ผมกลับเข้ามาเรียน ม.รามฯ อีกครั้งหนึ่ง
โดยพักที่ พรสินอพาร์ทเม้นท์ เนื่องจากน้องสาวที่เป็นนักร้องพักอยู่ก่อนแล้ว
ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ มีดาราที่มีชื่อเสียงพักอยู่หลายคน เช่น พงาษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แมน
วทัญญู มุ่งหมาย
ดาราเหล่านี้จะพักในตึก B เพราะมีเครื่องปรับอากาศ ส่วนผมพักตึก A เป็นห้องธรรมดาแต่กว้างขวางกว่าห้องของตึก B
นอกจากนี้ก็จะมีผู้หญิงให้บริการอย่างว่า ผู้เคยมีภาพโชว์ในนิตยสารปลุกใจเสือป่า เช่น นวนลนาง มาพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ละคนล้วนรูปร่างหน้าตาดี ดาราบางคนยังสวยไม่เท่าเลยครับ พวกนี้จะใส่ทองเต็มตัวทั้งข้อมือ ข้อเท้าคนละ10-20 บาทเลยทีเดียว
ผมบอกแล้วไงว่าวิถีชีวิตของผมมันมีอันต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวแบบนี้อยู่ตลอดเวลา ฟ้าจึงลิขิตให้ผมต้องมาพักที่แห่งนี้
เป็นปกติวิสัยที่ผมจะต้องออกวิ่งในทุกเช้า
ถ้าวันใดไม่ได้วิ่งมันหงุดหงิดเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ผมจะวิ่งประมาณ ตี
4-5
จากซอยที่ผมพักไปถนนลาดพร้าว เข้าซอยลาดพร้าว 101 แล้วก็วิ่งย้อนกลับมาเป็นอย่างนี้ทุกวัน วันเกิดเรื่องผมออกวิ่งเช้าหน่อย คือ ตี 4
เพราะจะรีบกลับมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากมีรถทัวร์เที่ยวแรกออกในเวลา 06.30 น. ขณะที่ผมวิ่งออกกำลังกาย
ยังไม่ทันได้เลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 101ผมก็เห็นชายไทย 2 คน กำลังรุมเตะต่อยฝรั่งจนล้มลุกคลุกคลานกับพื้นฟุตปาท
จำได้ว่าเป็นฝรั่งที่พักตึก B ผมจึงหยุดแล้วเข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีอะไรกันเหรอครับ..?”
“Hey, you help me.please”
ฝรั่งคนนั้นขอร้องให้ผมช่วย ปากแตกเลือดจมูกไหลเปื้อนเสื้อกับเน็คไท เป็นฝรั่งตัวเล็ก
น่าจะสูงประมาณ 167-168 เซ็นติเมตร บ๋อยเด็กเสิร์ฟพวกนี้จึงไม่กลัวเกรง
“พี่ใจเย็น ๆ ค่อยพูดจากันก็ได้ครับ”
“มึงไม่ต้องเสือก จะไปวิ่งออกกำลังกายก็รีบไปซะ ไม่งั้นจะโดนกระทืบเหมือนมัน”
โห… ได้ยินคำพูดจากปากของมันแล้วอยากเอาหมัดยัดเข้าไปเสียเลย แต่ผมก็ข่มใจไว้ไม่ทำอย่างที่คิด
“เขาเป็นชาวต่างชาติ เป็นแขกของเราถ้าทำอะไรผิดพลาดก็ค่อย ๆ บอกกันก็ได้ ไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือกันเลย”
“กูบอกมึงก็ได้…ไอ้ฝรั่งนี่เรียกเด็กมานั่งแล้วไม่จ่ายค่าดริ๊งค์ให้ มันบอกจะจ่ายแต่ค่าเบียร์กับค่าอาหารเท่านั้น”
ไอ้คนที่ดูท่าทางน่าจะเป็นกัปตันหัวหน้าบ๋อย ตัวใหญ่ดำทะมึนเดินออกจากร้านมาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง
“แล้วมันเท่าไหร่ละครับ…?”
“1,700 บาท ไม่รวมค่าเบียร์กับค่าอาหาร”
“โหย… ค่าดริ๊งค์ทำไม่ถึงมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เขาไม่ยอมจ่ายแน่ๆ”
“ก็เด็กในร้านไปนั่งที่โต๊ะมันจนหมด กินน้ำส้มคนละเป็น 10 แก้ว จะไม่ให้ค่าดริ๊งค์แพงได้ยังไง”
สอบถามจากฝรั่งก็ได้ความว่า เขาเข้ามากินที่นี่สั่งแต่เบียร์กับกับแกล้มมากิน ก็มีพวกนักร้องมานั่งกินด้วยเขาก็ไม่ว่าอะไรก็เลี้ยงทั้งเหล้าทั้งเยียร์
นักร้องพวกนี้สั่งน้ำส้มมากินเองคนละหลายแก้ว แล้วมาคิดเงินกับเขาแก้วละ 30 บาท เขาจึงไม่ยอมจ่ายน้ำส้มอะไรแก้วเดียวแพงพอๆกับเบียร์หนึ่งขวด
ผมต้องอธิบายตั้งนานว่ามันเป็นการค้า ถ้านักร้องมานั่งแล้วสั่งน้ำส้มนั้นหมายถึงว่านักร้องคนนั้นจะได้ค่ามานั่งเป็นเพื่อนคุยกับแขกหรือที่เรียกว่าค่าดริ๊งค์
จนฝรั่งยอมจ่ายแต่ตอรองราคาเป็นจ่ายแค่ 1,000 บาท
คิดว่าจบเรื่องแล้วผมกำลังจะวิ่งออกกำลังกายต่อไป
ก็ได้ยินเสียงชกต่อยกันขี้น
จนผมต้องหันกลับมา เห็นบ๋อยคนที่รุมต่อยฝรั่งก่อนหน้านี้หนึ่งในสองคน มีเลือดจมูกไหลออกมา
ก็ไอ้ฝรั่งจ่ายเงินแล้วยังแค้นไม่หายที่ถูกต่อย เลยขอต่อยคืนบ้างไปหนึ่งทีจึงทำให้เรื่องมันไม่จบลงโดยง่าย
ผมเลยต้องร่วมวงไปด้วยโดยปริยาย ผมพุ่งเข้าใส่ไอ้กัปตันตัวใหญ่ดำทะมึนก่อน เพราะคิดว่ามันน่าจะมีพิษสงกว่าใครเพื่อน
“พลั้วะ… โอ้ย…”
มันร้องเสียงดังลั่นหลังจากโดนหมัดทิ่มเข้าที่ตาซ้ายอย่างจัง ทรุดลงนั่งเอามือกุมตาที่มืดฟางไปชั่วขณะ ผมหันไปหาบ๋อยคนที่ถูกฝรั่งชกจมูก
เห็นมันกำลังทิ่มหมัดใส่ใบหน้าฝรั่ง ในขณะที่เพื่อนอีกคนกำลังล็อคแขนไว้ ผมกระชากมันให้หันหน้าออกมารับหมัดขวาของผม
“พลั้วะ…พลั้วะ…”
สองหมัดซ้อนทำให้มันหงายหลังนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น กำลังจะพุ่งใส่คนที่ล็อคแขนฝรั่งไว้ มันก็ปล่อยแขนแล้ววิ่งหนีเข้าไปในร้าน
หันกลับไปมองกัปตันที่โดนผมต่อยเข้าที่ตา กำลังพุ่งเข้าใส่ผมอย่างโกรธแค้น
“พลั้วะ…พลั่ก อุ้บ”
โดนแข้งซ้ายผมเข้าที่ท้องจนตัวงอด้วยความจุก ทรุดลงนั่งบิดตัวอยู่กับพื้น ก็ได้ยินเสียงขู่ตะโกนลั่นว่า
“เอามันให้ตาย…มึงตาย…”
พวกบ๋อยในร้านนับสิบพากันกรูออกจากร้านจะเข้าทำร้ายผม ตะโกนบอกฝรั่งด้วยเสียงดังว่า
“run as fast as your life”
แล้วผมก็เผ่นนำหน้าฝรั่งกลับไปยัง พรสินอพาร์ทเม้นท์ โดยมีฝรั่งวิ่งตามหลัง พร้อมกับพวกบ๋อยที่วิ่งตามมาอย่างบ้าคลั่ง
“ปิ๊ด…ปิ๊ด…ปิ๊ด…”
เสียงนกหวีดของตำรวจก็ดังขึ้น ตำรวจสองนายวิ่งไล่ตามหลังพวกบ๋อยมา ผมรีบสปีดความเร็วหนีขึ้นห้องพัก แต่ฝรั่งตามมาไม่ทัน
ถูกตำรวจจับเสียค่าปรับฐานทะเลาะวิวาททั้งพวกบ๋อยและฝรั่ง ผมหนีกลับบ้านโดยรถทัวร์เที่ยวเช้าอย่างสมใจ เฮ้อ… ชีวิตมีแต่เรื่องบู๊
ผมได้ฝรั่งเป็นเพื่อน ชื่อ ฟอร์งฟอร์ง เฮลิอาร์ท เป็นชาวฝรั่งเศส เขาเรียกผมว่า ปี้นก ไม่เจอกันตั้งนานแล้วเกือบ 20 ปี นึกว่ากลับประเทศไปแล้ว
เมื่อหลายปีก่อนเห็นเขียนบทความลงในนิตยสาร เย่อกับปลา ดูรูปแล้วน่าจะใช่ฝรั่งคนที่ผมช่วยในครั้งนั้น ฟอร์ง ฟอร์ง เฮลิอาร์ท
พิมพ์หน้านี้