนี้เกิดจากการที่มันกินซากพืชซากสัตว์หรือแพลงก์ตอนที่อยู่ในทราย มันจะใช้ก้ามโค้งๆ ของมันช้อนทรายมาที่ปากแล้วพลิกด้วยความเร็ว ปากมันจะมีขนคล้ายช้อนที่จะกรองกินอาหารในทราย พอพลิกกินหมดก้อน ทรายก็จะกลายเป็นก้อนกลมๆ แล้วถูกทิ้งอยู่รอบๆ รูแบบนี้นี่เอง ปูปั้นทรายจะอยู่ในเขตน้ำลงปานกลาง (สังเกตได้จากทรายที่ชื้น) พอน้ำขึ้นมันก็หนีลงรูแล้วปิดปากรู พอน้ำลงก็จะขึ้นมาหาอาหารแบบนี้ นับเป็นปูที่น่าสนใจทีเดียวครับ เดินขึ้นมาบนเขตเหนือแนวน้ำขึ้นสูงสุดกันบ้าง ที่ทรายแห้งๆ เราจะพบปูอีกตัวที่มีฝีเท้าเบาและเร็วที่สุดแห่งชายหาด มันคือ ปูลมหรือปูผี (ghost crab) ปูซึ่งสังเกตหรือจับตัวได้ยากมาก
นี่คือรูของมัน ใหญ่พอสมควร เพราะเจ้าปูลมนี้มีขนาด 6-8 ซม. รูนี้เจ้าของรูกำลังขุดอยู่ สังเกตจากทรายใหม่ๆ ที่อยู่รอบๆ รู หลังจากซุ่มรอสักระยะผมก็ถ่ายภาพมันได้สำเร็จ ปูลมจะหายลงรูไปสักพัก แล้วจะโผล่ตาขึ้นมาดูลาดเลา จากนั้นก็จะพุ่งพรวดขึ้นมาโกยทรายออกจากรูด้วยความเร็วแสง (ภาพล่าง) ทำซ้ำไปมาอยู่แบบนี้ ยุ่งกับน้องปูมากพอแล้ว ผมก็เดินมาตามชายหาดอีกครั้ง คราวนี้เราไปเจอกับสัตว์ประจำชายหาดที่ทุกคนคุ้นเคย และหลายคนเคยสัมผัส (อย่างปวดแสบปวดร้อน) กับมันมาแล้ว นั่นคือ แมงกะพรุน (jellyfish)
ตัวของมันดูบรึ๋ยๆ เหมือนเจลลี่ เข็มพิษของมันจะอยู่ที่หนวดด้านล่าง ด้านบนที่คล้ายร่มไม่มีพิษอยู่ แมงกะพรุนส่วนใหญ่ที่มาเกยตื้นแบบนี้ ก็จะจบชีวิตลงในไม่ช้า น่าสงสาร... ใกล้ๆ กันนั้น ผมพบบางสิ่งที่ชวนฉงนมาก มันคือวุ้นกลมๆ ใสๆ ที่วางแหมะอยู่บนทราย
มันใช่สิ่งมีชีวิตหรือเปล่า จะเป็นวุ้นคุณอุ๊ก็คงไม่ใช่ หรือจะว่าเป็นเจลลดไข้ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคยกราบไหว้ก็คงไม่ใช่อีก หลังจากลองใช้ไม้เขี่ยๆ ดู ผมก็พบว่ามันคือ หวีวุ้น (comb jelly) อะไรคือหวีวุ้น... มันคือสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง เป็นญาติของแมงกะพรุน บางตัวกลม บางตัวแบน และบางตัวมีรยางค์ที่มีเข็มพิษยื่นออกมา
นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเจ้าหวีวุ้นครับ สวยงามทีเดียว ด้านบนคือปากของมันครับ ผมเจออะไรแปลกๆ อีกแล้ว หน้าตาเหมือนเม็ดมะม่วงที่ถูกแทะ มันคือ มะม่วงทะเล ล้อเล่นครับ มันคือลิ้นทะเลต่างหาก เจอของแปลกอีกแล้ว! ไม้ขนาดใหญ่ท่อนหนึ่งมีบางสิ่งที่ดูประหลาดคล้ายเกล็ดปลาเกาะอยู่เต็มไปหมด ผมพลันนึกถึงกระบองของนางยักษ์ขึ้นมา เพราะที่นี่คือเกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิสดารที่สุนทรภู่เคยกล่าวถึงในเรื่องพระอภัยมณี แต่พอนึกถึงโลกแห่งความจริงและลองสังเกตไม้นี่ดีๆ ก็พบว่าเจ้าเกล็ดพวกนี้คือสิ่งมีชีวิต ไม่นานก็ถึงบางอ้อ พวกนี้คือเพรียงคอห่าน (goose barnacle) เป็นสัตว์กลุ่มเพรียงเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นเปลือกแข็งหุ้มทั้งตัวเหมือนพวกเพรียงหิน เพรียงคอห่านมีร่างกาย 2 ส่วนคือ ส่วนตัวกับส่วนก้านที่เป็นกล้ามเนื้อแข็ง เพรียงคอห่านอีกกลุ่มเกาะอยู่บนเศษโฟม ตัวของมันอยู่ในเปลือก จะยื่นรยางค์ออกมาดักจับอาหารกิน ส่วนก้านของมันจะยึดกับพื้นผิวสิ่งต่างๆ
ผมพบว่าเสม็ดเป็นสวรรค์ของเพรียงคอห่าน ตามชายหาดจะพบเยอะมาก พวกมันจะเกาะตามวัสดุต่างๆ เช่น รองเท้า ทุ่น เศษไม้ เศษยาง ขวดน้ำ ลองสังเกตสิ่งต่างๆ ที่มันเกาะ จะพบว่าเป็นวัสดุลอยน้ำทั้งหมด แสดงว่ามันเป็นสัตว์ที่หากินอยู่ตามผิวน้ำ และด้วยเหตุนี้มันจึงถูกพัดเข้าฝั่งบ่อยๆ ขณะกำลังสำรวจไม้ที่มีเพรียงคอห่านอีกท่อนหนึ่ง ผมก็ต้องผงะ เมื่อพบสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง รูปร่างชวนสยองชนิดสาวๆ (หรือหหนุ่มๆ บางคน) ต้องร้องกรี๊ด มันรูปร่างคล้ายไส้เดือนหรือหนอนยักษ์ที่มีหนามแหลมราวกับเป็นเอเลี่ยนจากอวกาศ นอกจากสัตว์แล้ว ตามชายหาดของเกาะเสม็ดก็ยังมีพืชพวกสาหร่ายทะเลอยู่มากมาย เช่น สาหร่ายเห็ดหูหนู (Padina) (A) สาหร่ายทุ่น (Sargassam) (B) และสาหร่ายพวกองุ่น (Carulerpa) (C) ที่จริงยังมีสัตว์อีกหลายอย่างที่ผมไม่ได้กล่าวถึงทั้งปลา หอยอีกหลายชนิด หนอนที่อาศัยในทราย ฟองน้ำ ปะการัง (พวกนี้ก็เป็นสัตว์นะ) เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจมาสำรวจอย่างเต็มที่และมีปัญหากับกล้องนิดหน่อย จึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมกัน (เท่านี้ก็เหมือนคนโรคจิตเต็มทนแล้วครับ เพราะเอาแต่เดินแอบถ่ายแอบดูรูนู้นรูนี้ไปทั่วชายหาด) หลังจากสำรวจสัตว์ทะเลจนหิวแล้ว ผมก็พบสิ่งมีชีวิตอีกชนิดที่ร้านอาหาร มันชื่อว่า ยำทะเล พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาของสัตว์อย่างกุ้งและหมึก รวมทั้งพืชอย่างหัวหอม มะเขือเทศ พริก และผักกาดเขียว มันมาจากไฟลัมไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันแซ่บมาก จากการได้ไปเที่ยวคราวนี้ ผมพบว่าเกาะเสม็ดมีอะไรที่น่าสนใจอีกหลายอย่างครับ เพราะนอกจากชายหาดแล้ว ที่นี่ยังมีป่าที่อยู่ตามภูเขาด้วย ซึ่งมีสัตว์อาศัยอยู่พอสมควรทั้งนก กระรอก หนู งู ตุ๊กแก (มีเยอะมาก ร้องให้ผมฟังทั้งคืนเลย) กบ แมลง กิ้งกือ และอีกหลายอย่าง สัตว์เหล่านี้ทำให้ผมสงสัยว่าพวกมันเดินทางมาที่เกาะได้อย่างไร มันว่ายน้ำมา เดินทางมากับเรือของมนุษย์ เกาะมากับเศษไม้ หรือพวกมันอยู่ที่นี่ก่อนที่เกาะเสม็ดจะแยกจากแผ่นดิน อืม ว่าแต่ในอดีต เกาะเสม็ดเคยเชื่อมกับแผ่นดินของระยองหรือเปล่า หรือเกาะนี้ผุดขึ้นมาจากทะเล อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างทาง ผมเจอป้ายนี้ อ่านแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวที่ดีไม่ควรทำตัวเป็นพิษต่อชุมชมและสิ่งแวดล้อมนะครับ เพราะนอกจากชายหาดสวยๆ น้ำใสๆ สาวสวยและหนุ่มหล่อแล้ว เสม็ดยังมีธรรมชาติที่สวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อีกมากครับ ปล. สำหรับคนที่สงสัยว่าไป เสม็ด เสร็จทุกราย จริงหรือ ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะตัวเองมัวแต่เดินดูน้องปูน้องเพรียง แต่อย่างน้อยผมว่ามันก็คงมีเค้าความจริงอยู่บ้าง ดูหลักฐานได้จากภาพนี้ แม้แต่เต่าเป่าลมก็ยัง.... อิอิ
* ข้อ 1-3 ผมพลาดโดนมาหมดแล้วครับ เอกสารอ้างอิง |