• e_ditor
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : e_ditor@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 8207
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
more
e_ditor
มุมข่าวสารและภาพจากการลงพื้นที่ พร้อมสาระดีๆที่มีมาฝาก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/editnews
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551
"โลกร้อน" อีกหนึ่งผลกระทบ 5 จังหวัดภาคกลาง เมื่อทะเลเซาะกลืนแผ่นดิน
Posted by e_ditor , ผู้อ่าน : 157 , 16:01:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


(ถอดเทปจากงานเสวนาวิชาการสร้างสุขภาคกลาง เรื่อง "หยุดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง หรืออ่านจากสกู๊ป http://www.naewna.com/news.asp?ID=92104) ระดับอุณภูมิของผิวโลกสูงขึ้น อากาศร้อนขึ้นและแห้งแล้งผิดปกติ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลสูงขึ้น แผ่นดินจะจมน้ำ น้ำจะท่วมเมือง ภัยธรรมชาติจะมีความรุนแรงมากขึ้น การ เกิดโรคระบาดจะรุนแรงขึ้น ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตเริ่มสูญพันธุ์ เหล่านี้ล้วนเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนทั้งสิ้น…

 

             เดี๋ยวนี้วิกฤติเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอากาศที่ผิดเพี้ยน เช่น หน้าหนาวฝนตกหนัก กระทั่งอากาศร้อนยาวนานและน้ำท่วมหรือสภาพภูมิประเทศที่แปรเปลี่ยน เช่น น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ก็บอกว่ามีสาเหตุมาจาก “โลกร้อน” ซึ่งเราได้ยินคำเหล่านี้อย่างหนาหูและต่อเนื่อง นั่นก็หมายความว่าโลกของเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้นหรือที่เราเรียกว่าโลกร้อน ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกแล้ว

            หากลองพลิกหน้าหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเก่าๆสักเล่มหนึ่งคำว่า “โลกร้อน” ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งมากล่าวถึงเมื่อ 2-3 วัน ที่ผ่านมา แต่เป็นเรื่องที่นักวิชาการได้ให้ความสนใจและติดตามมาตลอดเป็นเวลานับสิบๆปี...

            ภาวะโลกร้อน คือ การที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นจากการเพิ่มปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอากาศที่ห่อหุ้มโลก ซึ่งเราเรียกว่าภาวะเรือนกระจก หรือ Green house effect โดยตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ดังกล่าวล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์แทบทั้งสิ้น เช่น การใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองโดยการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม หรือในภาคการผลิตต่างๆ รวมทั้งปัจจัยเสริมคือ จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น การตัดไม้ลายป่า การเผาป่าเพื่อการทำเกษตร การใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิต เหล่านี้ล้วนเป็นตัวการหรือต้นเหตุในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซค์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลกและส่งผลให้เกิดโลกร้อนขึ้นทุกวัน

            เมื่อมองจากต้นเหตุแล้วทั้งหมดล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง !!! แล้วอะไรคือผลกระทบต่อเนื่อง

            ทั้งนี้จากการจัดอันดับประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 22 (172 ล้านตัน) จากทั้งหมด 209 ประเทศทั่วโลก และมีแนวโน้มว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมและท่อไอเสียรถยนต์ ของประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่น ประเทศไทยมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มีการประเมินว่าทั่วประเทศจะมีการขับขี่ยานพาหนะ เป็นจำนวนถึง 1.88 ล้านคัน และจะมีการปล่อยก๊าซออกมา 10 กิโลกรัม ต่อเชื้อเพลิง 4 ลิตร หากมีการขับขี่ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง 4 ลิตรต่อคัน ก็จะปล่อยคาร์บอนไดออก ไซด์ออกมา 18,800 ตัน และถ้าหากมองในภาคของการผลิต กระแสไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ ในเวลา 10 ชั่วโมง จะมีการใช้ถ่านหินหนัก ครึ่งกิโลกรัม ซึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือ 1.4 กิโลกรัม อีกทั้งการเผาไหม้ถ่านหิน และเชื้อเพลิงยังปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศและ เป็นหมอกควันที่ปิดบังแสงอาทิตย์ ทั้งยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกด้วย

จากการศึกษาขององค์การ NASA พบว่าปัจจุบันโลกของเราร้อนที่สุดในรอบ 12,000 ปี ซึ่งนักวิจัยได้มีการคาดการณ์เกี่ยวกับอุณหภูมิผิวโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2643 ว่า อุณหภูมิผิวโลกจะสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5 องศาเซลเซียส โดยจะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 63 และก๊าซมีเทนร้อยละ 27 ของก๊าซเรือนกระจก  และในช่วง 40 ปีนี้ ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าหากอุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้นประมาณ 2- 4 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นเปลี่ยนทิศทาง และมีความรุนแรงมากขึ้น ในอนาคตจะมีจำนวนการเกิดพายุใต้ฝุ่นถึงร้อยละ 10-20  นอกจากนี้ฤดูร้อนจะขยายเวลายาวนานขึ้น ในขณะที่ฤดูหนาวจะสั้นลง

ในเวลา 100 ปีที่ผ่านมา ขณะที่โลกมีอุณหภูมิร้อนเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 0.8 องศาโดยเฉลี่ย มนุษย์ยังประสบกับวิกฤตเหตุการณ์ต่างๆที่สร้างความปั่นป่วนได้อย่างมากมาย  ถ้าหากยังปล่อยให้โลกร้อนเพิ่มขึ้นถึง 5 องศา เมื่อนั้นคงกลายเป็นวันสิ้นโลก !!

            ซึ่งเป็นมุมมองและการคาดการณ์ของนักวิจัยจากต่างประเทศ...ขณะที่นักวิชาการในเมืองไทยเองก็ไม่ได้นิ่งดูดายกับปัญหาเหล่านี้...

 ดร. เชฏฐ์  ทับทอง ที่ปรึกษาอิสระด้านการจัดการพลังงาน ทีมเครือข่ายงานสร้างสุขภาคกลาง กล่าวว่า หากโลกนี้เพิ่มความร้อนขึ้น 1 องศาเซลเชียลโดยเฉลี่ย หลายร้อยล้านคนจะไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค และมีการอพยพย้ายถิ่นมากขึ้น น้ำท่วมบ่อยครั้ง และนานมากขึ้น  ปัจจุบันเริ่มพบแล้วในหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประเทศต่อไป และถ้าปล่อยให้โลกนี้ร้อนมากขึ้นเป็นบวก 2 องศาโดยเฉลี่ย จะพบว่า  30 เปอร์เซ็นต์ ของสิ่งมีชีวิตจะเริ่มล่อแหลม พืชพันธุ์ธัญญาหาญมีแนวโน้มที่จะลดลง แล้วถ้ายังปล่อยให้โลกนี้ร้อนขึ้นเป็น บวก 3 องศาโดยเฉลี่ย มนุษย์จะเข้าสู่ยุคสงครามการแย่งชิงอาหาร และถ้า โลกร้อน 4 องศาโดยเฉลี่ย สิ่งมีชีวิตทั่วโลกจะเริ่มสูญพันธุ์ รวมทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเล 30 เปอร์เซ็นต์จะเริ่มจมน้ำ สุดท้ายถ้าโลกร้อนเพิ่มขึ้นถึง 5 องศาโดยเฉลี่ย มนุษย์และสิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถอยู่บนโลกได้ !!!

            “ในอดีตประเทศไทยเคยมีสภาพภูมิอากาศถึง 3 ฤดู แต่ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาสภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง ฤดูหนาวที่เคยมีระยะเวลานานหลายเดือนได้หายไปจากประเทศไทยมากว่า 5 ปีแล้ว และในทางตรงกันข้ามฤดูร้อนกลับมีระยะเวลายาวนานมากขึ้น ในปี 2548 เกิดความแห้งแล้งอย่างมาก” โดย ดร. เชฏฐ์  ได้กล่าวและยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีให้เห็นในประเทศไทย อย่างเช่น เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมาได้มีปริมาณน้ำลดลง หรือโบสถ์วัดขุนสมุทราวาส จ.สมุทรปราการ ที่เคยห่างจากทะเลถึง 1 กม. แต่ปัจจุบันบางส่วนจมน้ำทะเล และภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือในปี พ.ศ.2553 ถ้าอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น 1 องศาโดยเฉลี่ย อุณหภูมิประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้น 1-6 องศา จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 30 เซนติเมตรถึง 1 เมตร คนไทยจะเจอเหตุการณ์พื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทยจะจมน้ำ และคนกรุงเทพจะพบกับปัญหาน้ำท่วม ส่วนพื้นที่ที่ห่างจากเขตบางขุนเทียนไม่เกิน 8 กิโลเมตร รวมทั้งจังหวัดที่เชื่อมต่อกับกรุงเทพ และจังหวัดที่มีแม่น้ำไหลสู่ทะเลอ่าวไทย มีโอกาสน้ำท่วมบ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเราจะเริ่มสังเกตเห็นจากสิ่งก่อสร้างบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลเริ่มจะจมน้ำ และระดับน้ำทะเลเริ่มกินพื้นแผ่นดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เช่น บริเวณเขตบางขุนเทียนที่ปริมาณระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเริ่มกินพื้นแผ่นดินเข้ามา 800-1000 เมตร โดยยังคงเห็นเสาไฟฟ้าและหลักกิโลทิ้งไว้เป็นหลักฐาน

            ขณะนี้ประเทศไทยกำลังสูญเสียพื้นแผ่นดินให้กับทะเล และหากสังเกตให้ดีภาวะน้ำท่วมจะเริ่มท่วมภาคกลางและภาคเหนือ ทุกปลายปี ซึ่งมีโอกาสท่วมหนักมากขึ้น

            5 จังหวัดภาคกลางที่จะประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะ ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา กรุงเทพ ฯ และจะลามไปถึงจังหวัดที่มีเขตติดต่อแม่น้ำลำคลองของ 5 จังหวัดนี้ และเชื่อมต่อออกทะเลอ่าวไทย ...

            การจัดงานสร้างสุขภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของภาคีสมัชชาสุขภาพภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ทั้ง 26 จังหวัดและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้แนวคิด “สุขอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานพอเพียง” ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง” เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดร่วมกันด้วยการตั้งคำถามว่า “ถ้าโลกร้อนมากขึ้นโลกและประเทศไทยจะประสบปัญหาอะไรบ้าง มนุษย์และสิ่งมีชีวิตจะดำรงอยู่ได้หรือไม่ เราจะมีส่วนช่วยโลกให้รอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้อย่างไร” 

ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศเช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ซึ่งสาเหตุมาจากพื้นที่ป่าที่ลดลง เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำการเกษตร การใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ จนเกินพอดี และปัญหาการเพิ่มของปริมาณขยะที่มากขึ้น ดังนั้นการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย จึงถูกนำมาเป็นแนวทางในการปฎิบัติใช้ในการหยุดวิกฤตโลกร้อน

ดร. เชฏฐ์  บอกว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาน้ำท่วม น่าจะนำหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปฎิบัติใช้เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาวะ เช่น ส่งเสริมให้มีการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ด้วยการลดใช้สารเคมี ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม ส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดให้เกิดกระบวนการคิดในการช่วยแก้ไขปัญหา กระตุ้นให้ประชาชนเกิดการตื่นตัว และตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และเกิดการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ โดยเชื่อมโยงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

การสร้างความพอเพียงในการดำเนินชีวิตให้เกิดเป็นกิจวัตรอย่างต่อเนื่องต้องปฏิบัติจริงโดยเริ่มจากบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงประเทศชาติผนวกกับการคิดหาเทคนิควิธีการตามศักยภาพให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประเทศ ก็จะทำให้ประเทศชาติสามารถรอดพ้นจากวิกฤตโลกร้อนได้

            โดยเจตนารมณ์ของภาคีสร้างเสริมสุขภาพภาคกลาง ได้เสนอยุทธศาสตร์ “สุขอย่างมีคุณค่า รู้รักษาสิ่งแวดล้อม” ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในการบริหารจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณค่า เพื่อการสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืนของชุมชน และส่งเสริมการเรียนรู้การพึ่งพาตนเอง การถ่ายทอดภูมิปัญญาเพื่อการสร้างสุขภาพของเครือข่ายชุมชน และเผยแพร่ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
paparazzigirl วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 16.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ITpaparazzigirl

ที่ประเทศจีนน้ำแข็งก้จะละลายแล้วอะทำไงดี

ปาปารัซี่
ความคิดเห็นที่ 1
สอนสุพรรณ วันที่ : 07/02/2008 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 


หุ หุ หุ นาน ๆ มาที ๒ entry เลยน่ะครับ...

อ่านม๊ะทัน...อ่ะ ต้องทะยอยอ่านเนาะ...

ไปสระแก้วกันมั๊ยหล่า...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29