พิมพ์หน้านี้
|
(ภาพจากศูนย์ภาพเนชั่น) ผมเรียนจบชั้น ป.6 ที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคาน อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ทางบ้านฐานะยากจนจึงบวชเรียนต่อชั้น ม.1-6 ที่วัดจันทรังษี อ.วังสะพุง จ.เลย ด้วยความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กว่าโตขึ้นอยากเป็นหมอ พอเรียนจบ ม.6 จึงไปสมัครสอบที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แต่สอบไม่ติด จึงไปหาหนังสือเกี่ยวกับแพทย์มาอ่าน เลยพอมีความรู้บ้าง จึงไปสมัครทำงานตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ สมุทรสาคร หนองคาย และอุดรธานี แต่ก็ทำงานได้ไม่นาน เนื่องจากถูกจับได้ว่าเป็นหมอปลอม สุดท้ายจึงมาเปิดคลินิกที่กิ่ง อ.กู่แก้ว โดยนำปริญญาบัตรของผู้อื่นไปปลอมด้วยการแก้ไขชื่อเป็นชื่อของตัวเอง พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลเป็น "โรซาร์พิทักษ์ โดยระบุว่า จบการศึกษาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เกียรตินิยมอันดับ 2 ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อมารักษาร่วม 600 ราย นั่นคือคำให้การรับสารภาพของนายสมิทธิ์ โนนเสนาเมื่อครั้งถูกตำรวจ จ.อุดรธานีบุกจับกุมคาคลินิก สมิทธิ์การแพทย์และสุขภาพ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2550 พร้อมกับหลักฐานปลอมหลายรายการ เช่น สำเนาใบปริญญาบัตรแพทยศาสตร์ สำเนาประกาศนียบัตรจากสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ด้วยความที่อยากเป็นหมอแต่ถูกตีตราว่ามีแค่วุฒิการศึกษาแค่ม. 6 การถูกจับคาคลินิกที่เขาเปิดเองในครั้งนั้นเขาถูกแจ้งข้อหาหนัก 5 ข้อหาคือ 1.ประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ว่าพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิชอบ 3.ใช้คำว่านายแพทย์ประกอบกับชื่อ หรือนามสกุลของตนโดยไม่มีสิทธิ 4.ใช้คำแสดงวุฒิการศึกษาทางแพทยศาสตร์ประกอบกับชื่อ หรือนามสกุลของตนเองโดยไม่มีสิทธิ และ 5.ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม . รวบหมอเถื่อนคาคลินิก ย่านเจริญนคร หลังหมอ รพ.เจริญกรุงฯ ตัวจริงโผล่แจ้งจับ สารภาพเรียนจบแค่ ม.6 ใช้วิธีหาชื่อหมอในเว็บไซต์โรงพยาบาล ก่อนจ้างร้านถ่ายเอกสารทำบัตรปลอมแอบอ้าง พบเคยถูกตำรวจบุกทลายคลินิกเถื่อนที่อุดรฯ เมื่อ 6 เดือนก่อน คำโปรยหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับเช้าวันนี้ (16 พ.ย.2550) หมอเถื่อน ที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน... นายสมิทธิ์ โนนเสนา คนเดิมนั่นเอง ขณะที่อยู่ระหว่างการประกันตัวสำหรับคดีที่ถูกจับเมื่อเดือนพฤษภาคม สมิทธิ์ เข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับแอบอ้างชื่อนพ.เดชพร พุทธิวรา จากการค้นหาชื่อทางเวบไซต์ หลังจากนั้นก็ไปทำบัตรประจำตัวแพทย์ปลอมในราคา 80 บาทจากนั้นก็ไปสมัครงานที่คลินิกแพทย์แห่งหนึ่งย่านเจริญนคร "ผมทำงานที่นี่ได้แค่ 4 วัน ส่วนใหญ่จะเจอคนไข้ที่เข้ามารักษาเบื้องต้น แค่พวกป่วยตัวร้อน จริงๆ แล้วผมเรียนจบแค่ชั้น ม.6 เท่านั้น และที่ผมรักษาคนไข้ได้เนื่องจากไปหาตำราแพทย์มาอ่าน จึงพอจะเป็นอยู่บ้าง ที่ทำไปเพราะต้องการหาเงินไปจ่ายหนี้และเอาไว้เที่ยวเตร่" นายสมิทธิ์ กล่าวด้วยสีหน้าสลด ที่ถูกจับก็เพราะหมอตัวจริงบังเอิญไปพบคนไข้จากคลินิกที่ถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาล มีชื่อของตัวเองเป็นหมอเจ้าของไข้ . นอกจากเรื่อง "หมอเถื่อน / หมอเก๊" ที่พอทำให้คนอ่าน และนักเล่าข่าวทางทีวีมีรอยยิ้มที่มุมปากรวมไปถึงความหละหลวมในการปลอมแปลงเอกสารเป็นสิ่งที่เราควรกังวลแล้ว... แต่สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้ได้ในกรณีนี้คือระบบการศึกษาไทยมีปัญหา เราไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริงที่สมิทธิ์ โนนเสนาอยากเป็นหมอนั้นคืออะไร แต่นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความล้มเหลวในระบบการศึกษาไทยที่ใช้ระบบแพ้คัดออก สิ่งที่สมิทธิ์ทำแม้จะไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและหมิ่นเหม่ต่อการทำร้ายผู้อื่น แต่ถ้ามองในแง่ของความพยายามของเขา กับความพยายามในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันนับว่าเป็นเรื่องน่าชื่นชม ...สิ่งที่ผมคิดได้ในกรณีนี้คือ...ถ้าอยากเป็นหมอมากขนาดนี้... แทนที่จะจับเข้าคุก จับเขาไปเรียนแพทย์ให้สมกับที่เขาตั้งใจจริงๆ เราอาจจะได้แพทย์ดีๆ มาประดับวงการแพทย์ไทยคนหนึ่งก็ได้... ลองฟังสมิทธิ์ โนนเสนาดูอีกครั้งครับ... |
| Myanmar Uprising | ||
พระสงฆ์ - ประชาชนพม่าประท้วงเผด็จการทหาร |
||
|
View All |
||
| If I had Eyes | ||
Jack Johnson |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |