พิมพ์หน้านี้
|
ที่ผ่านมาการใช้ส้วมสาธารณะในโรงเรียนอาจมีปัญหาที่นักเรียนบางคนไม่ยอมใช้ส้วมในโรงเรียน และต้องรอกลับไปใช้ส้วมที่บ้าน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของตัวเด็กเอง เหตุเพราะห้องส้วมไม่สะอาด สภาพห้องน้ำค่อนข้างเก่า ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน สุขภัณฑ์บางชิ้นชำรุดเสียหาย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เกิดสุขอนามัยที่ดีแก่นักเรียน วันนี้คอลัมน์ รู้ไว้...อนามัยดี๊ดี ขอนำท่านผู้อ่านไปดูอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ นั่นก็คือ งานมอบส้วมสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย เพื่อเด็กไทยอนามัยดี ณ โรงเรียนบ้านสวนหลวง จังหวัดสมุทรสาคร โดยกรมอนามัย ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัท วี.อาร์. ยูเนี่ยน จำกัด ที่ให้การสนับสนุนในการสร้างส้วมให้กับทางโรงเรียน และติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ราวกันลื่น ที่จับราวประตู ตะแกรง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ กรมอนามัยได้ร่วมกับภาคีต่างๆ วางแผนที่จะดำเนินโครงการพัฒนาส้วมสาธารณะไทย ตั้งแต่ปี 2549 เพื่อสนับสนุนและพัฒนาส้วมสาธารณะไทย อาทิ วัด โรงเรียน ปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร สถานีขนส่ง ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ (HAS) ร้อยละ 60 และผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกต้อง ร้อยละ 60 ส้วม ในสถานศึกษาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญ เพราะหากการสุขาภิบาลและมีสุขอนามัยที่ไม่ดี จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง ซึ่งข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ทั่วโลกมีประชากรเสียชีวิตด้วยโรคอุจจาระร่วงปีละ 1.8 ล้านคน โดยในจำนวนร้อยละ 90 ของประชากรที่เสียชีวิตเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ส่วนมากเป็นเด็กในประเทศที่กำลังพัฒนา การเตรียมการป้องกันปัญหาดังกล่าวในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งหากมีสุขอนามัยที่ดี เช่น การส่งเสริมให้มีการล้างมือสามารถลดอัตราการตายได้มากกว่าร้อยละ 45 เป็นการป้องกันให้เด็กรักษาความสะอาด ปลอดภัยได้ การดำเนินงานในครั้งนี้นับว่าเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่สำคัญของการสุขาภิบาลในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ จากการส่งมอบส้วมให้กับทางโรงเรียนบ้านสวนหลวงแล้ว กรมอนามัยยังได้มีการอบรมนักเรียนให้มีความรู้ด้านการสุขาภิบาลและอนามัยที่ดี และจัดตั้งชมรมของนักเรียนให้รู้จักป้องกันโรค โดยมีศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี ได้เข้ามาจัดการฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้และทักษะให้เด็กนักเรียนรู้จักวางแผนการดูแลส้วมสาธารณะ อย่างเรื่องของการสร้างกระบวนการให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมในการดูแลห้องน้ำ เช่น การแบ่งเวรในการทำความสะอาด เพื่อไม่ให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ของนักการภารโรงเพียงอย่างเดียว การใช้น้ำยาต้องไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องของการทำความสะอาดที่จะต้องมีความละเอียดในการดูแลตามซอกมุม หรือจุดที่มีคราบฝุ่นเข้าไปเกาะได้ง่าย รวมทั้งหมั่นดูแลบริเวณที่มีการปนเปื้อนมากที่สุด ก็คือ สายฉีดน้ำชำระ พื้นห้องส้วม ที่รองนั่งโถส้วม ที่กดปัสสาวะ ที่เปิดก๊อกน้ำสำหรับล้างมือและกลอนประตูหรือลูกบิดประตูส้วมด้านในและด้านนอก ที่สำคัญห้องน้ำที่ดีจะต้องแห้ง คือเมื่อทำความสะอาดแล้วจะต้องเช็ดให้แห้ง เพื่อคงความสะอาดและน่าใช้อยู่เสมอ ทั้งยังเป็นการป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นในห้องน้ำได้ พร้อทั้งเน้นย้ำให้เด็กรู้จักล้างมือและเช็ดมือให้แห้งหลังจากใช้ห้องน้ำเสร็จแล้วทุกครั้ง ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์ด้านจิตวิทยาให้เด็กมีเจนคติในการเอื้ออาทรกับผู้ที่มาใช้ส้วมสาธารณะร่วมกัน ในการหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ซึ่งเป็นการช่วยเสริมให้เด็กนักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองมีส่วนร่วมในการคิดวางแผนตัดสินใจ ที่จะช่วยกันรักษาดูแลและจัดการส้วมของโรงเรียนให้คงสภาพน่าใช้อยู่เสมอ นับเป็นอีกหนึ่งมิติในการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดี นอกจากจะได้วิชาความรู้ในชั้นเรียนแล้วนักเรียนยังได้บทเรียนจากการร่วมกันปฎิบัติที่สามารถนำไปใช้ปฎิบัติในบ้านได้ด้วย และที่สำคัญยังเป็นการสร้างจิตสาธารณะที่ดีอย่างหนึ่ง |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |