• นาฬิกาลืมเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : paipai_p@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 6689
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
นาฬิกาลืมเวลา
เรื่องราวของสัตว์โลก ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบชวนนิยม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dreamline
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551
เฝ้ารูปู ดูตัวเพรียง ที่เสม็ด
Posted by นาฬิกาลืมเวลา , ผู้อ่าน : 599 , 00:02:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเกาะเสม็ด (เสร็จทุกราย) เกาะใกล้กรุงที่มีทะเลสวยๆ น้ำใสๆ และบรรยากาศดีๆ
ไปคราวนี้ ตั้งใจไปพักผ่อนเต็มที่  นั่งรับลมชมทะเล  ดูพระอาทิตย์ขึ้นๆ ลงๆ  เล่นน้ำ  กินอาหารทะเล และก็นั่งดูสาวๆ ให้เย็นตาแต่ร้อนใจ  แต่เนื่องจากเวลาเห็นชายหาด โขดหิน และคลื่น ผมจะรู้สึกถูกเย้ายวนให้กระทำกิจกรรมบางอย่างเสมอ...
นั่นคือ การสำรวจสัตว์ชายหาด

เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะนำเรื่องการสำรวจสัตว์ชายหาดมาเขียนลงในบล็อกแต่แรก  จึงไม่ได้เตรียมถ่ายภาพและบันทึกสิ่งต่างๆ อย่างละเอียด  แต่พอกลับมานั่งดูรูปแล้วมันอดไม่ได้ อยากให้คนอื่นๆ ได้ชมด้วย
 
ก่อนจะไปแอบดูสัตว์ตัวพวกนั้น เรามารู้จักชายหาดกันก่อนดีกว่า
ตามชายหาดต่างๆ ที่มองดูไม่มีอะไรแบบนี้ ที่จริงเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต ที่นี่มีระบบนิเวศที่ซับซ้อนและมีรูปแบบเฉพาะตัว  เนื่องจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงนี่เอง พวกสัตว์จึงต้องปรับตัวจนหลายชนิดมีวิธีดำรงชีวิตที่น่าทึ่ง

โดยแต่ละบริเวณของชายหาดจะได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงต่างกัน จนมีสภาพแวดล้อมเฉพาะ  ถ้าดูจากระดับของน้ำขึ้นน้ำลง จะพอแบ่งบริเวณชายหาดได้คร่าวๆ ดังนี้

 

1. แนวน้ำลงต่ำสุด  น้ำทะเลจะไม่ลงต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว บริเวณนี้จะจมอยู่ในน้ำเกือบตลอดทั้งวัน ในทรายจะมีน้ำอยู่ตลอด สัตว์ที่อยู่บริเวณนี้จะกินอาหารที่อยู่ในน้ำ
2. แนวน้ำลงปานกลาง  ในแต่ละวันบริเวณนี้จะจมน้ำพอๆ กับไม่จมน้ำ สัตว์ที่อาศัยอยู่มักขุดรูอยู่ในทราย ทรายจะเปียกชื้นและแน่น (ใช้สำหรับก่อปราสาททรายได้ดี)
3. แนวน้ำขึ้นสูงสุด  น้ำทะเลจะไม่ขึ้นไปสูงกว่าบริเวณนี้  บริเวณนี้จะจมน้ำไม่นานนักในแต่ละวัน  สัตว์ที่อยู่ที่นี่จะต้องปรับตัวเข้ากับสภาพบนบกได้ดี
4. แนวซากเกยหาด เป็นขอบของบริเวณที่น้ำขึ้นสูงสุด จะมีซากต่างๆ ที่คลื่นซัดมากองอยู่ ตรงนี้จะมีสัตว์หลายชนิดที่กินซากพืชซากสัตว์อาศัยอยู่
5. แนวเหนือน้ำขึ้นสูงสุด ตรงนี้จะไม่ถูกน้ำทะเลเลย ทรายจะแห้งและร่วน สัตว์ที่อยู่ตรงนี้จะไม่ชอบน้ำทะเล

 

รู้จักชายหาดไปแล้ว ก็ถึงเวลาสำรวจสัตว์ชายหาดของเกาะเสม็ดกันซะที ที่นี่เป็นหาดที่ดีในการสำรวจ เพราะมีฝรั่งอาบแดดอยู่เยอะ อ๊ะ ไม่ใช่ครับ  เพราะชายหาดที่นี่มีทั้งหาดทราย โขดหิน และน้ำทะเลก็ยังใสสะอาดอยู่ 
 
 

ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เหมาะ น้ำกำลังลง และอากาศยังไม่ร้อนมากนัก 
หลังจากตื่นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ผมก็เดินดุ่มๆ ไปยังโขดหิน แล้วก็ด้อมๆ มองๆ หาเป้าหมาย

 

เหนือแนวน้ำขึ้นสูงสุด ผมพบสัตว์ตัวเล็กๆ มากมายวิ่งหนีเข้าไปตามซอกหิน  มันคือสัตว์หน้าตาแปลกๆ คล้ายแมลงที่เรียกว่า แมลงสาบทะเล  (sea slater) แต่ความจริงมันไม่ใช่แมลง มันคือสัตว์กลุ่มกุ้งกั้งปู (Crustacean)  พวกนี้มีขามากกว่า 6 ขา (อาจถึง 12)  เจ้ากระจั๊วทะเลนี่ตัวยาวประมาณ 2-3 ซม.  พวกมันเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ชอบวิ่งกันสับสนอลหม่านไปหมด น่าจับกินนักเชียว

 

ตามซอกโขดหินแห้งๆ ก็จะมีเจ้าหอยตัวจิ๋วที่เรียกว่าหอยขี้ตา (knobby periwinkle) ตัวเล็กเหมือนขี้ตาจริงๆ  ประมาณ 1 ซม. เท่านั้น  หอยพวกนี้ชอบอยู่ตามแนวน้ำขึ้นสูงสุด


 

ที่โขดหินตรงแนวน้ำลงปานกลาง ก็มีพวกหอยเช่นกัน พวกนี้คือหอยติบ (rock oyster) ที่ชอบเกาะตามโขดหิน โดยเปลือกด้านที่ติดหินจะติดแน่นจนเกือบรวมเป็นเนื้อเดียวกันหินเลย มีทั้งแบบที่ยังมีตัวอยู่และเหลือแค่ซาก 
ข้างๆ กันก็มีพวกหอยฝาเดียวอย่าง หอยครองแครง (planaxis) อยู่ด้วย หน้าตาก็คล้ายๆ ครองแครงที่เรากินกันเลย ไม่รู้ใครได้ชื่อมาจากใคร

โขดหินแถวนี้และแถวแนวน้ำลงต่ำสุด เป็นถิ่นของเจ้าเพรียง (barnacle) (ผมจำได้ว่าตอนเด็ก มีเพื่อนคนหนึ่งอ่านว่า เพ-รี-ยง) สัตว์มีเปลือกที่ดูไม่ค่อยออกมาว่าเป็นสัตว์สักเท่าไร 

 

เจ้าเพรียงเป็นสัตว์ขาปล้อง (Arthropod) เป็นกลุ่มเดียวกับกุ้ง ปู และแมลง  แม้จะดูต่างกันมากก็ตาม  เวลาน้ำขึ้น เพรียงจะชูรยางค์ออกมารูด้านบนเพื่อดักจับอาหารและหายใจ เวลาน้ำลงมันจะปิดฝารูจนสนิท
เพรียงในภาพมีชื่อว่า เพรียงหิน (acorn barnacle)  พอผมเดินเข้าไปใกล้ๆ มันก็รีบปิดฝารู คงจะอายมั้งครับที่มีคนมาแอบดูตามรูของมัน

ตามโขดหินจะมีแอ่งน้ำขัง (tide pool) อยู่ด้วย ที่นี่เป็นแหล่งรวมสัตว์หลายชนิดครับ แอ่งน้ำขังทำให้สัตว์หลายชนิดรอดตายเวลาน้ำลง แต่ก็ทำให้บางชนิดโชคร้ายกลับลงทะเลไม่ได้ก็มี

 

ผมเจอน้องปู 2 ตัว อยู่ใกล้ๆ กันเลย ดูๆ เจ้าตัวใหญ่น่าจะเป็นปูหนุมาน (paited rock crab) ส่วนตัวเล็กน่าจะเป็นปูแสมแกละ (shore crab) อันนี้ไม่แน่ใจครับ

ตามแอ่งน้ำจะมีหอยอยู่ด้วย ถ้าลองสังเกตดีๆ จะพบว่าเมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ หอยบางตัวจะขยับหลบเข้าไปในเปลือกได้อย่างรวดเร็วผิดวิสัยหอย  ถ้าเจอแบบนั้นละก็ เจ้าตัวนั้นอาจไม่ใช่หอยจริงซะแล้ว
มันอาจเป็น ปูเสฉวน (hermit crab)

 

หอยตัวนี้มุดกลับเข้าไปในเปลือกได้เร็วมากจนเปลือกสั่น  หลังจากเฝ้ารอสักระยะ มันก็โผล่หน้ามาให้เห็น จ๊ะเอ๋  มันคือปูเสฉวนจริงๆ ด้วย  ปูพวกนี้มีตัวอ่อนนุ่มต้องอาศัยในเปลือกหอยเพื่อหลบภัย 

 

ลองดูโฉมหน้าของมันกันหน่อยครับ ต้องขออนุญาตหยิบเจ้าปูขึ้นมาวางโชว์บนก้อนหินสักนิด  (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะครับ ถือเป็นการทรมานปู) ปูเสฉวนมีหลายขนาด เจ้าตัวนี้อยู่ในเปลือกหอยขนาดไม่ถึง 2 ซม.เอง

  

ที่นี่มีปูมากมายครับ ตามโขดหินใกล้ๆ ทะเล ก็มีคุณปูแสมหิน (rock crab) เดินโชว์ก้ามไปมา

หลังจากแอบดูอะไรตามโขดหินไปแล้ว  ก็มาดูตามชายหาดกันบ้างดีกว่าครับ   ทุกคนคงเคยเห็นพื้นทรายตามชายหาดที่เต็มไปด้วยก้อนทรายกลมๆ และรูใช่ไหมครับ  บางครั้งเราจะเห็นปูตัวเล็กๆ อยู่แถวๆ นั้นด้วย  แต่พอเราเดินไปใกล้ มันก็จะวิ่งปรู๊ดหนีลงรูไป  

 

เมื่อก่อนผมไม่รู้ว่าทรายกลมๆ นี้คืออะไร ก็คิดว่าเป็นขี้ปู หรือเป็นทรายที่ปูโกยออกมาตอนขุดรู ว่าแล้วก็สงสัยว่าทำไมทรายถึงกลมแบบนั้น 

วันนี้ผมจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะแอบดูเจ้าของทรายนี้ให้ได้  ผมสังเกตว่า ถ้าเราไม่เข้าไปใกล้ และอยู่นิ่งๆ เจ้าปูก็จะออกมา  จนในที่สุดผมก็แอบถ่ายมันได้

หน้าตาเป็นแบบนี้แหละครับ  ปูตัวน้อยนี่ชื่อว่า ปูปั้นทราย  (sand bubble crab) ทรายกลมๆ พวกนี้เกิดจากการที่มันกินซากพืชซากสัตว์หรือแพลงก์ตอนที่อยู่ในทราย มันจะใช้ก้ามโค้งๆ ของมันช้อนทรายมาที่ปากแล้วพลิกด้วยความเร็ว ปากมันจะมีขนคล้ายช้อนที่จะกรองกินอาหารในทราย  พอพลิกกินหมดก้อน ทรายก็จะกลายเป็นก้อนกลมๆ  แล้วถูกทิ้งอยู่รอบๆ รูแบบนี้นี่เอง 

 

ปูปั้นทรายจะอยู่ในเขตน้ำลงปานกลาง (สังเกตได้จากทรายที่ชื้น)  พอน้ำขึ้นมันก็หนีลงรูแล้วปิดปากรู พอน้ำลงก็จะขึ้นมาหาอาหารแบบนี้ นับเป็นปูที่น่าสนใจทีเดียวครับ

เดินขึ้นมาบนเขตเหนือแนวน้ำขึ้นสูงสุดกันบ้าง ที่ทรายแห้งๆ  เราจะพบปูอีกตัวที่มีฝีเท้าเบาและเร็วที่สุดแห่งชายหาด  มันคือ ปูลมหรือปูผี (ghost crab) ปูซึ่งสังเกตหรือจับตัวได้ยากมาก 

นี่คือรูของมัน ใหญ่พอสมควร เพราะเจ้าปูลมนี้มีขนาด 6-8 ซม.  รูนี้เจ้าของรูกำลังขุดอยู่ สังเกตจากทรายใหม่ๆ ที่อยู่รอบๆ รู

 

หลังจากซุ่มรอสักระยะผมก็ถ่ายภาพมันได้สำเร็จ  ปูลมจะหายลงรูไปสักพัก แล้วจะโผล่ตาขึ้นมาดูลาดเลา จากนั้นก็จะพุ่งพรวดขึ้นมาโกยทรายออกจากรูด้วยความเร็วแสง  (ภาพล่าง) ทำซ้ำไปมาอยู่แบบนี้

ยุ่งกับน้องปูมากพอแล้ว ผมก็เดินมาตามชายหาดอีกครั้ง คราวนี้เราไปเจอกับสัตว์ประจำชายหาดที่ทุกคนคุ้นเคย และหลายคนเคยสัมผัส (อย่างปวดแสบปวดร้อน) กับมันมาแล้ว นั่นคือ แมงกะพรุน (jellyfish)

 

ตัวของมันดูบรึ๋ยๆ เหมือนเจลลี่ เข็มพิษของมันจะอยู่ที่หนวดด้านล่าง ด้านบนที่คล้ายร่มไม่มีพิษอยู่  แมงกะพรุนส่วนใหญ่ที่มาเกยตื้นแบบนี้ ก็จะจบชีวิตลงในไม่ช้า น่าสงสาร...

ใกล้ๆ กันนั้น ผมพบบางสิ่งที่ชวนฉงนมาก มันคือวุ้นกลมๆ ใสๆ ที่วางแหมะอยู่บนทราย 

 

มันใช่สิ่งมีชีวิตหรือเปล่า จะเป็นวุ้นคุณอุ๊ก็คงไม่ใช่ หรือจะว่าเป็นเจลลดไข้ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคยกราบไหว้ก็คงไม่ใช่อีก  หลังจากลองใช้ไม้เขี่ยๆ ดู  ผมก็พบว่ามันคือ หวีวุ้น (comb jelly)

อะไรคือหวีวุ้น...  มันคือสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง เป็นญาติของแมงกะพรุน บางตัวกลม บางตัวแบน และบางตัวมีรยางค์ที่มีเข็มพิษยื่นออกมา 

นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเจ้าหวีวุ้นครับ สวยงามทีเดียว ด้านบนคือปากของมันครับ

ผมเจออะไรแปลกๆ อีกแล้ว หน้าตาเหมือนเม็ดมะม่วงที่ถูกแทะ 

 

มันคือ มะม่วงทะเล  ล้อเล่นครับ มันคือลิ้นทะเลต่างหาก 
เจ้าลิ้นทะเลไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ซึ่งก็คือกระดองของหมึกนั่นเอง  บางคนอาจสงสัยว่าหมึกมีกระดองด้วยหรือ มันคือโครงร่างแข็งที่อยู่ในตัวหมึกนั่นเอง  ถ้าในหมึกกล้วยที่เรากินกัน กระดองจะมีลักษณะใสๆ แบนๆ (พอนึกออกไหมครับ)  แต่นี่เป็นของหมึกกระดอง จะมีลักษณะแข็งและขาว 

 

เจอของแปลกอีกแล้ว! ไม้ขนาดใหญ่ท่อนหนึ่งมีบางสิ่งที่ดูประหลาดคล้ายเกล็ดปลาเกาะอยู่เต็มไปหมด  ผมพลันนึกถึงกระบองของนางยักษ์ขึ้นมา เพราะที่นี่คือเกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิสดารที่สุนทรภู่เคยกล่าวถึงในเรื่องพระอภัยมณี

แต่พอนึกถึงโลกแห่งความจริงและลองสังเกตไม้นี่ดีๆ  ก็พบว่าเจ้าเกล็ดพวกนี้คือสิ่งมีชีวิต  ไม่นานก็ถึงบางอ้อ  พวกนี้คือเพรียงคอห่าน (goose barnacle)   เป็นสัตว์กลุ่มเพรียงเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นเปลือกแข็งหุ้มทั้งตัวเหมือนพวกเพรียงหิน  เพรียงคอห่านมีร่างกาย 2 ส่วนคือ ส่วนตัวกับส่วนก้านที่เป็นกล้ามเนื้อแข็ง

 

เพรียงคอห่านอีกกลุ่มเกาะอยู่บนเศษโฟม ตัวของมันอยู่ในเปลือก จะยื่นรยางค์ออกมาดักจับอาหารกิน ส่วนก้านของมันจะยึดกับพื้นผิวสิ่งต่างๆ

ผมพบว่าเสม็ดเป็นสวรรค์ของเพรียงคอห่าน ตามชายหาดจะพบเยอะมาก พวกมันจะเกาะตามวัสดุต่างๆ  เช่น รองเท้า ทุ่น เศษไม้ เศษยาง ขวดน้ำ  ลองสังเกตสิ่งต่างๆ ที่มันเกาะ จะพบว่าเป็นวัสดุลอยน้ำทั้งหมด แสดงว่ามันเป็นสัตว์ที่หากินอยู่ตามผิวน้ำ และด้วยเหตุนี้มันจึงถูกพัดเข้าฝั่งบ่อยๆ 

 

ขณะกำลังสำรวจไม้ที่มีเพรียงคอห่านอีกท่อนหนึ่ง ผมก็ต้องผงะ เมื่อพบสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง รูปร่างชวนสยองชนิดสาวๆ (หรือหหนุ่มๆ บางคน) ต้องร้องกรี๊ด  มันรูปร่างคล้ายไส้เดือนหรือหนอนยักษ์ที่มีหนามแหลมราวกับเป็นเอเลี่ยนจากอวกาศ  
เจ้าหนอนเอเลี่ยนนี้คือไส้เดือนทะเล (polycheate)  กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าแม่เพรียง แต่มันไม่ได้เป็นแม่หรือญาติกับเพรียงแต่อย่างใด  มันเป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับไส้เดือนที่อาศัยในทะเล  มีลำตัวเป็นปล้อง และใช้รยางค์ว่ายน้ำ 
 
 

นอกจากสัตว์แล้ว ตามชายหาดของเกาะเสม็ดก็ยังมีพืชพวกสาหร่ายทะเลอยู่มากมาย เช่น สาหร่ายเห็ดหูหนู (Padina)  (A) สาหร่ายทุ่น (Sargassam) (B) และสาหร่ายพวกองุ่น (Carulerpa) (C) 

 

ที่จริงยังมีสัตว์อีกหลายอย่างที่ผมไม่ได้กล่าวถึงทั้งปลา หอยอีกหลายชนิด หนอนที่อาศัยในทราย ฟองน้ำ ปะการัง (พวกนี้ก็เป็นสัตว์นะ)  เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจมาสำรวจอย่างเต็มที่และมีปัญหากับกล้องนิดหน่อย จึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมกัน (เท่านี้ก็เหมือนคนโรคจิตเต็มทนแล้วครับ เพราะเอาแต่เดินแอบถ่ายแอบดูรูนู้นรูนี้ไปทั่วชายหาด)

 

หลังจากสำรวจสัตว์ทะเลจนหิวแล้ว ผมก็พบสิ่งมีชีวิตอีกชนิดที่ร้านอาหาร มันชื่อว่า ยำทะเล พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาของสัตว์อย่างกุ้งและหมึก รวมทั้งพืชอย่างหัวหอม มะเขือเทศ พริก และผักกาดเขียว มันมาจากไฟลัมไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันแซ่บมาก

 

จากการได้ไปเที่ยวคราวนี้ ผมพบว่าเกาะเสม็ดมีอะไรที่น่าสนใจอีกหลายอย่างครับ เพราะนอกจากชายหาดแล้ว ที่นี่ยังมีป่าที่อยู่ตามภูเขาด้วย ซึ่งมีสัตว์อาศัยอยู่พอสมควรทั้งนก กระรอก หนู งู ตุ๊กแก (มีเยอะมาก ร้องให้ผมฟังทั้งคืนเลย) กบ แมลง กิ้งกือ และอีกหลายอย่าง

สัตว์เหล่านี้ทำให้ผมสงสัยว่าพวกมันเดินทางมาที่เกาะได้อย่างไร มันว่ายน้ำมา เดินทางมากับเรือของมนุษย์ เกาะมากับเศษไม้ หรือพวกมันอยู่ที่นี่ก่อนที่เกาะเสม็ดจะแยกจากแผ่นดิน  อืม ว่าแต่ในอดีต เกาะเสม็ดเคยเชื่อมกับแผ่นดินของระยองหรือเปล่า หรือเกาะนี้ผุดขึ้นมาจากทะเล  อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน 
พอคิดแบบนี้ เลยรู้สึกว่ารอบตัวเรายังมีเรื่องราวที่น่าค้นหาคำตอบอีกมากเลยครับ...

 

ระหว่างทาง ผมเจอป้ายนี้ อ่านแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวที่ดีไม่ควรทำตัวเป็นพิษต่อชุมชมและสิ่งแวดล้อมนะครับ  เพราะนอกจากชายหาดสวยๆ น้ำใสๆ สาวสวยและหนุ่มหล่อแล้ว เสม็ดยังมีธรรมชาติที่สวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อีกมากครับ

ปล. สำหรับคนที่สงสัยว่าไป “เสม็ด เสร็จทุกราย” จริงหรือ ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะตัวเองมัวแต่เดินดูน้องปูน้องเพรียง  แต่อย่างน้อยผมว่ามันก็คงมีเค้าความจริงอยู่บ้าง ดูหลักฐานได้จากภาพนี้

 

แม้แต่เต่าเป่าลมก็ยัง.... อิอิ
จบดีกว่าครับ ขอบคุณที่ติดตามชม

* ข้อ 1-3 ผมพลาดโดนมาหมดแล้วครับ

เอกสารอ้างอิง
คู่มือสัตว์และพืชชายหาด สำนักพิมพ์มูลนิธีโลกสีเขียว (เป็นหนังสือที่ดีมากๆ ครับ)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 60
apooh วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 00.45 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

คุณC ขอบคุณนะคะที่ให้กวนค่ะ

แอนด์

ยังไม่ขึ้นเรื่องใหม่อีกเหรอ
ความคิดเห็นที่ 59
mr_taweesak วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

ยังไม่เคยไปเกาะเสม็ดเลยครับ เห็นภาพแล้วอยากไปจัง ได้เที่ยวสนุก อีกทั้งยังได้เรียนรู้ธรรมชาติจาก BLOG นี้ เป็นข้อมูลไปท่องทะเลแบบได้ความรู้ นอกเหนือจากไปพักผ่อน ... ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 58
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

ขอประทานโทดนะคะ

เรื่องของบ้านธรรมชาติน่าสนใจอีกโขเชียวคะ

ขอตามเก็บอ่าน นะค่ะ

เดี๋ยวมาคะ
ความคิดเห็นที่ 57
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 08.46 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

แวะมาเที่ยวทะเลที่เกาะสเม็ด บ้านนี้

ไม่ผิดหวังคะ เพลิดเพลินไปเลย กับความรู้ใหม่
ได้รู้จักหาดทราย น้ำใส โขดหิน ได้รู้จักแนวน้ำขึ้น น้ำลง
ได้รู้จักสังเกตุ และต่อไปก็จะไปเดินริมหาด มองสัตว์น้ำ มองสิ่งมีชีวิตตามหาดทรายบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เดินเกี่ยว นิ้วก้อย มะสนใจ กุ้งหอยปูปลาบ้างเลยโน๊ะ

เอาใหม่คะ ต่อไปจะหิ้วกล้องเดินสำรวจบ้าง วันนี้ได้ความรู้เยอะเลยคะ

และที่สำคัญที่ชอบที่สุดหรือ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า

"ยำทะเล"คะ น่าทำความรู้จักมาก

ฮ่าๆๆๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 56
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

เป็นพวกว่อกแว่กน่ะครับ
พอจะเขียนเรื่องนึง แต่พอเห็นอีกเรื่องนึงก็สนใจจะเขียนอีก ต้องพยายามตั้งสมาธิเขียนให้จบ

พอดีไปเจอข้อมูลมาว่า เกาะเสม็ดเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเป็นแหล่งวางไข่ชั้นเยี่ยมของเต่าทะเลหลายชนิด ทั้งเต่ากระ เต่าตนุ และตัวจะละเม็ด ตัวจะละเม็ดคืออะไรนั่น จะมาเล่าให้ฟังวันหลังครับ
ปัจจุบันที่เกาะเหลือแต่เจ้าเต่ายางเขียวๆ ซะแล้ว เฮ้อ...
ความคิดเห็นที่ 55
pook วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

แปร่วววว

ยังไม่เขียนเรื่องใหม่นี่
ความคิดเห็นที่ 54
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

บรรยายภาพเสียละเอียดเลย
สงสัยรู้ว่าคนแก่จะเข้ามาอ่าน
กลัวมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร

สนุกสนานเสมอที่เสม็ด
ความคิดเห็นที่ 53
sat11 วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

มารอทึ่งตัวใหม่
ความคิดเห็นที่ 52
apooh วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 23.32 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

ไรกันคุณCก่ะคุณpook เพรียงเกาะ กับ เห็ดขึ้น อึ๋ยส์ เดี๋ยวได้ฝันมั่งหรอกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 51
officemom วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 22.43 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

เพิ่งกลับจากระยองเมื่อวานค่ะ

ไปพัก โนโวเทล เป็นประจำ
ตอนกลางคืน ยังมองไปที่ เสม็ด ไฟสว่างเชียว

มาอ่านการ์ตูนต่อได้แล้วค่ะ
http://www.oknation.net/blog/officekids/2008/05/06/entry-1
ความคิดเห็นที่ 50
suebsakun วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 07.14 น.
http://www.oknation.net/blog/dialogism

ขอบคุณมากมาย สำหรับความรู้อันมากมีที่เกาะเสม็ด
ความคิดเห็นที่ 49
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 08.54 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมสำรวจสัตว์ชายหาดครับ
ป้านงค์ ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องลิ้นทะเลครับ
คุณหมวย โลกใบจิ๋วนี่มีอะไรน่าสนเยอะเลย
คุณแพรจารุ ผมอยากเห็นโลมาสีชมพูมากเลยครับ

ตอนนี้กำลังปั่นเรื่องใหม่อยู่ครับ จะพาไปดูสัตว์ตัวนึงที่น่าทึ่งมาก
ความคิดเห็นที่ 48
แพรจารุ วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 19.18 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง

ขอบคุณมาก พี่เพิ่งไปทะเลฝั่งมาเหมือนกันค่ะ วันที่ไปชุมพรพบแมงกระพรุนแบบที่คุณถ่ายรูปมาด้วย แล้วก็ไปขนอม ได้เห็นโลมาเป็นฝูงทีเดียวค่ะ

ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณช่างสังเกตุและค้นคว้ามาอย่างดีด้วย ดูเพลินอ่านเพลินทีเดียวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
แมวเหมียว วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 17.51 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

ได้ตามมาเที่ยวแล้วยังได้ความรู้อีกนะคะเนี่ย แมลงสาบทะเลแปลกจัง ค่ะ ดูยังกะหัวอยู่อีกด้านนึงเลย
ความคิดเห็นที่ 46
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 13.56 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.


ไม่ค่อยได้เห็นเพรียงหรือสังเกตมันเท่าไหร่
เขียนได้น่ารัก น่าทึ่งมากค่ะ
กับเรื่องราวและภาพประกอบละเอียดลออ
อ่านสนุกและได้ความรู้เรื่องธรรมชาติเพิ่ม
ชอบมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 45
ป้านงค์ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 23.12 น.
http://www.oknation.net/blog/anongtongpoon

สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มีภาพสวยๆ ให้ชมพร้อมความรู้มากมายกับคำบรรยายสนุก ป้าเคยไปเสม็ดเมื่อ ๓๐ ปีมาแล้ว เมื่อก่อนไม่มีที่ให้พัก ต้องไปอาศัยนอนในเพิงเล็กๆ และใช้น้ำที่มีคนมาขุดไว้ เดียวนี้คงไม่มีร่องรอยเก่าเหลืออยู่

ป้าขอแถมนิดนึงนะคะเกี่ยวกับประโยชน์ของลิ้นทะเล เมื่อทำความสะอาดแล้วจะขูดเอาไปผสมกับสมุนไพรเพื่อขัดผิว (scrub) ได้ดีค่ะ

เรื่องบ้านที่อยู่แถวแคราย ถ้าอยากทราบจริงๆ ก็บอกป้า จะเล่าให้ฟังเท่าที่จำได้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 44
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ให้หนึ่งโหวตเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 43
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ยังไม่เคยไปเลยนะคะ แต่เจ้าของบลอก ช่างบรรยายได้ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ สัตว์หน่ะ น่ารักทั้งนั้นล่ะ ถ้าเป็นคนชอบเค้าหน่ะ
ความคิดเห็นที่ 42
pook วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

โหยย เห็ดเลยเหรอ

ม่ายหวายๆ
ความคิดเห็นที่ 41
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story


โอ้...สิ่งที่สงสัยตั้งแต่เด็ก...ก็มาเฉลยตอนนี้...เอง

เห็นลิ้นทะเล..ตอนเด็กๆ..ชอบนึกว่าใครกินเม็ดมะม่วง

แล้วเอามาทิ้งจนแห้งที่ริมทะเล...(ฮา)...

เขียนได้ฮา..ทีเดียว...

จากเรื่องที่เป็นวิชาการ...เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามทีเดียว..

โหวตไปเลยค่ะ...1 แต้ม...

อยากอ่านเรื่องสัตว์จิ๋วๆ...อีกอ่ะ...

เรื่องมด..บ้างก็ดีนะคะ...เพราะเคยนั่งมองมัน...

จริงๆตัวมันสวยนะ...

ปล.อีกไม่นานคงได้กินไข่เต่าพลาสติกเนอะ...อิอิ


________________________________________
http://www.oknation.net/blog/red-rabbit07
ความคิดเห็นที่ 40
คนทำนิตยสาร วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 08.20 น.
http://www.oknation.net/blog/magazine

ชอบมากเลยท่านนาฬิกา
เราชอบเรื่องสัตว์เหมือนกัน
อ่านไป ขำไปซะด้วย
สาระดีๆ แบบนี้จะติดตามเรื่อยๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 39
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

คุณปุ๊ก ขอบคุณครับที่เอาเรื่องที่ผมเขียนไปฝัน
ท่าทางน่าสยองนะครับ อะไรที่มันเป็นจุดๆ ขึ้นเป็นพรืดเนี่ย
ผมยังเคยฟันว่าเห็ดขึ้นเต็มแขนเลย จำได้ว่าในฝันรู้สึกสยองสุดๆ
มาค้นๆ ดูที่เคยไปเที่ยวทะเล พบภาพสัตว์ชายหาดที่น่าสนใจอีกหลายตัว ไว้ในอนาคตจะรวบรวมมาให้ชม
อืม รู้สึกผมจะขอติดไว้หลายเรื่องนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 38
pook วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 18.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

นั่นงายยยยยยยยยย ใช่จริงๆด้วยอ่ะ

คุณนาฬิกา เมื่อคืนปุ๊กฝันว่าแขนกะขาปุ๊กมีตัวเพรียงคอห่านติดเต็มไปหมดเลย
ดึงออกมาดังจ๊วบๆๆๆ เป็นจุดๆๆๆเต็มเร้ยยย

ฝันอะไรเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 37
saleman วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 06.42 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

แวะมาเสม็ด เสร็จทุกราย ครับ ผมเป็นหนึ่งในนั้น
ปล.ข้อควรระวัง ข้อ 1 - 3 ผมก็พลาดบ่อยครับ โดยเฉพาะข้อ 2
ความคิดเห็นที่ 36
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 20.04 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline


คุณ vickie ผมพ่ายแพ้หนอนแก้วจริงๆ ครับ (โดยเฉพาะเจ้าตัวแบบในภาพ...) แต่วันหลังจะรวบรวมความกล้า นำเสนอเรื่องของมันครับ

คุณฉัตร ขอบคุณมากครับ
เรื่องเกาะแตนน่าสนใจดีครับ ดูลึกลับดี มันคือเสียงอะไรกันแน่ ต้องหาทางพิสูจน์
ความคิดเห็นที่ 35
vickie วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 11.14 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

อ้างถึงเมนต์27 ส่วนใหญ่คนเค้าขยะแขยงหนอนอื่น แต่ชอบหนอนแก้วกันไม่ใช่เหรอ
ส่วนป๋มอ่ะ ขยะแขยงสัตว์จำพวกไม่มีขาเลย ยกเว้นงู ที่ชอบดูอิริยาบทของมัน กับพวกมีขาเยอะเกินไป ยกเว้นกุ้งกับกั้ง ที่ชอบกิน 5 5 5 5
ความคิดเห็นที่ 34
ฉัตร/ณ/สมุย วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 10.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Chatsamui

ตามมาตอบหน้านี้นะครับ

หอยเจาะก็คือหอยนางรมตัวเล็กๆ ครับ ชาวบ้านจะใช้เครื่องมือเป็นเหล็กแหลมมาเจาะตามโขดหินที่มีหอยเกาะ คงเรียกตามกริยาที่ไปทำการเจาะออกมา ว่าหอยเจาะนั่นเอง ****
ถ้ามาสมุยแนะนำให้ไปต่อที่เกาะแตนครับ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ยังสงบมาก มีป่าชายเลน ไฟฟ้ามีใช้เป็นเวลา ออ เกาะแตนไม่มีสุนัขครับ สุนัขอยู่ไม่ได้น่าจะเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่ามีเสียงอะไรที่ทำให้สุนัขแสบแก้วหู มีคนเคยเอาสุนัขไปแล้วพบว่ามันวิ่งจนตาย แต่หลัง ๆ ก็ไม่มีใครอยากจะพิสูจน์
ตอบซะยาวเลย

ความคิดเห็นที่ 33
LukeKaEw วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 12.16 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย

โอ้ว โลกมันกลมจริงๆ เล่นบล๊อกที่นี่เจอคนนั้นรู้จักคนนี้เต็มเลย ขำดี อิอิ
ความคิดเห็นที่ 32
ย่าดา วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 00.21 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ย่ามีถ่ายตัวเพรียงที่ระยองมา เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้แหละว่าเป็นเพเพรียงคอห่าน (goose barnacle) คู่มือเขาดีจริงๆนั่นแหละ
สงสัยต้องไปหาซื้อมาอ่านบ้างแล้ว

แอบดูรูปสุดท้ายนี่ระวังตาเป็นกุ้งยิงนะ
ความคิดเห็นที่ 31
รุสสกี้ วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 22.34 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

ท่านดูซะละเอียด เล่นเอาผมตาลาย เพราะต้องเพ็งอยู่นาน
ความคิดเห็นที่ 30
LukeKaEw วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย

ว้าย จิงเหรอคะ รู้จักคนไหนอ่า
ความคิดเห็นที่ 29
ดินเหนียว วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 04.47 น.
http://www.oknation.net/blog/din22
ฝัน...ของดินเเหนียว เขตปลอด Tag  และปลอดคนลวง  จ้ะ

อธิบายประกอบภาพ เหมือน มดละเอียดเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ ได้ความรู้เยอะดลยจ้ะ

ฝันดี บุญรักษานะคะ

ความคิดเห็นที่ 28
วิตามินบี วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 01.09 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


สิ่งมีชีวิตบนชายหาด
เป็นชีวิตที่น่าศึกษา
แต่ยำทะเล น่าศึกษามากกว่า

ความคิดเห็นที่ 27
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 23.16 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline


น้องคนนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องหรอกครับ แค่เจอเค้าที่เกาะเสม็ด ชอบผมเค้ามากๆ แนวสุดๆ

คุณ vickie
ดงหนอนหรือครับ ผมคงวิ่งเช่นกัน บรรดาสัตว์ทั้งหลายแหล่ในโลก มีเพียงอย่างเดียวที่ผมกลัว มันคือหนอนแก้วตัวอ้วนๆ แค่เห็นก็สยองแล้วครับ

คุณปุ๊ก
ตอนเดินด้อมๆ มองๆ ก็สังเกตดีๆ นะครับ ระวังของไม่พึงประสงค์ในข้อ 1 ให้ดี ไม่รู้เป็นอะไรไปทะเลทีไรต้องเจออย่างน้อย 1 ใน 3 อย่างทุกที
ความคิดเห็นที่ 26
ปุณณดา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/poonnada

ดีใจที่คุณไปมานะ..อิอิ ได้มาหลายเล่มเลย รู้สึกดีจริงๆค่ะ ที่ได้เห็นความสร้างสรรค์ของคนหนุ่มสาว
ความคิดเห็นที่ 25
pook วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 01.04 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin  

เอาหล่ะ

กลับมาอ่านอีกสองรอบ
มันส์

ความรู้เรื่องชายแนวชายทะเลเพียบ
ครั้งหน้าถ้าปุ๊กไปทะเล จะได้ไปด้อมๆมองๆแบบนี้บ้างแล้ว
ฮ่าฮ่า แถมได้ฝอยให้ชาวคณะฟังอย่างคล่องแคล่ว ว่าตัวอะไรเป็นอะไรอีกต่างหาก

แต่ตอนนี้รู้สึกบาปกรรมค่ะ
เพราะจำได้ว่าตอนเด็กๆ เห็นเพรียงทะเลเมื่อไหร่
จะต้องหาอะไรมาทุบๆแงะๆทุกทีไป
คิดว่าเค้าเป็นหอยที่เค้าเอามาทำหอยดองใส่กระปุกอ่ะค่ะ

แถมยังคิดว่าปูกินทราย อึ๊ออกมาก็เป็นทรายก้อนกลมๆ
ความคิดเห็นที่ 24
vickie วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.15 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

กร๊าก ๆ ๆ ขำข้อควรระวังข้อที่ 1
เห็นด้วยคร๊าบ อะไรม่รู้จักมักคุ้น ก็พึงอย่าไปแตะต้องก่อนพิจารณาให้ดี

ว่าแต่เจ้าปูนี่ ป๋มถ่ายได้แต่ก้อนทรายแฮะ ไม่ทันได้ตัวมันซะที

จำได้ว่าเคยไปเกาะเสม็ดตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ค่อยมีรีสอร์ต ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ประเภทยังต้องอาศัยเรือตังเกไป ตอนนั้นเดินจากวงเดือนข้ามไปอ่าวแสงเทียน เจอดงหนอน ที่ระโยงระยาง ลงมาจากต้นไม้ เรียกว่าเป็นดงหนอน จนป๋มเองและเพื่ออีกคนสติแตก วิ่งกันแทบตาย
แต่ปัจจุบัน เดินจนรอบเกาะก็ไม่เจอซะแล้ว ถามเจ้าหน้าที่เค้ายังไม่รู้เลยว่ามี อืมม.... ธรรมชาติมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วเจงๆ
ความคิดเห็นที่ 23
ครูเก๋ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/clear

ความคิดเห็นที่ 25
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline
ip : 125.25.74.57

เพิ่งผ่านไปชลบุรีมา
เทียบกับจังหวัดอื่นแล้ว ถือว่าป้ายหาเสียงเยอะมาก
จะรอดูผลครับ
...................................

แวะมาตามไปดูผล เลยได้ดูรูปแปลกๆเลย ดีจังค่ะ
http://www.oknation.net/blog/clear/2008/04/27/entry-1
ความคิดเห็นที่ 22
apooh วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 22.39 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

คุณC ที่พะงันมีเยอะจน น่ากัว ดิ

เรียกปูปั้นทรายว่า ปูลม เหมือนกัน ตอนไปทะเลถ้าเจอหาดที่มีลูกทรายเยอะ ชอบเดินไปยืนนิ่งๆๆ ใกล้ รอจนมันกลับขึ้นมาเหนือรูกันเยอะ ๆๆ แล้วค่อย กระโดดทิ้งตัวแรงๆๆ แว่บ หายเกลี้ยงเลย
ความคิดเห็นที่ 21
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline


คุณแซท
เหมือนผมเลย เมื่อก่อนผมก็คิดว่ามันคือปูลม เพิ่งรู้ว่าคือปูปั้นทรายจากหนังสือเล่มนี้แหละ (ของเค้าดีจริงๆ)
ส่วนปูทหารจะตัวใหญ่กว่านี้นิดนึง แล้วรอบรูจะมีบังเกอร์
นอกจากลิ้นทะเล แล้วยังมีลิ่นทะเลอีกนะครับ แต่เจ้าลิ่นทะเลเป็นพวกมอลลัสก์
ความคิดเห็นที่ 20
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 21.42 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเที่ยวเสม็ดนะครับ

คุณหมี
ผมไปดูมาแล้ว มันคือแบบเดียวกับที่ผมเจอ
แต่ที่พะงันมีเต็มหาดเลย สุดยอด
มันขึ้นอยู่กับความสะอาดของหาดด้วยแหละครับ หาดดังๆ มักจะไม่ค่อยสะอาด ก็อาจจะมีน้อย แต่ที่จริง ถ้าเราลองดูดีๆ ก็อาจมีพวกมันอยู่นะครับ แต่อาจเป็นคนละชนิดกัน ที่นี่เป็นเกาะด้วยมั้งครับ เลยมีบางตัวที่ไม่ค่อยพบตามฝั่ง

คุณดิน
ถ้าเมื่อไหร่ลงภาพชุดศิลปะของสัตว์น้อย อย่าลืมเรียกผมด้วยนะครับ อยากชมจัง

คุณปุณณดา
รุ่น 9600 เจ๋งดีครับ ผมเคยลองใช้ของที่ออฟฟิศ ถ่ายได้สวยดี

ความคิดเห็นที่ 19
pook วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pook17
 War would end if the dead could return - Stanley Baldwin