ระหว่างรอบ้านที่ตำบลวังสมบูรณ์สร้างเสร็จ บังอร ก็มาปรนนิบัติรับใช้แม่ผมทุกวัน รวมทั้งมีการติดต่อไปมาหาสู่ระหว่างแม่ของผม
กับพ่อแม่ของบังอรจนถึงขั้นตกลงปลงใจที่จะเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่รับปากว่าจะไปสู่ขอบังอรแต่ขอให้ผมไปติดต่อ
พูดคุยกับผู้หญิงก่อนเพื่อให้เกิดความแน่ใจในความรักของเราทั้งสอง
“ก็ให้เขาหาฤกษ์หายามมาให้เสร็จเรียบร้อยเลยซี่… ทำไมจะต้องให้ผมไปพูดคุยให้มากเรื่องไปอีก”
ผมพูดแบบไม่ค่อยจะสนใจในเรื่องนี้เท่าที่ควร บอกตามตรงว่าขณะนั้นรู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้แต่งงาน ความอิสระที่เคยมี
ต้องหมดไปแน่ๆ เพราะจะต้องรับผิดชอบกับอีกหนึ่งชีวิตที่เข้ามาอยู่ร่วมชายคา
“เอ็งต้องไปพูดต่อรองกับผู้หญิงก่อน ถ้าเขารักเอ็งเขาก็จะไม่เรียกค่าสินสอดแพง…ถ้าให้พ่อแม่เขาพูดเขาต้องเรียกแพงแน่ ๆ”
“เรียกแพงก็ต้องให้เขาไป ก็แม่อยากได้เขามาเป็นลูกสะใภ้ เขาจะเรียกแค่ไหนก็ต้องให้เขาไปอยู่ดี”
“ถ้าเป็นคนจีนแบบเราแม่ก็ไม่ว่าอะไร…เพราะเขาเรียกแพงได้เขาก็ยกให้ลูกเอาไปทำมาค้าขายร่วมกันหมด”
“นี่ตกลงแม่อยากได้ลูกสะใภ้คนจีนหรือคนไทยกันแน่… เขาเป็นคนไทยพ่อแม่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กเขาก็อยากได้ค่าเลี้ยงดูบ้างเป็นธรรมดา”
“แหม…ลื้อนี่ยอกย้อนทุกคำเลย…ดูเหมือนลื้อจะไม่อยากแต่งงานเลย”
“จริงครับ… ผมยังไม่คิดที่จะมีครอบครัว ผมอยากใช้ชีวิตเป็นโสดอย่างนี้นานๆ”
“ไม่ได้นะแม่รับปากกับเขาแล้วยังไงเอ็งต้องหาโอกาสไปพูดเจรจาตกลงกับผู้หญิงให้ได้ก่อน แล้วแม่จะยกขบวนไปสู่ขอ”
หลังจากคุยกับแม่วันนั้นผมก็พยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีเวลาไปพูดคุยกับบังอรตามที่แม่ต้องการ เป็นการถ่วงเวลาไปในตัว
จนกระทั่งผมมาเจอกับสาวน้อยคนหนึ่ง อายุเพียง 16 ปี ห่างจากผมเกือบรอบผมอายุ 27 ผิวขาวรูปร่างผอมบางตัวเล็กน่ารัก
ครอบครัวยากจน พ่อแม่ชอบกินเหล้า โดยเฉพาะพ่อวัน ๆ ไม่ทำการงานอะไรเอาแต่เที่ยวกินเหล้า ไปช่วยงานบ้านไหนก็นั่งกินแต่เหล้า
จนหัวเปียกหัวแฉะ คนที่หารายได้เข้าบ้านมีแต่แม่กับลูกสาว ค่าแรงวันละ 35 บาท ต้องเลี้ยงปากท้อง 4 คน เพราะมีน้องชายอีก 2 คน
บ้านอยู่อาศัยก็หลังเล็ก ๆ มุงด้วยหญ้าแฝก ฝาก็ใช้ไม้ไผ่กับต้นข้าวโพดมาขัดแตะไว้ อยู่คลองตะเคียนชัยตั้งนานไม่เคยมีที่ทางกับเขา
เพราะหัวหน้าครอบครัวไม่สนใจมัวแต่กินเหล้าสนุกสนานกับเพื่อนฝูงในวงเหล้าไปวัน ๆ ไม่สนใจดูแลสร้างฐานะให้แก่ครอบครัว
แกกินเหล้าจนวาระสุดท้าย แรกๆ ก็ไม่ได้รักหรอกครับเพียงสงสารเมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว พอไปมาหาสู่บ่อยเข้า
ก็เปลี่ยนจากความสงสารมาเป็นความรัก
เธอเป็นผู้หญิงที่เมื่ออยู่ใกล้แล้วทำให้เกิดความรู้สึกของความเป็นลูกผู้ชายที่ต้องคอยปกป้องคนรักซึ่งอ่อนแอบอบบางน่าทะนุถนอม
ผิดกับบังอรที่รู้สึกว่าเธอน่าจะคอยปกป้องคุ้มครองดูแลผมมากกว่า เพราะหล่อนดูห้าวหาญมากกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก
หลังจากถูกแม่กดดันมาหลายวันผมก็ตัดสินใจไปหาบังอรเพื่อจะขอเธอแต่งงาน เพื่อตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เนื่องจากจิตใจของผมเริ่มมี ไก่ สาวคลองตะเคียนชัยเข้ามาเกี่ยวข้องจนอาจทำให้แม่ต้องผิดหวังและเสียใจได้
เย็นวันนั้นผมจึงไปหาเพื่อจะขอแต่งงานกับบังอรพร้อมกับการเจรจาต่อรองในค่าสินสอด นั่งคุยกันจนดึกเกือบ 4 ทุ่ม
ผมก็ไม่เอ่ยปากขอบังอรแต่งงานสักที ดูเธอก็กระสับกระส่ายคงรู้ข่าวจากแม่ผมว่าวันนี้ผมจะมาขอเธอแต่งงาน
“บังอรครับ… พี่ต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจขอบังอรแต่งงานด้วยได้ เพราะพี่พยายามถามใจตัวเองมาตลอดจนได้รู้ในวันนี้นี่เองว่า
พี่คงรักและชอบพอกับบังอรในฐานะของพี่ชายกับน้องสาวได้เพียงแค่นี้ คงไม่อาจแต่งงานกับบังอรได้ พี่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
“ฮือ… ฮือ…ฮือ…”
บังอรปล่อยโฮออกมาทันทีแบบไม่อายผม แล้วก็ผลุนผลันวิ่งเข้าห้อง ปิดประตูเสียงดัง ปัง… ผมงี้ทำอะไรไม่ถูกเลย
ตัดสินใจคว้ารถเครื่องขับไปบ้านคลองตะเคียนชัย เพื่อไปหา ไก่ ในทันที ทุกคนนอนหลับหมดแล้วแต่ไก่ก็งังเงียลุกขึ้นมาต้อนรับผม
“พี่อายุมากแล้ว…ไม่ใช่วัยรุ่นที่จะมามัวจีบสาว นั่งเฝ้าทั้งวันทั้งคืนจนต้องไม่มีอันทำมาหากิน หากไม่รักพี่ก็ขอให้บอกมาตรงๆ
พี่จะได้ไม่มารบกวนอีก เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาจีบเพราะถ้าพี่ยังติดพัน ไก่ อยู่อย่างนี้เชื่อแน่ว่าคงไม่มีใครกล้ามาจีบไก่
จึงอยากจะรู้คำตอบจาก ไก่ ว่ารักชอบพี่หรือเปล่า”
“หนูไม่รังเกียจพี่นกหรอก…จ้า…”
“ไม่รังเกียจ คือ เฉยๆ ไม่ได้รักใช่ไหม…”
ผมรุกต่อเพื่อคาดคั้นเอาความจริงจากปากของเธอให้ได้
“รัก…รัก…ซิ…จ๊ะ”
เธอรีบตอบเกรงว่าผมจะเข้าใจผิดว่าเธอรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รักผม สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกถูกผมรุกฆาตจนรีบสารภาพความในใจออกมา
รุ่งเช้าผมกลับไปที่บ้านว่าจะไปเอาเงินซื้อทองหนักสัก 2-3 บาท ไปหมั้นเธอไว้ก่อน
“เอ็งไปนอนที่ไหนมา…เมื่อเช้านี้แม่โดนพ่อแม่บังอรมาต่อว่า ให้เอ็งไปเจรจาสู่ขอไม่ใช่ไปบอกเลิกรักเขาแบบนี้…ไอ้ลูกอกตัญญู”
ผมเผ่นออกจากบ้านแทบไม่ทัน ขี่รถเครื่องไปตลาดวังน้ำเย็นซื้อทองหนัก 1 บาท(ราคา 4,700 บาท) เพราะมีเงินติดตัวแค่นั้น
แวะรับไอ้โบว์ที่บ้านไอ้ชัย ซื้อเหล้าขาวสองขวดไปบ้าน ไก่ ไอ้โบว์ ดวดเหล้ากับพ่อแม่ของไก่จนเกือบหมด 2 ขวด จนเมามาย
จึงแสดงตัวเป็นเถ้าแก่มาสู่ขอ ไก่ แต่งงาน ….ตกลงวันนั้นผมก็มีคู่หมั้นหมายแล้ว ชื่อ ไก่ สาวสวยจากคลองตะเคียนชัย
เป็นคู่หมั้นหมายที่ผิดฝาผิดตัวอย่างสิ้นเชิงจากที่แม่ผมและใครๆ อีกหลายคนคาดหวังไว้…
หลังจากวันนั้น บังอร ก็หลบหน้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ จนพบรักกับลูกชายเจ้าของบริษัทและแต่งงานกันในเวลาต่อมา
เป็นเถ้าแก่เนี้ยร่ำรวยเจ้าของบริษัทมีเงินนับสิบล้านบาท ผมว่าเป็นความโชคดีของเธอที่ไม่ได้แต่งงานกับผมไม่งั้น
คงไม่มีฐานะร่ำรวยเช่นทุกวันนี้แน่นอน… ผมว่าเธอน่าจะขอบคุณผมเสียด้วยซ้ำไป เฮ้อ...คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต
พิมพ์หน้านี้