| ความแตกต่าง | ||
- |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
|
วิกฤติต้มยำกุ้ง ไหงกลายเป็น ส้มตำปู ไครซีส... . ผมรู้จักกับ (พี่) คุณอะหนึ่ง มาหลายปี และมีโอกาสได้ร่วมงาน ช่วยเหลือพึ่งพากันบ่อยๆ มาเปิดบล็อกที่โอเคเนชั่น ก็จากการแนะนำ ชักชวน (แถมยังบังคับให้ผมหัดเขียนเรื่องลงบล็อกอีกต่างหาก) . ผมก็ยังงงๆ อยู่ เขียนก็ไม่เก่งไม่รู้จะโพสท์ เรื่องอะไร บล็อกเลยค้างเติ่งอยู่กระทู้เดิมนานแล้ว และช่วงนี้มีงานที่ต้องออก ต.จ.ว .บ่อย กลับมาหน้าบล็อก ก็ต่อเรื่องไม่ติดอยู่ดี เพราะบล็อกเกอร์แต่ละคนก็โพสท์เรื่องกันไปไกลมาก . ผมเห็น คุณอะหนึ่ง ได้รางวัลในกิจกรรม เขียนชีวิตหลังต้มยำกุ้ง ครบ 10 ปี ของโอเคเนชั่น ก็กระตุ้นให้ผมอยากเขียนบล็อกขึ้นอีกรอบ ยังสร้างเรื่อง สร้างรูปประกอบไม่ลงตัว บังเอิญได้นัดคุยงานกัน ก็เกิดไอเดีย ลองเขียนบทสัมภาษณ์ คุณอะหนึ่ง มาแฉแต่เช้า...เอ้ย แฉหน้าบล็อก ดีกว่า... . เรานัดเจอกันที่ร้านอาหารโล่งๆริมคลองแสนแสบ ตรงท่าเรือประตูน้ำ ถ้ายังนึกไม่ออก ก็ร้านตรงจุดที่เกิดระเบิดในคืนเค้าน์ดาวน์ปีใหม่ที่ผ่านมานั่นแหละ . ฯลฯ พี่...นึกยังไงชวนมานั่งร้านนี้ อะหนึ่ง...อยากมาตามกลิ่นดูผลงานที่ทำไว้เมื่อต้นปีไง ฯลฯ โอ้ยเพ่ จะเหลือให้ดูเหรอ เค้าเก็บกวาดหมดไปนานแล้ว...เหลือแต่กลิ่นน้ำเน่า ในคลองแสนแสบนี่แหละให้ดมแทน อะหนึ่ง...ก็ช่วงนี้ชีวิตมันน้ำเน่าอยู่แล้ว จะดมเพิ่มไปอีกหน่อยจะเป็นไรไป . ผมกับพี่เค้า แซวทักทายกันประมาณนี้เสมอเวลานัดเจอ พี่เค้าขี้เล่น มุกเยอะ . พี่สั่งอะไรมารองท้องก่อนมั๊ย ได้ข่าวว่าทั้งวันอยู่แต่หน้าคอมฯไม่ค่อยกินข้าวเลยนี่ เดี๋ยวก่อนก็ได้ ขอเหมือนเดิมก่อนแล้วกัน เอ้าเพ่...วันก่อนโทรไปชวนบอกว่า งดเหล้าเข้าพรรษา ไง ก็นี่มันเบียร์ ม่ายช่ายเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา เอาไว้พูดแก้ตัวกับเพื่อน เวลาไม่มีตังค์ ออกไปกินเหล้าว๊ะ .
ร่างต้นฉบับเรื่องสั้น "จนเฉียบพลัน" จากสมุดบันทึกของคุณ อะหนึ่ง . เราเริ่มต้นพูดคุย ด้วยกลิ่นแอลกอฮอร์ ตุๆ ซ๊ะงั้น แต่พี่เค้าไม่ได้ขี้เหล้านะครับ ออกจะธรรมะ ธัมโมเสียด้วยซ้ำ . เข้าเรื่องเลยดีกว่า... . เออพี่...ดีใจด้วยน๊ะ ที่ได้รางวัลจากบล็อกโคเคฯ นึกยังไงถึงส่งเข้าประกวด เฮ้ย ไม่ใช่เป็นการประกวด โอเคฯ คงอยากให้บล็อกเกอร์ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ของคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต้มยำกุ้ง มากกว่า แต่ก็ได้รางวัล ดีใจไหมความฝันของพี่ใกล้เป็นจริงแล้ว อยากเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ เรียกว่า นักอยากเขียน ดีกว่า...ธรรมดาไม่ได้ตื่นเต้นมาก แค่เวทีเล็กๆ บนจอสี่เหลี่ยม แต่ที่ดีใจก็คือเป็นงานที่เขียนเก็บไว้ในสมุดบันทึก 10 ปีแล้วได้มีโอกาสเผยแพร่ให้คนอื่นได้อ่าน แม้จะวงแคบๆ แค่ในบล็อค แต่พี่ถือคติที่ว่า ความคิดของเรา หากมีคนรับรู้แค่หนึ่งคน ก็ดีใจ โห เขียนไว้ 10 ปีแล้วเหรอ ผมนึกว่าเพิ่งแต่งใหม่ซ๊ะอีก ถ้าแต่งใหม่คงไม่จบเรื่องแน่ๆ ประสบการณ์ที่เจอใน หม้อต้มยำกุ้ง มันค่อยๆเลือนรางไปบ้างแล้ว จดไว้ในความคิด แต่ไม่ควรจำให้รกสมองน๊ะไอ้น้อง ชีวิตต้องเดินหน้า . แล้วเรื่องสั้น จนเฉียบพลัน! ที่เขียนเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย... . แล้วที่เกริ่นนำว่า คนโฆษณา กับวิกฤติต้มยำกุ้ง พี่ต้องการบอกอะไร เอางี้ แกอยู่ที่ไหนตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และกำลังสมัครงานเอเจนซี่ เตะฝุ่นอยู่เกือบปีกว่าจะได้ หางานยากมาก นี่ก็เป็นผลของวิกฤติต้มยำกุ้ง กับคนโฆษณา ยังไง?... ย้อนไปก่อนหน้า ยุคฟองสบู่ฟูฟ่อง เศรษฐกิจของไทยดีมาก ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยวงการเรียลเอสเตท เอเจนซี่โฆษณา ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ก็ผุดขึ้นมาเยอะมาก เพื่อรองรับธุรกิจโฆษณาที่ใช้เม็ดเงินแข่งขันกันสูง ยอดบิลลิ่ง ของบริษัทโฆษณาแต่ละปีก็สูง รายได้ค่าตัวของพนักงานก็สูงตามไปด้วย เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ เมื่อก่อนคนทำอาชีพนี้รายได้สูงน๊ะพี่ หัวสูงด้วย แกรู้ไหมตอนนั้นน่ะ คนโฆษณา โดยเฉพาะ ครีเอทีฟ อาร์ตได เป็นเป้าหมายที่ดีของบริษัทบัตรเครดิต เลยแหละ วันๆไม่ต้องทำอะไร คอยรับแต่โทรศัพท์พนักงานขาย แนะนำให้เป็นสมาชิกบัตรเครดิตของเค้า แต่ละคนพูดเก่งมาก เราแทรกพูดแทบไม่ทัน เสนอโปรโมชั่นให้ใช้บัตรง่ายๆ แค่ส่งหลักฐาน หนังสือรับรองเงินเดือนให้เว่อร์ๆ เข้าหน่อย 2-3 วันบัตรเครดิต ก็จะส่งถึงมือมาให้ รูดปรืด รูดปรื๊ด เลยหละ . ในเมื่อรายได้สูงแล้วจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจยังไงล่ะ ก็เพราะไอ้บัตร รูดปรืด รูดปรื๊ด นี่แหละ ที่ทำให้ก่อหนี้ใช้จ่ายเกินตัว ไปซื้อของมาก่อนเพราะคิดว่าสิ้นเดือนมีเงินใช้คืน ยังงี้ก็กลายเป็น รูดปรืด หนี้ปั๊บ น่าจะได้ ใช่เลย . แล้วไอ้บัตรเครดิตมันส่งผลกระทบหลังวิกฤติต้มยำกุ้งยังไงบ้าง มีบัตรฯ มีเครดิตก็ดี ถ้าใช้เป็น แต่ส่วนใหญ่ตอนนั้นน๊ะ ใช้แบบมือเติบกันทุกคน แถมไม่ได้มีแค่บัตรเดียว แต่ละคนมีกัน 2-3 ใบ พอเกิดวิกฤติ เงินเดือนถูกลดวู๊บ รายได้หดหาย แต่หนี้ยังพอกอยู่กองโต หมุนเงินใช้ไม่พอ ชีวิตมันก็น็อค! .
. ถามในเรื่องสั้นที่พี่เล่าประสบการณ์มั่งดีกว่า... ตัวละครเด่นในเรื่องที่ชื่อ เติมพงษ์ เป็นตัวพี่หรือเปล่า ถามยังงี้ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้ความหลังของเราหมด จะเป็นไรไป ความทุกข์ยาก อย่าบอกให้คนอื่นรู้มาก เดี๋ยวเค้าจะเครียดไปด้วย ความทุกข์ของเขาก็มีอยู่แล้ว แสดงว่า เติมพงษ์ เป็นพี่จริงๆ เอาเป็นว่า เติมพงษ์ คือเรื่องจริงของคนสองคนที่ประสบปัญหาเหมือนกัน อีกคนอยู่ไฟแนนซ์ที่ถูกปิด อีกคนอยู่เอเจนซี่ . ผมได้อ่านช่วงกลางเรื่องดันเข้าใจไปว่า เติมพงษ์ คิดสั้น กระโดดชั้นดาดฟ้าฆ่าตัวตายซ๊ะอีก คงเป็นโชคดีของ เติมพงษ์ มั๊ง ที่บนชั้นดาดฟ้ามีลูกกรงเหล็กกั้นอยู่ พี่มาหักมุมตอนจบ สุดท้าย เติมพงษ์ ก็ไม่ได้กระโดดตึก แต่กลับมาขายน้ำเต้าหู้แทน...พี่ทำน้ำเต้าหู้เป็นเหรอ เอ๊ะไอ้นี่...จะให้เราเป็น เติมพงษ์ ให้ได้ เอาเป็นว่าตอนจบ จะเป็นเรื่องของอีกหลายๆคน ที่เจอวิกฤติชีวิต เหมือนกัน ต่างคนต่างหาวิธีแก้ปัญหาของตัวเองตามถนัด . จำได้มั๊ย ตอนนั้นทุกคนโดยเฉพาะพนักงานบริษัท ต้องหาทางออก เพื่อให้มีเงิน พาชีวิตให้รอด ยอมลดความอาย อะไรที่ไม่เคยทำก็ทำ โดยเฉพาะธุรกิจง่ายๆ ที่ใช้เงินลงทุนน้อย ในเรื่องสั้น คนที่ขายน้ำเต้าหู้ จริงๆ นั้น เป็นแม่บ้านที่บริษัทฯ แกยังไม่ถูกเลย์อ๊อฟ หรอก ทุกเช้าแกจะมาตั้งโต๊ะขายน้ำเต้าหู้หน้าบริษัท เพื่อหารายได้พิเศษ ก่อน ส่วนเรื่องขายแซนวิส น่ะ แกเคยได้ดูข่าวหรือเปล่า เจ้าของบริษัทระดับร้อยล้าน พันล้าน ที่ประสบปัญหาวิกฤติ ยังต้องนำพนักงานออกมาเดินเร่ขายแซนวิส ริมถนน . ใช่...ศิริวัฒน์ แซนวิส หรือเปล่า เออ...นั่นแหละ ตอนนี้เค้าก็ยังทำอยู่น๊ะ และขยายธุรกิจ ขายเฟรนด์ไซน์ เพิ่มขึ้นด้วย อย่างนี้ใช่มั๊ย ที่เค้าเรียกว่า พลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาส ก่อนจะพลิกได้ เราต้องมีแรงฮึดก่อน อย่าท้อ...อย่าอาย . แล้ว เติมพงษ์ ขายอะไร คุณเติมพงษ์ อีกคน มันประกาศขายดาวน์รถแบบถูกๆ เพราะไม่มีปัญญาผ่อน แต่ขายไม่ได้ สุดท้ายก็โดนเจ้าหนี้ยึด ส่วนไอ้เติมพงษ์ อีกคน มันก็ขุดกรุสมบัติเก่า เทป ซีดี หนังสือ เสื้อผ้า ของสะสมกระจุกกระจิก ออกมา เปิดท้ายขายของ คำคำนี้ ถูกบัญญัติขึ้นตอนวิกฤติต้มยำกุ้งนี่แหละ แล้วพี่ล่ะ แก้ปัญหาอย่างไรในช่วงนั้น ก็ตอบไปแล้วไง เติมพงษ์ อีกคนมีรถ เติมพงษ์ อีกคน ชอบสะสม ทั้งสองคนเลย ร่วมทุนทางธุรกิจกัน เปิดท้ายขายของเก่า...!!! ใช่!... บางทีก็ไปซื้อของถูกๆ จากโบ้เบ้ ออกเร่ขายตามตลาดนัดเสาร์-อาทิตย์ ขายดีมั๊ยเพ่ ดีกะผีน๊ะซี่ มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ ทุกคนประหยัดหมด .
บันทึกต่างๆ ช่วงที่เจอปัญหา วิกฤติต้มยำกุ้ง (คุณอะหนึ่ง เขียนทุกอย่างที่ขวางหน้า) . เห็นเรามานั่งนานแล้ว ยังไม่ได้สั่งอะไรเพิ่ม เด็กเสริฟท์ เลยเข้ามาถาม...สั่งอะไรเพิ่มมั๊ยค่ะ . เออพี่ สั่งอะไรมากินแกล้มเบียร์ ดีกว่า ต้มยำกุ้งร้อนๆ มาซดสักหม้อมั๊ยเพ่ เฮ้ย...ข้ายังสำลัก แสบคอกะ ต้มยำกุ้ง ไม่หายเลยว๊ะ อย่า(สั่ง)มาอีกเลย พี่ไม่ชอบต้มยำกุ้งเหรอ ช๊อบ...ต้มยำกุ้ง ปรุงสมุนไพรเย๊อะ มันมีประโยชน์มาก แต่เราต้องค่อยๆซดน้ำอย่างช้าๆ จะได้ไม่สำลักอีก ที่สำคัญ ต้องค่อยๆเคี้ยว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่อยู่ในหม้อต้มยำด้วย มันจะได้มีภูมิคุ้มกัน เป็นบทเรียนของชีวิต ไม่ใช่เขี่ยทิ้ง . เพ่ๆๆ...อย่าโวหารมากผมม่ายยเข้าใจ . แล้วพี่ว่าประเทศไทยจะเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง รอบใหม่หรือเปล่า ไม่รู้โว้ย...ตูไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ถ้าจะเกิด วิกฤติต้มยำกุ้ง คงไม่ใช่ แต่มันจะกลายเป็น ส้มตำปู ไครซีส แทน (SOMTAMPU CRISIS) ว่าไปนั่น...ต้มยำกุ้งมันแพง ส้มตำปูมันถูกกว่า น๊ะเพ่ . เอ้า...ก็สินเชื่อจากบัตรเครดิต มันได้เปลี่ยนโฉมไปเป็น สินเชื่อส่วนบุคคล ออกล่าเหยื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ลองไปถามซิ...ไม่ว่าบริษัทไหน โรงงานไหน ร้อยคน เป็นหนี้ซ๊ะ 90 คน ตอนนี้ พนักงานแทบทุกคน ทำงาน รับเงินเดือน ใช้หนี้ กู้ใหม่ ทำงาน รับเงินเดือน ใช้หนี้ กู้ใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้ เหมือน 10 ปี ที่แล้วเป๊ะ แต่รัฐบาลกลับไม่ควบคุม . รอเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ เศรษฐกิจไทย คงจะดีขึ้นน๊ะ เชื่อได้เร้อ เห็นข่าวนักเลือกตั้งก๊วนเดิมๆ ออกมาตีปี๊บ จับกลุ่มรวมก้อน หวังชนะเลือกตั้งกันท่าเดียว ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก็คงตั้งหน้ากอบโกยคืน ชดเชยที่ต้องขาดรายได้จากที่ประเทศไทยเว้นวรรคนักการเมืองไปหนึ่งปี แกเห็นมี กลุ่มไหน พรรคไหน เสนอแนวคิด และนโยบาย ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ในวันหน้าบ้างล่ะ มีแต่จะทวงคืนอำนาจที่ถูกแย่งไป . ถ้ามีช่วยบอกที... . ดึกแล้ว เบียร์หมดไป 2-3 ขวด เราคุยงานต่ออีกนิดหน่อย แล้วเช็คบิลกลับบ้าน ก่อนที่พี่เค้าจะวกเข้าการเมืองทุกทีเวลามาวว คุณอะหนึ่งนี่คอการเมืองไม่เบาเหมือนกันครับ... . ..................................หมายเหตุผู้เขียน ฯลฯ.................................. . * กระทู้นี้ดูจะเป็นเรื่องส่วนตัวสักหน่อย แต่ผมอยากให้ คุณอะหนึ่ง ขยายความต่อ จากเรื่องสั้นที่เขียน ว่ามีจุดเด่นอย่างไร กรรมการจึงโหวตให้ได้รับรางวัล เพราะผมอ่านเองก็ยังสงสัย ว่าเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องแต่ง (ท่านที่ยังไม่ได้อ่านลองไปอ่านตามลิงค์นี้ครับ http://www.oknation.net/blog/mindhand/2007/07/22/entry-1 . *บทพูดคุยในวงเบียร์ยาวกว่านี้ (หลายขวด) ผมขออนุญาตและร่างให้ คุณอะหนึ่ง ช่วยตัดต่อเกลาคำให้สั้นลง และขอรูปที่ คุณอะหนึ่ง วาดไว้ในสมุดบันทึก มาลงประกอบด้วย (พี่เค้าขอตัดส่วน ชื่อบริษัท และเรื่องราวจากที่ทำงานเดิมออกไป) . *และผมได้โอกาสแฉ คุณอะหนึ่ง กลับแล้ว เพราะ คุณอะหนึ่ง เคยเอารูป นำเสียง ไปนินทาผมไว้ในกระทู้ตอบ TAG ฮะ ฮะ ฮ้า...อย่าว่ากันน๊ะเพ่ . ..................................ฯลฯ...ด้วยความขอบคุณ...ฯลฯ .................................. |