พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากรมว.คลัง ออกมาตรการกระตุ้นแศรษฐกิจออกมาทำให้วงการนักธุรกิจและเศรษฐกิจคลายความกังวลได้อีกเฮือกหนึ่ง จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ไม่รู้ว่ามีที่ปรึกษาคนไหนช่วย แต่ออกมาตามทฤษฎี แสดงให้เห็นว่ารัฐยังใช้มาตรการเดิมๆ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่เมื่อพิจารณาแล้ว ผลของมาตรการอาจแสดงผลช้า อาจนานถึง6-9 เดือน เนื่องจากเป็นมาตรการทางภาษี เพราะเดือนแห่งการเสียภาษี คือ เดือนมีนาคม ทำให้มาตรการที่ออกมาจะยังไม่ส่งผลในตอนนี้ มาตรการภาษีเป็นการลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจและคนธรรมดาทำให้มีเงินมากขึ้นเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค แต่พบว่าผลที่หวังนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะการลดภาษีทำให้เสมือนมีเงินมากขึ้นแต่เป็นเงินในอนาคตที่ มิใช่เงินสด กว่าผลจะออก เงินเฟ้ออาจสูงขึ้นจนกลบค่าของเงินไปแล้ว ทำให้คนอาจไม่ใช่เงินเพราะแม้รู้ว่าจะมีเงินมาในอนาคตแต่มิใช่เงินสด คนจะมองไปข้างหน้าและจะประหยัดเงิน ลดการใช้จ่ายจนกว่าจะมีเงินเพิ่มเข้ามา ที่เป็นตัวเงินจริงๆ ทำให้ผลของมาตรการอาจช้ากว่าที่คาดคิดไว้ การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้คนบริโภคมากขึ้นอาจไม่ใช่หนทางที่ดี เพราะทำให้คนบางส่วนจับจ่ายฟุ้งเฟ้อ ไม่มองดูสถานการณ์ ที่จริงแล้วคนไม่ใช้เงินหรือประหยัดเงินในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ควรเร่งกระตุ้นการบริโภค การที่รัฐบาลหวังจะได้เงินคืนจากอนาคตนั้นเป็นการหวังน้ำบ่อหน้าที่อาจมีหรือไม่มีก็ได้ รัฐควรกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนและรัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็นการสร้างงานมากกว่าให้ประชาชนใช้จ่ายเงิน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||