• หมอหู
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suteeloveyou@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-20
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 6385
  • จำนวนผู้โหวต : 18
  • ส่ง msg :
ลมหายใจ ของกันและกัน
วงการแพทย์น่าอัศจรรย์อยู่มากมาย เป็นวงการที่มีรักอีกมาก น่าค้นหา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/eardoctor
วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม 2550
อเมริกา : การขอวีซ่า
Posted by หมอหู , ผู้อ่าน : 255 , 06:56:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


พ่อ... อย่าลืมของเล่นฝากอายนะครับ

ไปอเมริกา 

ไปยังไง ไปทำอะไร กินยังไง จ่ายยังไง เท่าไรจึงจะพอ 

ในจินตนาการของผมได้ภาพที่รางเลือน  ผมรักเมืองไทยเหมือนทุกท่านครับ

ไม่หลงไหลได้ปลื้ม     กับประเทศไหนๆเท่าประเทศไทยของเรา  

หลายๆคนคงไม่ต่างกัน

จู่ๆ วันหนึ่งอาจารย์นายแพทย์หม่อมหลวงกรเกียรติ สนิทวงศ์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์มาหาผม ที่เป็นลูกศิษย์และน้องรัก ว่า...ไปอเมริกากับผมหน่อย...ไปและนำเสนอผลงานวิจัยใน American Academy  Otolaryngology ที่วอชิงตัน ดีซี 16-22 กันยายน 2550 นี้ 

ด้วยความสนิทกัน    ผมเลยตอบตกลง...

การเตรียมตัว

พาสปอร์ตยังมีอายุมากกว่า 6 เดือน

ขอวีซ่าเข้าอเมริกาแบบนักท่องเที่ยว ....

ขั้นตอนคือ

1    นัดหมายวันสัมภาษณ์ล่วงหน้า    ยื่นเอกสารทาง internet ล่วงหน้า แล้วไปสัมภาษณ์ตามนัด

2    ไปที่ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้านท่าน  จ่ายค่าสัมภาษณ์ที่ไปรษณีย์ล่วงหน้า 100 ดอลล่าร์และขอใบเสร็จมาด้วย

3    เตรียมเอกสาร

4     กรอกและส่งแบบฟอร์มการขอวีซ่าทาง internet ให้เรียบร้อยและพิมพ์ออกมาด้วยอีกหนึ่งชุด ประกอบด้วย DS-156     DS-157  ต้องติดภาพถ่ายหน้าตรงขนาด 5 x5 เซ็นติเมตร ฉากหลังพื้นสีขาว  ผมใช้ภาพสีครับขาวดำได้หรือไม่  ไม่แน่ใจครับ

5    เอกสารส่วนตัวได้แก่พาสปอร์ต บัตรข้าราชการ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองความเป็นข้าราชการและขั้นเงินเดือนจากผู้บังคับบัญชา หนังสือลาราชการ บัญชีเงินฝากธนาคารหรือหนังสือรับรองก็ได้ ทะเบียนสมรส สูติบัตรลูกๆ....และอื่นๆที่สามารถทำให้สถานทูตอเมริกันเชื่อได้ว่าผมไปแล้วจะกลับมาเมืองไทยอีกอย่างแน่นอนครับ ไม่ไปตั้งถิ่นฐานบ้านช่องที่โน่นแน่ๆเพราะที่นี่ผมมีงาน มีบ้าน มีลูก มีเต้า มีนาข้าวและ....ทำนองนั้นแหละครับบางรายบอกว่าควรมีตั๋วเครื่องบินไป กลับ มีหนังสือจากองค์กรในอเมริการับรองการไปประชุม การดูงาน และมีที่พักแน่นอน

แต่สรุปแล้วแต่ละคนหลักฐานที่มีความสำคัญไม่เหมือนกันหรอกครับ ผมเองเขาดูแค่พาสปอร์ต หนังสือรับรองความเป็นข้าราชการ  ใบลาราชการและความเป็นแพทย์ ใบเสร็จค่าสัมภาษณ์ 100 ดอลล่าร์ 

อีก  10 วันผมไปสัมภาษณ์     ผมไปถึงสถานทูต 9 โมงเช้า

              ผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสาร...  ขั้นตอนการตรวจกระเป๋าและฝากโทรศัพท์....  ขั้นตอนการเรียงเอกสาร .... ขั้นตอนการซื้อซองไปรณีย์เพื่อให้สถานทูตส่งพาสปอร์ตคืนท่าน .... ขั้นตอนการเข้า 3 แถวเพื่อรับคิวสัมภาษณ์  ท่านเลือกได้ว่าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยที่เป็นภาษาแม่หรือภาษาอังกฤษ...  เข้าไปด้านในอาคารเป็นห้องรอสัมภาษณ์ ที่มีคนรอประมาณ  200 คน มี 13 ช่องจ่ายยา เอ๊ย....ช่องสัมภาษณ์ ....นั่งหรือยืน รออีก1-2 ชั่วโมง ได้สัมภาษณ์ 11 โมงครับ ด้านในมีห้องสุขา มีน้ำดื่ม มีทีวี ช่อง BBC หรือ CNN ให้ดู  การรอคอยการสัมภาณ์ที่ค่อนข้างรอนานๆเรามักเหนื่อย เพลียและท้อและอาจมีคนโวยว่าทำไมนานจังครับ แต่แปลกมากที่นี่คนไทยสงบเสงี่ยมกันมาก ไม่มีเสียงดัง ไม่โวยวาย ไม่ทานอาหารเลย        รอกันด้วยความอดทนจริงๆ เหมือนเด็กๆ นั่งอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่กันทั้งนั้นเลย ผมคิดว่าเราคงเกรงว่าเขาจะไม่ให้วีซ่าและที่นี่คืออเมริกา ไม่ใช่บ้านเรา เราต้องเป็นเด็กดี ให้เขาเห็น  ถ้าเราเป็นอย่างนี้เสมอๆในทุกๆที่คงดีมากๆ  

              ส่วนการสัมภาษณ์   ต้องสแกนนิ้วชี้ทั้งซ้าย และขวาก่อน  ผมถูกถาม 1 นาที  ถามแค่ 4 คำถามคือไปประชุมหรือเปล่า ไปกับอาจารย์ใช่ไหม ทำไมภรรยาไม่ไปด้วย ตั้งใจไปกี่วัน เอกสารของผมที่เตรียมไปแต่เขาไม่ดูเลยคือบัญชีธนาคารที่มีเงินเพียงแสนกว่าบาท  ทั้งที่ทุกคนบอกว่าสำคัญมากต้องมีเงินมากๆด้วยและเอกสารอื่นๆทั้งหมดด้วย ยกเว้นอาจารย์หม่อมคนเดียวที่บอกล่วงหน้าว่าเงินมากน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่เขาจะให้วีซ่า จริงอย่างที่อาจารย์ว่าครับ

ผมสัมภาษณ์ 16 กรกฎาคม แล้วกลับบ้านตอนเย็นนั้นเลย     ได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ล่ะ

         รุ่งขึ้นก็มีโทรศัพท์เสียงสุภาพสตรี เป็น  จนท. สถานทูตแผนกวีซ่าโทรมาถามเพิ่มเติม     ว่าผมไปทำอะไรที่กัมพูชา ปี 2000    และไปทำอะไรที่พม่า ปี 2003   และ   2006    ไปกับใคร ไปกี่วัน     ผมก็ตอบตามจริงว่าผมไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ผ่าตัดโรคหูน้ำหนวก  ช่วยประเทศเพื่อนบ้าน ครั้งละ สองสัปดาห์     โดยการประสานของกระทรวงการต่างประเทศครับ     เป็นแค่อาสาสมัครในหน่วย    ทำงานกับท่านอาจารย์ศัลเวทย์     เลขะกุล และท่านอาจารย์สุนทร อันตรเสน     ออกหน่วยกันครั้งละสิบกว่าคน   เป็นงานกุศลและสาธารณะท่านทำมาสามสิบปีแล้ว 

สงสัยจะไม่ได้แล้วมั้ง อเมริกาเขาไม่ค่อยชอบพม่าหรือเขมรอยู่ด้วย

 

19 กรกฎาคม ได้รับซองสีน้ำตาลที่บรรจุพาสปอร์ตของผมเอง     และได้วีซ่า 10 ปี

และผมยืนยันว่ารักเมืองไทย แต่อยากไปเห็นอเมริกาบ้างเท่านั้นเ     ค่าใช้จ่ายเฉพาะการขอวีซ่านี่   100 ดอลล่าร์+จิปาถะแล้ว โขทีเดียวนะครับ     แล้วเวลาพวกอเมริกัน หรือฝรั่ง แขก พม่า... มาบ้านเราล่ะครับเราเคร่งครัดกับเขาอย่างนี้หรือเปล่าน้อ....

ที่เตรียมล่วงหน้าคือ ค่าเครื่องบินกรุงเทพ นาริตะ.... ต่อไปวอชิงตัน 55000 บาท...  ค่าโรงแรม 70 ดอลล่าร์ต่อคืน... ค่ากินอยู่  7 วัน..... เฮ้อช่วงนี้ถ้าบาทแข็งโป๊กๆ  1 บาท 1 ดอลล่าร์ คงดีพิลึก


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
นิธินันท์ วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 01.44 น.
http://www.oknation.net/blog/nithinand


เอ ไปขอวีซ่าที่สถานทูตแล้วเงียบ คงเหมือนเราไปสถานที่ราชการ เขาทำงานกันอยู่ คนไปติดต่องานเลยต้องเงียบโดยธรรมชาติมังคะ

ไม่กี่วันมานี้ ไปติดต่องานที่เขตจตุจักรก็เงียบเหมือนกันค่ะ เจ้าหน้าที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน คนมาติดต่อรับบัตรคิว ก็รอเรียกตามคิว

จะแนะนำอะไรดี มีเพื่อนอยู่ดีซีหลายคน เดี๋ยวเมลไปถามเพื่อนก่อนนะคะว่ามีอะไรแนะนำ เช่นต้องระวังอะไรบ้าง ร้านอาหารไหนน่าแวะบ้าง ฯลฯ เป็นต้น

แต่จะว่าไป อาจารย์ก็มีอาจารย์หม่อมกรเกียรติเป็นไกด์กิตติมศักดิ์แล้วเนอะ

ถ้าพอมีเวลา อาจารย์อย่าลืมแวะไปเดินเล่นริมแม่น้ำโปโตแมค และไปสถาบันสมิธโซเนียนนะคะ

มีงานต้องแวะไปประชุมย่านๆ นั้นเหมือนกันค่ะ แต่ไปเดือนตุลา
ความคิดเห็นที่ 5
Thanik วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/tour2020

เพิ่งได้มา 10 ปีเหมือนกัน แนะนำเพื่อนๆที่ไปขอครั้งแรกน่าจะทำจองตั๋ว จองห้องพักไปล่วงหน้า (อันนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าเราไม่คอนเฟิร์มกลับก็จะ cancel ครับ) ความจริงมันขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรา มากกว่า ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็เข้ามาโพสท์ ที่บ้านผมแล้วกัน มีอะไรช่วยได้ก็จะช่วยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Thanik วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tour2020

เพิ่งได้มา 10 ปีเหมือนกัน แนะนำเพื่อนๆที่ไปขอครั้งแรกน่าจะทำจองตั๋ว จองห้องพักไปล่วงหน้า (อันนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้าเราไม่คอนเฟิร์มกลับก็จะ cancel ครับ) ความจริงมันขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรา มากกว่า ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็เข้ามาโพสท์ ที่บ้านผมแล้วกัน มีอะไรช่วยได้ก็จะช่วยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
neesinancy วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/neesinancy


ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 08.01 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

คงน่าตื่นเต้นสำหรับการไปครั้งแรกค่ะ แต่ถ้าอยู่นานเข้าไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ปัจเจกตน วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 07.34 น.
http://www.oknation.net/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์

ขอบคุณคุณหมอที่นำเกร็ดความรู้มาฝาก
เหอ.....เมกา มันดีไปทุกอย่างนะ คุณหมอ
คนไทยเลยเป็นแมวเชื่องไปเลย
ค่าเยียบแผ่นดินมันก้อ 100 เหรียญ
ของไทยเราไม่รู้เท่าไรเวลามันมานะคุณหมอ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน