• driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 145
  • จำนวนผู้ชม : 18960
  • จำนวนผู้โหวต : 32
  • ส่ง msg :
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 2551
คิด คิด คิด
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 87 , 14:11:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อวาน เขียนความเห็นไว้ที่เอ็นทรี่ "เลือดสุพรรณ" ของลูกเสือหมายเลข ๙

มีข้อสังเกตว่าสองฝ่ายที่ฮึ่มๆกันอยู่ก็ย่อมจะฮึ่มๆกันต่อไปไม่มีพัก พักไม่ได้ ฉิบหายทั้งบาง ส่วนฝ่ายที่อยากให้สามัคคีหันหน้าเข้าหากัน ก็พร่ำคำสมานฉันท์ สมานฉันท์
ข้อสังเกตคือว่า มันทะเลาะกันที่ความคิด ที่ตัวคิด ที่ตรรก ที่ต่างถือกันอยู่คนละอัน มันไม่มีวันจะหันหน้าเข้ากันได้หรอก จนกว่าจะมีคนฉลาดๆคิดคำอธิบาย คิดตรรกที่เฉลยได้ว่า ฝ่ายเอ็งจะฉิบหายอย่างนี้ๆ ส่วนฝ่ายมึงก็จะฉิบหายอย่างนี้ๆ ก่นไปในประวัติศาสตร์เลยก็ได้
ใครช่วยอธิบายให้เข้าหูพวกนั้นหน่อยว่าความคิดม้าร์กซิสม์ เหมาเจ๋อตง ผนวกกับกงล้อทุนนิยมน่ะ มันจะพาฉิบหายถึงขนาดพ่อแม่ลูกก็จะเหลือสายสัมพันธ์สั้นนิดเดียว ส่วนความคิดอีกฝ่ายนั้นก็สมควรจะปรับให้เข้ากับยุคสมัย อธิบายให้ได้ว่าทำไมฉันถึงต้องอยู่ชนชั้นนี้ๆ เงยหน้าไม่ขึ้น (คำอธิบายแบบวาสนา กรรมเก่า ไม่เอาแล้ว) เอาให้เป็นรูปธรรมหน่อย
ข้อสังเกตอีกข้อที่สนับสนุนคือ ผมเห็นเด็กสนใจมาร์กซิสม์กันอีกแล้ว ขณะที่สังคมไทย ชนส่วนใหญ่เริ่มถูกผลักดันให้ไปจนมุมตรงที่เป็นเพียงผู้ขายแรงงานกาย แรงงานสมอง (prolitariat) หรือในอีกคำสวยๆคือ ลูกค้าผู้บริโภคเป้าหมาย

วันนี้ มีบล๊อกของเพื่อนที่มายโอเปร่าพูดเรื่อง อีแอบ ไปใส่ความเห็นไว้เหมือนกัน ผมลองเอามาลงไว้ที่เดียวกัน ดูซิว่าจะกลมกลืนในความคิดไหม

การเป็นอีแอบที่พูดกันอยู่นั้น ใช่ มันเป็นคำประดิษฐ์เพื่อเสียดสี ดังนั้น มันก็บอกในตัวว่ามาจากอีกมุมหนึ่ง มันเป็นมุมที่เกิดใหม่ แล้วทำให้ต่างฝ่ายต่างมุมเริ่มมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่แปลกแยกต่อกัน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้างบนนั้นใช้คำว่ามุมที่เกิดใหม่ เพราะว่ามันเป็นคติใหม่ ทัศนะ(การเห็น)โลกในมิติของคำอธิบายใหม่สักร้อยกว่าปีมานี้ในเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์จำนวนมากมหาศาลบนลูกกลมประหลาดก้อนนี้

เมื่อว่าเป็นของใหม่ ของเก่าล่ะเป็นไฉน อันแรกก็นึกถึงที่อาจารย์นิธิเคยเขียนบทความเรื่องวัฒนธรรมตั้วเฮีย มันคืออำนาจจัดการในชุมชนที่เกิดจากการยอมรับร่วมของชุมชน แต่ไม่มีตัวบทกฎหมายเป็นลายลักษณ์มารองรับ ส่วนหนึ่งของการยอมรับนั้นมิใช่เพียงวาสนา บารมี อิทธิพล แต่ยังมีลักษณะการพึ่งพากันทั้งทางด้านการดำเนินชีวิต ทางด้านจิตใจ ทางด้านความสะดวกในชีวิต

ถ้าเราเอากรอบของวัฒนธรรมตั้วเฮียเหมือนเป็นแว่นกลมๆไปทาบบนบริบทสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมฝังรากอยู่ มันทาบลงได้ในหลายๆบริบท ในขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง จำนวนมากมหาศาลเช่นกัน แม้แต่นักรับเลือกตั้งในปัจจุบันนี้เองก็ยังมีลักษณะนี้อยู่ หรือมิใช่

แล้วถ้าหากแว่นของวัฒนธรรมตั้วเฮียนี้เผอิญไปทาบติดบนบริบทสังคมขนาดใหญ่มากระดับประเทศ กลับเกิดมุมมองใหม่ในทางลบขึ้นมา ดังที่เกิดคำว่าอีแอบ คำว่านอกระบบ(ทั้งที่จริงๆมันก็คือระบบที่มองไม่เห็นเป็นลายลักษณ์) เพราะว่าที่ระดับนี้มันเผอิญว่ามีเราการรับกรอบคิดอย่างใหม่ กรอบการพัฒนาพื้นที่ประเทศ พัฒนาทุน และการผลิตอย่างใหม่เข้ามา และมีความขัดกับกรอบเก่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อย่างแหลมคม

กรอบคิดใหม่ที่เข้ามานั้น มีที่ยืนได้เพราะว่าคนที่สมาทานมันได้รับผลสำเร็จตอบแทนเป็นโภคผลมหาศาล ถ้าไม่ มันคงไม่มีที่ยืน ในรายละเอียดของมันยังมีส่วนที่เป็นที่ตำหนิอยู่มากเช่น การเหยียดคนลงเป็นเพียงเฟืองตัวหนึ่งในเครื่องจักผลิตขนาดใหญ่ หรืออีกด้านหนึ่งก็เป็นเพียงลูกค้าเป้าหมายผู้บริโภค

เมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีคนคิดคำอธิบายฉายให้เห็นภาพชัดของผู้คนในสังคมโลกว่าสัมพันธ์กันอย่างไร จักหมุนต่อไปในทิศทางใด แต่มาถึงปัจจุบันเหมือนว่าคำอธิบายนั้นเผชิญความขลุกขลักในการอธิบายเหตุการณ์อย่างในรัสเซีย หรือจีน เวียดนาม เขมร

ไทยเราเองก็กลับเผชิญสถานการณ์ที่แปลกประหลาดยากจะหาคำอธิบายใดๆมาจัดการได้อย่างหมดจด ยิ่งในภาวะปัจจุบันที่เหมือนหัวรถห้อตะบึงไปไม่หยุด แต่ตูดรถยังแช่อยู่ในวัฒนธรรมตั้วเฮียอยู่เลย
มันเลยเหมือนหนอนถูกกดตูด ได้แต่สะบัดหัวเร่าๆ กระแด่วๆ ไม่ไปไหนได้

ใครช่วยหาคำอธิบายใหม่ๆ ตรรกใหม่ๆให้กับหนอนตัวที่ชื่อไทนี้หน่อยสิ หลุยส์ อัลตูแซร์รับภาระนี้ไม่ได้แล้ว

พอเราจับเอาความสัมพันธ์ของผู้คนลงในกรอบตายตัว (pattern) เพื่อให้อธิบายได้ง่าย ควบคุมได้ง่าย รูปแบบความสัมพันธ์ก็แปลงเป็นตัวบทกฎหมายที่อิงอยู่กับตรรกวิทยา(มากกว่าคุณธรรมฤๅ) เมื่อเราวางใจไปที่สิ่งที่เป็นลายลักษณ์ เมื่อเกิดความขัดแย้ง ก็ต่างคนต่างงัดเอาตรรกของตัวเองมาใช้อธิบายลายลักษณ์ที่เชื่อถือนั้น ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ขนาดอธิบายให้ดำเป็นขาว ก็ยังเชื่อกันว่ามันไม่ผิดกันอยู่เลย

ที่ทะเลาะกันนี่ก็เพราะคิด คิด คิด

ทีนี้จะไปพึ่งใคร พึ่งอะไรล่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
julyrhapsody วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody
'attitude is everything'

มิบังอาจวิจารณ์ข้อเขียนนี้เพราะไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ แต่เรื่องคน ๆ เรื่องน่าเบื่อเยี่ยงนี้เกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เพราะเรามักยึดว่าตัวเองถูกต้อง (ในทางกลับกันถ้าไม่มีการเลือกข้างว่าอะไรคือถูก ก็อาจหาความชัดเจน/ข้อสรุปต่าง ๆ ไม่ได้ การตัดสินใจเพื่อการบางอย่างก็ทำได้ยาก ...นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราอยู่ในสังคมที่ต้องแก้ไขความผิดกันไปเรื่อย ๆ)

สิ่งที่คนเราควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนไปวิจารณ์ผู้อื่น คือ ...เราตัดสินคุณค่าบางสิ่งบางอย่าง เพียงแค่เราชอบ/ไม่ชอบหรือเปล่า?? มีใครสักกี่คนแยกข้อเท็จจริง (fact) ออกจากความรู้สึก(feeling/emotion)ได้
ความคิดเห็นที่ 1
driftworm วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/driftway

มนุษย์ได้อัตภาพมาสู่โลกนี้โดยมิได้มีความจริงติดตัวมาด้วย สิ่งแวดล้อมที่พบเห็นในโลกนี้ มนุษย์ต้องทำการเรียนรู้ ให้ความหมาย ให้ชื่อเรียก แล้วกำหนดจดจำเอาไว้เพื่อให้ทรงชีวิตไปได้ตลอดรอดฝั่ง เรื่องที่มนุษย์เรียนรู้นั้นมีจำนวนมากมหาศาล แต่ที่มนุษย์เอา "ความหมาย" ไปแปะประจำสิ่งที่เรียนรู้ได้นั้น มากมหาศาลยิงกว่า สิ่งที่กำหนดจดจำสั่งสมไว้มากมายนั้นจะเรียกว่ามายาคติแบบฝรั่งก็ได้ จะเรียกว่าสมมติในแบบไทยก็ตาม ยามใดที่มนุษย์ทั้งนั้นกระทำการตาม "ความหมาย" ที่ตัวเองเชื่อ สังคมก็ไม่สงบ แต่ยามใดที่มนุษย์ทั้งนั้นยอมรับใน "ความหมาย" ที่ตกลงกันไว้เหมือนเป็นครรลอง เป็นร่อง เป็น track ให้เหมือนกัน สังคมก็สงบ ร่องครรลองกลางนั่นจะว่าเป็นระบอบการเมืองก็ใช่ ..... แต่ว่าไม่ว่าอย่างไรมันก็เป็น "สมมติ" ที่มีกำเนิดมาจากกระบวนการแยกแยะความหมายในสิ่งที่เรียนรู้จดจำอยู่นั่นเอง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน