• supatra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dstrategy2008@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 7673
  • จำนวนผู้โหวต : 78
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
12 ชาติภูไท บ้านเล็กในป่าใหญ่
Posted by supatra , ผู้อ่าน : 145 , 11:56:56 น.  
พิมพ์หน้านี้


ชื่อนี้อาจไม่สร้างความสนใจของผู้คนทั่วไปแต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในละแวกเขาอ่างฤๅไนเขตป่ารอยต่อจังหวัดปราจีนบุรี(สระแก้วในปัจจุบัน)

กับจังหวัดฉะเชิงเทราอาจรู้จักคุ้นเคยในชื่อนี้เป็นอย่างดี ชาติ ภูไท เป็นชื่อของผู้ชายที่มีเลือดนักสู้คนหนึ่ง รวมทั้งเป็นชื่อของหมู่บ้าน

ที่ไม่มีในแผนที่ของประเทศไทย ไม่อยู่ในสารบบของกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้าน เราจึงเรียกว่า หมู่บ้านชาติภูไท

ผมมีโอกาสได้รู้จักหมู่บ้านนี้ก็เพราะ พี่เริง คนในหมู่บ้านนำฝ้ายมาขายให้ผมโดยบรรทุกมากับรถอีแต๋น ด้วยสำเนียงเสียงพูดที่แปลก

แตกต่างจากคนอื่นทั่วไปแต่ไม่แปลกสำหรับผม เพราะเป็นสำเนียงเสียงพูดของชาวภูไทที่ผมคุ้นเคยดีเมื่อครั้งเป็นเด็กเรียนหนังสือ

ที่จังหวัดกาฬสินธู์ ผมมีเพื่อนที่เป็นชาวภูไทจำนวนมากจึงคุ้นเคยและพูดคุยกับพี่เริงด้วยภาษาภูไทได้อย่างคล่องแคล่วอันนำมาซึ่ง

ความไว้วางใจจนคนในหมู่บ้านชาติภูไทนำผลผลิตทางการเกษตรมาขายให้ผม ทำให้ผมรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นคนจริงของ

ชาติ ภูไท เป็นคนที่อพยพมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงหลักปักฐานในหมู่บ้านนี้เป็นคนแรกหลังจากนั้นก็มีผู้คนอพยพตามเข้ามามากขึ้น

จนกลายเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ท่ามกลางป่าและขุนเขา อยู่ในเขตตำบลท่าตะเกียบ(อ.ท่าตะเกียบ) ถ้าไปจากทุ่งวิบากจะต้องผ่านเขาตะกรุบ

ในหมู่บ้านคลองตะเคียนชัย ผ่านเขาตะกรุบเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงหมู่บ้านชาติภูไท ที่โอบล้อมด้วยป่าเขาลำเนาไพร

เป็นบ้านเล็กในป่าใหญ่จริงๆ ด้วยความคุ้นเคยกับพี่เริงและชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนผมจึงถูกชวนให้ไปเที่ยวชมงานบุญบ้องไฟ

คนที่กระตือรือร้นเป็นพิเศษเห็นจะเป็น ไอ้โบว์ เพราะถูกผมบอกเล่าถึงความสวยของสาวชาวภูไทให้ฟังมาตลอด รัตนาคนหลายใจก็เป็นสาวชาวภูไท

ส่วนผมอยากเข้าไปเพื่อหาซื้อที่ทางเพราะราคาถูกแถมไม่ต้องกลัวปัญหาเนื่องจาก ชาติ ภูไท เป็นคนดูแลเรื่องซื้อขายที่ดินโดยตรง

ไม่มีปัญหาเรื่องเจ้าของที่ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังได้ทราบประวัติความเป็นคนจริงไม่เอาเปรียบใครจึงทำให้ผมอยากทำความรู้จักยิ่งขึ้น

สภาพของหมู่บ้านไม่แตกต่างจากหมู่บ้านในภาคอีสาน มีการจัดสร้างเรียงเป็นแนวไปตามสองข้างถนน มีรั้วรอบแบบสวยงามไม่ได้มีไว้

เพื่อป้องกันการบุกรุกของใคร บ้านของพี่เริงหลังใหญ่ใต้ถุนสูงอยู่ก่อนทางเข้าหมู่บ้าน พวกเราไปถึงตอนเช้าก่อนวันงานบุญบ้องไฟหนึ่งวัน

แต่ผู้คนที่นี่ก็ฉลองกันแล้ว เหล้าสาโทถูกนำมาเลี้ยงแขกผู้มาเยี่ยมพร้อมหลาบก้อยซอยห่างมากมาย ผมกินเหล้าเป็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละครับ

เหล้าสาโททั้งอร่อยหอมหวาน ไม่เหม็นฉุนเหมือนเหล้าขาว ยกกินกันเป็นขันไม่เมาหรอกครับแต่พอจะลุกขึ้นไปเยี่ยวผมถึงกับหัวคะมำ

ล้มใส่กับแกล้มจนกระจาย ทำให้ทุกคนที่นั่งล้อมวงพากันหัวเราะอย่างชอบใจ โดยเฉพาะไอ้โบว์ มันดีใจที่เห็นผมกินเหล้า

เพราะมันเคยขะยั้นขะยอให้ผมกินเหล้าตั้งหลายครั้งผมก็ปฏิเสธทุกครั้งไป ด้วยความเมาจึงขอตัวนอนพักผ่อนก่อนหลับไปนานหลายชั่วโมง

ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในบ้านแล้ว พี่เริง ไอ้โบว์ พี่อิ๊ด หายหัวไปหมด ผมปวดหัวแทบระเบิด เออ…ไม่เห็นเหล้ามันจะดีตรงไหน

ทำไมคนถึงชอบกินกันนัก ล้างหน้าล้างตาเสร็จผมก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านว่าจะหาซื้อยาทัมใจกินแก้ปวดหัว ถือโอกาสเดินสำรวจหมู่บ้านไปในตัว

ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวาย มองไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 20-30 คน สะพายปืนอาวุธครบมือยืนรายล้อม ไอ้โบว์กับพี่อิ๊ด ไม่รู้พีเริงหายไปไหน

ผมรีบเดินเข้าไปในกลุ่มคนเหล่านั้น พอมันเห็นผมก็พากันกรูเข้ามาเอาปืนจ่อบังคับให้ผมไปรวมตัวกับไอ้โบว์และพี่อิ๊ด

“เฮ้ย…นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นวะ..?”

ผมถามไอ้โบว์ด้วยความสงสัยอยากรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกมันเห็นว่าเราเป็นคนแปลกหน้าเลยควบคุมตัวมาสอบสวนที่บ้านของ ชาติ ภูไท”

“แล้วพี่เริงไปไหนหล่ะ…?”

“เห็นขึ้นไปบนบ้าน ชาติ ภูไท ตั้งนานแล้วยังไม่ลงมาเลย…”

ได้ยินเสียงพี่เริงโต้เถียงกับคนบนบ้าน ชาติ ภูไท พอจับใจความได้ว่า พีเริงยืนยันว่าพวกเราไม่ใช่คนของทางการ เป็นพ่อค้าที่มาจากทุ่งวิบาก

มีหลายคนในนั้นไม่เชื่อเกรงว่าจะเป็นทหารหรือป่าไม้เข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้พวกเขา มารู้ความจริงภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ

กำลังบีบบังคับ ผลักดันให้คนในหมู่บ้านออกมาอยู่ข้างนอกไม่ให้อยู่ในหุบเขากลางป่าแบบนี้ จึงทำให้ชาวบ้านระแวงคนแปลกหน้า

ที่เข้ามาในหมู่บ้าน เป็นคราวซวยของพวกเราที่ดันเข้ามาเที่ยวในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังตึงเครียดกันอยู่

สักพักพี่เริงก็เดินลงมาพร้อมกับชายฉกรรจ์ 4-5 คน หนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า

“ถ้าพวกมึงพิสูจน์ได้ว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะปล่อยตัวไป”

“จะให้พวกผมพิสูจน์ยังไงครับ…?”

พี่อิ๊ดถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ก็ให้พวกมึงชกมวยกับไอ้โรจน์หลานชายพี่ชาติ…ถ้าชกชนะก็ถือว่าพวกมึงได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว”

พวกเรางงเป็นไก่ตาแตก การชกมวยมันจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของทางการ ดูมันไม่สมเหตุสมผลกันเลย

“งั้นก็ได้…ผมขอชกก่อน ไหนใครที่จะเป็นคู่ชกของผม”

ไอ้โบว์เสนอตัวขอชกเป็นคนแรก

“ไม่ใช่มึง…แต่เป็นไอ้คนนั้นและชกเพียงคู่เดียวแพ้ชนะเป็นอันว่าจบ ไม่มีการชกคู่ที่สองหรือสาม”

มันชี้มาที่ผม แหม… มึงเลือกถูกคนแล้ว ผมรำพึงในใจ คู่ชกของผมเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้าน เป็นหลานชายของ ชาติ ภูไท

เคยชกมวยในงานต่าง ๆ มาอย่างโชกโชน  อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม รูปร่างก็ไม่แตกต่างกัน

“ไหนล่ะนวมและเวทีมวย…?”

“เฮ้ย…ไม่ต้องใช้นวม เวทีก็เอาลานบ้านนี่แหล่ะ ไม่มีกติกา ล้มซ้ำได้ จนกว่าใครจะสลบหรือยอมแพ้จึงจะยุติ”

“โหย…นี่มันไม่ใช่การชกมวยแล้ว นี่มันไม่ต่างจากการทะเลาะวิวาทเลยนี่…”

พี่อิ๊ดโอดครวญไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกมัน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ…พี่อิ๊ด ให้มันจบแบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องสร้างความลำบากใจให้พี่เริง ว่าแต่ชกเสร็จก็ขอให้เรื่องมันจบลงจริงๆก็แล้วกัน”

“กูขอรับรองในฐานะ น้องชายพี่ชาติ ภูไท ถ้ามึงเอาชนะลูกชายกูได้พวกมึงก็เป็นอิสระจะเที่ยวจะกินในหมู่บ้านนี้กี่วันก็ได้”

ผมรู้สึกแปลกๆ กับการกระทำของพวกมันทำไมถึงเจาะจงจะให้มีการชกต่อยกันขึ้น แถมยังชี้เฉพาะเจาะจงมาที่ผม แต่เวลานั้นผมไม่สนใจต้องคิดมาก

หาวิธีที่จะเอาชนะไอ้โรจน์ ลูกชายของมันจะดีกว่า พวกมันพากันตีวงล้อมเปิดพื้นที่ตรงกลางให้สำหรับการชกมวย พากันส่งเสียงเชียร์เฮฮาดังขึ้น

จนชาวบ้านเริ่มมามุงดูนับร้อยคน เหมือนกำลังดูการชนไก่ พอสัญญาณการชกดังขึ้น ผมก็ปรี่เข้าใส่ในทันทีเนื่องจากเห็นไอ้โรจน์ยืนตั้งการ์ดมวย

รอดูเชิงเหมือนชกบนเวที ดูท่ามันไม่เคยมีประสบการณ์ชกนอกเวทีที่ไม่มีนวมสวมมือ การชกแบบนี้กันหมัดไม่อยู่หรอกครับ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ

เป็นฝ่ายจู่โจมและคอยหลบอาวุธคู่ต่อสู้ไม่ใช่มัวแต่ดูเชิงป้องกันตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมัดที่ไม่มีนวมแบบนี้กันเท่าไหร่ก็กันไม่ได้หรอกครับ

“พลั้วะ…พลั้วะ…”

ผมเตะซ้ายสองทีซ้อนตามตำรา ถูกขาและแขนที่มันยกขึ้นกันแต่แรงเตะของผมก็ทำให้มันเซไปทางซ้าย ผมพุ่งตามขณะที่มันถีบขวาสะกัด

แต่พลาดเนื่องจากมันเสียการทรงตัว

“พลั๊วะ…”

โดนหมัดของผมเข้าเต็มปาก

“ถุย…”

มันถ่มน้ำลายี่มีเลือดปนออกมาจากปาก กองเชียร์เงียบกริบกันหมด คงคาดไม่ถึงว่าผมจะเป็นมวยและบุกจู่โจสได้เร็วถึงขนาดนี้

“พอเถอะ… ไม่ต้องชกต่ออีกแล้ว…”

ผมตะโกนบอกยุติการชกเพื่อไม่ให้ต้องมีการบาดเจ็บกันมากไปกว่านี้

“ยังไม่พอโว้ย…”

ไอ้โรจน์คำรามพร้อมพุ่งเข้าใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง ต่อยหนึ่งสองตามด้วยเตะขวา ผมถอยร่นไปข้างหลังสองสามก้าว มันเห็นได้เปรียบจึงพุงเข้าประชิดตัว

แย็ปหมัดซ้ายใส่ผมยังไม่ทันลั่นหมัดขวาตามมา ผมก็พุ่งเข้าใส่พร้อมหมัดขวาตรงถูกซอกคอเนื่องจากมันเบี่ยงตัวหลบหมัด

“พลั่ก…อุ้บ…บ…”

มัวแต่หลบหมัด เลยโดนแข้งขวาผมอย่างจังเข้าที่ยอดอก จนมันตัวงอด้วยความจุก ยังไม่พอแค่นี้…

“พลั้วะ…พลั้วะ…พลั่ก…”

คราวนี้โดนเตะซ้ายสองทีสลับด้วยเตะขวาอีกหนึ่งที หงายหลังก้นกระแทกพื้นอย่างไม่เป็นท่า ผมปรี่เข้าไปหากะว่าจะซ้ำเข้าอีก

สักดอกสองดอกเพื่อยุติการชก แต่ก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้มันบิดตัวพะยุงตัวเองขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก

“เฮ้ย…พอหรือยังวะ…”

“กูยังไหว…”

ไอ้โรจน์เค้นเสียงออกจากไรฟันด้วยความยากลำบาก

“งั้นกูขอจบเรื่องเลยก็แล้วกัน…”

ว่าแล้วผมก็ปรี่เข้าหาในขณะที่มันกำลังยืดตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ไอ้เวร…จะตายอยู่แล้วเสือกปากแข็งไปได้

“เฮ้ย… พอได้แล้ว…แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเชิงเตะฟ้าลั่นไม่เป็นรองใครจริง ๆ ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…!”

เสียงพูดที่คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินมาก่อน ผู้ชายรูปร่างสันทัดผิวดำแดงเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านพร้อมปรบมือหัวเราะชอบใจให้ผม

เฮ้อ…นึกว่าใครที่ไหน สหายเขียว คนที่พ่อผมต้องจ่ายเงินให้ตอนนำไม้ออกจากป่าสัมปทานที่เขาวง คนที่เอาจดหมายของครูฟ้าลั่น

มาให้ผม ในคราวที่ผมชกกับ ฟ้าประทาน ศิษย์เขาวง (รอยแค้นที่ฟ้าประทาน) ผมว่าแล้วเชียวดูมันแปลกๆไป ทำไมจึงเจาะจงจะให้ผมชกมวยให้ได้

สหายเขียว บอกว่าาเห็นผมเดินเข้ามาก็จำผมได้แล้ว จึงบอกเล่ากิตติศัพท์ความเป็นนักมวยให้ทุกคนฟัง ไอ้โรจน์เลยอยากลองของ

จึงต้องใช้วิธีการแบบนี้

“น้าสหายเขียวเป็น ชาติ ภูไท หรือครับ…?”

“ไม่ใช่น้าหรอก น้าเพิ่งย้ายเข้ามาตอนรัฐบาลมีนโยบาย 66/23 ให้เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย รู้จักกับพี่ ชาติ ภูไท จึงถูกชวนให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ น้าไม่ได้ข่าวครูฟ้าลั่นที่ปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดน่านอีกเลย”

“แล้วคนไหน คือ ชาติ ภูไท หล่ะครับ…?”

“พี่ชาติ ไม่อยู่หรอก ไปที่อำเภอยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอำเภอเรื่องการย้ายผู้คนออกจากที่นี่”

ตกลงผมก็ไม่ได้เจอและทำความรู้จักกับ ชาติ ภูไท อย่างที่ตั้งใจ ภายหลังหมู่บ้านถูกทหารเอารถเกรดมาเกรดทำลายจับกุมชาวบ้านที่ต่อต้าน

จนต้องหนีแตกออกจากหมู่บ้าน หมู่บ้านถูกทำลาย ชาติ ภูไท ถูกจับตัวขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์ แล้วก็หายสาปสูญไปตั้งแต่วันนั้น

ข่าวบอกว่าถูกถีบตกเฮลิคอร์ปเตอร์ บางคนก็บอกว่าอยู่กับลูกสาวที่กรุงเทพฯ บางกระแสก็บอกว่ากำลังเสวยสุขอยู่กับเมียน้อยที่ขอนแก่น

ไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ หมู่บ้านที่เคยดำรงอยู่มานานต้องมีอันล่มสลายไปในที่สุด ปัจจุบันมีหมู่บ้านที่ตั้งใหม่ชื่อว่า

หมู่บ้านเขาตะกรุบพัฒนา  บอกว่าเป็นหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับชาวบ้านชาติภูไท ที่ถูกทางการขับไล่ออกจากป่า

แต่ผมดูแล้วไม่มีคนของหมู่บ้านชาติภูไทที่ผมรู้จักคุ้นเคยเลยสักคนเดียว

จบตำนานอันยาวนานของบ้านชาติภูไท และชีวิตของนักสู้ลูกผู้ชายที่ชื่อ ชาติ ภูไท ตั้งแต่นั้นมา

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
คนใส่แว่น วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


ยังได้ลุ้นตลอด
ความคิดเห็นที่ 3
supatra วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.33 น.
http://www.oknation.net/blog/dstrategy2008
 

ดีใจครับที่มีแฟนพันธุ์แท้จาก RC THAILAND มาให้กำลังใจ
ค่อนข้างหงุดหงิดกับความไม่เสียรของบอร์ด RC THAILAND
คลิ๊กเข้าไปตลอด 2-3 วัน แต่เห็นว่ายังแก้ปัญหาไม่เสร็จ
ยังไงก็ชวนพวกเรา ด-อย,คนไฟบิน,ไออุ่น,เพชร,ป้อมrckk
KonKan,Peak101,E21TIF,MIXG7,chavalitฯลฯและ
อีกหลายๆคน ลองมาสร้าง Blog ของตัวเองบ้างซิครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
เชาวราช วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/chowwart

อิอิตามมาถึงนี่เลยครับพี่นกอิอิ
ความคิดเห็นที่ 1
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เข้ามาทีแรกเข้าใจว่า เป็นสิบสองชาติ ชาวภูไทยซะอีก
อ่านแล้วสนุกดี นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยป่ายังดิบคนยังต้องคุ้มครองกันเอง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน