พิมพ์หน้านี้
|
(ภาพชาวพม่าเขียนป้ายขอความช่วยเหลือริมถนนในเขตเมือง Kundangon ซึ่งกำลังเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงตามมา - ภาพรอยเตอร์) ผู้คนกำลังหิวโหย ไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่ม แถมยังป่วยอีกด้วยเลยทำให้พวกเขากล้าแสดงความไม่พอใจรัฐบาลออกมาเพราะคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว นายอ่อง อ่อง คนขับแท็กซี่ในเมืองย่างกุ้งวัย 25 ปี ที่ปกติไม่เคยแสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับรัฐบาลทหารพม่า แต่การเพิกเฉยของรัฐบาลทหารทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่ต้องพูดคำนี้ออกมา เราได้รับถั่วเพียงถ้วยเดียวเท่านั้น ชาวนาบริเวณปากลุ่มแม่น้ำอิระวดีซึ่งยุ้งฉางถูกทำลายเสียหายหมดบอกเล่าถึงความช่วยเหลือที่ได้รับหลังจากพายุพัดผ่านไปแล้วถึง 10 วัน!! ไน ไน หญิงสาววัย 28 ปี ที่สูญเสียพี่สาวและบ้านทั้งหลังไปกับพายุตั้งคำถามว่าในเมื่อชาวต่างชาติต้องการมาช่วยเหตุใดจึงไปขวางเอาไว้ทั้งๆ ที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ ต้องการน้ำและอาหาร ตัวเธอโกรธรัฐบาลเพราะต้องสูญเสียทุกอย่าง แถมยังหิวโหยจนต้องกินมะพร้าวและกล้วยประทังชีวิต สิ่งเหล่านี้ตรงข้ามกับการชวนเชื่อของรัฐบาลทหารที่ใช้สื่อในมือแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ในกองทัพหยิบยื่นอาหารให้เหยื่อพายุ แม้รัฐบาลทหารจะเปิดรับความช่วยเหลือจากนานาชาติมากขึ้น (รวมไปถึงสหรัฐฯ) แต่ระบบการแจกจ่ายสิ่งของไปยังผู้ประสบภัยกลับยังมีปัญหา มีการเลือกปฏิบัติไม่แจกจ่ายสิ่งของไปยังผู้ต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่เป็นกลุ่มที่รัฐบาลจับตามองมากเป็นพิเศษ ขณะนี้พระสงฆ์กลับถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ทางการทหารให้ไล่ผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยในวัดออกไปจากวัด เพราะเกรงว่าพระสงฆ์จะมีบทบาทมากกว่ารัฐบาลทหาร เมื่อก่อนเราเป็นผู้บริจาคดูแลพระสงฆ์ แต่ตอนนี้พระสงฆ์กลายเป็นผู้ช่วยเหลือพวกเรา Aung Khaw คนงานก่อสร้างวัย 38 ปี ที่มาอาศัยอยู่ในวัดพร้อมกับภรรยาและลูกสาวกล่าวหลังจากบ้านของครอบครัวเขาต้องถูกพายุพัดพาไป
(พระสงฆ์และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุพึ่งพาอาศัยกันในหมู่บ้าน Kyi Bui Khaw เมือง Pyapon)
(ภาพชาวบ้านเขียนป้ายขอความช่วยเหลือจากรถที่สัญจรไปมาสะท้อนให้เห็นว่าความช่วยเหลือจากรัฐบาลทหารยังคงช่วยเหลือไม่ทั่วถึง - ภาพรอยเตอร์)
หลังจากเหตุพระสงฆ์ประท้วงเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พระสงฆ์ถูกจับตามองมากขึ้น พวกทหารกลัวว่าถ้าพระอยู่กับประชาชนก็จะชวนประชาชนออกมาประท้วง ทันตแพทย์คนหนึ่งในกรุงย่างกุ้งกล่าว หนังสือพิมพ์ยังถูกปิดข่าวไม่นำเสนอความช่วยเหลือของพระสงฆ์ที่มีต่อประชาชน มีการส่ง สายลับ เข้ามาในวัดสอดส่องดูว่าพระสงฆ์ช่วยเหลือประชาชนยังไง (อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ Monks back on front lines to aid cyclone victims , news.yahoo.com/s/ap/20080512/ap_on_re_as/myanmar_buddha_s_aid_workers)
(ภาพเหยื่อนาร์กีสที่รอดชีวิตยังคงรอคอยความช่วยเหลือ ภาพเอพี) รอดตายเพื่อรอความตาย? โค จว่อ มิน ชาวบ้านที่รอดชีวิตกล่าวว่า ต้องใช้แขนเพียงข้างเดียวเกี่ยวต้นไม้เอาไว้เพราะต้องใช้อีกข้างที่เหลือกอดลูกชายที่เพิ่งเกิดใหม่เอาไว้แนบอก แต่แล้วก็ต้องเห็นลูกชายตายในอ้อมแขนของตัวเอง แถมยังต้องเห็นภาพลูกชายคนโตวัย 9 ขวบ ร่วงจากต้นไม้ลงไปในกระแสน้ำที่หมุนวนอยู่เบื้องล่างอีกด้วย
ผม ภรรยา และลูกสาวต้องห้อยบนต้นไม้เป็นเวลานานถึง 10 ชั่วโมงท่ามกลางลมฝนที่ซัดกระหน่ำ แล้วอีก 3 ชั่วโมงหลังจากนั้น โก จว่อ มินก็ต้องสูญเสียลูกชายทั้งสองคนไป เพราะลูกชายคนเล็กที่เพิ่งเกิดไม่สามารถหายใจในสภาพที่ลมพัดแรงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังมีฝนตกหนักอีกด้วย
(ภาพเด็กๆ ที่เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ภาพ Democratic Voice of
หมู่บ้านเปียน นา กอนมีผู้รอดชีวิตเพียง 12 คนจากทั้งหมด 300 คนในหมู่บ้าน โดยขณะนี้ผู้ที่รอดชีวิตทั้งหมดมาอาศัยอยู่รวมกันในเต็นท์ขนาดใหญ่เพียงหลังเดียวที่เมืองลาบุตตา อู นโย ที่เสียทั้งพ่อและแม่ไป กล่าวว่า ขณะนี้พวกที่รอดชีวิตทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว พร้อมเล่าว่า ขณะที่เดินลุยน้ำท่วมแค่เข่าไปยังเมืองลาบุตตาหลังเกิดเหตุ พบศพคนในหมู่บ้านบางส่วน ส่วนคนที่เหลือนั้นหายสาบสูญ นางซอว์ ซาน เมียนท์ เมียของนายอู นโย กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า เห็นศพคน และซากวัวควายอยู่ทุกหนแห่ง แต่ไม่กล้ามองเพราะไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้น ขณะนี้พวกเขายังชีพอยู่ด้วยผ้าห่มผืนบางๆ ขนมปังกรอบที่ให้พลังงานสูง และซุปกระป๋องที่พบในวัดแห่งหนึ่งในเมืองลาบุตตา "เราไม่รู้ว่าอาหารที่มีอยู่จะหมดเมื่อไร" ซอว์กล่าว ซอว์ ซาน เมียนท์ เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตัวเอง สามี หลานสาวชื่อเมียนเมียนกอดต้นมะพร้าวเอาไว้ด้วยกันขณะที่น้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพ่อของหลานสาวคนนี้ที่แยกออกจากกลุ่มพยายามจะกอดเสากระท่อมต้นหนึ่งเอาไว้แต่เสาหักเลยทำให้ถูกน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตาลูกสาว พอน้ำลดพวกเขาก็ปีนต้นไม้ลงมาแล้วเดินไปตามบ้านแต่ละหลังแต่ก็ไม่พบผู้รอดชีวิตเลย
(หญิงชรากำลังรอความช่วยเหลือด้วยลมหายใจที่รวยริน - ภาพ Democratic Voice of นี่คือ...ความเศร้า โหดร้ายฉากสุดท้าย?
แม้เบื้องต้นร่างรัฐธรรมนูญของพม่าจะผ่านการลงประชามติไปกว่าร้อยละ 80 แต่ชาวพม่าโดยทั่วไปก็รู้ว่าการลงประชามติครั้งนี้แทบไม่ส่งผลให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น โดยเฉพาะเหยื่อนาร์กีสที่กำลังอดตายและถูกโรคระบาดเล่นงาน ถ้าเรื่องราวในที่ราบลุ่มอิระวดีเป็นเหมือนหนังดราม่าที่แสนเข้มข้น การเขียนบทที่แสนโหดร้าย... ผู้ชมที่นั่งชมอยู่ด้วยความเศร้า เจ็บแค้นใจแทนคนที่ไม่มีทางสู้ คนที่อ่อนแอ คนที่ถูกรังแก... ได้แต่หวังว่าบทละครอันแสนโหดร้ายนี้จะเป็นฉากสุดท้าย... ถ้าโลกนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่บ้าง
(ภาพ Prachathai Burma)
(ภาพรอยเตอร์)
(ภาพเอเอฟพี)
(ภาพรอยเตอร์)
(นายพลอาวุโสตานฉ่วยพร้อมภรรยาลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญท่ามกลางประชาชนที่กำลังเสียชีวิตจากพายุ "ความอดอยาก") (งานแต่งงานของ Thandar Shwe ลูกสาวนายพลตานฉ่วย) |
| Myanmar Uprising | ||
พระสงฆ์ - ประชาชนพม่าประท้วงเผด็จการทหาร |
||
|
View All |
||
| If I had Eyes | ||
Jack Johnson |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |