พิมพ์หน้านี้
|
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ อยู่ในเขต จ.น่าน บริเวณเทือกเขาดอยภูคา ยอดดอยภูคาคือสัญลักษณ์ของจังหวัดน่าน สูงถึง 1,980 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยความสูงและเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์นี่เอง ในบริเวณจึงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม อีกทั้งเป็นต้นกำเหนิดแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่แสนบริสุทธ์มากมายที่น้อยคนนักจะรู้จัก เช่น น้ำตกภูฟ้า ยอดดอยภูคา ชมพูภูคา น้ำตกศิลาเพชร ถ้ำผาเก้า เต่าร้างยักษ์(ปาล์มดึกดำบรรพ์) บ่อเกลือ และจุดชมวิวหลายแห่ง สภาพภูมิอากาศ โดยทั่วไปที่อุทยานฯดอยภูคามี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ตั้งแต่ พฤษภาคม - ตุลาคม; ฤดูหนาว ตั้งแต่ พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์; ฤดูร้อนเป็นช่วงสั้นๆ ตั้งแต่ มีนาคม - เมษายน ลักษณะพรรณพืช ป่าดอยภูคา คือ แหล่งรวมหลายชนิดของป่า เช่น ป่าดงดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ ในประเทศไทยจะพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียว ต้นชมพูภูคาเป็น ไม้ขนาดใหญ่ ในป่าดงดิบเขาที่เวลาออกดอก ดอกจะมีความสวยงามกว่าดอกไม้ในป่าดงดิบเขาชนิดอื่นๆ เต่าร้างยักษ์ เป็นปาล์มพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ เป็นแห่งแรกหายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ ชึ้นกระจัดกระจาย บนเทือกเขาหลวงพระบางระดับสูง (บริเวณดอยภูคาจังหวัดน่าน) เพียงแห่งเดียวและคาดว่ายังหลงเหลือบ้าง ในป่าดิบเขาที่ยังไม่ถูกรบกวนมากในฝั่งลาวของเทือกเขาหลวงพระบาง ต้นเต่าร้างยักษ์จะขึ้นตามไหล่เขาที่ลาดชัน ต้นเมเปิ้ล ที่พบที่นี่จะแตกต่างจากต้นเมเปิ้ลที่อื่น คือ มีใบ 5 แฉก เมเปิ้ลที่พบที่อื่นจะมีใบ 3 แฉก โรงเรียนบ้านเปียงซ้อ โรงเรียนสวย คุณภาพดี ที่ปลายดอย |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||