• Duplex
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : preeeecha@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 847
  • จำนวนผู้ชม : 2259876
  • จำนวนผู้โหวต : 1137
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1137 คน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม 2551
Posted by Duplex , ผู้อ่าน : 27986 , 16:35:25 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แผนการเขียนเรียงความกระทู้ธรรม 

เลขที่   ...........
ประโยคนักธรรมชั้น  โท

วิชา  เรียงความแก้กระทู้ธรรม
สอบในสนามหลวง
วันที่  ............... เดือน .......................................พ.ศ. ๒๕........

 

(๑)                                                              ..................สุภาษิตบทตั้ง.....................

                                                                    ....................คำแปล......................

(๒)                 บัดนี้........................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................

(๓)                คำว่า.............อธิบายเนื้อความสุภาษิตบทตั้ง (ประมาณ 8-10บรรทัด).... ................................................

.............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

.......................................สมดังสุภาษิตที่มาใน......( ที่มาของสุภาษิต).......ว่า

      (๔)                                             ......................สุภาษิตเชื่อม........................

                ... ...................คำแปล.......................... 

(๕)          คำว่า............. อธิบายเนื้อความสุภาษิตบทตั้ง (ประมาณ 7-10 บรรทัด).........................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................

.....................................สมดังสุภาษิตที่มาใน......(ที่มาของสุภาษิต).....ว่า

(๖)                                           .........................สุภาษิตเชื่อม........................

                                                ............................คำแปล ...........................

(๗)         คำว่า ...........อธิบายเนื้อความสุภาษิตบทตั้ง (ประมาณ 6-10 บรรทัด) ............................................................

...............................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................

.     (๘)         สรุปความว่า (ประมาณ 5 บรรทัด) ...........................................................................................................

      .............................................................................................................................................................................

      ..............................................................................................................................................................................

      ............................................สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

      (๙)

       ......................สุภาษิตบทตั้ง.........................

         ........................คำแปล.............................

ดังนัยพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ (๑๐


 (ตังอย่างการเขียน)

 


โย จ
  วสฺสสตํ  ชีเว         ทุปฺปญฺโญ   อสมาหิโต

เอกาหํ  ชีวิตํ  เสยฺโย        ปญฺญวนฺตสฺส  ฌายิโน

ผู้ใดมีปัญญาทราม  มีใจไม่มั่นคง  พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี

ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ   มีชีวิตอยู่สิ้นวันเดียว  ประเสริฐกว่า.
 

          ณ บัดนี้จักได้บรรยายขยายความกระทู้ธรรมสุภาษิตที่ได้ลิขิตไว้     เบื้องต้น  พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและนำไปปฏิบัติสืบต่อไป

          คำว่า “ ผู้มีปัญญาทราม ” คือ ผู้โง่เขลา  มีใจประกอบด้วยอวิชชา  ไม่รู้แจ้งเห็นจริงตามสภาวะความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่รู้ในหลักของชีวิตว่าเป็นตามหลักของไตรลักษณ์  คือ หลงเข้าใจว่า ชีวิต และสรรพสิ่งทั้งปวง เป็นของเที่ยง มีความเป็นอยู่อย่างจีรังยั่งยืน  ทำให้ไม่สามารถเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  ทำให้มีความยึดถือในเรื่องของตัวตน หลงยึดมั่นในชีวิตและสิ่งทั้งปวงว่าเป็นของเรา  เมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพไปไม่เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ  จึงทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจ  ไม่สามารถยอมรับถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกประการหนึ่ง  คนโง่เขลานั้น มีลักษณะประมาทในการทำดี  มีแต่ประกอบกรรมที่ยังตนและคนอื่นให้เดือดร้อน ต่างจากคนที่มีปัญญา  ซึ่งเป็นผู้ไม่ประมาทในชีวิต มองเห็นการทำความดี มีผลเป็นความสุข  หลีกเลี่ยงการทำชั่วปวง  ดังนั้นบัณฑิตจึงใช้ชีวิตต่างจากคนที่ไม่มีปัญญาเพราะเล็งเห็นผลที่เกิดขึ้น  สมดังพุทธภาษิตที่มาใน สังยุตตนิกาย  สคาถวรรค ว่า

ยาทิสํ  วปเต  พีชํ     ตาทิสํ  ลภเต  ผลํ

กลฺยาณการี  กลฺยาณํ    ปาปการี    ปาปกํ

บุคคลหว่านพืชเช่นใด  ย่อมได้รับผลเช่นนั้น  

ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี   ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว.

          คำว่า " ผล " ในที่นี้คือ  สิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำหรืออะไรก็ตามที่ต่อเนื่องมาจากเหตุ ท่านเปรียบเสมือนกับชาวนา  เมื่อหว่านข้าวลงในนา ย่อมได้รับผลคือ  ข้าวนั่นเอง  หรือชาวสวนที่ปลูกผลไม้ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง  ลำใยทุเรียน  กล้วย  ผลที่ได้ก็จะเป็นมะม่วง  ลำใย  ทุเรียน  กล้วย ตามต้นที่ปลูก  อุปมานี้ฉันใด  การทำกรรมก็ฉันนั้นเหมือนกัน ใครทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี  ใครทำกรรมชั่ว  ย่อมได้รับผลชั่ว  ผลของการกระทำที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากเหตุแห่งการกระทำที่ตนได้ทำแล้วนั่นเอง  ดังนั้นบุคคลผู้รู้ทั้งหลายจึงยินดีในการบำเพ็ญความดี  ยินดีที่จะฝึกตนอย่างคนไม่ประมาท คอยประคับประคองจิตของตนไม่ให้ตกไปในอำนาจของบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย  สมดังพุทธภาษิตที่มาในขุททกนิกาย  ธรรมบทว่า

อปฺปมาทรตา  โหถ           สจิตฺตมนุรกฺขถ

ทุคฺคา  อุทฺธรถตฺตานํ  ปงฺเก      สนฺโนว   กุญฺชโร

ท่านทั้งหลาย  จงยินดีในความไม่ประมาท  คอยรักษาจิตของตน

จงถอนตนจากหล่ม  เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้น  ฉะนั้น.

           ความว่า ท่านทั้งหลาย  จงยินดีในความไม่ประมาท ในที่นี้ท่านหมายถึง การดำรงชีวิตอยู่อย่างรอบคอบมีสติคอยระวังไม่ให้จิตอยู่อย่างปราศจากสติ  ไม่ประมาทในการละกายทุจริต  ประพฤติกายสุจริต เป็นต้น  นอกจากนี้พระพุทธองค์ทรงสอนไม่ให้ประกอบความประมาท  คือไม่ให้หลงไปในหลุมพรางของอำนาจความยินดีในกาม คือ ไม่ให้ปล่อยใจไปตามอารมณ์ที่ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ  เพราะถ้าไม่สามารถควบคุมความต้องการทางอารมณ์     ได้ย่อมก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา  อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์  ดังนั้นผู้มีปัญญาทั้งหลายจึงรู้จักเพ่งพินิจเห็นโทษของกามคุณ  สิ่งยั่วยุทั้งหลาย ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดความโลภ  ความโกรธ  ความหลง  เป็นต้น ตั้งจิตอยู่ในกุศลธรรม  ย่อมได้รับความสุขตามที่ตนเองปรารถนา

           สรุปความว่า  คนไม่มีปัญญา ย่อมมีชีวิตอยู่อย่างผู้ประมาท  มีชีวิตอยู่เพื่อทำความเดือดร้อนฝ่ายเดียว  

ยิ่งมีชีวิตอยู่นาน ยิ่งสร้างบาปอกุศลกรรมไว้มาก  ซึ่งต่างจากผู้มีปัญญา  แม้อยู่เพียงวันเดียว  ก็ประเสริฐกว่าคนไม่มีปัญญา  เพราะคนมีปัญญา  มีชีวิตอยู่อย่างผู้ไม่ประมาท รู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร  ประพฤติสิ่งที่ควรประพฤติ  เว้นสิ่งที่ควรเว้น เป็นผู้เพ่งพินิจ พิจารณาเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง   บำเพ็ญคุณงามความดี  ย่อมมีชีวิตอยู่เพื่อประโยชน์สุขตนและคนอื่น  สมดังสุภาษิตที่ได้ลิขิตไว้    เบื้องต้นว่า

โย จ วสฺสสตํ  ชีเว      ทุปฺปญฺโญ  อสมาหิโต

เอกาหํ  ชีวิตํ  เสยฺโย   ปญฺญวนฺตสฺส  ฌายิโน.

ผู้ใดมีปัญญาทราม  มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี

ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ  มีชีวิตอยู่วันเดียว  ประเสริฐกว่า.

       

ดังพรรณนามาฉะนี้แล ฯ

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

พระคุณเจ้า เจ้าค่ะ
ก้อนหินเจ้านะค่ะ

พระคุณเจ้าช่วยเขียนอธิบายให้ก้อนหินด้วยค่ะ ว่าพระภิกษุ ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ อย่างไร เจ้าค่ะ
ตาม link นี้นะเจ้าค่ะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dailyhamma/2008/08/18

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน