• emedicius
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 54
  • จำนวนผู้ชม : 14402
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
More peaceful life you spend. More happiness you got.
ข้อเขียนใน blog นี้ทั้งหมด emedicius ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทางผู้จัดทำ oknation ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในเนื้อหาแต่อย่างใด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/emedicius
วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน 2551
สมรรถภาพของ ยามเฝ้าแผ่นดิน
Posted by emedicius , ผู้อ่าน : 572 , 13:58:58 น.   | หมวดหมู่ : QUESTIONMARK  
พิมพ์หน้านี้


 

แม้จะไม่ได้มีใครเรียกร้องให้ออกมา แต่กลุ่มคนที่เรียกว่า “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ก็ออกมาปฏิบัติการ “เฝ้ายาม” สังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อล้ม “ระบอบทักษิณ” ผ่านการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรขวาจัดนำโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อันมีแกนนำเป็นทั้งนักการสื่อสารมวลชน นักแถลงข่าวทุกวันอาทิตย์ อดีตผู้นำแรงงาน เอ็นจีโอด้านเด็ก ผู้เคร่งครัดในศีลธรรม และนักการเมืองคนหนึ่งจากพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

ภายหลังชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคพลังประชาชนที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะมางาบก้อนเค้กชิ้นโตที่คมช.เตรียมป้อนไว้ให้ ในเย็นวันนี้ (25 เมษายน 2551) ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีการเคลื่อนไหว “สัมมนาประชาชน – ติดอาวุธทางปัญญา” หรือ “รายการยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษครั้งที่ 2” ภายใต้สถานการณ์การแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ของรัฐบาล

แม้การเคลื่อนไหวจัดประชุมสัมมนาของคณะยามเฝ้าแผ่นดินในครั้งนี้จะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ และมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุนภายใต้หน้ากากองค์กรของ “ความมีคุณธรรม” เสริมด้วยแกนนำที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งที่มีหัวหน้าพรรคที่เชิดชูภาพลักษณ์ของ “ความโปร่งใส” ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามว่า “การเฝ้ายาม” ของยามเฝ้าแผ่นดินครั้งนี้จะพาทิศทางสังคมไปในทางใด และ”สมรรถภาพ” ของยามเฝ้าแผ่นดินว่ามีมากแค่ไหน

ฟื้นสำนึกเลือดสีน้ำเงิน

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 ทำสังคมล้าหลังหยุดนิ่งชะงักงันเป็นเวลาหลายปี

รายการยามเฝ้าแผ่นดินออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และทางสถานีวิทยุ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” คลื่นเอฟเอ็ม 97.75 และเว็บไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” เริ่มโหมโรงกระแส “ฟื้นเลือดสีน้ำเงิน” โดยรายการวันนั้นมีการเปิดประเด็นสถานีโทรทัศน์ NBT นำเสนอสารคดีการเลือกตั้งเนปาลที่ถือเป็นการสิ้นสุดระบอบการปกครองของกษัตริย์ (ยามเฝ้าแผ่นดิน : ย้ำ “เพ็ญทีวี” ตีปี๊บ “เนปาล” ผิดปกติ - จี้ “หมัก” ฟื้นสำนึก “เลือดสีน้ำเงิน” , ผู้จัดการออนไลน์ , 22 เมษายน 2551 www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000046748)

สอดรับกับการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ส.ส.กรุงเทพฯ  อภิปรายฝากข้อเสนอไปยังประธานสภาฯ

“กรณีสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนำสารคดีเกี่ยวกับการล้มล้างราชวงศ์ต่างๆ มาออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์เนปาล ฝรั่งเศส และอังกฤษ ตนรู้สึกเศร้าสลดใจกับกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่กลับมาทำอย่างนี้ ขัดกับการปกครองของประเทศที่ปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สะท้อนให้เห็นว่า คนปัจจุบันมีความคิดอย่างไร” (“ปชป.ติงเอ็นบีทีไม่เหมาะสมเสนอสารคดีล้มราชวงศ์” www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=87339)

ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนทุกแขนงรายงานข่าวว่า ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีขบวนการโจมตีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ด้วยการใช้สื่อทั้งวารสาร ใบปลิว (16 เมษายน 2551)

(ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดประเด็น

"ขบวนการโจมตีองคมนตรี" หลังเทศกาลสงกรานต์)

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวนำมาสู่การวิวาทะตั้งคำถามจากส.ส.พรรคพลังประชาชนว่าให้ชวน หลีกภัยเอาหลักฐานการโจมตีพล.อ.เปรมมายืนยัน นำมาสู่การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นำโดยเทพไท เสนพงศ์ จนล่าสุดกระทรวงไอซีทีออกมาชี้แจงว่าจะหาต้นตอบุคคลที่ทำเวบไซต์โจมตีพล.อ.เปรม (“ไอซีทีเล็งสืบต้นตอตัวบุคคล ทำเวบโจมตีป๋า-หมิ่นเบื้องสูง” , กรุงเทพธุรกิจ , 24 เมษายน 2551)

นับว่าเป็นการสอดประสานกันเป็นอย่างดี...

การเคลื่อนไหวของกลุ่มยามเฝ้าแผ่นดินผ่านสื่อมวลชนในเครือผู้จัดการยังคงเน้นตีประเด็นไปที่ว่ามีกลุ่มบุคคลพยายาม “มุ่งโจมตีสถาบัน” ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นการเหมารวมว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นคนในเครือข่าย “ระบอบทักษิณ” (แฉ “นายใหญ่” จ้องปลด “หมัก” - แก๊งหมิ่นสถาบันพล่านเต็มเว็บเครือข่าย“แม้ว” – ยามเฝ้าแผ่นดิน 22 เมษายน 2551 / แฉต่อขบวนการหมิ่นพระราชอำนาจ - “สนธิ” ชี้ “แก๊งแม้ว” เร่งสถานการณ์แตกหัก 24 เมษายน 2551)

สมรรถภาพของ “ยาม” : กรณีศึกษาจาก “ชายผู้ใม่ยืนในโรงหนัง”

ประจวบเหมาะกับการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2551 ของโชติศักดิ์ อ่อนสูงและชุติมา เพ็ญภาค ในข้อกล่าวหาความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง

คำนูณ สิทธิสมาน อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยปี 2518 สมาชิกสนช.ในช่วงรัฐประหาร 19 กันยายน สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากระบบสรรหาปี 2551 ผู้ดำเนินรายการยามเฝ้าแผ่นดินร่วมกับนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะออกอากาศทาง ASTV ได้หยิบยกประเด็นของโชติศักดิ์ อ่อนสูงมาพูดคุยในรายการเมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน ต่อมาได้มีผู้สื่อข่าวนำเนื้อหาบางส่วนของรายการดังกล่าวมาเรียบเรียงแล้วเผยแพร่ในเว็บไซต์ “ผู้จัดการออนไลน์” ในคืนเดียวกัน (“ยามฯ” แฉ “นายใหญ่” จ้องปลด “หมัก” - แก๊งหมิ่นสถาบันพล่านเต็มเว็บเครือข่ายแม้ว” www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000047235) และได้นำไปตีพิมพ์อีกครั้งในหนังสือพิมพ์ “ผู้จัดการ” ฉบับวันที่ 23 เมษายน 2551 หน้า 2

 

คำนูณ สิทธิสมาน หนึ่งในผู้ดำเนินรายการได้กล่าวในการจัดรายการคืนนั้นว่า

“…โชติศักดิ์เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานของ นปก. มีรายงานข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเขาไปร่วมกิจกรรมของ นปก.หลายครั้ง...” 

“…คุณโชติศักดิ์อยู่ร่วมในขบวนการ นปก. มาโดยตลอด และมีอุดมการณ์ตรงกับ นปก....”

“…ในวันที่คุณโชติศักดิ์เกิดเหตุแกใส่เสื้อสีแดง คือสีแดงนี่เป็นสีที่กลุ่ม นปก.และเครือข่ายใช้ในการรณรงค์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อต้านรัฐธรรมนูญ 2550…”

ต่อมาโชติศักดิ์ได้เขียนชี้แจงประเด็นนี้ใน “จดหมายร้องเรียนถึงประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ” ว่าการเสนอข้อมูลของคำนูณ สิทธิสมานเป็นเท็จ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อที่ 4, 7 และ 8 ของ “ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.2541”

โชติศักดิ์ชี้แจงว่า

“ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้ประสานงาน นปก. และไม่เคยมีตำแหน่งใดใน นปก. รวมถึงไม่เคยไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม นปก.เลยแม้แต่ครั้งเดียว”

“ข้าพเจ้าไม่เคยอยู่ร่วมในสิ่งที่เรียกว่า “ขบวนการ นปก.” และไม่ได้มีอุดมการณ์ตรงกับกลุ่ม นปก. เช่น กลุ่ม นปก.สนับสนุนคุณทักษิณ ชินวัตร แต่ข้าพเจ้าไม่เคยสนับสนุน คุณทักษิณ และเคยวิพากษ์วิจารณ์คุณทักษิณ, รัฐบาลภายใต้การนำของคุณทักษิณ และนโยบายของพรรคไทยรักไทยในที่สาธารณะหลายครั้งหลายโอกาส ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนมีผู้เรียกข้าพเจ้าและผู้ที่คิดคล้ายๆกันว่า “พวก 2 ไม่เอา” (คือต่อต้านทั้งการรัฐประหารและรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ)”

“ในวันที่เกิดเหตุ(20 กันยายน 2550) ข้าพเจ้าสวมเสื้อสีดำซึ่งจัดทำโดย “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” ไม่ใช่เสื้อแดงของกลุ่ม นปก. (ซึ่งในกรณีนี้ร้อยเวร สน.ปทุมวันได้ถ่ายรูปเสื้อของข้าพเจ้าไว้เป็นหลักฐานแล้วด้วย)”

การที่คำนูณ สิทธิสมานออกมากล่าว “ข้อมูลอันเป็นเท็จ” ว่าโชติศักดิ์เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานของนปก. ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มองค์กรที่เคลื่อนไหวสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้ถูกมองเป็นอื่นไปไม่ได้ว่าคือความพยายามใช้โชติศักดิ์เป็น “เครื่องมือ” เพื่อสนับสนุนการ “เฝ้ายาม” ของตัวเองในการตีหัวฝ่ายตรงข้าม

แต่ถ้าหากนั่นเกิดจากการนำเสนอข้อมูลที่ “ผิดพลาด” จริงๆ ก็นับว่าประสิทธิภาพการหาข้อมูลเพื่อนำเสนอและทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงของคำนูณมีปัญหาอย่างมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ “ยาม” คนนี้สมควรถูกไล่ออก ?

หรือเป็นความจงใจให้ผิดพลาดที่เป็นอยู่ในสำนึกอยู่แล้ว? 

“ข้าพเจ้าเห็นว่าข้าพเจ้ากำลังถูกรังแกจากการกระทำของผู้ที่มีสื่ออยู่ในมือ และในฐานะที่องค์กรของท่านเป็นองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ข้าพเจ้าจึงได้ร้องเรียนมาเพื่อขอให้ท่านดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ข้าพเจ้า”

โชติศักดิ์กล่าวทิ้งทายไว้ในจดหมายร้องเรียนถึงประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ...

 (โชติศักดิ์เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่สน.ปทุมวันเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2551)

 

สมรรถภาพเช่นนี้...ยามจะเฝ้าแผ่นดินนานอีกเท่าไหร่

การฟื้นฟูการเคลื่อนไหวขององค์กรขวาจัดอย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้งด้วยเหตุผลที่ว่า “ระบอบทักษิณ” ฟื้นคืนชีพผ่านร่างทรงนอมินีของสมัคร สุนทรเวช แม้จะสามารถทำได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่ข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรเองกลับมีคลุมเครือว่าต้องการจะเสนอทางออกอย่างไรกับสังคมไทย

จะให้เกิดการรัฐประหารอีกครั้งหรือจะเสนอแนวทางระบอบการปกครองอย่างไร...

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ บอกว่า การเคลื่อนไหวโดยรูปแบบการสัมมนาหรือเวทีในร่มครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย

“เพราะจากการประเมินของแกนนำเชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มสุกงอมเร็วกว่าที่คาด ฉะนั้นหลังจากวันที่ 25 เมษายน เชื่อว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวของพันธมิตรคงจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนจะถึงขั้นเป็นการชุมนุมใหญ่และยืดเยื้อหรือไม่ คงต้องประเมินจากมติของที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคอีกที” (คมชัดลึก 25 เมษายน 2551)

ยามจะเฝ้าแผ่นดินอีกนานเท่าไหร่ยังไม่มีใครตอบได้...แต่สมรรถภาพของของยามเวลานี้ควรได้รับการประเมิน

เพราะเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ยามผู้มาอาสาเฝ้าแผ่นดินท่านนี้ได้เรียกชายในเครื่องแบบมาช่วยเล่นวิ่งไล่จับ “โจร” (ในทัศนะของยาม) จนต้องพังบ้านไปทั้งหลัง เท่านั้นไม่พอยังแยกชิ้นส่วนของบ้านฝังลงไปในดินจนยากที่จะขุดขึ้นมาแล้วในเวลานี้

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
ไอยราดำ วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 02.43 น.
http://www.oknation.net/blog/sorawit

เราเชื่อมั่นในพลังของ "ทหาร"
หากวันใดคนชั่ว มันบังอาจดึงฟ้าลงมาต่ำ
มันจะต้องได้รับผลกรรม
"ทหาร" นี่แหละ มิตร ของประชาชน "ตัวจริง" (ที่พวกทุนสามานย์ "รังเกียจ")

เหลี่ยม และ พวก อย่าสะเออะ เพราะ "ประเทศไทย" มิใช้ของพวกมัน คนเดียว
ความคิดเห็นที่ 9
mata วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 11.46 น.

อะไรเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา
ทำไมบ้านเมืองเราต้องทะเลาะกัน ไม่จบสิ้นสักที แบ่งฝักฝ่าย คนเราอยู่ไม่ถึง 30000 วัน ก็ตายแล้ว ฝ่ายค้านก็ต้องยอมรับในผลการเลือกตั้ง ฝ่ายชนะก็ทำงานไป ทำใหเศราฐกิจของชาติดี น้ำมันแพงมาก รถขายดีทุกวัน ทองราคาสูง อาชญากรรมตามมา ข้าวกินได้น้อย เพราะแพง กลุ่มพันธมิตรจะเป็นตัวปลุกกระสการต่อต้าน การเผชิญหน้า ความรุนแรง ในที่สุด อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พวกกลุ่มพันธมิตรเข้ามาสู้ตามกติกา รวมกับประชาธิปัตย์ก็ได้ เป็นรัฐบาลและบริหารประเทศไทย ไม่ใช่ทำแบบนี้ ไม่จบสักที ดูซิประเทศจะไปทิศทางใด ทุกวันนี้ ลาวเขมรพม่ามาเลเซียเวียตกง ยิ้ม มันทะเลาะกันเอง เรารีบพัฒนาประเทศ ดึงการลงทุนมา อีกหน่อยประเทศไทยอยู่ระดับท้าย มัวแต่บ้าอำนาจ เหลิงอำนาจ ตัวละครเอกที่อยู่เบื้องหลังมีแค่ 2 คน ต้องโดนอุ้มทั้งคู่ บ้านเมืองจะเรียบร้อย ให้ออกนอกประเทศไทยไปทั้งคู่ มัวแต่ทะเลาะกัน ไม่ตายหรือไง ช่วยกันดำรงความเป็นไทยเทิดทูลสถาบัน อย่าไปดึงเข้ามาเกี่ยวข้องเลย เรื่องรัฐประหารไม่มีใครกลัว ทหารค้ำราชบังลังก์อยู่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 8
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

ในหลวงของท่านชื่ออะไร
ของเราชื่อภูมิพล และเชื่อว่า องค์ต่อไปก็เป็นลูกของพระองค์ท่าน
ดังนั้นการที่เอาการเมืองนำประเทศเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ดี
เราอาจบอกว่าประชาธิปไตยเราไม่ชอบ เพราะว่าประชาธิปไตยของไทยเรียกว่า สามัคคีทำความเลว คือไม่ใช่สามัคคี แต่เป็นการที่เรียกว่าพวกมากลากไป เครือญาติพวกพ้องเลี้ยงกันไม่ใช่ระบบไพร่ทาสแบบสยามที่ให้ความเป็นธรรม ไม่อย่างนั้นคงไม่แก้ไขเรื่องกินเมืองการทำร้ายประชาชนชาวสยามในหัวเมืองต่างๆ ยิ่งในอีสานยิ่งเยอะมาก ดังนั้นการแก้ไขก็ต้องทำให้ระบบยุติธรรมนั้นก้าวไปถึงไปพิทักษ์ประชาชนได้ แต่เมื่อมีการเมืองทุกสิ่งก็ทำให้ยุ่งยาก เพราะว่าเรารู้ไม่ทันพวกที่มีอิทธิพลมืด ที่นั่งได้ทั้งที่สว่างก็มีอำนาจ ที่มืดก็มีอิทธิพล แล้วบอกว่าไม่เลือกเขาจะฆ่า แต่หาเราร่วมกันไม่เลือก เขาจะฆ่าใครเมื่อเรายืนข้างเดียวกันแล้ว แล้วก็ยืนบนข้างที่เห็นอกเห็นใจกันอย่างแท้จริงอีกด้วย

และสิ่งที่เป็นระบบในปัจจุบันหรือที่เรียกว่าระบอบทักษิณนั้นก็คือการเลี้ยคนกันแบบมาเฟีย ดังนั้นหากท่านจะเขียนอะไรก็ให้ชัดๆ เพราะคนที่เข้าออกมาแม้กระผมจะไม่ชอบ แต่ก็ดีกว่าที่ไม่มีคนติดตามกระแสคนชั่วว่าเขาคิดทำอะไร

และนั้นก็เหมือนกบในกะลาแคบๆ ที่คุณเที่ยวไปเขียนให้คนอ่านด้วยความคิดที่ว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งๆ ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจคนจิตใจคนที่มีอยู่สี่ระดับ หากอยากทราบว่าคนเป็นอย่างไร ก็คลิกต่อสิ ถ้าแน่จริงนะ
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel/2008/04/22/entry-2
ความคิดเห็นที่ 7
Law222 วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 22.58 น.
http://www.oknation.net/blog/Law222
รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ รู้ให้แน่ๆใช้ได้ทั้งแก้ทั้งกัน

ทุกท่านครับสมัยใดชนในชาติแล้งน้ำใจไร้การเสียสละและขาดความสามัคคี ชาติย่อมประสบความย่อยยับอับจนด้วยน้ำมือของอริราชศัตรูได้ โดยง่าย ชาติไทยก็เช่นเดียวกัน เคยประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงมาแล้ว และบรรพชนชาวไทยผู้กล้าหาญในอดีต ก็ได้ต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราชและปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานด้วยชีวิต เลือดเนื้อและน้ำตามาแล้ว นับเป็นบทเรียนอันล้ำค่า ที่ได้มอบไว้ให้คนไทยทั้งชาติได้จดจำและรักษาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ เป็นอย่างดี ผู้ที่รักชาติบ้านเมืองด้วยลมปากนั่นมีมากแต่จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตอันเป็นที่รักและห่วงแหนยิ่งเพื่อชาติและราชบังลังก์ได้ คนไทยทุกคนที่เกิดเป็นผืนแผ่นดินไทยจักยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และร่วมกันพิทักษ์รักษาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ดำรงคงอยู่ตราบทุกทิวาราตรีกาล
ความคิดเห็นที่ 6
เป็ดน้อยลอยน้ำ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 21.05 น.
http://www.oknation.net/blog/thesexiestrubberduckling

เขียนดีจังค่ะ

แต่ว่าเรื่องเข้าใจยากจัง
ความคิดเห็นที่ 5
rabbitzilla วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chaingmai

คราโน้น แม้ฟ้าจะบอกว่า บ้านเมืองไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องมากู้ ท่านก็ออกมากู้กันซะเละ
ครานี้ คณะผู้ก่อการอาจจะแพ้ แต่หลังจากนั้นบ้านเมืองจะเหลืออยู่หรือปล่าวก็ยากที่จะคิด

ปัญหาของประเทศไทยมีมากพออยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง เมื่อไหร่มันจะเลิกกันซะทีก็ไม่รู้

http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning
ความคิดเห็นที่ 4
ปรีเปรม วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/preprem

เมื่ออ่านบทความนี้แล้วยิ่งมืดเข้าไปทุกขณะ...
สิ่งที่ผมคิดคือ
1.ความจริงมีอยู่แค่1เดียวไม่มีความจริง2ประการ
2.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราสามารถตัดสินตัวเองได้ว่าถูกหรือผิด
3.สิ่งที่จะทำต่อไปนี้เราจะจะทำไปเพื่อใคร
4.รัฐบาลจะทำเพื่อใคร..เอาประโยชน์ของใครเป็นที่ตั้ง
ความคิดเห็นที่ 3
นอกคอก วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/temp-gen

หาคนพูดความจริงยาก ยุคนี้สมัยนี้ใครเลวได้เลวเอา ทีรัฐสารพัดจะทำเรื่องเพื่อพวกพ้องและการตอบแทนคุณ ไม่เห็นว่าคนที่สนับสนุนรัฐออกมาพูดสักคำว่าไม่เหมาะสม (ถ้าเห็นแก่ประเทศชาติจริง) ปล่อยให้รัฐใช้อำนาจที่ ปชช.ให้ไปอย่างเหลิง ทั้งที่มีเรื่องเร่งด่วนที่เป็นวาระประชาชนมากมายกลับไม่ทำ ในเมื่อไม่มีฝ่ายใด ให้กลไกของกติกาบ้านเมืองที่วางไว้เดินไปด้วยตัวของมันเอง มีแต่มาบิดเบือน เพราะฉนั้นใครอยากทำไรก็ภาวนาว่าทำกันไปเลย ปู้ยี้ปู้ยำให้หนำใจ ให้มันสิ้นชาติ รู้แล้วรู้รอด คอยดูผลผลิตของคนยุคหลังดีกว่า คาดหวังอะไรไม่ได้แล้วกับยุคนี้ ตายๆ ไม่ต้องสามัคคี ไม่ต้องฟื้นฟู ลุยๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ทุกอย่างอึมครึมไปหมดแล้ว...
ความคิดเห็นที่ 1
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

พวกนี้เห็นบ้านเมืองและสังคมเป็นของเล่นส่วนตัว อยากให้เป้นหรืออยากให้ทำอะไรก็ทำอย่างไม่ยั้งคิด แล้วยังเป็นพวกมิจฉาทิฐิที่สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมไทย
นอกจากนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ยังใช้ทุกวิชามารในการกระทำทุกเรื่องราวให้เกิดปัญหาแก่สังคม ไม่ใช่แค่ทางการเมือง แต่การบริหารจัดการและการพัฒนาประเทศชาติที่ไม่มีวันไปถึงไหนได้ก็เพราะคนพวกนี้
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

If I had Eyes

Jack Johnson

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



สื่อมวลชนทุกวันนี้ทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน
มีอิสระเสรี
1 คน
ต้องดูว่าข่าวจะขายได้หรือเปล่า
2 คน
เป็นอัมพาตครึ่งซีก
1 คน
เซ็นเซอร์ตัวเอง
0 คน
มีปากกาแต่ดันทำหักเอง
0 คน

  โหวต 4 คน