พิมพ์หน้านี้
"ต้องฆ่ามันก่อน ก่อนที่จะถูกมันฆ่า นี่เป็นคำอธิบายสั้นๆ จากปากของลูกพระนเรศวร 2"แม้ผมจะย้ายครอบครัว ลูกเมียไปอยู่ภาคเหนือแต่ผมก็จะเดินทางกลับบ้านทุกเดือน พี่อิ๊ดดูแลรับผิดชอบบ้านและงานไร่ ซึ่งไม่ลำบากอะไรนักเพราะผมปลูกยูคาลิปตัสเกือบหมดเหลือประมาณ40-50 ไร่ ให้พี่อิ๊ดได้อาศัยปลูกพืชไร่เป็นรายได้พิเศษนอกเหนือจากส่วนที่ผมให้ ขอฝากท่านที่เคารพรักทั้งหลายไว้ ณ ที่นี่เลยว่า"อย่าได้แม้แต่จะคิดปลูกต้นกระดาษดับเบิ้ลเอ(ยูคาลิปตัส) เพราะมันคือต้นไม้จอมทำลายหาอาหารกินเก่ง และกินแบบวินาศสันตะโร จนผืนดินแห้งผากกลายเป็นฝุ่นผงเม็ดทรายรากของมันชอนไชแผ่ปกคลุมไปทั่วดูดกินทั้งน้ำและอินทรีย์วัตถุไปหมดจนแม้แต้หญ้าก็ยังตายไม่สามารถเจริญเติบโตได้ภายใต้ร่มเงาของมัน ตัดจนเหลือแต่ตอมันก็แตกขึ้นมาอีกวิธีที่จะทำลายได้ คือ ใช้รถแบกโฮล์ขุดแบบถอนรากถอนโคน ขี่ช้างจับตั๊กแตน ผมจึงต้องปล่อยเลยตามเลยมาจนเท่าทุกวันนี้ เสียใจที่หลงเชื่อคนอื่นโดยไม่ไตร่ตรองศึกษาให้ดีก่อนก็อย่างว่าแหล่ะครับช่วงนั้นยังไม่มีข้อมูลให้ศึกษา พอเห็นว่าเป็นไม้โตเร็วก็นำมาปลูกโดยไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบของมันก่อน... เห็นโฆษณาชักชวนให้ปลูกต้นกกระดาษดับเบิ้ลเอก็ไม่รู้ไอ้พวกนักวิชาการหอคอยงาช้างที่รู้เรื่องนี้ดี หายหัวไปไหนหมดทำไมปล่อยให้ชี้นำชักจูงชาวบ้านปลูกต้นไม้ที่จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นทะเลทรายไปในไม่ช้า ออกมาพูดอะไรบ้างซิครับ...ไอ่กระผมไม่ได้จบทางด้านนี้พูดแล้วมันไม่มีน้ำหนักหรอกครับ พาสื่อไปดูที่จังหวัดสระแก้วมีแปลงยูคาลิปตัสของบริษัทสวนกิตตินับแสนไร่... ดูว่าพื้นดินเป็นอย่างไร"ผมกลับมาสระแก้วหลังจากเหตุการณ์จับผู้ช่วยใบ ได้แต่เตือนลูกพระนเรศวร 2 ให้ระวังตัวเพราะเขารู้ว่าใครเป็นคนนำทีมเข้าจับกุม แล้วอย่าทำอะไรบุ่มบามเกินเลยไปกว่านี้เพราะตำรวจกำลังจับตาดูอยู่ ด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้นิสัยลูกพระนเรศวร 2 ดีว่าเป็นคนใจเด็ดและโหดเหี้ยมจะตัดสินใจทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับ แม้ผมจะไม่มีส่วนรู้เห็นแต่ก็ต้องระวังตัวเหมือนกันเพราะทุกคนรู้ว่าเป็นกลุ่มก้อนหรือก๊วนเดียวกัน ผมเดินทางกลับมาภาคเหนือด้วยความสังหรณ์ใจเกรงเรื่องจะส่งผลกระทบมาถึงตัวเอง เปลี่ยนซิมโทรศัพท์ของตัวเองและภรรยาไม่ให้มีการติดต่อกับเพื่อนฝูงในจังหวัดสระแก้วทุกคน ประมาณ 3 เดือนให้หลัง หนังสือพิมพ์อาชญากรรม, 191ก็ลงข่าวหน้าหนึ่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกสังหารปิดปากไม่ให้เชื่อมโยงถึงเจ้าพ่อค้าไม้เถื่อนตัวจริง(เป็นข่าวลวงของตำรวจเพื่อให้คนร้ายตายใจ... แต่ไม่ได้ผล) ตำรวจสาวไม่ถึงตัวคนร้ายเพราะทุกคนสลายตัวเข้ากรมกองต้นสังกัดกันหมด แม้ตำรวจจะคลำทางมาถูกแต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานก็อย่างที่บอกหล่ะครับ หน่วยปฏิบัติการนี้มีประสิทธิภาพที่สุดระดับมืออาชีพย่อมไม่ทิ้งร่อยใดๆผมเสียวสันหลังวาบนี่ถ้าผมยังใช้โทรศัพท์เบอร์เดิม หากเขาโทรศัพท์มาพูดคุยสารทุกข์สุกดิบก่อนผู้ช่วยใบจะถูกยิงเสียชีวิต ผมอาจถูกเชื่อมโยงว่าเป็นผู้สั่งการให้เก็บผู้ช่วยใบเป็นแน่"ว่าไงวะ...ผู้ใหญ่หวาน เขาตกลงจะรับงานเราไหม""ไม่รับวะ... พอเขารู้ว่าเป็นทหารเขาก็ไม่รับบอกว่าจะไม่ฆ่าทหารด้วยกัน""แล้วนี่เราจะไปหามือปืนที่ไหนดีหล่ะ..?""คงต้องไปติดต่อที่ชลบุรีดูอีกที... แต่กูไม่ค่อยเชื่อมือมากเหมือนซุ้มนี้ แถมไอ้เหี้..ยที่เราจะไปเก็บมันก็เสือร้ายคนหนึ่ง ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา กูกลัวพลาด""ยังไงก็ต้องลองดู... กูอยากให้มันตกตายตามน้องกูไปทุกวันเวลาทุกวินาที""เออน่าเพื่อน... กูเข้าใจดีว่ามึงแค้นเคืองมันจนไม่เป็นอันหลับนอนมาหลายเดือนแล้ว"วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ตรงกับวันลอยกระทงประมาณเที่ยงวัน คนร้าย 4 คนก็บุกเข้าไปยิงลูกพระนเรศวร 2 ถึงในบ้าน เป็นการฆาตกรรมอย่างอุกอาจยิงกันกลางวันแสกๆต่อหน้าลูกเมีย กระสุนเข้าที่ขมับทะลุไปอีกด้านจนมันสมองกระจาย คนร้ายถูกจับได้หนึ่งคนพร้อมรถที่ใช้ก่อเหตุ คนร้ายอีก 3 คนหนีรอดไปได้ คนที่ถูกจับได้เป็นคนลงมือลั่นไกสังหารปัจจุบันยังติดตามตัวคนร้ายที่เหลือมาไม่ได้ ส่วนคนร้ายที่ถูกจับได้ก็เสียชีวิตแล้วในเรือนจำข่าวทางสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่องเผยแพร่ทหารพรานถูกมือปืนบุกถล่มถึงรังตายคาที่ ข่าวมีตั้งแต่เย็นวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ต่อเนื่องไปจนเกือบสัปดาห์ ปิดฉากชีวิตเสือดำลูกพระนเรศวร 2 มาตั้งแต่บัดนั้น... ขอจงอโหสิกรรมให้กันและกันอย่าได้จองเวรกันอีกเลยอยากรู้รายละเอียดลอง search หาข่าวในวันที่ 11-13 พ.ย.2543 ของหนังสือพิมพ์อาชญากรรม หรือ 191 ผมจนปัญญาหาไม่เจอ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ค้นย้อนหลังได้แค่ปี พ.ศ.2549... เจอแล้วช่วยบอกด้วยนะครับ |