วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
มารู้จัก 8 ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ของธรรมศาสตร์ ในปีนี้กันครับ
Posted by
LawlyDreamt
,
ผู้อ่าน : 130
, 16:48:34 น.
พิมพ์หน้านี้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 4/ 2551 วันที่ 28 เมษายน 2551 มีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 ท่าน ได้แก่ | 1. ศาสตราจารย์ ดร. ไพศิษฐ์ พิพัฒนกุล | นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 2. ศาสตราจารย์ เกษมสันต์ วิลาวรรณ | บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 3. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล | เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 4. นายนัทธี จิตสว่าง | สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 5. คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง | วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 6. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง ดร. จันทรา เหล่าถาวร | วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาชีวเวชศาสตร์) | | 7. รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง | พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | 8. อาจารย์ศิริ วิชเวช | ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ |
โดยจะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2550 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2551 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
| ศาสตราจารย์ ดร. ไพศิษฐ์ พิพัฒนกุล นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากมูลนิธิญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่นที่จัดสรรรางวัลแก่บุคคลหรือองค์กรในญี่ปุ่น หรือต่างชาติที่มีผลงานดีเด่นในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมการศึกษาเกี่ยวกับญี่ปุ่น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างญี่ปุ่นกับนานาชาติ และยังเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชั้นปริญญาตรีและปริญญาโท ใน พ.ศ. 2522 -2525 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2525 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2525-2527 เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และตั้งแต่ พ.ศ. 2523- 2529 เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2527 โอนมารับราชการในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และนายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังมีผลงานทางวิชาการมากมาย อาทิ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เปรียบเทียบ (ไทย-เยอรมัน) คำสอนชั้นปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Arbeitsrecht in Thailand, Bonn 1973 
| | ศาสตราจารย์ เกษมสันต์ วิลาวรรณ บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่วงการแรงงานและวงการการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในฐานะผู้พิพากษา กรรมการกฤษฎีกา นักวิชาการ และอาจารย์ โดย ในปี 2521 ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรม ปี 2531 ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลแรงงาน ในปี 2542 ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานกลาง นอกจากนี้ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกฤษฎีกา ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นอาจารย์บรรยายวิชากฎหมายแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ จิตวิทยาอุตสาหหรรม และกฎหมายธุรกิจ ให้แก่มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นสูง ทั้งภาครัฐและเอกชน และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิชาการการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในสถาบันต่างๆ อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการประจำสาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
| | ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จทางด้านการงานอย่างยิ่งโดยมีโอกาสรับใช้ประเทศชาติในตำแหน่งสูงสุดทางด้านเศรษฐกิจ 3 ตำแหน่ง คือ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ กรรมการ ก.พ. กรรมการสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการ The Board of Governors of Asian Institute of Management ในฐานะนักธุรกิจ ท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนดำรงตำแหน่งกรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสของธนาคารกสิกรไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในด้านสังคม อาทิ เป็นประธานกรรมการสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่มีบทบาทหลักในการส่งเสริมธรรมาภิบาลในกลุ่มบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นกรรมการในองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง 
| | นายนัทธี จิตสว่าง สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นผู้อุทิศตนกับงานสังคมสงเคราะห์นับแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันทั้งด้านการแก้ไข ฟื้นฟูและพัฒนาผู้กระทำผิด และยังเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการบรรยายเผยแพร่ความรู้ให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งท่านได้ปลูกฝังแนวคิดด้านการสังคมสงเคราะห์ให้กับลูกศิษย์ในหลายสถาบัน และข้าราชการในสังกัดของท่านอย่างเสมอมา โดยเริ่มรับราชการในตำแหน่งนักทัณฑวิทยา กองทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ ในปี 2520 และได้ปฏิบัติหน้าที่จนเจริญก้าวหน้าเรื่อยมา โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ในปี 2539 และในปีเดียวกัน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ต่อมาในปี 2546 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และปี 2550 จนถึงปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมคุมประพฤติ
| | คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นผู้ที่เป็นที่จดจำของสังคมไทยใน 2 ฐานะ คือ เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ (สาขาบริการสาธารณะ) และดำรงตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสารสตรีสาร ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่มายาวนานถึง 48 ปี โดยที่ท่านดำรงตำแหน่งบรรณาธิการมาตั้งแต่ต้น และยุติบทบาทลง (พร้อมกับการยุติหนังสือ) ในวัย 80 ปี นอกจากนี้ ท่านยังเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะที่สำคัญอีกหลายประการ ได้แก่ การเข้าร่วมก่อตั้งสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในปี 2491 ร่วมก่อตั้งสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย (International P.E.N.-International Center) ขึ้นในปี 2501 ซึ่งต่อมาสมาคมนี้ได้มีบทบาทเป็นสื่อกลางระหว่างนักเขียนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยให้งานเขียนของนักเขียนไทยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ คุณนิลวรรณ ได้รับการยอมรับให้เป็นแบบอย่างของบรรณาธิการอาชีพ ท่านได้สร้างนักเขียน นักทำหนังสือประดับวงการวรรณกรรมมากมาย และเป็นผู้อุทิศตนเพื่อส่วนรวมตลอดชีวิต 
| | ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง ดร. จันทรา เหล่าถาวร วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาชีวเวชศาสตร์) | | | ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง ดร. จันทรา เหล่าถาวร นับเป็นนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การสาธารณสุข และเป็นนักบริหารที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ทั้งในและต่างประเทศโดยได้เสียสละ ทุ่มเทความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการที่จะพัฒนาการวิจัยและการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาโรคเขตร้อน ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และในภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก โดยเริ่มทำงานในปี 2526 ในตำแหน่ง อาจารย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2530 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเภสัชวิทยาคลินิกและผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งภาควิชาเภสัชวิทยาเขตร้อนคลินิก จากนั้นในปี 2541-2550 ดำรงตำแหน่ง Clinical Coordinator องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (WHO/TDR) และปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง Director, Empowerment Special Programme for Research and Trainning in Tropical Diseases (TDR) องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 
| | รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นผู้นำในวิชาชีพการพยาบาลที่มีความมุ่งมั่น เสียสละ ทุ่มเท เพื่ออุทิศตนในการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล ทั้งในด้านจัดการศึกษา การพัฒนาองค์กรวิชาชีพ และการพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาล จนเป็นที่ยอมรับในระดับสูงทั้งภายในประเทศและนานาชาติ โดยมีผลงานสำคัญ อาทิ ริเริ่มจัดทำเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรการศึกษา สาขาพยาบาลศาสตร์ ระดับปริญญาตรี และหลักสูตรต่อเนื่อง ริเริ่มจัดทำโครงการร่วมผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ เสนอทบวงมหาวิทยาลัยและรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2532 เป็นประธานกรรมการโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2538 นอกจากนี้ ยังมีผลงานในระดับนานาชาติ ได้แก่ เป็น Global Advisory Committee on Nursing and Midwifery ขององค์การอนามัยโลก ในปี 2534-2539 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานราชการ และองค์กรต่างๆ เช่น กรรมการสภาการพยาบาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะกิจพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการสาขาพยาบาลศาสตร์สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นต้น 
| | อาจารย์ศิริ วิชเวช ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | | | เป็นปูชนียบุคคลที่มีจิตใจและวิญญาณแห่งความเป็นครูทางดนตรีไทยอย่างแท้จริง โดยมีผลงานดีเด่นหลายประการ อาทิ เป็นผู้คิดค้นวิธีการทำไม้กรับเสภาให้มีเสียงไพเราะและรูปแบบเป็นเกณฑ์มาตรฐานของกรับเสภาตามระเบียบวิชาดุริยางค์ไทย เป็นผู้ฟื้นฟู เพลงเห่ช้าลูกหลวง ซึ่งเป็นพระราชพิธีเก่าแก่มาแต่ครั้งโบราณกาล ในปี 2544 ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดุริยางคศิลป์ไทยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2546 ได้รับพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ และได้ประพันธ์บทขับเห่ช้าลูกหลวงถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์พิเศษสอนขับร้องและดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และอาจารย์พิเศษภาควิชาศิลปนิเทศน์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
จาก : http://www.tu.ac.th/news/2008/06/25.htm#510625-146a
|