พิมพ์หน้านี้
|
ความพยายามก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก - หินกรูด - ทับสะแก ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรงในรอบเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา (ไม่รวมถึงความพยายามก่อสร้างเขื่อนอีกหลายเขื่อน เช่น เขื่อนท่าแซะ ที่จ.ชุมพร) การออกมาบอยคอตของกลุ่มชาวบ้านอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อการชี้แจงของเครือสหวิริยาที่จะสร้างโรงถลุงเหล็ก เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา (จนนำมาสู่การประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่) ทำให้ภาพความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆ ปะทุกลับมาอีกครั้ง และความรุนแรงล่าสุดที่มีการปะทะกันระหว่าง ม็อบเสื้อแดง ที่สนับสนุนโครงการ และว่ากันว่าได้รับการหนุนหลังจากโรงถลุงเหล็ก และ ม็อบเสื้อเขียว ที่ต่อต้านโครงการจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย นับว่าเป็นเหตุความรุนแรงที่ไม่ยากเกินจะเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการปะทะกันประปรายมาแล้ว กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่างสหวิริยาเข้ามาปักหลักในพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2533 ถือว่าเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเขตเวสเทิร์นซีบอร์ด โดยอุตสาหกรรมเหล็กรีดร้อน ทำรายได้ให้แก่เครือสหวิริยานับแสนล้านต่อปี โดยอุตสาหกรรมเหล็กของสหวิริยา ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ให้เป็น 1 ใน 13 อุตสาหกรรมเป้าหมายในการ "สร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจและสังคมของชาติ" หากมองย้อนกลับไป เครือสหวิริยา มีโอกาสทะยานติดปีกขึ้นสู่ทุนข้ามชาติในระดับโลกตั้งแต่เมื่อ10 ปีที่แล้ว หากประเทศไทยไม่ประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เสียก่อน เพราะช่วงเวลานั้น สภาพัฒน์ ในฐานะนักวางแผนเศรษฐกิจของชาติ หนุนส่งให้เครือสหวิริยา เป็นหัวหอกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเต็มรูปแบบในเขตเวสเทิร์นซีบอร์ด ทั้งอุตสาหกรรมเหล็กและนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึงกับวางแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ในจ.ประจวบฯ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้แก่ลูกค้าสำคัญคือ เครือสหวิริยา ร่วม10 ปีให้หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ เครือสหวิริยา เร่งพลิกฟื้นโครงการถลุงเหล็กขึ้นมาใหม่ ด้วยความเพียรพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่ง ครม.ยุคทักษิณ มีมติเห็นชอบเมื่อปี 2548 หลังจากถูกตั้งคำถาม ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายถึงการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะไทยไม่มีวัตถุดิบรองรับต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งหมด ศักยภาพการแข่งขันต่ำ เครือสหวิริยามีปัญหาเรื่องเงินทุนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเอ็นพีแอลแก่ประเทศชาติโดยรวม
การลงทุนของเครือสหวิริยาในอภิมหาโปรเจกต์โรงถลุงเหล็กมูลค่า 5 แสนกว่าล้าน ถือเป็น "จิ๊กซอว์" สำคัญของ 2 เป้าหมายใหญ่ หนึ่ง คือการปั้นยอดขายให้ถึง 2 แสนล้านบาทภายใน 5-10 ปีข้างหน้าโดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กเป็นตัวทำรายได้ที่สำคัญ จากปัจจุบันเครือสหวิริยามีรายได้เกือบแสนล้านจากโรงเหล็กรีดร้อนที่บางสะพาน และ สอง การก้าวขึ้นเป็นบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กยักษ์ใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก หลังการลงทุนโรงถลุงเหล็กครบทั้ง 5 เฟสภายในระยะเวลา 15 ปี นับเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า ที่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนรอบป่าพรุแม่รำพึง อ.บางสะพาน กับเครือสหวิริยา เจ้าของโครงการโรงถลุงเหล็กมูลค่าหลายแสนล้านได้เผชิญหน้า ท้าทายซึ่งกัน
ข้อเขียนรายงานพิเศษ บนเส้นทางพัฒนาคู่ขนาน ป่าพรุแม่รำพึงVSโรงถลุงเหล็กสหวิริยา จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 รายงานว่า เหตุผลสำคัญของฝ่ายชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน เพราะบริเวณที่เครือสหวิริยา จะเข้าปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการนั้นเป็นพื้นที่ป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ชุมชนโดยรอบและคนนอกพื้นที่เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่สำคัญคือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งรับน้ำหรือแก้มลิงธรรมชาติของชาวบางสะพานก่อนไหลลงสู่ทะเล
"ตามแผนก่อสร้างบริษัทจะถมที่ดินบริเวณป่าพรุสูงขึ้นจากเดิมถึง 7 เมตร หมู่บ้านรอบๆ น้ำท่วมหมดรวมทั้งอำเภอบางสะพานด้วย เพราะไม่มีพื้นที่รับน้ำ และทางน้ำไหลลงสู่ทะเลถูกปิดกั้น" วิฑูร บัวโรย ชาวบ้านหมู่ 1 ต.แม่รำพึง บอกกล่าวถึงสิ่งที่จะตามมาหลังโครงการนี้เกิดขึ้น วิฑูร ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็เห็นสภาพป่าพรุแม่รำพึงมาร่วม 38 ปี โดยไม่มีใครถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ ชาวบ้านต่างร่วมกันใช้ประโยชน์จากป่าพรุที่เป็นป่าสาธารณะโดยธรรมชาติแห่งนี้ทั้งการหาปูปลา เก็บผักหญ้าสมุนไพร ใบจาก มาใช้ประโยชน์ ฯลฯ จึงนึกไม่ถึงมาก่อนว่า ป่าพรุที่เกื้อกูลหล่อเลี้ยงชีวิตรอบผืนป่าแห่งนี้จะมีเครือสหวิริยา ถือเอกสารสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของ "บริษัทอ้างว่าเขามีเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่พวกเราถามว่าออกเอกสารสิทธิกันมาได้อย่างไร" วิฑูร และชาวแม่รำพึง เฝ้าเพียรถามและร่วมต่อสู้เพื่อให้มีการพิสูจน์ความจริง โดยยื่นหนังสือร้องเรียนไปหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ โดย หาญณรงค์ เยาวเลิศ รองเลขาธิการฯ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ลงพื้นที่สำรวจศึกษาสภาพพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึง ตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน และฟันธงว่า "จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้มา 10 ปี ขอตอบว่าพื้นที่นี้ใช่พื้นที่ชุ่มน้ำแน่นอน" ผลสำรวจของมูลนิธิคุ้มครองฯ พบว่า บริเวณดังกล่าวซึ่งเมื่อดูจากแผนที่จะเห็นเป็นรูปคล้ายตัวนก เป็นพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งเรียกว่าป่าพรุ มีป่าเสม็ดขาวและกระจูด ตามการสำรวจมีนกน้ำประมาณ 76 ชนิด ปลา 46 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาที่อยู่ในเวตแลนด์หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่จะขึ้นทะเบียนหลังการศึกษาสำรวจ ซึ่งที่ผ่านมา สผ.มีการประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศแล้ว 10 กว่าแห่ง ส่วนป่าพรุแม่รำพึงนั้น สผ.มีรายงานศึกษาออกมาหลายชิ้นแล้ว และระบุว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่ สผ. ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนและประกาศรับรองออกมาอย่างเป็นทางการ นอกเหนือจากพื้นที่ป่าพรุแล้ว ชุมชนยังยกประเด็นการขอเช่าพื้นที่ป่าช้าเก่า ทางสาธารณะ รวมประมาณ 15 ไร่ และการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกพันกว่าไร่ขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริงร่วมกันเพราะกระบวนการพิจารณาอนุญาตขององค์กรปกครองท้องถิ่น หรือ อบต. มีเงื่อนงำ เหตุผลที่ชุมชนยกเรื่องการขอเช่าพื้นที่สาธารณะมาเป็นประเด็นสำคัญ เพราะ โครงการของสหวิริยาที่ต้องการพื้นที่ 1,500 ไร่ ในหมู่ที่ 7 ต.แม่รำพึงนั้น สร้างความวิตกกังวลต่อการล่มสลายของชุมชน เพราะหมู่ 7 มีพื้นที่ทั้งหมดเพียง 2,500 ไร่ หากสหวิริยาใช้ไป 1,500 ไร่ ซึ่งไม่รวมโครงการเก่าจะเหลือพื้นที่เดิมของหมู่บ้านไม่กี่ร้อยไร่ และถ้าหากบริษัทรุกไล่ปรับไถอย่างต่อเนื่องชาวบ้านเกรงว่า ชุมชนดั้งเดิมในหมู่ที่ 7 คงถึงกาลล่มสลาย ถูกลบออกไปจากแผนที่ ขณะที่ชุมชนแม่รำพึงและใกล้เคียง มีวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอนาคตของลูกหลานเป็นเดิมพัน ฟากฝั่งของสหวิริยา ก็มีความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเหล็กระดับโลก เป็นเดิมพัน (ข้อมูลส่วนใหญ่จากรายงานพิเศษ บนเส้นทางพัฒนาคู่ขนาน ป่าพรุแม่รำพึงVSโรงถลุงเหล็กสหวิริยา จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 |
| Myanmar Uprising | ||
พระสงฆ์ - ประชาชนพม่าประท้วงเผด็จการทหาร |
||
|
View All |
||
| If I had Eyes | ||
Jack Johnson |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||