• emedicius
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 18594
  • จำนวนผู้โหวต : 22
  • ส่ง msg :
More peaceful life you spend. More happiness you got.
คำเตือน : รัฐประหารคือยาเสพติดประเภทที่...เสพแล้วเลิกยาก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/emedicius
วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
ความห่วงใยข้ามขอบฟ้า...ที่พรมแดนมิอาจแบ่งกั้น
Posted by emedicius , ผู้อ่าน : 131 , 06:18:52 น.   | หมวดหมู่ : ทลายเส้นพรมแดน  
พิมพ์หน้านี้


(ภาพ เอเอฟพี)

บทความโดยคุณบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ จากมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี (Peaceway Foundation) บอกเล่าถึงความพยายามช่วยเหลือพี่น้องร่วมโลกชาวพม่าจากแรงงานข้ามชาติชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย

แม้เส้นพรมแดนจะขีดขั้นแบ่งแยกเขาแบ่งแยกเรา...แต่นับแต่เวลานี้เป็นต้นไป เส้นแบ่งนั้นกำลังค่อยพร่าเลือนไม่มีเขา ไม่มีเรา...อีกต่อไป

...........

“หนูๆจะให้ลุงมาส่งหลวงพี่รูปนี้ที่ไหนครับ” 

เสียงปลายสายจากลุงคนขับแท็กซี่ที่รับพระสงฆ์จากย่างกุ้งที่มาศึกษาเล่าเรียนในประเทศไทยจากแถวๆสนามหลวงเอ่ยถามฉันทางโทรศัพท์ หลวงพี่รูปนี้กำลังจะเดินทางมาประชุมกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติจากพม่าที่มาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อร่วมกันหาทางช่วยเหลือพี่น้องในพม่าที่ตอนนี้ได้รับผลกระทบมหาศาลจากพายุไซโคลนนาร์กิส

เมื่อวานนี้(7 พ.ค. 51) ฉันนั่งอยู่ในวงประชุมของแรงงานข้ามชาติจากพม่าประมาณ 15 คน ที่สำนักงานนักเรียนคริสเตียน เชิงสะพานหัวช้าง เอาเข้าจริงแล้วแรงงานกลุ่มนี้โดยเฉพาะผู้ชายเป็นกลุ่มที่ฉันคุ้นเคยมาเนิ่นนาน แต่ก็เพียงผิวเผิน เลยผ่าน และไม่สนใจอย่างจริงจัง

ทำไมล่ะหรือ?

หลายคนเคยเป็นลูกศิษย์ท้ายห้อง ลูกศิษย์ปลายแถว ที่ฉันปากเปียกปากแฉะเป็นประจำ เพราะทุกๆวันอาทิตย์เวลาที่พวกเขามาเรียนหนังสือ มาเรียนภาษาไทยในโครงการ Dear Burma ของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า เขาไม่เคยสนใจแม้แต่น้อย บางคนก็ไม่เข้าห้องเรียน ซ้ำยังตะโกนแซวฉันเสียด้วย แต่ฉันฟังไม่ออกหรอก เพราะภาษาที่เขาใช้กับภาษาที่ฉันสอน คนละภาษากัน

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป 2-3 ปี พวกเขาเปลี่ยนไปแล้ว หลายคนในที่นี้ผันตัวเองมาเป็นพี่เลี้ยง มาคอยช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติจากพม่าคนอื่นๆที่พึ่งเดินทางเข้ามาเริ่มเรียนหนังสือที่นี่ อีกหลายคนก็คอยช่วยเหลือครูคนไทย อีกหลายคนก็ผันตนเองเป็นนักดนตรีสมัครเล่นเวลามีงานในหมู่แรงงานข้ามชาติ อีกหลายคนก็เป็นหน่วยม้าเร็วเคลื่อนที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชน ทำหน้าที่แทนหมู่เพื่อนแรงงานข้ามชาติที่ไม่สามารถปรากฎตัวได้ อีกหลายคนก็เป็นหน่วยสนับสนุนเรื่องเงินทอง

ในความเป็นครู แม้พวกเขาจะไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียนเพียงใด แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาเติบโตเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นๆ คิดถึงชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ที่เผชิญเช่นเดียวกับเขา คิดถึงพี่น้องที่ประเทศพม่าที่เผชิญโศกนาฏกรรมในรูปแบบต่างๆ

แค่นี้ฉันก็พอใจและเต็มตื้นแล้ว.......

“ครูคะ ครูช่วยเขียนจดหมายเป็นภาษาไทยให้หนูซิคะ วันนี้หนูต้องกลับฉะเชิงเทราค่ะ ลางานได้วันเดียว จะเอาไปให้เจ้านายดู เจ้านายเขาจะได้ช่วยเหลือคนในพม่าค่ะ”

“อ้าว! เดินทางข้ามเขตมาหรือ ระวังถูกตำรวจจับนะ” ฉันรีบพูดแทนการตอบคำถามด้วยความตกใจ

กลัวค่ะ กลัวจริงๆ นักเรียนในห้องฉันหลายคนถูกจับเพราะการข้ามเขตมาเรียนหนังสือเยอะมาก เยอะจนฉันไม่อยากให้ใครโดนจับอีกต่อไปแล้วเพียงเพราะการข้ามเขตเพื่อมาเรียนหนังสือ เพื่อมาประชุม เพื่อมาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อมาหาทางช่วยเหลือครอบครัวพี่น้องในพม่า เพราะการถูกจับ คือ การต้องกลับไปพม่า

“พี่บอมครับ พี่บอมครับ พี่เป็นกรรมการตั้งกองทุนนี้ด้วยนะครับ”

“ครับ ครับ” คนข้างๆตัวฉันตอบรับด้วยความเต็มใจทันที

“ครูคะ หนูไม่สบายใจค่ะ แม่หนูอยู่ที่ย่างกุ้ง ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง หนูติดต่อไม่ได้มาหลายวันแล้ว” สาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมๆกับน้ำตาที่เริ่มปริ่มออกมา

“พี่ครับ พี่ชายผมก็อยู่ที่ย่างกุ้งเหมือนกัน ผมก็ติดต่อไม่ได้” หนุ่มอาระกันคนหนึ่งก็รู้สึกไม่แตกต่างกัน

“หนูอยากกลับบ้านแล้วค่ะ หนูไม่สบายใจ ถึงหนูทำงานเก็บเงินได้แค่ไหน แต่หนูจะส่งไปให้ใครล่ะคะ หนูไม่รู้เลยว่าที่บ้านหนูตอนนี้เป็นอย่างไร” สาวเนปาล จากเมืองมิตจินา รัฐคะฉิ่น พูดด้วยภาษาของเธอ แล้วให้สาวกะเหรี่ยงแปลให้ฉันฟัง พร้อมๆกับที่ฉันแอบได้ยินคำพูดแผ่วๆท้ายประโยคว่า “เขาอาจจะไปบวชชีค่ะ จะได้สวดมนต์คุ้มครองให้คนที่บ้านเขาปลอดภัย”

มีไม่กี่ครั้งนักหรอกในวงประชุมที่ฉันคิดอะไรไม่ออก ไม่อยากพูดอะไร แค่ 54 ศพที่ผ่านมาก็เศร้าพอแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนี้ฉันทำได้เพียงส่งความห่วงใยผ่านสายตา ผ่านการจับมือให้พวกเขาและเธอรับรู้ว่า “พวกเราไม่ทอดทิ้งกัน”

ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ข้อสรุปจากวงประชุมที่ประกอบด้วย หลวงพี่โชติกา พระสงฆ์จากเมืองย่างกุ้ง ซึ่งได้รับความเคารพนับถือในหมู่แรงงานข้ามชาติจากพม่าเป็นอย่างสูง แรงงานข้ามชาติจากพม่าทั้งหญิงและชายจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆรวม 15 คน และเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนด้านพม่าอีก 3 คน ได้มีมติในเบื้องต้นร่วมกันดังนี้

พวกเราได้ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจไทย-พม่าเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลน -Thai Burmese committee for assistance to cyclone disaster victims (temporary) โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งผ่านความช่วยเหลือทั้งในรูปของเงิน ยา เสื้อผ้า และอาหารแห้ง จากประชาชนในประเทศไทยไปยังประชาชนที่ประสบภัยในประเทศพม่า โดยสิ่งของและเงินรับบริจาคชุดแรกจะถูกส่งไปยังประเทศพม่าในวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 ครั้งที่สองวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 ครั้งที่สามวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 โดยพระสงฆ์จากประเทศพม่าที่มาศึกษาเล่าเรียนที่มหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้นำกลับไปด้วยตนเอง สำหรับเงินบริจาคนั้นจะใช้วิธีการบริจาคเข้าบัญชีของหลวงพี่โชติกา บัญชีธนาคารทหารไทย ที่เลขบัญชี 1552060749 หมายเลขโทรศัพท์ 084-6465663 ตามความประสงค์ของกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่นับถือพระสงฆ์รูปนี้เป็นอย่างยิ่ง

เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พวกเขาได้เลือกคุณนัสเซอร์ อาจวารินทร์ จากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า(กรพ.) หมายเลขโทรศัพท์ 081-6181929 และคุณอดิศร เกิดมงคล จากมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี (Burma Issues) หมายเลขโทรศัพท์ 089-7887138 เป็นคณะกรรมการในชุดนี้ร่วมด้วย พร้อมทั้งยังมีพระสงฆ์กะวินดา หมายเลขโทรศัพท์ 087-5109141 นอกจากนั้นแล้วเรายังได้จัดทำ web blog 3 ภาษาขึ้นมา คือ ภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ เพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารระหว่างกันด้วย

ระหว่างนั้นฉันได้เล่าให้กลุ่มแรงงานข้ามชาติฟังว่า ขณะนี้องค์กรภาคประชาชน องค์กรธุรกิจ หน่วยงานรัฐบาลในประเทศไทยต่างก็กำลังระดมสรรพกำลัง ระดมความช่วยเหลือประชาชนในพม่าไม่ขาดสายเช่นเดียวกัน ทั้งสภากาชาดไทย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ นักธุรกิจในเมืองต่างๆโดยเฉพาะเมืองชายแดน  กระทรวงสาธารณสุข เอ็นจีโอหน่วยงานต่างๆ และองค์กรอื่นๆอีกจำนวนมาก ขอให้พวกเขาสบายใจว่า “พวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างแน่นอน” แต่คำพูดของแรงงานบางคนทำให้ฉันและคนข้างตัวต้องคิดมากขึ้นว่า “เงิน สิ่งของ อาจไม่เพียงพอเสียแล้ว” สิ่งที่ขาดหายไปจากการช่วยเหลือในตอนนี้ คือ ข้อมูลข่าวสาร ความเป็นไป เรื่องราวของพี่น้องของครอบครัวในประเทศพม่าว่าพวกเขายังอยู่รอดปลอดภัยยังมีชีวิตอยู่

“ทำอย่างไรคะ ทำอย่างไรครับ หนู/ผม ถึงจะรู้ว่าที่บ้านเป็นอย่างไร? ครูช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ? ผมไม่สบายใจ ผมคิดถึงพวกเขา แต่ผม/หนูไม่สามารถกลับไปพม่าได้” คำพูดเพียงเท่านี้ทำให้ฉันต้องคิดใคร่ครวญมากยิ่งขึ้นต่อกรณีดังกล่าว

ทำอย่างไร? เสียงจากประชาชนในพม่าจะถูกส่งผ่านไปยังพื้นที่อื่นๆนอกพม่าบ้าง เช่น มายังประเทศไทย

ทำอย่างไร? เสียงจากพี่น้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยจะถูกส่งผ่านไปยังครอบครัวที่ยังอยู่ในประเทศพม่าในตอนนี้

ทำอย่างไร? ครอบครัวทั้งสองฟากฝั่งจะรู้ข่าวคราวของกันและกัน

ความปลอดภัยของครอบครัวในพม่า ความห่วงใย กำลังใจ อาจสำคัญกว่าเงินทองและสิ่งของ

พวกเราในฐานะคนไทย

เราควรทำอย่างไรกันดี ?

ทำให้ความห่วงใยเดินทางข้ามขอบฟ้าและส่งผ่านมาถึงกันและกัน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
chompoopookha วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 08.36 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ใกล้กันแค่เส้นกั้นพรมแดน
แต่เหมือนอยู่คนละซีกโลก...
ความคิดเห็นที่ 2
ppookk วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 07.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ppookk

ช่วงนี้ดูข่าวพม่าแล้วสงสารจริงๆ ค่ะ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
ความคิดเห็นที่ 1
ชาคริส วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 07.18 น.
http://www.oknation.net/blog/chachrist

คงต้องหาวิธีช่วยกันนะครับ ในจุดที่เราสามารถทำได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งน่าจะเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลทหารอีกครั้ง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

If I had Eyes

Jack Johnson

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



สื่อมวลชนทุกวันนี้ทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน
มีอิสระเสรี
2 คน
ต้องดูว่าข่าวจะขายได้หรือเปล่า
5 คน
เป็นอัมพาตครึ่งซีก
3 คน
เซ็นเซอร์ตัวเอง
2 คน
มีปากกาแต่ดันทำหักเอง
1 คน

  โหวต 13 คน