วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
1 ปฐมเหตุแห่งคนกล้า
Posted by
supatra
,
ผู้อ่าน : 73
, 12:25:24 น.
พิมพ์หน้านี้
บ้านโคกมูลตุ่น เป็นหมู่บ้านในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งขึ้นมานานหลายร้อยปี
จากการขุดค้นเจอโครงกระดูกของมนุษย์ในสมัยโบราณ ทำให้เชื่อได้ว่าหมู่บ้านนี้น่าจะมีผู้คน
อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ก็สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เสด็จมาสร้างปราสาทหินพิมายโน้นแหล่ะ..................
ท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนระอุในเดือนเมษายน ตาหว่างขี้เมาประจำหมู่บ้านเดินส่ายไปมา
บนถนนด้วยความเมา มือซ้ายถือขวดเหล้าโรงมือขวาโบกผ้าขาวม้าปัดไล่ความร้อนจากแดด
ที่แผดเผาโลมเลียผิวกายที่กร้านดำ ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าไม่สวมใส่เสื้อ ปากก็ตะโกน
ด้วยเสียงอันดังไปตลอดทาง
"...เด็กๆ หายหัวไปไหนกันหมดโว้ย... กูกำลังหิวอยากกินตับเด็ก..."
เสียงเด็กร้องไห้ วิ่งเข้าบ้านด้วยความตื่นกลัวตลอดสองข้างทางที่ตาหว่างเดินผ่าน เวลาเมา
แกก็จะข่มขู่เด็กให้กลัวจนพ่อแม่นำไปขู่เวลาลูกดื้อรั้นไม่ฟังคำสั่งสอนว่า จะบอกให้ตาหว่าง
มาจับไปกินตับ ซึ่งก็ได้ผลเพราะเด็กจะหยุดร้องไห้ หยุดความดื้อรั้นในทันที
ใต้ต้นจามจุรีที่สูงใหญ่แผ่ใบปกคลุมสร้างร่มเงาให้แกเด็กชายอายุประมาณ 5 ขวบซึ่ง
กำลังเล่นกองดินใต้ร่มไม้อย่างมีความสุข เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองไปทางเสียงตะโกนของ
ตาหว่าง แล้วก้มหน้าเล่นต่อไปอย่างไม่สนใจผิดกับเด็กคนอื่นที่ต่างพากันร้องไห้กระจองอแง
วิ่งเข้าบ้านตนเองด้วยความตื่นกลัว
ตาหว่างหรี่ตามองไปยังเด็กชายด้วยความสงสัยในอาการนิ่งเฉยไม่กลัวเกรงของเด็กน้อย
พร้อมกับก้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้เด็กชาย แสยะยิ้มกลิ่นเหล้าฟุ้งกระจาย คำรามเสียงข่มขู่
"มึงทำไมไม่หนีไป ไม่กลัวกูจะกินตับหรือวะ ยังไม่เข้าบ้านอีกเดี๋ยวกูก็จับกิน..น...ตับเสียหรอก...โอ้ย..!"
พูดยังไม่ทันจบแกก็หงายหลังก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นเพราะโดนกำปั้นน้อยๆ ของเด็กชายทิ่มเข้าที่ใบหน้าพร้อมกับวิ่งเข้าบ้านด้วยความรวดเร็ว
"มีอะไรหรือตาหว่าง..?
หญิงวัยกลางคนโผล่หน้าออกมาทางหน้าต่างพร้อมตะโกนถาม
"ลูกชายมึงต่อยปากกู...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..."
ตาหว่างตอบพร้อมกับหัวเราะนึกขำให้ตัวเองที่พลาดท่าให้เด็กตัวเล็กๆ เนื่องจาก
ไม่ทันระวังตัวและคาดไม่ถึงว่าเด็กตัวแค่นี้จะใจแกร่งกล้าเกินวัย
"เป็นอะไรมากรือเปล่าจ๊ะตา..?
"ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ลูกชายมึงคนนี้ใจมันเด็ดดีวะ...ฮ่า..ฮ่า อย่าไปตีมันหล่ะ"
ว่าแล้วแกก็เดินทางมุ่งไปที่วัด คราวนี้แกหยุดตะโกนข่มขู่เด็ก ก้มหน้าพยายาม
ประคองตัวไม่ให้เดินส่ายไปมา พอเข้าเขตวัดแกก็เดินขึ้นบนศาลาวัดคลานเข้าไป
ก้มลงกราบหลวงตาทัศน์เจ้าอาวาสวัด ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเมื่อครั้งเป็นฆราวาส
"เออ...เจริญพร...นี่เอ็งกินเหล้าเมามาอีกละซิท่า เมื่อไหร่จะเลิกกินเหล้าเสียที"
"มันเป็นความสุขความพอใจของแต่ละคน ขอร้องหล่ะอย่ามาสั่งสอนผมในเรื่องนี้เลย"
"เอ็งมันก็เป็นอย่างนี้ พอบอกสอนในสิ่งที่ดีก็ไม่เอาแถมชอบยอกย้อน
เอาเรื่องสมัยข้าเป็นฆราวาสเคยกินเหล้าด้วยกันมาเหน็บแหนมข้าทุกครั้ง
...ไอ้บัวใต้น้ำ แล้วนี่ปากไปโดนอะไรมาถึงบวมเจ่อแบบนี้
อย่าบอกนะว่าเมาแล้วไปชกต่อยกับใครมา...?"
"ผมถูกลูกชายอีเฮี้ยะมันต่อย ไม่ทันระวังเลยพลาดไป ไม่คิดว่ามันจะใจกล้าถึงขนาดนี้"
"นี่เอ็งกำลังบอกข้าว่าถูกไอ้เก้าลูกชายคนโตของอีเฮี้ยะมันต่อยปาก...?"
"ไม่ใช่ไอ้เก้า...แต่เป็นลูกชายคนเล็กของอีเฮี้ยะ ผมไม่รู้จักชื่อของมัน"
"ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ไอ้เสือหว่างเอ๋ย...ถูกเด็ก 5 ขวบลบเหลี่ยมเสียศักดิ์ศรี รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า... มันชื่อว่า ไอ้นก
เด็กคนนี้ดวงมันแข็ง ใจเด็ดสู้ไม่กลัวคน ข้าเป็นคนผูกดวงให้มันตั้งแต่เกิดใหม่ๆ
มันเกิดปีขาล ชีวิตของมันสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นได้ทั้งคนดีและคนเลว
ชีวิตมันจะต้องโลดโผนผ่านชีวิตความเป็นตายและเรื่องเลวร้ายตลอดเวลา
ถ้าอบรมเลี้ยงดูไม่ดีโตขึ้นมันอาจกลายเป็นเสือเป็นสางสร้างความเดือดร้อนแก่คนอื่นได้
ข้าจึงแก้เคล็ดให้ไปแจ้งเกิดเป็นปีเถาะ โดยคาดวังว่าจะทำให้ชะตาชีวิตของมันลดความเลวร้ายให้เบาบางลงได้"
นี่คือ...ปฐมเหตุเรื่องราวของชีวิตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กของ...นกเล็ก ลูกเพชรแท้ ที่รับรู้
ผ่านการบองเล่าของแม่ อันเป็นที่มาให้รู้ว่าทำไมแม่จึงพร่ำบอกสอนด้วยความเป็นห่วง
กลัวว่าเติบโตมาจะกลายเป็นเสือเป็นสางตามคำทำนายของหลวงตาทัศน์..............
|