• e_ditor
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : e_ditor@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 57
  • จำนวนผู้ชม : 8258
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
e_ditor
มุมข่าวสารและภาพจากการลงพื้นที่ พร้อมสาระดีๆที่มีมาฝาก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/editnews
วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม 2551
ปัญหา “แผลใจเรื้อรัง” ความจริง 3 ปี หลังสึนามิ
Posted by e_ditor , ผู้อ่าน : 72 , 13:07:17 น.  
พิมพ์หน้านี้


  •  

  • 3 ปีหลังสึนามิกับความจริงที่ว่าการเยียวยา “แผลใจ” เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ซึ่งปัจจุบันพบว่ายังมีผู้ประสบภัยอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มอาการ PTSD หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์ที่มีอาการ เครียด วิตกกังวล หวาดกลัวและนอนไม่หลับ ฝันร้าย ยังเห็นภาพติดตา ตื่นกลัวเวลาที่ได้ยินเสียงหรือสิ่งที่เตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ บางครั้งหวาดระแวง สะดุ้งผวา ใจสั่น อึดอัดไม่สบายใจ รวมทั้งมีภาวะซึมเศร้า เช่น ร้องไห้บ่อยๆ นอนไม่หลับ คิดถึงบุคคลที่เสียชีวิต ซึ่งกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง

  •             ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต จากการสำรวจติดตามภาวะสุขภาพจิตของประชาชนที่ประสบภัยสึนามิ ใน 2 ครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และกันยายน 2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มากที่สุดได้แก่ จ.พังงา กระบี่และภูเก็ต โดยความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ความร่วมมือไทย–สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (TUC) พบว่า ปัญหาสุขภาพจิต (ผู้ใหญ่) ครั้งที่ 1พบอาการ PTSD หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์  จำนวน 11.9 % ครั้งที่ 2 ลดลงเหลือจำนวน 4.7 % และภาวะซึมเศร้า ครั้งที่ 1 พบจำนวน 30.2 % ครั้งที่ 2 ลดลงเหลือจำนวน 14.9 % ขณะที่ปัญหาสุขภาพจิต (เด็ก) ครั้งที่ 1 พบอาการ PTSD หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์  จำนวน 13.3 % ครั้งที่ 2 ลดลงเหลือจำนวน 8.6 % ส่วนภาวะซึมเศร้า ครั้งที่ 1 พบจำนวน 10.4 % แต่ครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นมาเป็น 11.3 % ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่าความชุกของปัญหาสุขภาพจิตในเด็กมีแนวโน้มสูงขึ้น ในขณะที่ผู้ใหญ่มีแนวโน้มลดลง

  •  

  •                   

  •  

  • ทีมวิจัยมีความเห็นว่าเด็กยังฝังใจกับเหตุการณ์สึนามิ แม้เวลาจะผ่านมาช่วงหนึ่งแล้วก็ตาม เด็กยังมีปัญหาเครียดและซึมเศร้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ด้อยโอกาส เช่น กลุ่มที่กำพร้าพ่อ แม่ ซึ่งได้มีการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นด้านจิตใจกับเด็ก โดยการให้เด็กได้ระบายความเครียด และแสดงความรู้สึก การสร้างเสริมความเข้มแข็งด้านอารมณ์และการส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสมในรายที่มีปัญหาด้านจิตใจและอารมณ์

  •             ล่าสุดเมื่อวันที่ 12-18 กุมภาพันธ์ 2551 ทางกรมสุขภาพจิตได้ทำการศึกษาติดตามภาวะสุขภาพจิตของประชาชนที่ประสบภัยสึนามิ เป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่ จ.พังงา จำนวน 791 ราย แบ่งเป็น อำเภอเมือง จำนวน 14 ราย อ.ตะกั่วป่า 571 ราย อ.ตะกั่วทุ่ง 35 ราย และ อ.ท้ายเหมือง 171 ราย ซึ่งเป็นการติดตามผู้ประสบปัญหารายเดิม รวมทั้งการติดตามผู้มีปัญหารายใหม่ด้วย โดยใช้ทีมเก็บข้อมูลจากหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต 6 แห่ง รวม 42 คน ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก TUC เป็นการเก็บข้อมูลประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่งานสำรวจสุขภาพจิตได้มีการนำเทคโนโลยี Pocket PC  มาใช้ในการเก็บข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วขึ้น แม่นยำ และสามารถเก็บข้อมูลได้ในปริมาณที่มาก โดยเป็นการเก็บข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์ ด้านสุขภาพทั่วไป ด้านเกี่ยวกับสังคม ใช้ควบคู่กับแบบสอบถามด้านสุขภาพจิต เพื่อเก็บข้อมูลในเชิงลึกเพื่อบันทึกกลุ่มอาการแบบฮอพกินส์ในการตอบคำถามเกี่ยวกับอาการในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์กลุ่มอาการกังวลและกลุ่มอาการซึมเศร้า รวมทั้งการเก็บข้อมูลบันทึกอาการบาดเจ็บแบบฮาร์วาร์ด เป็นการถามเกี่ยวกับประวัติและอาการในอดีตและปัจจุบัน เพื่อสำรวจถึงประสบการณ์หรือการพบเห็นเหตุการณ์ในตอนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการตรวจเกี่ยวกับกลุ่มอาการเครียดหลังการบาดเจ็บ และพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย

  •             รายงานผลเบื้องต้นจากการสำรวจในครั้งที่ 3 นี้ พบปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มอาการ PTSD 2.7 % ซึมเศร้า 13.4% วิตกกังวล 18 % และทุกข์โศก 15.3 % ข้อมูลนี้เป็นการสะท้อนสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตที่ชี้ให้เห็นว่า ยังมีผู้ประสบภัยจำนวนไม่น้อยที่ยังมีปัญหาสุขภาพจิตอยู่ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านมาถึง 3 ปีแล้วก็ตาม

  •  

  •             นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานในครั้งที่ 3 นี้นอกจากจะเป็นการเฝ้าสำรวจและศึกษาเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการติดตามภาวะจิตใจและประเมินผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประสบภัยแล้ว ยังทำให้ทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนว่ามีความรุนแรงแค่ไหนแล้ว จะเป็นวิธีหนึ่งในการช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยทางจิตใจซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมสุขภาพจิตได้เตรียมระบบรองรับอยู่ 2 ระบบ คือ 1.ระบบรองรับตามสวัสดิการสุขภาพแห่งชาติที่เปิดให้รับบริการ เช่น ที่ เขาหลัก จ.พังงา มีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิตผู้ประสบภัยสึนามิ ซึ่งได้เปิดทำการมาตั้งแต่ 26 พฤษภาคม 2548 มีจิตแพทย์และทีมสุขภาพจิตผู้เชี่ยวชาญให้บริการอยู่โดยที่นี่จะเป็นศูนย์สุขภาพจิตแบบเบ็ดเสร็จ มีการบริการเชิงรุก มีฐานข้อมูลการเฝ้าระวังหลังภัยพิบัติ มีการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง มีการประสานงานกับองค์กรต่างๆ รวมทั้งงานวิจัย ที่โรงพยาบาลพังงา เป็นต้น 2.ระบบรองรับกรณีที่พบปัญหาที่ยุ่งยากและซับซ้อน สามารถประสานทีมในพื้นที่ให้เข้าไปช่วยเหลือได้ มีทีมเคลื่อนที่และมีทีมที่ส่งต่อให้โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ดูแลต่อไป

  •             “งานของกรมสุขภาพจิตก็ต้องเข้าให้ถึงพื้นที่ทั้ง 6 จังหวัดที่ประสบภัย ส่วนไหนที่มีปัญหาอยู่ก็ต้องเร่งดำเนินการ แม้ว่าการสำรวจในครั้งที่ 1 และ 2 จะมีอาการดีขึ้น ก็จะต้องคอยติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการจัดการปัญหาชีวิตด้วย รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นมาได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นอาการที่แทรกซ้อนหลังเหตุการณ์ที่ไม่ได้แสดงออกให้คนอื่นได้เห็นไม่ซึมเศร้า และทำงานได้ตามปกติ แต่การปฏิบัติจะไม่เหมือนคนอื่น อย่างเช่นการที่มีชาวบ้านบางรายเก็บโรงศพบุคคลอันเป็นที่รักมาไว้ที่บ้าน คอยบูชากราบไหว้ ตรงนี้เพื่อนบ้านหรือญาติก็ควรสังเกตุและดูด้วย”  รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

  •             นางดวงพร จุงจิตร์ พยาบาลวิชาชีพ 7 วช. สถานีอนามัยน้ำเค็ม กล่าวว่า ในพื้นที่ดูแลของ สอ.น้ำเค็ม จะทำการลงพื้นที่ทำการสำรวจติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าถึงประชาชน เมื่อพบผู้ประสบปัญหาก็จะทำการประเมินโดยใช้แบบ HQ12 PLUS ของ รพ.สวนสราญรมย์ ตรวจสอบอาการซึมเศร้า วิตกกังวล PTSD และการทำร้ายตนเอง ซึ่งจะมีเกณฑ์บอกเช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ น้ำหนักลด และถ้าพบอาการน่าเป็นห่วง ก็จะต้องส่งให้กับ รพ.ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปของจังหวัดและถ้าหากเกินความรับผิดชอบก็จะส่งรพ.สวนสราญรมย์ ที่ดูแลด้านจิตเวชโดยตรง

  •             ด้าน นางปรีดา สงวนวงศ์ หัวหน้าสถานีอนามัยน้ำเค็ม เล่าว่า ปัญหาและอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ติดตามสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลจากผู้ประสบภัยสึนามิที่เคยให้ข้อมูลมาแล้วเมื่อครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งมีจำนวนเกือบ 800 คน มีเหตุปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน เริ่มตั้งแต่การย้ายถิ่นฐานออกไปของผู้ประสบภัย หรือบางคนให้ข้อมูลจากการสำรวจเมื่อครั้งก่อนว่าอยู่ในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบอำเภอนี้ แต่กลับอาศัยอยู่ที่อื่นซึ่งห่างจากพื้นที่รับผิดชอบยากแก่การติดตาม รวมถึงการที่ผู้ประสบภัยไม่มาตามเวลาที่นัดหมาย ซึ่งอาจเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดจากการประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นหรือเป็นเพราะว่าชาวบ้านเองอาจยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือการที่ชาวบ้านให้ความสำคัญกับเรื่องทำกินมากกว่าก็เป็นอุปสรรคในการเก็บข้อมูลด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่รถที่ใช้ในการลงพื้นที่ก็ยังต้องใช้รถที่ไม่มีเครื่องหมายของกรมสุขภาพจิต ซึ่งอาจเป็นเพราะชาวบ้านมีทัศนคติเชิงลบว่าการไปใช้บริการด้านสุขภาพจิตที่จัดให้บริการแบบเปิดเผยหรือในรูปแบบเคลื่อนที่ จะถูกมองว่าเป็นบ้า “การจัดบริการด้านสุขภาพจิต ต้องคำนึงถึงทัศนคติ ความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวบ้าน รวมทั้งกลยุทธ์ที่จะใช้ในชุมชนด้วย”

  •             3 ปีกับการทำงานเยียวยาแผลทางใจให้กับผู้ประสบภัยสึนามิ นอกจากการเป็นผู้มอบหมายนโยบายเสมือนแม่ทัพแล้ว การลงพื้นที่จากกรุงเทพ - ใต้เพื่อติดตามศึกษาดูงานด้วยตนเองก็ทำให้สามารถเข้าใจและเข้าถึงปัญหาได้ดี

  •             นพ.วชิระ เล่าว่า “หลังเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆแทบไม่เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านเลย มีแต่แววตาที่ไร้ความสุข และความหวาดวิตก ปัจจุบันดีขึ้นเยอะได้เห็นรอยยิ้ม ได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านหลายคนก็บอกว่าดีขึ้นทำใจได้แล้ว แต่ก็ตกใจ ขาสั่น ใจสั่นอยู่บ้างเวลาได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย ยอมรับว่าการเยียวยาบาดแผลทางใจของชาวบ้านเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย งานด้านสุขภาพจิตจึงต้องมีการทำอย่างต่อเนื่องถ้าถามว่าปล่อยให้เงียบไปสักปีได้ไหม ก็คงทำไม่ได้หากเปรียบกับปัญหาทางกายคล้ายคนมีหนองติดอยู่ภายใน หากไม่บ่งออกมาก็จะกลายเป็นปัญหาทีหลัง โรคมะเร็ง เบาหวาน ยังมีโปรแกรมในการบำบัดรักษา แต่โรคทางสุขภาพจิตไม่สามารถแก้ไขความสูญเสียที่เกิดขึ้นให้กลับมาใหม่ได้ โดยเฉพาะการสูญเสียบุคคลในครอบครัว “ปัญหาด้านจิตใจ” เป็นเรื่องที่ซับซ้อนต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องเยียวยา ไม่ไปรื้อฟื้นเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมา รวมถึงการพยายามลืมเหตุการณ์แล้วเริ่มชีวิตใหม่ นอกจากนี้ การใช้กระบวนการกลุ่ม ด้วยการรวมตัวของผู้ประสบภัย ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นเรื่องที่มีผลต่อการเยียวยาด้านจิตใจได้มาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติ หากมีเพื่อน ๆ ช่วยกันประคับประคอง ก็จะช่วยทำให้ลืมเรื่องร้าย ๆ ได้และสามารถผ่านวิกฤติให้ชีวิต ดำเนินอยู่ได้”

  •             นายถวิล ด้วงใส อายุ 65 ปี ชาวบ้านแหลมสนและอาสาสมัครประจำหมู่บ้านน้ำเค็ม เล่าว่า จากเหตุการณ์ต้องสูญเสียภรรยา ลูก และญาติ รวม 6 ชีวิต ใจจะขาดในช่วงนั้น คิดจะทำร้ายตนเอง ต่อมามีเจ้าหน้าที่มีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิตผู้ประสบภัยสึนามิ จ.พังงา เข้ามาพูดคุยและให้กำลังใจอยู่เสมอและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีอาการดีขึ้นและสามารถ ทำใจกับเหตุการณ์ได้ แล้วปัจจุบันยังต้องเข้ามารับยาและพูดคุยกับจิตแพทย์ ถึงแม้บางครั้งจะมีอาการตื่นกลัว กับเสียงจากสัญญาณเตือนภัย มีอาการขาสั่นอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนอื่นๆ เพื่อช่วยภาครัฐและถือว่าเป็นการอยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจะได้มีเพื่อน เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว กว่าที่ตนเองจะยืนได้ถึงวันนี้ต้องแบกรับความรู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียบ้านและญาติที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน จึงขออาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการให้กำลังใจผู้ประสบภัยรายอื่นและอย่าท้อกับสิ่งที่ผ่านมา

  •             สำหรับงบประมาณในการเยียวยา นพ.วชิระ บอกว่า ทางกรมฯ ได้มีการจัดสรรให้กับโรงพยาบาลต่อเนื่อง  การทำงานเยียวยาปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัยต้องทำอย่างต่อเนื่องและอาศัยความเข้าใจจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะด้านงบประมาณอาจยังไม่เข้าใจหรือตั้งคำถามว่าเหตุการณ์สึนามิผ่านมา 3-4 ปีแล้วปัญหายังไม่หมดอีกหรือ ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกต้องในทรรศนะของงบประมาณ

  •             แต่ถ้าเป็นในมุมของทีมสุขภาพจิตหรือนักวิชาการ เห็นว่าปัญหาทางจิตที่เกิดขึ้นไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาแค่ 2-3 ปี เพราะบาดแผลทางจิตใจอยู่ลึกและนาน รักษายากกว่าบาดแผลทางกาย และที่สำคัญโอกาสที่จะถูกละเลยก็ง่าย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการตามวัย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก...

  •            

  •  ที่สำคัญผลจากการสำรวจที่ออกมาในครั้งนี้จะเป็นตัวยืนยันที่เรียกว่าเป็นทางวิทยาศาสตร์ มานำเสนอกับผู้บริหารประเทศที่กำกับนโยบาย ซึ่งเป็นผู้จัดสรรงบประมาณ จากการสำรวจในครั้งที่ 1-2 ที่ผ่านมาตัวเลขการเจ็บป่วยยังคงทรงตัวถึงแม้ การสำรวจครั้งที่ 3 นี้ตัวเลขลดลง แต่จะเป็นการนำมาสร้างระบบที่มีความพร้อมและดีพอ เพื่อจะให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตรงตามความต้องการและนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากวิกฤติเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อไป

  •  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

เมืองไทยใหญ่อุดมจริงหรือ ทำไมเมืองไทยจึงเป็นแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 3
SuperJ วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/superJ

แม้แต่คนนอกพื้นที่ยังเศร้าไม่หาย แล้วนับประสาอะไรกับผู้สูญเสีย เศร้าทุกครั้งที่นึกถึง สงสารและเห็นใจคงได้แต่มอบกำลังใจครับ
ความคิดเห็นที่ 2
คนกุลา วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

ตัวหนังสือ ทับกัน อ่านไม่ได้ อะ ครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
คนกุลา วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31