• supatra
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dstrategy2008@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 13880
  • จำนวนผู้โหวต : 80
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม 2551
1 สู่เส้นทางมหาบัณฑิต
Posted by supatra , ผู้อ่าน : 193 , 17:16:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


การเรียนปริญญาโท เป็นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีวิสัยทัศน์ มุมมองที่กว้างขึ้น

ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองที่จะศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ ค่อนข้างตื่นเต้น

ที่จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ใฝ่ฝันมานาน ถ้าไม่หลบภัยจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตมาตั้งหลักที่ภาคเหนือ

ชั่วคราวเชื่อว่าผมคงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อปริญญาโทแน่นอน


เพื่อนร่วมชั้นเรียนส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูง ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้พิพากษา

นายร้อยตำรวจ นายพันทหาร ไม่ได้มาเรียนเพื่อปรับวุฒิเพิ่มเงินเดือนหรอกครับเพราะแต่ละท่าน

ล้วนมีเงินเดือนมากกว่าปริญญาโทกันทั้งนั้น จึงเกิดคำถามว่าพวกเขามาเรียนเพราะอะไรพิจารณา

ดูแล้วส่วนใหญ่มาเรียนเพราะต้องการความภาคภูมิใจที่จะอวดใครๆได้ว่าตนเองจบปริญญาโท

ไม่ได้มีความมุ่งหวังเพื่อต้องการความรู้เพิ่มเติมและนำไปพัฒนาศักยภาพของตนเองหรือองค์กร


ทำไมผมจึงกล่าวเช่นนั้น มีเหตุปัจจัยให้ผมคิดเช่นนั้นครับ พวกนี้ไม่มีความตั้งใจจริง

เพื่อที่จะเรียนรู้หรอกครับ บางคนมาเรียนโดยใช้ทุนของรัฐบาลผ่านองค์กรที่ตนเป็นผู้บริหารไม่ได้

ควักเงินทุนตัวเอง มาเรียนเพื่อที่จะหาโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนใหม่มากกว่า จะหาเรื่องพากันหยุด

ไม่เรียนมากกว่าและจะพากันตกลงใจหยุดกันทั้งห้อง รวมตัวกินเหล้าสังสรรค์กันทุกเสาร์-อาทิตย์

มีกิจกรรมที่จะต้องทำตลอดซึ่งจะต้องมีเรื่องของเหล้ายาปลาปิ้งมาเกี่ยวข้อง ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจ

เพราะไม่ชอบในเรื่องเหล่านี้ ผมจึงพยายามบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเขา

จนถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือ ไม่สามัคคีเป็นชะนวนที่ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะ


เปิดเรียนมา 3 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีการเลือกประธานรุ่น(หัวหน้าห้อง) เพราะมีนักศึกษา

จำนวนหนึ่งขอให้เลื่อนเวลาการเลือกตั้งประธานรุ่นออกไปก่อน เพราะต้องการรอนักศึกษาอีกคน

ที่ยังไม่มาเรียน คือ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เนื่องจากนักศึกษากลุ่มนี้ต้องการให้

ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธานรุ่น


ทำไมจึงต้องมีประธานรุ่น จำเป็นหรือไม่..? ประธานรุ่นหรือหัวหน้าห้องมีความจำเป็น

ในระดับหนึ่ง เพราะเป็นผู้ติดต่อประสานงานระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน

การสอน ตลอดจนนำข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะ หรือความต้องการของนักศึกษา ให้อาจารย์

ผู้สอนได้รับรู้ อันนำมาซึ่งการตอบสนองจากคณาจารย์ผู้สอน


สัปดาห์ที่ 5 ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ยังไม่เข้าเรียน ผมจึงเสนอ

ให้มีการเลือกประธานรุ่น ก็ได้รับการคัดค้านขอให้เลื่อนการคัดเลือกประธานรุ่นด้วยเหตุผลเดิม

จึงทำให้ผมไม่ยินยอม อันนำมาซึ่งความรู้สึกที่ไม่พอใจผมจากกลุ่มคนดังกล่าว


"ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นที่เราจะรอคนๆเดียว ที่ตั้งแต่เปิดเทอมมากว่า 1 เดือน

ยังไม่เข้าเรียน เราไม่รู้แน่ว่าท่านจะมาเรียนจริงหรือเปล่า(สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียนที่ ม.เชียงใหม่)

ผมจึงขอให้พวกเราเลือกประธานรุ่นกันในวันนี้เลย"


ส่วนใหญ่เห็นด้วยเราจึงได้ประธานรุ่น คือ คุณสุรพล ผมถูกเสนอให้เป็นฝ่ายวิชาการ

ท่านประธาน(พี่สุรพล) เสนอโครงการให้มีการเก็บเงินคนละ 3,000 บาท เพื่อเป็นค่าอาหารตอน

พักเที่ยงและค่าค๊อฟฟี่เบรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะ..


1 ตอนเที่ยงผมต้องไปรับลูกที่เรียนพิเศษ ไม่ได้รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกับเพื่อน

2 ผมเห็นว่าแพงเกินไป ค่ากาแฟ+อาหารเที่ยง=100 บาท


แม้จะไม่เห็นด้วยแต่ผมก็จ่ายให้ 1,000 บาท แต่ทำให้ประธานและเพื่อนในห้องเรียน

ส่วนหนึ่งเริ่มเกิดความไม่พอใจในตัวผม และรุนแรงขึ้นเมื่อประธานเชิญไปในงานวันเกิด

ของประธาน ผมซื้อของขวัญไปให้(มูลค่า 700 บาท) ไปร่วมสังสรรค์ไม่นานผมก็ขอตัวกลับเมื่อ

เห็นว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีเพราะประธานเริ่มเมาก็สั่งสอนให้ผมรู้จักความสามัคคี อยู่ร่วมกันต้อง

ทำในสิ่งที่เป็นมติของห้อง ถ้าต่างคนต่างทำอาจทำให้คนอื่นมองว่าคุณไม่ให้ความร่วมมือกับเพื่อน

ร่วมห้อง สร้างเงื่อนไขความแตกแยกขึ้นมาก็ได้ ผมขี้เกียจโต้เถียงจึงขอตัวกลับก่อน...


"พี่นก คะ... ขอเก็บเงิน 500 บาท"

"ค่าอะไรหรือครับ...อุ๋ย..?"

"ค่าอาหารในงานวันเกิดประธานคะพี่"

"อะไรนะ..พี่นึกว่าท่านประธานเจ้าของงานวันเกิดจะเป็นคนจ่าย ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยรู้

ไม่เคยเห็น มีแต่เจ้าของงานเป็นคนรับผิดชอบไม่ใช่แขกที่มาในงาน พี่ไม่ให้หรอก..อุ๋ย

ถ้าอยากได้ให้ประธานมาพูดกับพี่(ไม่กล้ามา...แต่ก็เป็นการสะสมความไม่พอใจมากขึ้น"


หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมาเหตุแห่งความไม่พอใจในตัวผมก็รุนแรงขึ้น...


"ขอมติของห้องว่าสัปดาห์หน้าเราจะไปสังสรรค์กันโดยการล่องแพ เก็บคนละ 1,500

ใครไม่ไปก็ได้แต่ต้องจ่าย เพราะถือว่านี่คือมติของห้อง"

"ผมไม่ไปและก็จะไม่จ่ายแม้แต่บาทเดียว ผมมาเรียนปริญญาโทเพื่อต้องการความรู้

ผมเป็นนักศึกษา ไม่ใช่นักการเมืองที่จะต้องยอมรับและทำตามมติของเสียงส่วนใหญ่

ผมจะทำตามมติของห้องถ้าเห็นว่าเกิดประโยชน์ เช่น ที่จะพากันไปบำเพ็ญประโยชน์

ไม่ใช่มติที่จะพากันไปล่องแพเพื่อสังสรรค์กินเหล้าเมายาแบบนี้"

"ผมชักจะเหลืออดกับคุณ...นอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้วยังสร้างความแตกแยก"

นายทหารยศพันโทเพื่อนร่วมห้อง(ฝ่ายกิจกรรม) แสดงอาการไม่พอใจผมด้วยการพูด

"ผมยอมรับที่ไม่ให้ความร่วมมือในห้อง แต่ประเด็นที่ว่าผมสร้างความแตกแยกในห้อง

ขอให้ท่านผู้พันช่วยอธิบายให้ความกระจ่างแก่ผมหน่อยครับ"

"คุณไม่ทำตามมติห้อง ก็อาจจะทำให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างไม่ทำตามบ้างแบบนี้

ไม่เรียกว่าความแตกแยกจะเรียกว่าอะไร"

"ผมไม่ได้ขอร้องหรือชักจูงให้ใครทำตาม หรือชักชวนให้ใครไม่ทำตามมติของห้อง

มันเป็นสิทธิของแต่ละคน เขาอาจจะเห็นเหมือนกับผมว่าเป็นมติที่ไม่เกิดประโยชน์จึง

ไม่ปฏิบัติตาม... ไม่ใช่ทำเพราะเห็นตัวอย่างจากผม"

"เอาละ...เอาละ... ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวกูจะอดใจไม่ไหว"

โหย... ในที่สุดความก้าวร้าวก็ปรากฏออกมาจนได้

"ถ้าอดใจไว้ไม่ไหวก็ปล่อยออกมาเลยครับ ไปสะกดข่มมันไว้ทำไมเสียสุขภาพจิต"


ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ อาจารย์ก็เข้ามาในห้อง ผมบอกแล้วไงว่า

ผมรับได้ทุกรูปแบบ จะเอาแบบปัญญาชนหรือใช้กำลังแบบสถุลก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ได้ข่าวว่ามี

การนำเรื่องที่ผมไม่ให้ความร่วมมือไปพูดในวงเหล้า ได้ข้อสรุปว่า ไอ้เหี้..ย ไอ้สัต..ว์ นก


ผมไม่สนใจหรอกครับเพราะไม่ได้ยินด้วยตัวเอง ถือว่าต่างคนต่างอยู่อย่ามายุ่งกับผม

ก็แล้วกัน ถ้าไม่พอใจผมก็ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน อีก 2 ปี ผมก็ไปแล้วไม่อยู่ให้ท่านเหม็นหน้า

หรอกครับ... นี่คือคำพูดที่ผมฝากกลับไปยังผู้ที่ไม่พอใจและคนที่เปลี่ยนผมเป็นสัตว์เลื้อยคลาน


นี่คือปฐมเหตุแห่งความไม่พอใจของเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีต่อผม...ยังไม่จบเพิ่งเริ่มต้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
คนใส่แว่น วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 22.20 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


รับทราบ ครับ
คนที่ ตั้งใจเรียนจริงๆ มักเป็น
เอกชน ครับ
ที่ ไม่ตั้งใจเรียนคือ
นักการเมือง
มา เพื่อ เอาวุฒิ
บางคน ไม่รู้ แม้แต่ศัพท์ ที่ ลูกสาวผม ม.6 เรียน
แล้ว จะเป็นคนจบปริญญาโท
ทุเรศ ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
supatra วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 10.26 น.
http://www.oknation.net/blog/dstrategy2008
 

ถูกต้องที่สุดครับ มหาออด อาจารย์หลายท่านมีพฤติกรรมเช่นนี้จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 2
มหาออด วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/mahaodd
กัลยาณมิตร คือ เพื่อนที่จริงใจ และให้ความอบอุ่นเสมอ

แก้คำผิด "สิ่งหัวข้อ" เป็น "ส่งหัวข้อ" ครับผม
ความคิดเห็นที่ 1
มหาออด วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/mahaodd
กัลยาณมิตร คือ เพื่อนที่จริงใจ และให้ความอบอุ่นเสมอ

อย่าว่าแต่เพื่อนในห้องเลยครับ
อาจารย์บางท่าน..ก็เลวพอ ๆ กัน
ไถอยู่ได้..ยิ่งตอนสิ่งหัวข้อที่จะทำวิทยานิพนธ์
แค่ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือที่จะเก็บข้อมูลเท่านั้น
ไถแล้วไถอีก..ต้องไปคุยกันร้านนั้น..ร้านนี้..ไม่อยากเอามาขายเลยครับ
เห็นนักศึกษาสวย ๆ ก็เหล่มาแต่ไกลเชียว..
( ดันมาแย่งเราซะนี่ )

ตอนเรียนไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอกครับ
คุย ๆ แล้วก็ทานของว่าง...โอ้...ชีวิต..นักศึกษาปริญญาโท
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน