• ดามชาติกุญชร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : guy_promise@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-24
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 861
  • จำนวนผู้โหวต : 20
  • ส่ง msg :
more
endoonuk
ขุนดาบที่พร้อมจะฟาดฟันด้วยคมคือกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/endoonuk
วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2551
น้ำตาและคำสัญญา
Posted by ดามชาติกุญชร , ผู้อ่าน : 76 , 10:21:50 น.  
พิมพ์หน้านี้


น้ำตา และ คำสัญญา

โดย  ดาม  ชาติกุญชร

“ กรุงเทพ ครับพี่   กรุงเทพ ”     เสียงคนขายตั๋วแหกปากตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่  สลับกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนของประชาสัมพันธ์ที่ประกาศตารางการเดินรถ   เสียงคนขับสามล้อและมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ตะโกนหาลูกค้าเสียงโหวกเหวก เช่นเดียวกัน

“ พี่ลงตรงนี้แหล่ะ   ค่าโดยสารเท่าไหร่จ๊ะ”   เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งชะโงกเข้าไปในประตูรถซึ่งบานกระจกถูกหมุนลงเกือบครึ่ง  เพื่อให้สะดวกต่อการจ่ายเงินต่อลูกค้าที่มาใช้บริการ

“ 195  บาทน้อง” เสียงเจ้าของรถดังขึ้น

หญิงสาวล้วงหยิบธนบัตรแบงก์หนึ่งร้อยสองใบยื่นให้อย่างว่าง่าย   เสร็จแล้วก็ยื่นมือไปรับเงินทอน

“แม่ อุ้มแพรมารอหนูก่อนน่ะ  เดี๋ยวหนูมา  แป็บหนึ่ง”

“ แกจะไปไหนว่ะ สา”    เสียงแม่ฒ่าถามขึ้น

“อ๋อ  เดี๋ยวฉันจะซื้อตั๋วหน่อยน่ะแม่  ระวังแพรจะตื่นล่ะ ”

“รีบไปรีบมาน่ะโว้ย   อย่าไปน่ะนานล่ะ”

“น่าแม่  ไม่ต้องเป็นห่วง  เดี่ยวซื้อเสร็จจะรีบมา  แม่จะเอาอะไรปล่าว”

“ เออๆๆๆ  ซื้อลูกอมให้ข้าสัก 2 บาทก็แล้วกัน”

“ได้ๆๆ” 

                สิ้นเสียง  หญิงสาวก็รีบสาวเท้าไปยังเคาร์เตอร์ที่ซื้อตั๋วทันที   จุดหมายคือ  เชียงราย – กรุงเทพ

                “กรุงเทพ ที่หนึ่งค่ะพี่  ว่าแต่ว่าราคาเท่าไหร่จ๊ะ” 

                “ รถแอร์ปรับอากาศชั้นหนึ่ง  580 บาท  รถแอร์ธรรมดา 420 บาท รถพัดลมก็ 280 บาท   จะเอาอันไหนดี น้อง ”  เสียงคนขายตั๋วบอกราคารถ

                “ขอเป็นพัดลมที่หนึ่งค่ะ พี่ ”

                “แน่ใจน่ะน้อง  พี่ว่าน้องควรจะซื้อตั๋วรถแอร์ปรับอากาศชั้นหนึ่งดีกว่าน่ะ พี่ว่า  ช่วงนี้ฝนตกรถพัดลมไม่ดีเท่าไหร่ ”  ฟังดูเหมือนว่าเขาบริการแนะนำให้อย่างดี  แต่นัยน์ตาดูเหมือนไม่จริงใจมากสักเท่าไหร่   พูดพลางไม่สบตากับลูกค้าเช่นเธอ

                “ไม่หรอกค่ะพี่  ขอเป็นพัดลมก็พอแล้ว”

                “ งั้นก็ตามใจน่ะ”  ดูขัดเคืองเล็กน้อยที่คำแนะนำของเขาดูไม่เห็นผลสำหรับหล่อน 

เมื่อรับตั๋วเสร็จ    หญิงสาวไม่ลืมที่จะแวะไปที่ร้านค้าซึ่งอยู่ติดกับประชาสัมพันธ์กลางทางด้านซ้ายมือ  เพื่อซื้อลูกอมให้กับแม่เธอ

                ซื้อเสร็จ  หล่อนก่อนรีบก็สาวเท้าไปหาหญิงชราที่ยืนอุ้มหลานสาวตัวเล็กๆอยู่ข้างม้านั่งใกล้แผงลอยขายล็อตเตอรี่เจ้าหนึ่ง

                “ มาพอดีรู้มั้ย  อีแพรมันตื่นมาพอดี  ตื่นมาก็แหกปากเรียกหาแต่เอ็ง  ข้าไม่รู้จะปลอบอย่างไรแล้ว  อ๊ะปลอบมันเอ็งก็แล้วกัน ” ยายแจ่มพูดพร้อมบ่นไปพลาง

                หญิงสาวยื่นลูกอมให้ผู้เป็นแม่  และจากนั้นก็รับเอาลูกสาวมาอุ้มพลางพูดปลอบ  เด็กสาวดุเหมือนว่าจะรับรู้ถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดแม่ ไม่นานนักก็เงียบลงและก็รัดกอดอกผู้เป็นแม่อย่างแน่น   ซึ่งเหมือนเป็นลางบอกกับตนเองว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ตัวเองจะได้รสสัมผัสอ้อมอกผู้เป็นแม่  

                “ แม่  หนูจะไปรถเที่ยวทุ่มครึ่งน่ะแม่  ไปถึงกรุงเทพก็คงถึงเช้าพอดี  นี่อีกสิบนาทีรถก็จะออกแล้ว  ”

                “ สา แกไม่คิดถึงอีแพรเหรอว่ะ  นี่มันก็แค่2 ขวบกว่าๆ  ข้าว่ารอให้มันโตกว่านี้ไม่ได้เหรอ  ข้าว่าคิดดูอีกทีดีกว่าน่ะ   ลำพังเราสองคนแม่ลูกน่าจะหางานทำได้ถึงจะหนักไปหน่อย  ข้าว่าก็คงมีเงินเหลือไว้กรอกหม้อบ้างล่ะ  ”

                คำพูดของแม่ยามนี้มันช่างเจ็บปวดใจยิ่งหนัก  เหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นหากผู้ชายสักคนหนึ่งไม่ทิ้งเธอกับลูกไป   และพ่อก็จากไปอีกคนด้วยโรคของคนทำงานหนัก  พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาให้ได้  ไม่ได้ซิยามนี้จะทำมาเป็นคนอ่อนแอไม่ได้   หญิงสาวปลอบใจตัวเอง

                “ แม่ก็รู้อยู่ว่าบ้านเรามันบ้านป่าบ้านดอย   ทุกคนก็อยู่ในฐานะไม่แตกต่างกัน  จะมีใครที่ไหนจะมีเงินมาจ้างเราได้     ไปกรุงเทพอย่างน้อยก็คงจะพอมีงานให้ได้บ้าง  เพื่อนๆที่นั่นฉันก็พอรู้จักบ้าง  อย่างน้อยพวกมันคงไม่ทิ้งฉันหรอกแม่  ส่วนเรื่องแพร แม่ช่วยดูแลไปก่อนแล้วกัน ได้งานมีเงินแล้วฉันจะส่งกลับบ้านให้แม่ได้ซื้อข้าวสารและนมให้ลูกบ้าง  แม่ไม่ต้องเป็นห่วง  ฉันสัญญา” 

                ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงได้มากน้อยเพียงไหน  แต่ก็เป็นคำสัญญาที่ดีที่สุดที่เธอจะพูดให้หญิงชราผู้เป็นแม่ได้สบายใจ  เมื่อถึงยามนี้คงไม่มีอะไรสูญเสียอีกแล้ว  แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คงจะเป็นลูกสาวคนเดียวของหล่อนที่ตอนนี้ยังไม่สามารถรู้เรื่องเลยว่า ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าผู้เป็นแม่จะต้องทิ้งเธอไปไกลแสนไกล

                หญิงสาวอุ้มประคองลูกสาวเพียงคนเดียวอย่าง ทนุถนอม ด้วยสายใยแห่งรักความห่วงใยเหมือนกับหญิงเพศผู้เป็นแม่ในโลกนี้พึงกระทำกับลูกทุกคน   หญิงสาวมองดูหน้าลูกสาวแล้วก็อดใจหายไม่ได้  เวลาเดินเข้ามาใกล้ก็เหมือนหัวใจจะถูกทุบด้วยค้อนให้แหลกลาญ    หยดน้ำตาไหลลงมาโดยปราศจากการรู้ตัว  หญิงสาวเอามือปาดน้ำตาโดยที่ผู้เป็นแม่อดสะเทือนใจไม่ได้กับภาพวินาทีแห่งการพลัดพราก

                “ อย่าดื้ออย่าซนนะลูก เดี๋ยวยายจะตีเอา  แม่สัญญา แม่ไปแล้วจะรีบเก็บเงินให้ได้มากที่สุดแล้วจะรีบกลับมาหาลูก   แล้วเราจะอยู่ด้วยกันไม่พลัดพรากจากกันอีก   เราจะอยู่ในบ้านเล็กๆของเรามีแม่  มีลูก มียายด้วย  มีสัญญาลูก  ” หญิงสาวพูดเบาๆข้างหูของลูกสาวพร้อมกับเอามือลูบผมลูกสาวคนเดียวของหล่อนดุจประหนึ่งว่าเป็นคำสัญญาที่พร้อมจะเอาชีวิตเป็นประกันคำสัญญา

                “กรุงเทพครับ กรุงเทพ ผู้โดยสารที่จองตั๋วเชียงราย – กรุงเทพ ให้มาขึ้นรถชานชาลาที่ 6 ด้วยครับ   ตอนนี้ถึงเวลาจะออกเดินทางแล้ว ”  เสียงประชาสัมพันธ์จากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสถานีเริ่มส่งสัญญาณฝากถึงผู้โดยสารทุกคน  หลายคนเมื่อได้ยินต่างพากันลุกออกจากที่นั่งในสถานีพร้อมกับขนสิ่งของสัมภาระของตัวเอง บ้างก็หิ้ว  บ้างก็สะพาย บ้างก็แบก คละเคล้ากันไป 

                “ สา เอ๋ย  รถจะออกแล้วลูก  ไปขึ้นรถไปเดี๋ยวไม่ทันรถออก  ไปแม่ไปส่ง ” เสียงยายแจ่มผู้เป็นแม่เตือนลูกสาวเบาๆ

                “แม่ไปส่งหนูที ” เหมือนเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของหล่อน

                “ ได้ ”

                สิ้นคำทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าไปที่ชานชาลาที่ 6 เพื่อขึ้นรถ  ตลอดทางที่เดินไป  หญิงสาวกอดลูกสาวของเธอแน่น  เช่นเดียวกันลูกของหล่อนเองก็เช่นเดียวกันแม้นว่าจะไม่สามารถรับรู้ว่าวินาทีต่อไปจะเป็นวินาทีแห่งการพลัดพราก 

                เมื่อถึงชานชาลาที่ 6 เธอยื่นลูกสาวให้ผู้เป็นแม่    เธอดูเหมือนว่าไม่เต็มใจมากนักแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งพละกำลังของยายแจ่มที่ดึงออกมาจากอ้อมอกผู้เป็นแม่ได้   

                “ อยู่กับยายน่ะลูก   เป็นเด็กดีน่ะลูก  แล้วแม่จะกลับมา ” หญิงสาวพูดให้สัญญาลูกสาวครั้งสุดท้าย  แล้วค่อยๆก้าวขึ้นบันได้รถไปอย่างช้าๆ   พลางไม่ลืมที่จะหันมามองดูลูกสาว

                แพรเริ่มร้องไห้อีกครั้ง  และเริ่มร้องให้เสียงดังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   คราวนี้เธอเริ่มรู้ด้วยจิตสำนึกของหล่อนเองว่า แม่เธอกำลังจะทิ้งเธอไปและคงไปไกลแสนไกลอย่างแน่นอน

                “โบกมือลาแม่แกหน่อย แพรเอ๋ย   แม่เขาไปกรุงเทพแล้วลูกเอ๋ย  ไม่เป็นไรหรอกลูกเดี๋ยวเขาก็กลับมา  เขาไปไม่นานหรอก  เขาไปหาเงินให้แกไง  พอแม่แกมาแกจะได้มีข้าวสารกรอกหม้อ  มีกับข้าวอร่อยๆกิน   ไปเดี๋ยวเรากลับไปรอแม่แกที่บ้านก็แล้วกัน  เดี๋ยวสักพักเราก็จะได้เจอกันแล้ว ”  ยายแจ่มพูดปลอบผสมคำโกหกตามประสาของแก  เสร็จแล้วก็เหลียวตัวกลับหันหลังให้กับรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป  พร้อมกับอุ้มแพรที่มีอาการดิ้นรนจะวิ่งไปหาแม่และเสียงร้องไห้ร้องเรียกหาแม่ปานจะขาดใจ  น้ำตาของยายแจ่มเริ่มไหลลงอาบแก้ม ....

                รถเริ่มออกตัว พร้อมกับสายตาของสาที่ชะเง้อเหลียวหาลูกสาว  น้ำตาไหลลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า  สองแก้มเต็มไปด้วยความเปียกชุ่ม

                “เป็นเด็กดีนะลูก  แล้วแม่จะกลับมา  แม่สัญญาแม่จะกลับมาหาลูก แม่ให้สัญญา ”  หญิงสาวพูดรำพึงให้สัญญากับตัวเองอีกครั้ง    และแล้วรถก็พาเธอพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆไกลลับหายจากสถานีแห่งนั้น    ทิ้งไว้แต่ความร่องรอยแห่งความพลัดพรากของลูกสาวกับแม่ไว้เป็นอดีตที่ยากจะมีใครอื่นเก็บมาจดจำ

                                                                                ***************

                สี่ทุ่มกว่าแล้ว   แพรยังคงร้องไห้คิดถึงแม่   เสียงร้องไห้ยิ่งทำให้ยายแจ่มปวดใจยิ่งนักแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ดีกว่าปล่อยให้แพรร้องไปเรื่อยๆ  เมื่อเหนื่อยก็คงหยุดไปเอง  เมื่อคิดถึงตรงนี้แกจึงปล่อยให้หลานคนเดียวร้องไป

                “ เอ๋ วันนี้ทำไมฝนมันตกหนักอย่างนี้ว่ะ  ลมก็แรง   หน้าฝนก็ไม่ใช่ เอ๋ หรือว่าพายุหน้าร้อนจะพัดมาประเทศไทย  ”  เสียงแกบ่นแข่งกับเสียงร้องของหลานสาวและเสียงฝนที่กำลังตกอย่างหนัก 

                หลังจากที่รถพาลูกสาวคนเดียวของแกไปกรุงเทพได้ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ  ฝนก็ตกมาอย่างแรงไม่ลืมหูลืมตาทั้งผสมกับลมพายุพัดกระหน่ำไฟฟ้าดับไปทั่วหมู่บ้าน  ยิ่งดึกก็ฝนก็ยิ่งตกหนักขึ้นมาเรื่อยๆ  ลมก็ทำท่าว่าจะพัดหนักกว่าเดิมอีก

                “ มานี่แพรเอ๋ย  เดี่ยวยายจะพาไปนอนแล้ว  พอแล้วร้องไห้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก แม่แกคงไม่กลับมาแล้ว   มานี่จะพาไปนอน ร้องไห้มากเดี๋ยวก็เป็นหวัดเป็นลมอีกคน ลำบากข้าอีก  ” บ่นเสร็จแกก็ยื่นมือไปอุ้มหลานคนเดียวของแกขึ้นมา  ในขณะนั้นเอง  แกก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆใครคนหนึ่งเข้า

                “ นั่นใคร  มาทำอะไรที่นี่ ” แกตะโกนออกไปอย่างดัง

                สักพักก็ได้ยินคำตอบ

                “ ฉันเอง แม่  สาไง ”  เสียงจากเงาตะคุ่มตะโกนตอบกลับ  แล้วเงาตะคุ่มก็เผยปรากฏตัวให้แกเห็นชัดๆ   เป็นลูกสาวคนเดียวของแกจริงๆ  

                “ ขึ้นมาบนบ้าน แล้วทำไมมาซ่ะดึก  แล้วไม่ไปแล้วหรือกรุงเทพ ” แกละล่ำละลักถามด้วยความแปลกใจ

                “ ไม่ไปแล้วแม่ พอดีวันนี้ฝนตกหนัก  น้ำท่วมทางรถไม่สามารถผ่านไปได้ คนขับก็เลยขับรถมาส่งผู้โดยสารที่สถานีทุกคน พอดีฉันเจอรถพี่วันก็เลยขออาศัยมาด้วย  แล้วแพรเป็นไงบ้างแม่ ” 

                “ มันร้องไห้ทั้งวันเลย นี่เพิ่งหยุดตะกี้ พอข้าอุ้มขึ้นมาสักพักมันก็หลับเลย  ว่าแต่ว่าเอ็งกินข้าวมายัง ” 

                “ เรียบร้อยแล้วแม่ ”  พูดเสร็จหญิงสาวก็รับลูกสาวที่กำลังหลับอยู่มาอุ้มไว้เอง พลางพูดเบาๆ

                “บอกแล้วไง ลูกแม่ แม่จะไม่มีวันทิ้งลูก แม่สัญญาจะกลับมาหาลูก  แม่กลับมาแล้ว  กลับมาแล้วพร้อมคำสัญญา ” พูดพลางน้ำตาเริ่มไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง   ยายแจ่มไม่ได้ใส่อะไรมากนัก แกดีใจอย่างมากต่างหากที่ลูกสาวของแกไม่ได้ไปกรุงเทพ   แกเดินหลบเข้าห้องนอน คงปล่อยให้สองแม่ลูกแสดงความรักความห่วงใยกันต่อไปให้สาสมกับความพลัดพรากที่ผ่านมา        วันนี้แกตั้งใจว่าจะแกหลับให้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตของแก  แกกราบพระเสร็จก็ล้มตัวลงหมอนและหลับไปในที่สุด

               

  ถนนพิษณุโลกเส้นทางเข้ากรุงเทพ   ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังทำงานอย่างหนัก     พร้อมทั้งไทยมุงจำนวนมากกำลังรุมล้อมดูเจ้าหน้าที่ทำงาน   ตำรวจนายหนึ่งต่อสายโทรศัพท์ถึงผู้บังคับบัญชา รายงานความเป็นไปในเหตุการณ์รถบรรทุกสิบล้อชนกับรถบาสประจำทางสายเชียงราย – กรุงเทพฯ

                “  ท่านครับ  คนขับรถสิบล้อตายสอง ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถบาส สายเชียงราย- กรุงเทพฯ  36 คนตายเกลี้ยงครับท่าน ”

                “ รายงานการดำเนินงานให้ผมทราบทุกระยะก็แล้วกัน ”

                “ รับทราบครับท่าน ”

                                              ****************

                ยายแจ่มยังคงหลับต่อไปอย่างมีความสุข ฝนยังคงตกอย่างหนักพร้อมกับลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง และทำท่าว่าจะไม่หยุดเอาง่ายๆ

                                         ****************

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
alice วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 22.31 น.


เศร้าจังอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/sathitpum

เข้ามาอ่าน
เข้ามาชื่นชม
เข้าเยือนแล้ว
ครับพี่ใหญ่

เคารพและศรัทธาพี่เสมอครับ
อายุบวร
ความคิดเห็นที่ 3
มะค่าโมง วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/makamong


ความคิดเห็นที่ 2
ซันญ่า วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS


โถ.......น่าสงสาร ความไม่แน่นอน นี่มันร้ายจังเลย....
ความคิดเห็นที่ 1
ครูแหม่ม วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/krumam

น่าสงสาร สองยายหลาน จังเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31