• emedicius
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 22155
  • จำนวนผู้โหวต : 25
  • ส่ง msg :
more
More peaceful life you spend. More happiness you got.
คำเตือน : รัฐประหารคือยาเสพติดประเภทที่...เสพแล้วเลิกยาก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/emedicius
วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
โรงถลุงเหล็กสหวิริยาบนซากศพชาวบ้านบางสะพาน
Posted by emedicius , ผู้อ่าน : 492 , 05:31:25 น.   | หมวดหมู่ : Lookin' Around  
พิมพ์หน้านี้


ความพยายามก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก -  หินกรูด -  ทับสะแก ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรงในรอบเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

 

(ไม่รวมถึงความพยายามก่อสร้างเขื่อนอีกหลายเขื่อน เช่น เขื่อนท่าแซะ ที่จ.ชุมพร)

 

 

การออกมาบอยคอตของกลุ่มชาวบ้านอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อการชี้แจงของเครือสหวิริยาที่จะสร้างโรงถลุงเหล็ก เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา (จนนำมาสู่การประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่) ทำให้ภาพความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆ ปะทุกลับมาอีกครั้ง

 

 

และความรุนแรงล่าสุดที่มีการปะทะกันระหว่าง “ม็อบเสื้อแดง” ที่สนับสนุนโครงการ และว่ากันว่าได้รับการหนุนหลังจากโรงถลุงเหล็ก และ “ม็อบเสื้อเขียว” ที่ต่อต้านโครงการจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย นับว่าเป็นเหตุความรุนแรงที่ไม่ยากเกินจะเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการปะทะกันประปรายมาแล้ว

 

 

กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่างสหวิริยาเข้ามาปักหลักในพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2533 ถือว่าเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเขตเวสเทิร์นซีบอร์ด โดยอุตสาหกรรมเหล็กรีดร้อน ทำรายได้ให้แก่เครือสหวิริยานับแสนล้านต่อปี

 

 

โดยอุตสาหกรรมเหล็กของสหวิริยา ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ให้เป็น 1 ใน 13 อุตสาหกรรมเป้าหมายในการ "สร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจและสังคมของชาติ"

 

 

หากมองย้อนกลับไป เครือสหวิริยา มีโอกาสทะยานติดปีกขึ้นสู่ทุนข้ามชาติในระดับโลกตั้งแต่เมื่อ10 ปีที่แล้ว หากประเทศไทยไม่ประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เสียก่อน เพราะช่วงเวลานั้น สภาพัฒน์ ในฐานะนักวางแผนเศรษฐกิจของชาติ หนุนส่งให้เครือสหวิริยา เป็นหัวหอกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเต็มรูปแบบในเขตเวสเทิร์นซีบอร์ด ทั้งอุตสาหกรรมเหล็กและนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึงกับวางแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ในจ.ประจวบฯ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้แก่ลูกค้าสำคัญคือ เครือสหวิริยา

 

 

ร่วม10 ปีให้หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ เครือสหวิริยา เร่งพลิกฟื้นโครงการถลุงเหล็กขึ้นมาใหม่ ด้วยความเพียรพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่ง ครม.ยุคทักษิณ มีมติเห็นชอบเมื่อปี 2548 หลังจากถูกตั้งคำถาม ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายถึงการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะไทยไม่มีวัตถุดิบรองรับต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งหมด ศักยภาพการแข่งขันต่ำ เครือสหวิริยามีปัญหาเรื่องเงินทุนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเอ็นพีแอลแก่ประเทศชาติโดยรวม

        

 

การลงทุนของเครือสหวิริยาในอภิมหาโปรเจกต์โรงถลุงเหล็กมูลค่า 5 แสนกว่าล้าน ถือเป็น "จิ๊กซอว์" สำคัญของ 2 เป้าหมายใหญ่ หนึ่ง คือการปั้นยอดขายให้ถึง 2 แสนล้านบาทภายใน 5-10 ปีข้างหน้าโดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กเป็นตัวทำรายได้ที่สำคัญ จากปัจจุบันเครือสหวิริยามีรายได้เกือบแสนล้านจากโรงเหล็กรีดร้อนที่บางสะพาน และ สอง การก้าวขึ้นเป็นบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กยักษ์ใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก หลังการลงทุนโรงถลุงเหล็กครบทั้ง 5 เฟสภายในระยะเวลา 15 ปี

 

 

นับเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า ที่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนรอบป่าพรุแม่รำพึง อ.บางสะพาน กับเครือสหวิริยา เจ้าของโครงการโรงถลุงเหล็กมูลค่าหลายแสนล้านได้เผชิญหน้า ท้าทายซึ่งกัน

 

 

ข้อเขียนรายงานพิเศษ “บนเส้นทางพัฒนาคู่ขนาน ป่าพรุแม่รำพึงVSโรงถลุงเหล็กสหวิริยา” จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 รายงานว่า

เหตุผลสำคัญของฝ่ายชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน เพราะบริเวณที่เครือสหวิริยา จะเข้าปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการนั้นเป็นพื้นที่ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ชุมชนโดยรอบและคนนอกพื้นที่เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่สำคัญคือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งรับน้ำหรือแก้มลิงธรรมชาติของชาวบางสะพานก่อนไหลลงสู่ทะเล

 

 

"ตามแผนก่อสร้างบริษัทจะถมที่ดินบริเวณป่าพรุสูงขึ้นจากเดิมถึง 7 เมตร หมู่บ้านรอบๆ น้ำท่วมหมดรวมทั้งอำเภอบางสะพานด้วย เพราะไม่มีพื้นที่รับน้ำ และทางน้ำไหลลงสู่ทะเลถูกปิดกั้น" วิฑูร บัวโรย ชาวบ้านหมู่ 1 ต.แม่รำพึง บอกกล่าวถึงสิ่งที่จะตามมาหลังโครงการนี้เกิดขึ้น

 

 

วิฑูร ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็เห็นสภาพป่าพรุแม่รำพึงมาร่วม 38 ปี โดยไม่มีใครถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ ชาวบ้านต่างร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าพรุที่เป็นป่าสาธารณะโดยธรรมชาติแห่งนี้ทั้งการหาปูปลา เก็บผักหญ้าสมุนไพร ใบจาก มาใช้ประโยชน์ ฯลฯ จึงนึกไม่ถึงมาก่อนว่า ป่าพรุที่เกื้อกูลหล่อเลี้ยงชีวิตรอบผืนป่าแห่งนี้จะมีเครือสหวิริยา ถือเอกสารสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของ

 

 

"บริษัทอ้างว่าเขามีเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่พวกเราถามว่าออกเอกสารสิทธิกันมาได้อย่างไร" วิฑูร และชาวแม่รำพึง เฝ้าเพียรถามและร่วมต่อสู้เพื่อให้มีการพิสูจน์ความจริง โดยยื่นหนังสือร้องเรียนไปหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

 

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ โดย หาญณรงค์ เยาวเลิศ รองเลขาธิการฯ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ลงพื้นที่สำรวจศึกษาสภาพพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึง ตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน และฟันธงว่า "จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้มา 10 ปี ขอตอบว่าพื้นที่นี้ใช่พื้นที่ชุ่มน้ำแน่นอน"

 

 

ผลสำรวจของมูลนิธิคุ้มครองฯ พบว่า บริเวณดังกล่าวซึ่งเมื่อดูจากแผนที่จะเห็นเป็นรูปคล้ายตัวนก เป็นพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งเรียกว่าป่าพรุ มีป่าเสม็ดขาวและกระจูด ตามการสำรวจมีนกน้ำประมาณ 76 ชนิด ปลา 46 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาที่อยู่ในเวตแลนด์หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ

        

 

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่จะขึ้นทะเบียนหลังการศึกษาสำรวจ ซึ่งที่ผ่านมา สผ.มีการประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศแล้ว 10 กว่าแห่ง ส่วนป่าพรุแม่รำพึงนั้น สผ.มีรายงานศึกษาออกมาหลายชิ้นแล้ว และระบุว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่ สผ. ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและประกาศรับรองออกมาอย่างเป็นทางการ

 

 

นอกเหนือจากพื้นที่ป่าพรุแล้ว ชุมชนยังยกประเด็นการขอเช่าพื้นที่ป่าช้าเก่า ทางสาธารณะ รวมประมาณ 15 ไร่ และการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกพันกว่าไร่ขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริงร่วมกันเพราะกระบวนการพิจารณาอนุญาตขององค์กรปกครองท้องถิ่น หรือ อบต. มีเงื่อนงำ          

 

 

เหตุผลที่ชุมชนยกเรื่องการขอเช่าพื้นที่สาธารณะมาเป็นประเด็นสำคัญ เพราะ โครงการของสหวิริยาที่ต้องการพื้นที่ 1,500 ไร่ ในหมู่ที่ 7 ต.แม่รำพึงนั้น สร้างความวิตกกังวลต่อการล่มสลายของชุมชน เพราะหมู่ 7 มีพื้นที่ทั้งหมดเพียง 2,500 ไร่ หากสหวิริยาใช้ไป 1,500 ไร่ ซึ่งไม่รวมโครงการเก่าจะเหลือพื้นที่เดิมของหมู่บ้านไม่กี่ร้อยไร่ และถ้าหากบริษัทรุกไล่ปรับไถอย่างต่อเนื่องชาวบ้านเกรงว่า ชุมชนดั้งเดิมในหมู่ที่ 7 คงถึงกาลล่มสลาย ถูกลบออกไปจากแผนที่

 

 

ขณะที่ชุมชนแม่รำพึงและใกล้เคียง มีวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอนาคตของลูกหลานเป็นเดิมพัน ฟากฝั่งของสหวิริยา ก็มีความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเหล็กระดับโลก เป็นเดิมพัน

 

 

(ข้อมูลส่วนใหญ่จากรายงานพิเศษ “บนเส้นทางพัฒนาคู่ขนาน ป่าพรุแม่รำพึงVSโรงถลุงเหล็กสหวิริยา” จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2550


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption


ถ้ารักษาบางสะพานไม่ได้ เราจะเสียด้ามขวานทั้งหมดแก่ทุนนิยมสามานย์
ขอร่วมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อปกป้องถิ่นกำเนิดและทรัพยากรของชาติ !!
ความคิดเห็นที่ 10
เป็ดน้อยลอยน้ำ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 02.13 น.
http://www.oknation.net/blog/thesexiestrubberduckling

น่ากลัวจังค่ะ

มีแต่เสียกับเสีย ทุกทาง ไม่เห็นมีใครได้อะไร
เมื่อทุกคนกลายเป็นฆาตกรกันไปหมด
ความคิดเห็นที่ 9
ป.ประพันธ์ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

มีคนเคยนำเรื่องนี้มานำเสนอครั้งหนึ่งแล้วครับ และมีหนทางให้กำลังใจแก่กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มนี้ โดยการส่งโปสการ์ดไปตามที่อยู่นี้ครับ (ผมก๊อปปี้มาตามนี้ครับ)

รบกวนช่วยส่งกำลังใจไปให้ชาวบ้านบางสะพาน (กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง)

ผ่านไปทางโปสการ์ดกันหน่อย โดยส่งไปที่

กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง
50 ม.1 ต.แม่รำพึง
อ. บางสะพาน จ.ประจวบฯ 77140

ผมเองเคยไปเที่ยวที่บางสะพานแล้วหลายครั้ง ชอบที่ที่นั่นสงบเงียบ ธรรมชาติยังดีอยู่มากครับ ทั้งคนไทยพุทธและไทยอิสลามอยู่กันเป็นพี่น้องกันที่ดีมาก อยากให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 8
กนิษฐ์ วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

การคัดค้านเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร...จำเป็นต้องคัดค้านแต่เมื่อแรกที่เขายังไม่ปักเสาเข็มนี่แหละ...

แต่นี่ขนาดเสาเข็มยังไม่ปัก แค่ปรับพื้นที่ยังถึงกับสังเวยชีวิตกันไปแล้ว....อย่างไรเราก็ต้องเอาใจช่วยภาคประชาชนเพราะ ประชาชนและสิ่งแวดล้อมไม่มีอะไรปกป้องคุ้มครองเลย กฎหมายออกมาโดยนายทุนมันย่อมคุ้มครองนายทุน...ใครผู้ออกกฎหมาย ก็เพื่อคนนั้น...นั่นคือความจริงประเทศไทย...
ความคิดเห็นที่ 7
spyone วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ปัญหาเดิม ๆ ที่รัฐไทยไม่เคยเรียนรู้
ความคิดเห็นที่ 6
Jui วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

มาตามข่าว
ยังไม่ด่วนสรุปครับ
ความคิดเห็นที่ 5
abacus วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 13.02 น.
http://www.oknation.net/blog/santana

ปัญหาที่ประจวบไม่ต่างกับปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนมีความขัดแย้งมานาน การสร้างเงื่อนไข จึงเป็นที่มาของปัญหาแบ่งแยกดินแดน
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทย..
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 07.00 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอร่วมประณามด้วยคนค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 2
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 06.28 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เรื่องเศร้าของครอบครัวผู้สูญเสียจะต้องเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก อีกนานแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 1
Kati วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 06.19 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ

ขอร่วมประณาม ผู้ที่สร้างความรุนแรงกับชาวบ้าน
ผู้ยุยงส่งเสริม และอยู่เบื้องหลังจากความรุนแรง
ขอประณาม ผู้ที่ทำให้คนไทยต้องฆ่าฟันกันเอง

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

If I had Eyes

Jack Johnson

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



สื่อมวลชนทุกวันนี้ทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน
มีอิสระเสรี
2 คน
ต้องดูว่าข่าวจะขายได้หรือเปล่า
5 คน
เป็นอัมพาตครึ่งซีก
3 คน
เซ็นเซอร์ตัวเอง
2 คน
มีปากกาแต่ดันทำหักเอง
2 คน

  โหวต 14 คน