พิมพ์หน้านี้
|
น้ำตา และ คำสัญญา โดย ดาม ชาติกุญชร กรุงเทพ ครับพี่ กรุงเทพ เสียงคนขายตั๋วแหกปากตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ สลับกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนของประชาสัมพันธ์ที่ประกาศตารางการเดินรถ เสียงคนขับสามล้อและมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ตะโกนหาลูกค้าเสียงโหวกเหวก เช่นเดียวกัน พี่ลงตรงนี้แหล่ะ ค่าโดยสารเท่าไหร่จ๊ะ เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งชะโงกเข้าไปในประตูรถซึ่งบานกระจกถูกหมุนลงเกือบครึ่ง เพื่อให้สะดวกต่อการจ่ายเงินต่อลูกค้าที่มาใช้บริการ 195 บาทน้อง เสียงเจ้าของรถดังขึ้น หญิงสาวล้วงหยิบธนบัตรแบงก์หนึ่งร้อยสองใบยื่นให้อย่างว่าง่าย เสร็จแล้วก็ยื่นมือไปรับเงินทอน แม่ อุ้มแพรมารอหนูก่อนน่ะ เดี๋ยวหนูมา แป็บหนึ่ง แกจะไปไหนว่ะ สา เสียงแม่ฒ่าถามขึ้น อ๋อ เดี๋ยวฉันจะซื้อตั๋วหน่อยน่ะแม่ ระวังแพรจะตื่นล่ะ รีบไปรีบมาน่ะโว้ย อย่าไปน่ะนานล่ะ น่าแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง เดี่ยวซื้อเสร็จจะรีบมา แม่จะเอาอะไรปล่าว เออๆๆๆ ซื้อลูกอมให้ข้าสัก 2 บาทก็แล้วกัน ได้ๆๆ สิ้นเสียง หญิงสาวก็รีบสาวเท้าไปยังเคาร์เตอร์ที่ซื้อตั๋วทันที จุดหมายคือ เชียงราย กรุงเทพ กรุงเทพ ที่หนึ่งค่ะพี่ ว่าแต่ว่าราคาเท่าไหร่จ๊ะ รถแอร์ปรับอากาศชั้นหนึ่ง 580 บาท รถแอร์ธรรมดา 420 บาท รถพัดลมก็ 280 บาท จะเอาอันไหนดี น้อง เสียงคนขายตั๋วบอกราคารถ ขอเป็นพัดลมที่หนึ่งค่ะ พี่ แน่ใจน่ะน้อง พี่ว่าน้องควรจะซื้อตั๋วรถแอร์ปรับอากาศชั้นหนึ่งดีกว่าน่ะ พี่ว่า ช่วงนี้ฝนตกรถพัดลมไม่ดีเท่าไหร่ ฟังดูเหมือนว่าเขาบริการแนะนำให้อย่างดี แต่นัยน์ตาดูเหมือนไม่จริงใจมากสักเท่าไหร่ พูดพลางไม่สบตากับลูกค้าเช่นเธอ ไม่หรอกค่ะพี่ ขอเป็นพัดลมก็พอแล้ว งั้นก็ตามใจน่ะ ดูขัดเคืองเล็กน้อยที่คำแนะนำของเขาดูไม่เห็นผลสำหรับหล่อน เมื่อรับตั๋วเสร็จ หญิงสาวไม่ลืมที่จะแวะไปที่ร้านค้าซึ่งอยู่ติดกับประชาสัมพันธ์กลางทางด้านซ้ายมือ เพื่อซื้อลูกอมให้กับแม่เธอ ซื้อเสร็จ หล่อนก่อนรีบก็สาวเท้าไปหาหญิงชราที่ยืนอุ้มหลานสาวตัวเล็กๆอยู่ข้างม้านั่งใกล้แผงลอยขายล็อตเตอรี่เจ้าหนึ่ง มาพอดีรู้มั้ย อีแพรมันตื่นมาพอดี ตื่นมาก็แหกปากเรียกหาแต่เอ็ง ข้าไม่รู้จะปลอบอย่างไรแล้ว อ๊ะปลอบมันเอ็งก็แล้วกัน ยายแจ่มพูดพร้อมบ่นไปพลาง หญิงสาวยื่นลูกอมให้ผู้เป็นแม่ และจากนั้นก็รับเอาลูกสาวมาอุ้มพลางพูดปลอบ เด็กสาวดุเหมือนว่าจะรับรู้ถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดแม่ ไม่นานนักก็เงียบลงและก็รัดกอดอกผู้เป็นแม่อย่างแน่น ซึ่งเหมือนเป็นลางบอกกับตนเองว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ตัวเองจะได้รสสัมผัสอ้อมอกผู้เป็นแม่ แม่ หนูจะไปรถเที่ยวทุ่มครึ่งน่ะแม่ ไปถึงกรุงเทพก็คงถึงเช้าพอดี นี่อีกสิบนาทีรถก็จะออกแล้ว สา แกไม่คิดถึงอีแพรเหรอว่ะ นี่มันก็แค่2 ขวบกว่าๆ ข้าว่ารอให้มันโตกว่านี้ไม่ได้เหรอ ข้าว่าคิดดูอีกทีดีกว่าน่ะ ลำพังเราสองคนแม่ลูกน่าจะหางานทำได้ถึงจะหนักไปหน่อย ข้าว่าก็คงมีเงินเหลือไว้กรอกหม้อบ้างล่ะ คำพูดของแม่ยามนี้มันช่างเจ็บปวดใจยิ่งหนัก เหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นหากผู้ชายสักคนหนึ่งไม่ทิ้งเธอกับลูกไป และพ่อก็จากไปอีกคนด้วยโรคของคนทำงานหนัก พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาให้ได้ ไม่ได้ซิยามนี้จะทำมาเป็นคนอ่อนแอไม่ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเอง แม่ก็รู้อยู่ว่าบ้านเรามันบ้านป่าบ้านดอย ทุกคนก็อยู่ในฐานะไม่แตกต่างกัน จะมีใครที่ไหนจะมีเงินมาจ้างเราได้ ไปกรุงเทพอย่างน้อยก็คงจะพอมีงานให้ได้บ้าง เพื่อนๆที่นั่นฉันก็พอรู้จักบ้าง อย่างน้อยพวกมันคงไม่ทิ้งฉันหรอกแม่ ส่วนเรื่องแพร แม่ช่วยดูแลไปก่อนแล้วกัน ได้งานมีเงินแล้วฉันจะส่งกลับบ้านให้แม่ได้ซื้อข้าวสารและนมให้ลูกบ้าง แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันสัญญา ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงได้มากน้อยเพียงไหน แต่ก็เป็นคำสัญญาที่ดีที่สุดที่เธอจะพูดให้หญิงชราผู้เป็นแม่ได้สบายใจ เมื่อถึงยามนี้คงไม่มีอะไรสูญเสียอีกแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คงจะเป็นลูกสาวคนเดียวของหล่อนที่ตอนนี้ยังไม่สามารถรู้เรื่องเลยว่า ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าผู้เป็นแม่จะต้องทิ้งเธอไปไกลแสนไกล หญิงสาวอุ้มประคองลูกสาวเพียงคนเดียวอย่าง ทนุถนอม ด้วยสายใยแห่งรักความห่วงใยเหมือนกับหญิงเพศผู้เป็นแม่ในโลกนี้พึงกระทำกับลูกทุกคน หญิงสาวมองดูหน้าลูกสาวแล้วก็อดใจหายไม่ได้ เวลาเดินเข้ามาใกล้ก็เหมือนหัวใจจะถูกทุบด้วยค้อนให้แหลกลาญ หยดน้ำตาไหลลงมาโดยปราศจากการรู้ตัว หญิงสาวเอามือปาดน้ำตาโดยที่ผู้เป็นแม่อดสะเทือนใจไม่ได้กับภาพวินาทีแห่งการพลัดพราก อย่าดื้ออย่าซนนะลูก เดี๋ยวยายจะตีเอา แม่สัญญา แม่ไปแล้วจะรีบเก็บเงินให้ได้มากที่สุดแล้วจะรีบกลับมาหาลูก แล้วเราจะอยู่ด้วยกันไม่พลัดพรากจากกันอีก เราจะอยู่ในบ้านเล็กๆของเรามีแม่ มีลูก มียายด้วย มีสัญญาลูก หญิงสาวพูดเบาๆข้างหูของลูกสาวพร้อมกับเอามือลูบผมลูกสาวคนเดียวของหล่อนดุจประหนึ่งว่าเป็นคำสัญญาที่พร้อมจะเอาชีวิตเป็นประกันคำสัญญา กรุงเทพครับ กรุงเทพ ผู้โดยสารที่จองตั๋วเชียงราย กรุงเทพ ให้มาขึ้นรถชานชาลาที่ 6 ด้วยครับ ตอนนี้ถึงเวลาจะออกเดินทางแล้ว เสียงประชาสัมพันธ์จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสถานีเริ่มส่งสัญญาณฝากถึงผู้โดยสารทุกคน หลายคนเมื่อได้ยินต่างพากันลุกออกจากที่นั่งในสถานีพร้อมกับขนสิ่งของสัมภาระของตัวเอง บ้างก็หิ้ว บ้างก็สะพาย บ้างก็แบก คละเคล้ากันไป สา เอ๋ย รถจะออกแล้วลูก ไปขึ้นรถไปเดี๋ยวไม่ทันรถออก ไปแม่ไปส่ง เสียงยายแจ่มผู้เป็นแม่เตือนลูกสาวเบาๆ แม่ไปส่งหนูที เหมือนเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของหล่อน ได้ สิ้นคำทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าไปที่ชานชาลาที่ 6 เพื่อขึ้นรถ ตลอดทางที่เดินไป หญิงสาวกอดลูกสาวของเธอแน่น เช่นเดียวกันลูกของหล่อนเองก็เช่นเดียวกันแม้นว่าจะไม่สามารถรับรู้ว่าวินาทีต่อไปจะเป็นวินาทีแห่งการพลัดพราก เมื่อถึงชานชาลาที่ 6 เธอยื่นลูกสาวให้ผู้เป็นแม่ เธอดูเหมือนว่าไม่เต็มใจมากนักแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งพละกำลังของยายแจ่มที่ดึงออกมาจากอ้อมอกผู้เป็นแม่ได้ อยู่กับยายน่ะลูก เป็นเด็กดีน่ะลูก แล้วแม่จะกลับมา หญิงสาวพูดให้สัญญาลูกสาวครั้งสุดท้าย แล้วค่อยๆก้าวขึ้นบันได้รถไปอย่างช้าๆ พลางไม่ลืมที่จะหันมามองดูลูกสาว แพรเริ่มร้องไห้อีกครั้ง และเริ่มร้องให้เสียงดังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้เธอเริ่มรู้ด้วยจิตสำนึกของหล่อนเองว่า แม่เธอกำลังจะทิ้งเธอไปและคงไปไกลแสนไกลอย่างแน่นอน โบกมือลาแม่แกหน่อย แพรเอ๋ย แม่เขาไปกรุงเทพแล้วลูกเอ๋ย ไม่เป็นไรหรอกลูกเดี๋ยวเขาก็กลับมา เขาไปไม่นานหรอก เขาไปหาเงินให้แกไง พอแม่แกมาแกจะได้มีข้าวสารกรอกหม้อ มีกับข้าวอร่อยๆกิน ไปเดี๋ยวเรากลับไปรอแม่แกที่บ้านก็แล้วกัน เดี๋ยวสักพักเราก็จะได้เจอกันแล้ว ยายแจ่มพูดปลอบผสมคำโกหกตามประสาของแก เสร็จแล้วก็เหลียวตัวกลับหันหลังให้กับรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป พร้อมกับอุ้มแพรที่มีอาการดิ้นรนจะวิ่งไปหาแม่และเสียงร้องไห้ร้องเรียกหาแม่ปานจะขาดใจ น้ำตาของยายแจ่มเริ่มไหลลงอาบแก้ม .... รถเริ่มออกตัว พร้อมกับสายตาของสาที่ชะเง้อเหลียวหาลูกสาว น้ำตาไหลลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า สองแก้มเต็มไปด้วยความเปียกชุ่ม เป็นเด็กดีนะลูก แล้วแม่จะกลับมา แม่สัญญาแม่จะกลับมาหาลูก แม่ให้สัญญา หญิงสาวพูดรำพึงให้สัญญากับตัวเองอีกครั้ง และแล้วรถก็พาเธอพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆไกลลับหายจากสถานีแห่งนั้น ทิ้งไว้แต่ความร่องรอยแห่งความพลัดพรากของลูกสาวกับแม่ไว้เป็นอดีตที่ยากจะมีใครอื่นเก็บมาจดจำ *************** สี่ทุ่มกว่าแล้ว แพรยังคงร้องไห้คิดถึงแม่ เสียงร้องไห้ยิ่งทำให้ยายแจ่มปวดใจยิ่งนักแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ดีกว่าปล่อยให้แพรร้องไปเรื่อยๆ เมื่อเหนื่อยก็คงหยุดไปเอง เมื่อคิดถึงตรงนี้แกจึงปล่อยให้หลานคนเดียวร้องไป เอ๋ วันนี้ทำไมฝนมันตกหนักอย่างนี้ว่ะ ลมก็แรง หน้าฝนก็ไม่ใช่ เอ๋ หรือว่าพายุหน้าร้อนจะพัดมาประเทศไทย เสียงแกบ่นแข่งกับเสียงร้องของหลานสาวและเสียงฝนที่กำลังตกอย่างหนัก หลังจากที่รถพาลูกสาวคนเดียวของแกไปกรุงเทพได้ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ฝนก็ตกมาอย่างแรงไม่ลืมหูลืมตาทั้งผสมกับลมพายุพัดกระหน่ำไฟฟ้าดับไปทั่วหมู่บ้าน ยิ่งดึกก็ฝนก็ยิ่งตกหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ลมก็ทำท่าว่าจะพัดหนักกว่าเดิมอีก มานี่แพรเอ๋ย เดี่ยวยายจะพาไปนอนแล้ว พอแล้วร้องไห้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก แม่แกคงไม่กลับมาแล้ว มานี่จะพาไปนอน ร้องไห้มากเดี๋ยวก็เป็นหวัดเป็นลมอีกคน ลำบากข้าอีก บ่นเสร็จแกก็ยื่นมือไปอุ้มหลานคนเดียวของแกขึ้นมา ในขณะนั้นเอง แกก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆใครคนหนึ่งเข้า นั่นใคร มาทำอะไรที่นี่ แกตะโกนออกไปอย่างดัง สักพักก็ได้ยินคำตอบ ฉันเอง แม่ สาไง เสียงจากเงาตะคุ่มตะโกนตอบกลับ แล้วเงาตะคุ่มก็เผยปรากฏตัวให้แกเห็นชัดๆ เป็นลูกสาวคนเดียวของแกจริงๆ ขึ้นมาบนบ้าน แล้วทำไมมาซ่ะดึก แล้วไม่ไปแล้วหรือกรุงเทพ แกละล่ำละลักถามด้วยความแปลกใจ ไม่ไปแล้วแม่ พอดีวันนี้ฝนตกหนัก น้ำท่วมทางรถไม่สามารถผ่านไปได้ คนขับก็เลยขับรถมาส่งผู้โดยสารที่สถานีทุกคน พอดีฉันเจอรถพี่วันก็เลยขออาศัยมาด้วย แล้วแพรเป็นไงบ้างแม่ มันร้องไห้ทั้งวันเลย นี่เพิ่งหยุดตะกี้ พอข้าอุ้มขึ้นมาสักพักมันก็หลับเลย ว่าแต่ว่าเอ็งกินข้าวมายัง เรียบร้อยแล้วแม่ พูดเสร็จหญิงสาวก็รับลูกสาวที่กำลังหลับอยู่มาอุ้มไว้เอง พลางพูดเบาๆ บอกแล้วไง ลูกแม่ แม่จะไม่มีวันทิ้งลูก แม่สัญญาจะกลับมาหาลูก แม่กลับมาแล้ว กลับมาแล้วพร้อมคำสัญญา พูดพลางน้ำตาเริ่มไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง ยายแจ่มไม่ได้ใส่อะไรมากนัก แกดีใจอย่างมากต่างหากที่ลูกสาวของแกไม่ได้ไปกรุงเทพ แกเดินหลบเข้าห้องนอน คงปล่อยให้สองแม่ลูกแสดงความรักความห่วงใยกันต่อไปให้สาสมกับความพลัดพรากที่ผ่านมา วันนี้แกตั้งใจว่าจะแกหลับให้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตของแก แกกราบพระเสร็จก็ล้มตัวลงหมอนและหลับไปในที่สุด
ณ ถนนพิษณุโลกเส้นทางเข้ากรุงเทพ ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังทำงานอย่างหนัก พร้อมทั้งไทยมุงจำนวนมากกำลังรุมล้อมดูเจ้าหน้าที่ทำงาน ตำรวจนายหนึ่งต่อสายโทรศัพท์ถึงผู้บังคับบัญชา รายงานความเป็นไปในเหตุการณ์รถบรรทุกสิบล้อชนกับรถบาสประจำทางสายเชียงราย กรุงเทพฯ ท่านครับ คนขับรถสิบล้อตายสอง ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถบาส สายเชียงราย- กรุงเทพฯ 36 คนตายเกลี้ยงครับท่าน รายงานการดำเนินงานให้ผมทราบทุกระยะก็แล้วกัน รับทราบครับท่าน **************** ยายแจ่มยังคงหลับต่อไปอย่างมีความสุข ฝนยังคงตกอย่างหนักพร้อมกับลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง และทำท่าว่าจะไม่หยุดเอาง่ายๆ ****************
|
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||