• driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 122
  • จำนวนผู้ชม : 12962
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
lสามชุก ก้าวต่อไป
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 130 , 12:27:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


ประชุมรอง ผวจ.,ธนารักษ์จังหวัด กับชาวชุมชน

วันพุธที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑  เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.  ณ ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลานโพธิ์)  ตลาดร้อยปีสามชุก  ได้มีการประชุมผู้เช่าที่ราชพัสดุในแปลงตลาดร้อยปีสามชุก ตามที่ธนารักษ์พื้นที่ได้มีจดหมายเชิญประชุมเมื่อสองวันก่อนหน้า

 

ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายพงศธร  สัจจชลพันธ์  กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในที่ประชุม  ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่นๆในฝ่ายราชการคือ ท่านนายอำเภอสามชุก  หัวหน้าธนารักษ์พื้นที่สุพรรณบุรี  เจ้าหน้าที่ธนารักษ์อีกสองท่าน (ท่านหนึ่งเป็นฝ่ายจัดประโยชน์)

 

ท่านรองผู้ว่าฯเกริ่นความเป็นมาของการเชิญประชุม จากแนวคิดเดิมของกรมธนารักษ์ในการปลูกสร้างตึกแถวแทนที่ห้องแถวไม้เดิม  ข้อเสนอที่จะอนุรักษ์สภาพอาคารแถวไม้เดิมจากฝ่ายผู้เช่าฯร่วมกับชาวชุมชนที่มิได้เป็นผู้เช่าฯ  จนมาถึงการตกลงรับแนวคิดอนุรักษ์ของชุมชน โดยมีประกาศของกรมศิลปากรและความเห็นจากกรมศิลปากรว่าสมควรอนุรักษ์ไว้เป็นเหตุผลประกอบ

 

ท่านรองผู้ว่าฯกล่าวเน้นแนวทางทำงานร่วมกันต่อไปว่าต้องเป็นประชาธิปไตย หมายถึงมติร่วมกันของคนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์สมบูรณ์   ลำดับขั้นตอนใดที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากทางการ  ทางการจะเข้าสนับสนุนในส่วนนั้น

หลักการสำคัญอีกประการหนึ่งคือ สมาชิกทุกคนในชุมชนจะต้องรู้เท่าๆกัน รู้ทันๆกัน

 

เรื่องแนวทางการพัฒนาปรับปรุงตัวอาคารห้องแถวไม้  ตกลงให้ใช้แผนแม่บทที่ชาวชุมชน (ซึ่งรวมถึงผู้เช่าฯ) ได้สรุปร่วมกันไว้กับมูลนิธิชุมชนไท และสถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน (พอช.) และลงมติยึดถือร่วมกันแล้วก่อนหน้า ซึ่งแผนแม่บทนี้มีสำเนาอยู่กับธนารักษ์พื้นที่ ๑ ชุด

 

โดยธนารักษ์พื้นที่รับจะเรียบเรียงข้อตกลงของชาวชุมชนที่สรุปในแผนแม่บทให้ออกมาเป็นกติกา ข้อตกลงกลางสำหรับการดัดแปลง ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคารห้องแถวไม้ที่อยู่อาศัย ไม่ให้ขัดกับหลักการในแผนแม่บท  ให้ง่ายที่ผู้เช่าฯจะอ่านทำความเข้าใจและดำเนินตาม

 

หลังจากนี้ ธนารักษ์จะรับหน้าที่ดูแลเงื่อนไข รับคำร้องขออนุญาตปรับปรุง ดัดแปลงอาคาร   พิจารณาให้อนุญาต

 

และเมื่อผ่านการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลสามชุกไปแล้ว  จะให้เทศบาลฯพิจารณาประกาศเป็นเทศบัญญัติต่อไป

 

ท่านรองผู้ว่าฯรับจะประสานกับ กฟภ. ศึกษาการปรับปรุงทางเดินสายไฟฟ้าหลักในชุมชนให้เป็นระเบียบสวยงามต่อไป

 

อนึ่ง กรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ท่านหนึ่งได้กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการที่ผ่านมาว่าได้มีการรับการอบรมหลักการตลาดสมัยใหม่ เรื่อง SWOT technic โดยความอนุเคราะห์ของหน่วยงานหนึ่ง  และรับการอบรมเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะ   จากนี้ไปจะขยายการรับการอบรมมาสู่สมาชิกชุมชน(รวมผู้เช่าฯ)เป็นลำดับไปให้ทั่วถึง  ทั้งนี้จากเงินทุนที่เพิ่งได้รับมาจากองค์กรหนึ่ง

 

การประชุมครั้งต่อไปจะพิจารณาโอกาสที่เหมาะสมอีกครั้ง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

ความจริงแล้ว ความเป็นมาของการอนุรักษ์บ้านเก่าในวันนี้ มิได้เป็นเรื่องราวที่สรุปได้สั้นๆเพียงสามประโยคดังที่ท่านรอง ผวจ.เกริ่นนำการประชุม

แต่นับจากกรมธนารักษ์ดำริโครงการรื้ออาคารห้องแถวเก่าตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ เป็นต้นมา  ตลาดเต็มไปด้วยอึมครึม สับสน ลังเล จำยอม   มีการปรับเปลี่ยนกิจการร้านค้า ลดขนาดลง มีการอพยพโยกย้ายไปอยู่กับลูกเต้าในเมืองหรือเมืองหลวง ทิ้งบ้านไว้ร้าง หรือปล่อยเช่าไปแกนๆ

 

มีความอลหม่านในการช่วงชิงตำแหน่งทำเลดีๆในผังใหม่ วิ่งเต้นหานักการเมืองท้องถิ่น

 

มีความคิดริเริ่มหาจุดที่จะอนุรักษ์  มีการเผยแพร่ความคิด ระดมคนเฒ่าคนแก่มาร่วมกันเล่าความเป็นมาของบ้านเกิด  มีคนคัดค้าน เร่งรัดให้มีการสร้างตึก

 

มีการเสนอเสนอแนวคิดให้ฝ่ายอำเภอ  ไปยื่นหนังสือถึงจวนผู้ว่าฯ  ไปถึงกรมธนารักษ์  เผชิญแรงกดจากฝ่ายราชการที่ยืนยันการเดินหน้าปฏิบัติตามแผน

 

มีการขอความสนับสนุนจากมูลนิธิชุมชนไท และหน่วยงานองค์กรเอกชนด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม

 

มีการออกสำรวจสภาพอาคารทางกายภาพท่ามกลางแรงใจและทั้งเสียงปรามาสเย้ยหยัน

จนได้เป็นเอกสารภาพรวมพร้อมแนวทางการพัฒนาเชิงอนุรักษ์

ผลักดันแนวคิดขึ้นไปตามสายงานราชการซึ่งยึดถือแนวปฏิบัติจากบนลงล่างอยู่ไม่คลาย

 

ยิ่งไม่ต้องหวังถึงเม็ดเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่มีงบประมาณจากส่วนกลางลงมานับสิบล้านบาท   รู้กันดีว่ากรอบคิดของนักการเมืองแบบเก่าคือการใช้งบไปกับสิ่งปลูกสร้างที่เป็นคอนกรีตและเหล็กเส้นที่จับต้องได้  การได้มาซึ่งคะแนนเลือกขึ้นสู่อำนาจก็ย่อมต้องใช้วัตถุแห่งความจูงใจ

 

ผลสำเร็จตรงนี้ ณ วันนี้ คือข้อพิสูจน์ยืนยันว่าความมั่งคั่งยั่งยืนร่วมกันของชาวบ้านชาวเมืองนั้น  เราชาวรากหญ้าสามารถร่วมกันทำด้วยตัวเองได้  ไม่ต้องรอคอยใครมาปั้นโครงการให้

 

โจทย์ข้อต่อไปคือ ทำอย่างไรจะขยายความมั่งคั่งยั่งยืนออกไปยังชาวบ้านชาวเมืองรอบๆ  ไม่จำกัดแค่ในตัวตลาด ทำอย่างไรจึงจะเกิดความร่วมมือในแบบข้างนอกผลิตแล้วส่งมาขายข้างใน  ต่อยอดออกไปให้ทั่วทุกหัวระแหง

ทำอย่างไร เม็ดเงินที่ลงมายังท้องถิ่น(ซึ่งมาจากเงินภาษีจากชาวบ้านเอง)จึงจะไม่ละลายไปกับสิ่งก่อสร้างคอนกรีตที่แห้งแล้ง  แทบสูญเปล่า  แต่ใช้มันสร้างการงานที่ยั่งยืนให้กับพ่อบ้านแม่บ้าน ลูกหลานเยาวชนที่ถูกคัดออกจากระบบการเรียนแบบไต่เต้า

 

บางที การเข้าไปมีส่วนในอำนาจท้องถิ่นอาจเป็นเรื่องจำเป็น

 

ความเป็น “ใจเมือง” อันรวมดวงใจของชาวบ้านชาวช่องทุกครัวเรือนไว้ด้วยกัน มีจริงหรือไม่

พวกเขาจะเลือกนักการเมืองในกรอบเก่าๆ หรือเลือกใช้ตัวแทนจากรากเหง้าตัวเองเข้าไปสร้างกลไกหล่อหลอม “ใจเมือง”


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
driftworm วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 7
Supawan วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 19.38 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

เอาใจช่วยค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 6
driftworm วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

คุณ pjiabja - อันนี้เป็นข้อสังเกตหยิบยกขึ้นมาอยู่เนืองๆในเวลาที่ประชุมชาวตลาดร่วมกัน
อ.ศรีศักรก็เคยหยิบยกมาพูด แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อใส่ใจมากนัก ตัวคนในคณะกรรมการต่างหากที่ดูซีเรียส เคยมีข้อเสนอในที่ประชุมว่าควรคัดกรองทั้งพื้นเพผู้ค้า และลักษณะสินค้า (เมื่อวานก็มีหยิบยกเรื่องที่มีพ่อค้าเร่มาหาที่เช่าขาย "ยาครอบจักรวาล"!!! คงต้องสังคายนากันยกใหญ่) แต่การคัดกรองอย่างที่ว่านี้ ก็ย่อมมีผู้ไม่พอใจ หรือไม่เข้าใจ อาทิตย์ก่อน ผมไปเห็นคนโพ้สในเว็บ"หน้าทอน" ของสมุยว่า กรรมการตลาดที่นี่กีดกันคนค้าจากที่อื่น
ได้แต่นึกถึงคำแนะนำว่า แต่ละชุมชนต้องริเริ่ม ต้องขุด ต้องงัดของดีในชุมชนตัวเองขึ้นมาปลุก ปั้น โดยต้องลืมใส่ใจการยุ่งเกี่ยวจากนักการเมืองไม่ว่าระดับไหน และรักษาระยะกับราชการ ขุดศักยภาพขึ้นมาจากคนในชุมชนเอง คนที่มาโพ้สบ่นท่านนั้นก็ย่อมจะมีที่ทางของตัวเอง

เรื่องของที่ขายซ้ำๆกัน เป็นโจทย์อันหนึ่ง (ด้านหนึ่ง มันก็เป็นลักษณะของตลาดโดยพื้นฐาน)
ผมเริ่มเห็นวัยรุ่นจากนอกตัวตลาดนำหัตถกรรมทำเองมาหาที่ทางขายในตลาด แอบดีใจเล็กๆ
ส่วนพ่อค้าเหมาเข่งมาขายส่งทั่วราชอาณาจักร มีคนเสนอให้กรรมการพิจารณาหาทางออกอยู่แล้ว
เริ่มมีคนคิดถึงรูปแบบสหกรณ์ผลิต ให้เงินหมุนในชุมชนได้ "๗ รอบ" ตามที่เขาว่า
ฯลฯ
ขอบคุณในข้อติติงครับ ผมจะส่งต่อ...
ความคิดเห็นที่ 5
driftworm วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

คุณพระจันทร์ฯ - จริงๆด้วยครับ ลิ้งค์เอนทรี่ย้อนหลังในกล่องด้านขวาลงปี พ.ศ.เป็นปีที่แล้ว

คุณลูกเสือฯ - เป็นข้อสังเกตที่กระแทกใจพอดีเลยครับ ไม่เพียงในเรื่องแนวทางอนุรักษ์วิถีชีวิต ซึ่งออกจะเป็นเรื่องแปลกเปลี่ยน ย้อนแย้ง (irony)
ยังมี..ในชีวิตประจำวันของเรา ความชื่นชอบใน"วันคืนเก่าก่อน"นั้น ควรดึงมาสู่ชีวิตประจำวัน หรือควรเก็บในความครุ่นคำนึงแบบ nostalgia

โจทย์ยาก โจทย์ยาก
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

การให้"อดีต"กับ"ปัจจุบัน" อยู่ร่วมกันได้ เป็นเรื่องยากนะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
pjeabja วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 17.46 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

อยากให้ของที่ขายเป็นของที่ไม่ซ้ำกับตลาดที่อื่น
ความคิดเห็นที่ 2
พระจันทร์สีเก่า วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 13.01 น.
http://www.oknation.net/blog/graticnumkaeng
ถ้าความฝันทำให้มีความสุข ก็เก็บมันเอาไว้เถอะ แต่หากว่าไม่ใช่ก็ควรจะพิจารณาเสียใหม่

ดูพอศอช่องด้านขวา
กับดูพอศอช่องกลางและด้านซ้าย
ก็งงๆ กับวันที่และเวลา

หวัดดีจ้า
ความคิดเห็นที่ 1
driftworm วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 12.32 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

แต่ได้ยินมาว่าที่ตลาดนางเลิ้ง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ทรัพย์สินฯ (เหมือนกับที่ราชพัสดุ?) ผู้ค้าที่นั่นได้รับการยกเว้นค่าเช่าที่ดินเป็นเวลา สองปีแล้ว
กับที่ตลาดทรัพย์สินฯในตัวเมืองสุพรรณฯเอง (เป็นตลาดแผงลอย) ผู้เช่าแผงได้รับการยกเว้นค่าเช่า หกเดือน
นี่อาจเป็นการปลอบใจจากนักการเมือง? หลังจากเอื้อให้ห้างใหญ่มาเปิดดูดผู้คนเอาเงินไปจับจ่ายที่นั่นจนตลาดเก่า ตาย แล้ว?
ตลาดเก่าๆ > ห้างค้าปลีกยุคใหม่ (modern trade) > การยกเว้นค่าเช่าที่ทรัพย์สินฯ มีอะไรสัมพันธ์กันหรือเปล่านะ..........?
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน