• เอี่ยวแดง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : a_surachart@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 649
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
more
เอี่ยวแดง
ต่างคน ต่างคิด ต่างตระหนก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/eawdaeng
วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน 2550
ต่างคน ต่างคิด ต่างตระหนก
Posted by เอี่ยวแดง , ผู้อ่าน : 306 , 23:06:48 น.  
พิมพ์หน้านี้


ต่างคน ต่างคิด ต่างตระหนก

ความต่างในความเหมือน

การล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กหรือสตรีคดีแล้วคดีเล่า  พบว่าผู้กระทำการล้วนแล้วแต่เป็นในครอบครัวหรือคนรู้จักใกล้ชิดทั้งนั้น

ไม่ต่างอะไรไปจากกรณีการบุกรุกเข้าครอบครองที่สาธารณะ  ที่ป่า ที่ชายตลิ่ง ที่ลาดชัน แทบทุกเรื่องพบว่ามีคนของมหาดไทยทั้งฝ่ายที่ดินทั้งฝ่ายท้องที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีเอี่ยวด้วยหรือบางครั้งบางโอกาศก็เป็นผู้กระทำการเสียเอง

ดังที่พบข่าวผู้มีอิทธิพลบุกรุกครอบครองที่สวยๆอย่างที่ไม่น่าได้เอกสิทธิ์ครอบครองมีเจ้าหน้าที่มหาดไทยระดับสูงเกี่ยวข้องด้วย  คงจำข่าวการจำคุกผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือในกรณีบุกรุกที่สาธารณะเพื่อทำไร่ส้ม    ข่าวจริงข่าวลือถึงนักการเมืองหรือนายอำเภอในหลายพื้นที่ทางภาคอีสานมีการครอบครองที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งแต่ละแปลงนับร้อยนับพันไร่ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นที่สาธารณะและที่ดินทำกินที่รัฐจัดไว้ประชาชนผู้ยากจน

ด้วยเหตุที่ว่าที่ดินเป็นต้นทุนสำคัญในการทำมาหากินและเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า

จึงมีกรณีพิพาทเรื่องที่ดินอยู่บ่อยๆตลอดทั้งปีระหว่างหมู่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านกับเพื่อนบ้าน เอกชนกับชุมชน  และรัฐกับประชาชน

แต่ที่นครพนมมีแปลกกว่านั่น คือ มีประชาชนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าบุกรุกที่สาธารณะสำหรับประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ชอบ

     เรื่องมีอยู่ว่า  เมื่อปี 2542  จู่ๆนายอำเภอเมืองในขณะนั้นจัดการย้ายที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนมไปสร้างใหม่บนพื้นที่นับร้อยไร่อยู่กลางหนองน้ำใหญ่นอกเขตเทศบาล  โดยที่ฝ่ายประชาชนไม่ได้ระแคะระคายอะไรทั้งนั้น  ทั้งนี้เป็นเพราะว่าฝ่ายราชการไม่ได้ทำประชาพิจารณ์ใดๆเลย  จนกระทั่งหลังจากเปิดใช้มา 2-3 ปี ก็มีอยู่วัน  เผอิญมีสถาปนิกนายหนึ่งได้ไปติดต่อขอเอกสาร ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งนี้  ระหว่างที่รอการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่  ก็ได้มีการพูดคุยเป็นการฆ่าเวลาโดยไม่ได้ตั้งใจกับปลัดอำเภอหญิงนางหนึ่งว่า  " การที่อำเภอมาสร้างอยู่บนหนองน้ำนี่  มีกฎหมายหรือระเบียบการอะไรมารองรับหรือไม่ "  ซึ่งปลัดหญิงคนนี้ก็ดีใจหายรีบตอบขึ้นมาทันใดเลยว่า " โฮ้ย กฎหมง กฎหมายอะไร  ไม่มีหรอก หลักฐานมีแต่หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเท่านี้แหละ จะเอาไหมหละ "  ในเวลาตอนนั้นก็ยังไม่ได้สดุดใจ ยังไม่ได้ฉุกคิดอะไรมาก  เพราะเชื่อว่าการทำงานโดยหน่วยงานระดับนี้แล้วคงจะไม่มีปัญหาอะไรมั๊ง

     แต่ทันใดนั้น  สถาปนิกนายนี้ก็นึกถึงคำว่า  สาธารณสมบัติของแผ่นดินนี้จะโอนแก่กันมิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะหรือกฤษฎีกาเท่านั้น ในสมัยที่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยขึ้นมาทันที

      เท่านั้นแหละ  ความคิดในการทำวิทยานิพนธ์โดยไม่หวังปริญญาในเรื่องว่าด้วยการประพฤติมิชอบของส่วนราชการก็ได้บังเกิดขึ้น

    จากการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครพนม  พบข้อสงสัยว่า  เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นน่าจะดำเนินการครอบครองที่สาธารณะไม่ถูกต้องตามตัวบทกฎหมายเสียแล้ว   และหนังสือสำคัญฉบับนั้นน่าจะถูกเพิกถอนไปด้วยกันเสีย

ที่สาธารณะ ที่ว่านั่น เป็น อยู่ คือ อะไรและอย่างไร    อ๋อ หนองน้ำแห่งนี้ชื่อ หนองญาติ ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาลที่ตำบลหนองญาติ  อำเภอเมืองนครพนม  โดยข้อเท็จจริงแล้วหนองญาติเป็นหนองน้ำสาธารณะที่เกิดตามธรรมชาติ  มีสภาพทิวทัศน์และภูมิทัศน์ที่มีองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม  และมีสภาพที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมานาน   โดยรวมจึงมีนิตินัยเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน  ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา

เหตุเกิดขึ้นอย่างไร  เผอิญทางจังหวัดนครพนมดันไปเชื่อตามหลักฐานราชการที่มีว่า  หนองน้ำ" หนองญาติ" แห่งนี้เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทาน (ทั้งที่จะดูมุมไหนดูอย่างไรก็ไม่มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำ) จึงเป็นทรัพย์สินของราชการไม่ใช่หนองน้ำสาธารณะและได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ได้ทะเบียนเลขที่ นพ 0038 (เป็นครั้งที่สอง) เป็นสาธารณสมบัติประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือสำหรับใช้ในราชการ

ว่าแต่ว่า หลักฐานราชการนั่นเป็นเอกสารอะไร  อ๋อ เป็นแค่ใบใต่สวนใบหนึ่งของกรมชลประทานระบุว่า   มีการซื้อมาจากเจ้าของ  มีสัญญาซื้อขายและมีเอกสารเป็นนส.3  พ่อแม่พี่น้องครับ ใครจะเชื่อว่าในอดีตนั้น ชลประทานนครพนมมีการซื้อหนองน้ำจากเจ้าของ

ผีซ้ำด้ำพลอย  เมื่อทางธนารักษ์จังหวัดนครพนม เกาะหนังสือสำคัญฯฉบับนั้น นำหนองน้ำ"หนองญาติ" ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุอีกต่างหาก  โดยไม่ได้คำนึงเหตุผลอื่นที่ว่า  ในสภาพความเป็นหนองน้ำนี้  มีองค์ประกอบครบตามความหมายการเป็นที่ราชพัสดุหรือไม่

โรคซ้ำ  กรรมซัดวิบัติเป็น  หนองน้ำ"หนองญาติ" ขนาด 3 พันไร่  จากการตัดถนน  ขุดลอกหนองน้ำนำดินกลับมาถมชายตลิ่งอีกครั้งเพื่อรองรับงานก่อสร้างต่างๆ เช่น ถนนหนทาง  สนามโล่งๆของหน่วยงานใดไม่ทราบมีเพียงแต่สนามฟุตบอลล์และประตูก็เรียกว่า "สนามกีฬาจังหวัด" เสียแล้ว   เทศบาลเมืองนครพนมแอบมาทำงานนอกเขตเทศบาลอย่างไม่เนียนเพราะเหตุผลความจำเป็นฟังไม่ขึ้น  ลำพังงานในเขตพื้นที่ก็ยังทำไม่ทั่วถึงแล้วยังจะดิ้นรนออกมานอกเขตทำไม  ก็ออกมาสร้างพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ฝึกฯและหอเฉลิมพระเกียรติ  โดยเฉพาะงานหลังนี่คิดว่าสำนักราชเลขาคงจะลำบากใจที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับงานที่ค้างคาในศาลคดีการกระทำความผิดต่อสาธารณสมบัติของแผ่นดิน  ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมก็ย้ายศูนย์โอทอปมาสร้างใกล้ๆกันทั้งที่เดิมจะสร้างในอีกที่หนึ่ง   ทำให้หนองน้ำมีพื้นที่หายไปค่อนครึ่งทันตา พร้อมกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเดิมก็ได้เปลี่ยนไป

ไร้ที่ซึ่งจะพึ่งพาอาศัย  ในปี 2548 ได้มีการร้องเรียนไปหน่วยราชการอิสระและหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงเช่น สำนักงานผู้ตรวจการของรัฐสภา  คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชน  ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานนี้ท่าดีทีเหลว  ส่วนคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้ช่วยสรุปประเด็นทางกฎหมายให้และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ  ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีหนังสือมายังผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมให้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างใดๆ  แต่ผู้ว่าฯท่านนี้ไม่ได้ปฎิบัติตาม   แม้กระทั่งการส่งเรื่องไปให้เพิกถอนหนังสือสำคัญฯของหนองน้ำ  ผู้ว่าท่านนี้ก็เพิกเฉยอีก   จนต้องนำเรื่องเข้าสู่ขบวนการศาลปกครอง  โดยศาลปกครองขอนแก่นประทับรับฟ้อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมธนารักษ์เป็นผู้ถูกฟ้องคดี   เรื่องคงจะเดินไปไม่ถึงไหนมั๊งทำให้ศาลต้องเชิญอธิบดีกรมที่ดินเข้ามาร่วมเป็นผู้ถูกฟ้องคดีอีกราย  ซึ่งให้การเป็นประโยชน์โดยเฉพาะการนำทะเบียนที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน  ที่ระบุว่าหนองน้ำ " หนองญาติ " นี้มีสถานะเป็นหนองน้ำสาธารณะประโยชน์มาชี้แจงต่อศาลปกครอง   ทำให้หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงฉบับที่จังหวัดนครพนมยึดไว้ใช้ในขณะนี้หมดความหมายทันที

เกลือเป็นหนอน  แมวเฝ้าปลาย่าง   อะไรก็ไม่น่าตกใจเท่าเมื่อทราบว่า   หน่วยราชการที่บุกรุกเข้าไปก่อสร้างงานของตัวเองบนหนองน้ำสาธารณะแห่งนี้   เช่น  นายอำเภอท้องที่  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น อบจ.  อบต. และเทศบาลนี้   ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าพนักงานที่กฎหมายมีบทบัญญัติให้เป็นผู้ดูแลคุ้มครองป้องกันที่สาธารณะสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เช่น ทางหลวง ที่ชายตลิ่ง(ที่ติดชายทะเล แม่น้ำ ที่น้ำท่วมถึง)  ทางน้ำ ทะเลสาป ห้วยหนองคลองบึง  ทุ่งเลี้ยงสัตว์และป่าช้าสาธารณะ

หนึ่งกฎหมาย  สองมาตรฐาน   คดีนี้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรนครพนมไว้เมื่อ 2 ปีก่อนซึ่งเรื่องก็ไม่คืบหน้าไปถึงไหน  ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาป่านนี้คงติดคุกไปนานแล้ว  แต่นี่ผู้ที่เกี่ยวข้องล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ทางตำรวจท่านก็ว่าไม่มีอำนาจพอ  จะว่าไปแล้วคนนครพนมทุกคนทราบดีว่านักการเมืองที่เกี่ยวข้องต่างก็เป็นเด็กในค่ายนักการเมืองระดับชาติคนดังใครก็รู้จัก  ฉายาขุนพลบัลลังค์เมฆที่ช่วงบั้นปลายไม่ค่อยจะสุขสมหวังกับชีวิตเท่าไรนัก  ด้วยความเป็นคนที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องและมีความคิดอารมณ์แน่วนิ่งเหมือนไม้ปักเลน  ป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะมีใครขายอ่างล้างมือทองคำให้บ้าง

ประเทศไทย ฉันไม่อยากร้องไห้   ปีนี้ประเทศไทยเราถูกประเมินว่ามีเสถียรภาพอยู่ในกลุ่มเสี่ยง อันดับ 78 ของโลก  แสดงให้เห็นว่ากลไกของรัฐคือราชการไทยยังอ่อนแอเหมือนเดิมหรืออาจจะแย่ไปกว่าเดิม    ต่างชาติทั้งฝรั่งญี่ปุ่นเคยวิจารณ์ไว้ว่า   ข้าราชการไทยนี่ไม่ต้องขยันมากหรอก  เอาแค่ทำงานตามอำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น  ประเทศไทยก็จะรุ่งเรืองโชตช่วงชัชวาลย์อย่างไร้เทียมทาน

อนาคตทรัพยากรสาธารณะของชาติ   มีคำถามสุดท้ายฝากไว้กับทุกท่าน   การปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นมรดกของแผ่นดินนี้  ตราบใดที่ผู้มีหน้าที่ยังคงมีอาการง่อยเปลี้ยเสียขาอยู่อย่างนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไร  ยิ่งคิดยิ่งตกใจ

       ความเหนื่อยล้าในการทำงานครั้งนี้  ขออุทิศให้กับนักต่อสู้เพื่อแผ่นดินทุกท่านครับ

เอี่ยวแดง

20 มิ.ย 2550


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30