วันเสาร์ ที่ 5 เมษายน 2551
มาร์ชอุดรพิทย์ - เพลงชาติของเรา
Posted by
LawlyDreamt
,
ผู้อ่าน : 76
, 15:11:01 น.
พิมพ์หน้านี้
|
มาร์ชอุดรพิทย์ เพลงชาติของเรา โดย...นายอุดร พิทยพงษ์ ทุกเช้า และทุกวัน ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเพลงมาร์ชอุดรพิทย์ ฟังแล้ว จับใจ ชื่นใจ และหยิ่งในใจยิ่งนัก เพราะถ้าอุดรพิทย์เป็นประเทศ เพลงนี้ก็คงเป็นเพลงชาติ ดังนั้นชาวอุดรพิทย์ทุกคนต้องจำได้และร้องได้ ไม่ว่าครูหรือนักเรียน แม้แต่คนงานภารโรงและแม่ค้าขายของก็ร้องเพลงนี้ได้ เพลงชาติ หรือเพลงประจำชาติใดก็ตาม ร้องทุกวันก็เพื่อเตือนสติ ให้ระลึกถึง และขอให้ปฏิบัติตามมาร์ช อุดรพิทย์ก็เช่นกัน เตือนสติ เตือนใจ ให้ระลึกถึงและให้ปฏิบัติตาม มาร์ชอุดรพิทย์ขึ้นต้นว่า อุดรพิทย์สถาบันการศึกษา บอกให้รู้ว่าไม่ใช่โรงหนังหรือโรงแรม แต่เป็นโรงเรียน สูงสง่าทั้งวิชาเกียรติและวินัย บทนี้สำคัญมาก เพราะทั้งสูงและสง่า สูงนั้นไม่ใช่ความสูงของอาคาร แต่สูงด้วยวิชา เกียรติ และวินัย วิชาสูง ไม่ได้หมายความว่าสูงเท่ากับระดับมหาวิทยาลัย แต่หมายความว่ารู้มาก รู้จริง รู้ซึ้ง ฉลาดมาก ฉลาดจริง ฉลาดซึ้ง อันบุคคลในระดับการศึกษานี้พึงจะมี วิชาสง่า ไม่ใช่หมายความว่าวิชามีรูปร่างเป็นสุภาพบุรุษ แต่หมายความว่าผู้มีวิชานั้นทำตนให้สมกับผู้ที่ทรงภูมิปัญญา มีความเฉลียวพอๆกับความฉลาด เป็นสง่าน่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ เกียรติสูง หมายความว่า ได้รับคำสรรเสริญสูง เกียรติสง่า หมายความว่า ได้รับคำสรรเสริญเป็นที่เคารพนับถือ วินัยสูง หมายความว่า อยู่ในระเบียบแบบแผนและข้อบังคับโดยเคร่งครัด วินัยสง่า หมายความว่า อยู่ในระเบียบแบบแผนและข้อบังคับจนเป็นที่น่าเคารพ-นับถือและน่าเกรงขาม วรรคนี้ขอย้ำอีกทีว่ามีความสำคัญมาก ต้องระลึกถึงอยู่เสมอและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสนอจนเป็นนิสัย อุดรพิทย์ชื่อสถิต ทั่วแดนไกล เกียรติกำจายก้องอยู่คู่ธานี ชัดอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบาย หากปัจจามิตรคิดกล้ามาราวี ชีพยอมพลีเพื่ออุดรพิทยานุกูล วรรคนี้ฟังดูแล้วทำให้สงสัย สงสัยว่าเราจะไปรบกับใคร หรือกำลังจะถูกใครรบ เพราะเราไม่ใช่ประเทศ ไม่มีกองทหาร มีแต่นักเรียน ลูกเสือและเนตรนารี ซึ่งไม่ได้ถูกสอนให้กระหายสงครามเหมือนอย่างมุสโสลินีของอิตาลี นักศึกษาวิชาทหารก็ได้รับการสอนเพียงแต่ให้รู้จักหลักวิชาอาวุธในระยะเวลาอันสั้นสำหรับป้องกันตัว และให้มีระเบียบวินัยเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น หมายถึงการแข่งขันกีฬาหรือ? คงเปล่าอีก เพราะคู่แข่งขันกีฬาไม่ใช่ปัจจามิตร แต่เป็นปิยมิตร เล่นเพื่อเชื่อมความสามัคคี ไม่มุ่งเอาชัยชนะแต่เพียงอย่างเดียว เอ๊ะ! แล้ววรรคนี้หมายความว่าอย่างไร อ้อ! นึกออกแล้ว หมายถึงศัตรูแน่ แต่ไม่ใช่ศัตรูภายนอก เป็นศัตรูภายใน ภายในตัวของเราเอง ศัตรูภายนอกนี้สำคัญมาก มีอยู่ทุกขณะ ทุกวันและทุกเวลา มันจ้องจะห้ำหั่นเราอยู่เสมอ ถ้าเราแพ้ มันก็หมายถึงความหายนะ ความชอกช้ำเสียใจ อาจถึงชั่วชีวิต เราต้องพลีทุกอย่างเพื่อเอาชนะมันให้ได้ แม้แต่ชีวิตก็ยอมพลี โบกปลิวไสวใจเรามั่น ร่วมกันเรารักสามัคคี น้ำเงินชมพูชูศักดิ์ศรี อันเป็นที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด บอกว่า ธงหรือสีประจำโรงเรียนของเราคือ น้ำเงิน-ชมพู และเป็นที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด เช่น เสื้อหรือธงน้ำเงินชมพูขาดแล้วเราไม่เอาไปทำผ้าขี้ริ้ว แต่ถ้าฉีกออกเป็นน้ำเงินชิ้นหนึ่ง ชมพูชิ้นหนึ่ง ไม่มีอีกสีหนึ่งติดไป เอาไปทำผ้าขี้ริ้วก็คงได้ เพราะสภาพของน้ำเงินชมพูหมดไปแล้ว วรรคนี้จับใจอยู่ที่ ใจมั่น ร่วมกัน รักกัน สามัคคีกัน คือ ต้องใจมั่นร่วมกัน รักกันฉันพี่น้อง สามัคคีร่วมเป็นร่วมตายกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน อย่าระแวงกัน อย่าสาวไส้ให้กากิน อย่าดูหมิ่นกัน อย่าอิจฉาริษยากัน อย่าเอาอารมณ์ของตนเป็นที่ตั้ง ไม่เข้าใจอะไรกันจะต้องปรับความเข้าใจกันโดยวิธีของคนที่ไม่เป็นโรคประสาท ส่วนใหญ่ว่าอะไรจะต้อง ทำตาม แม้ว่าจะไม่ถูกใจเราก็ตาม แต่ก็ไม่ห้ามที่จะให้เราพิสูจน์ว่าความเห็นของส่วนใหญ่นั้นผิด โดยอาศัยเวลาและความลึกซึ้งในภูมิปัญญาที่บริสุทธิ์และวิธีการที่สงบของเราเป็นหลัก อุดรพิทย์เรามีจิตอันสดใส ไม่ใช่สดใส ซาบซ่าส์ เพราะไม่ใช่น้ำอัดลม แต่สดใส แจ่มใจ ร่าเริง และบริสุทธิ์ ไม่มีความอิจฉาริษยาเจือปน สร้างเกียรติไว้ให้อยู่คู่อุดร หมายถึงสร้างความสรรเสริญขึ้นในหมู่ประชาชน ไม่ว่าในหมู่ชาวอุดรพิทย์หรือชาวอื่นใดให้เป็นมิ่งขวัญอยู่ คู่กับจังหวัดอุดรธานี มาร์ชของเราก็จบเพียงเท่านี้ ใครแต่ง? ในหัวเรื่องด้านซ้ายมือก็บอกอยู่แล้วว่า คำร้อง ทำนอง ไพทูรย์ นครภักดี และกมล ธิโสภา คนแรกเป็นศิษย์เก่าและเคยเป็นครูอุดรพิทย์ในสมัยหนึ่ง คนที่สองเป็นศิษย์เก่า และเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิชาการของเรา ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการกองแผนงาน กระทรวงศึกษาธิการ แสดงว่า เราแต่งกันเอง สอนกันเอง และร้องกันเอง เรียกว่าเป็นเพลงของชาวอุดรพิทย์ โดยชาวอุดรพิทย์(แต่ง) และเพื่อชาวอุดรพิทย์ ตรงตามหลักการประชาธิปไตย
จากหนังสือ : 80 ปี อุดรพิทยานุกูล
|