พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ ก็เหมือนทุกวัน คุณหญิง (อ้อ เธอชื่อหญิง เวลาใครๆ เรียกก็จะเติมคุณนำหน้า เลยกลายเป็นคุณหญิง.... ไม่ใช่คุณหญิงแต่งตั้งหรอก) ก็ยุ่งกับการจัดเตรียมเปิดสำนักงานที่บ้านของเธอ ฉันเลยไม่ค่อยกล้าเข้าไปหาเหมือนเมื่อก่อน จะพบหน้ากันก็เฉพาะตอนที่เธอเตรียมอาหารให้ฉันเท่านั้น ช่วงบ่ายๆ ฉันได้ยินเสียงอึกทึกโครมครามมาจากข้างในว่าที่สำนักงาน ฉันเลยแอบหลบไปนอนเล่นใกล้สวนหย่อมหน้าบ้าน ตกบ่ายแก่ๆ คุณหญิงก็อุ้มเจ้าตัวเล็กมาหาฉัน ทีแรกที่เห็นฉันรู้สึกขนลุก ตัวสั่น อารมณ์พลุ่กพล่านอย่างบอกไม่ถูก จะว่าอิจฉา ก็ไม่ใช่ ไม่ค่อยกล้ามองตรงๆ แต่พอเจ้าตัวเล็กร้องไห้ ฉันจึงได้มองอย่างเต็มตา ในบัดดล ฉันกลับรู้สึกถึงความผูกพันธ์อย่างบอกไม่ถูกว่าทำไม ฉันถึงรู้สึกเอ็นดูเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอย่างเฉียบพลันเช่นนี้ ด้วยความที่ฉันยังมีอาการสั่น เหมือนจะจับไข้ มันสั่นจริงๆ ฉันห้ามมันไม่ได้ คุณหญิงเลยอุ้มเจ้าตัวเล็กกลับเข้าไปข้างใน คืนนั้นทั้งคืน ฉันนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หลับตาทีไรก็เห็นแต่ดวงหน้าเจ้าตัวเล็ก มันรู้สึกผูกพันธ์มาแต่ชาติปางไหนหนอ ฉันคิดวนเวียน อาจจะเผลอคร่ำครวญออกบ้าง ก็พยายามให้เสียงเบาที่สุด ไม่ให้ไปรบกวนคุณหญิงเธอ เพราะไม่อยากให้เธอเป็นกังวลกับอาการของฉันเลย เช้าวันนี้อากาศแจ่มใส ฉันได้ยินคุณหญิงอัมเพลงลงมาจากข้างบน แถมอุ้มเจ้าตัวเล็กลงมาด้วย ฉันก็เลยระเลียดเข้าไปหาเธอ เธอจึงยื่นเจ้าตัวเล็กให้ฉัน ฉันคงแสดงอาการดีใจจนคุณหญิงจับความรู้สึกฉันได้ แต่ก็ดี มันทำให้คุณหญิงยิ้มอย่างมีความสุขได้ "ฝากดูแลหน่อยได้ไหม" คุณหญิงถามฉัน แม้ฉันจะไม่ตอบ คุณหญิงก็วางตัวเล็กให้ฉัน ฉันรู้ทันทีด้วย สัณชาตญาณ ของเพศแม่ ฉันจัดแจงให้นมแก่ตัวเล็ก ราวกับว่าเจ้าตัวเล็กเป็นลูกของฉันอย่างงั้นแหละ โดยที่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม น้ำนมของฉันจึงไหลออกมาตามใจสั่งได้ ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้เป็นแม่ลูกอ่อนสักกะหน่อย แต่เอาเถอะ ขอให้เจ้าตัวเล็กท้องอิ่ม แล้วไม่งอแง ฉันก็พอใจแล้วล่ะ และฉันก็รู้ว่าคุณหญิงพอใจที่ฉันไม่รังเกียจเจ้าตัวเล็ก จึงไว้ใจและทิ้งให้เป็นหน้าที่ของฉันต่อไป 2 กันยายน 2536 วันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แปลบเดียวสามเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันนั้น ฉันไม่มีเวลาที่จะบันทึกอะไรเลย เพราะวันวันมีแต่เจ้าตัวเล็กอยู่ทุกลมหายใจ กลัวจะหิว กลัวจะหกล้มบาดเจ็บ กล้วจะถูกรังแก สารพันที่ต้องใส่ใจ จนคุณหญิงเรียกเจ้าตัวเล็กของฉันว่า "ไข่ในหิน" ก็ฉันรักของฉันนี่ มันช่างเป็นความรัก ความผูกพันธ์ที่เป็นความสุขใจเหลือเกิน เพียงแค่คิด ฉันก็รู้สึกหัวใจพองโต และเป็นสุข ยังงี้นี่เอง ที่เขาบอกว่า ความรัก ทำให้โลกสวยงาม และสดชื่น ฉันเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของเจ้าตัวเล็กทุกวัน ไม่เว้นแม้นาทีเดียว บ่อยครั้งที่ต้องผวาตื่นตอนที่แอบงีบหลับหลังบ่ายคลายเครียด เพราะนับวันเจ้าตัวเล็กเริ่มซุกซน เที่ยวเล่นไปทั่ว สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดก็คือเจ้าตัวเล็กแอบหนีออกไปนอกบ้าน เพราะรถลาแถวนี้วิ่งเร็วเหลือเกิน ความกังวลของฉันไม่พ้นสายตาเพื่อนๆ ที่ชอบกระแนะกระแหน ฉันกับเจ้าตัวเล็กว่า "ช่างเป็นรักแท้ ... ที่ไร้พรมแดนเสียจริง ระวังเถอะสักวัน เธอจะต้องเสียใจที่เอาเมี่ยงเขามาอม" นับวันเจ้าตัวเล็กยิ่งโต ก็ยิ่งซุกซน แอบหนีออกไปข้างนอกบ่อยๆ จนฉันโดนคุณหญิงเอ็ดบ่อยๆ ว่าทำไมไม่ดูแล ฉันว่าฉันก็ดูแลดีแล้ว แต่ด้วยสังขารที่ไม่ใช่วัยขบเผาะ เลยไล่จับเจ้าตัวเล็กไม่ค่อยจะทัน มันไวยังกะลิง ทั้งแก่นแก้ว หรือมันเป็นเพราะดื่มนมฉัน เพราะตอนฉันเด็กแม่เคยบอกว่าฉันก็แก่นแก้วเหมือนกัน ตกบ่าย ฉันเฝ้ามองเจ้าตัวเล็ก วิ่งไล่เล่นกับเพื่อนๆ ฉัน ที่ฉันขอร้องไว้ว่าห้ามรังแก หลานเด็ดขาด ถึงแม้บางครั้ง หลานอาจจะมันเขี้ยวบ้าง ก็ต้องยอม ห้ามตอบโต้ในทุกกรณี จนได้สมญานามว่า "ลูกข้า ใครอย่าแตะ" มันช่างน่าเอ็นดูจริงๆ ลุงกับหลานเล่นกัน ฉันเลยคิดเพลินไปถึงเมื่อครั้งอดีตที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่ก็ดูแลฉันแบบนี้เหมือนกัน มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงเบรกดังเอี๊ยดสนั่นของรถวิ่งอยู่หน้าบ้าน ฉันตื่นจากภวังค์..... รีบมองหาเจ้าตัวเล็ก ไม่มี เห็นแต่เจ้าลุงแก่แอบไปงีบหลับอยู่ที่ชิงช้า ฉันรีบวิ่งออกไปหน้าบ้าน ได้ยินเสียงร้องเจ็บปวด...... ฉันได้แต่ภาวนา อย่าให้เป็นเสียงของเจ้าตัวเล็กของฉันเลย...... .ให้ตายซิ ฉันใจหายวาบ เมื่อเห็นคุณหญิงอุ้มเจ้าตัวเล็ก มีเลือดไหลเลอะแขนคุณหญิงเต็มไปหมด เสียงเจ้าตัวเล็กครวญครางอย่างเจ็บปวด ........ ฉันรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า.......... ทำไมถึงเป็นอย่างนี้.............. แล้วจะทำยังไง........ฉันทำอะไรไม่ถูก........ได้แต่วิ่งตามคุณหญิง ที่เดินแกมวิ่งไปที่รถแล้ว ตะโกนให้เปิดประตูรั้ว เธอขับรถออกไปเร็วราวกับจรวดก็ไม่ปาน ......... ฉันได้แต่สวดมนต์ภาวนา .............. และสีหน้าของฉันคงแย่มาก จนคนในสำนักงานต้องออกมาปลอบใจฉัน............. มันเหมือนใจจะขาดเสียให้ได้...............ฉันจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเจ้าตัวเล็ก..........ฉันรักของฉัน.......ฉันฟูมฟักเลี้ยงดูมาอย่างดี ด้วยนมของฉันเอง................... เจ้าตัวเล็กของแม่..... ฉันกระวายกระวายใจมาก............เมื่อไหร่คุณหญิงจะกลับมาเสียทีนะ............... จะกี่คนมาปลอบฉันมันก็ไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีเท่ากับฉันได้เห็นเจ้าตัวเล็กกลับมาด้วยความปลอดกับคุณหญิง............... น้ำตาเจ้ากรรมไหลรินโดยที่ฉันมิอาจกลั้นมันไว้ได้ ราวกับจะเป็นลางว่า ฉันอาจจะไม่ได้เจ้าตัวเล็กกลับคืนมา............... ความรู้สึกเจ็บแปลบลึกเข้าไปในหัวใจ......... มันช่างทรมานเหลือเกิน..............ดวงใจแม่.....ทำไมต้องจากแม่ไป...... เสียงรถคุณหญิง............ ใช่! เสียงรถคุณหญิง................. คุณหญิงกลับมาแล้ว.......... ฉันวิ่งไปหาคุณหญิงก่อนใคร คุณหญิงคงเข้าใจความรู้สึกของฉันดี ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากเธอ นอกจากสายตาที่ปลอบประโลมด้วยความเห็นใจในความสูญเสียครั้งนี้ของฉัน ............. ฉันรู้สึกขาอ่อน.....ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืน..........น้ำตาเอ่อไหลไม่ขาดสาย ...โธ่....เจ้าตัวเล็กลูกแม่............ คุณหญิงให้คนในสำนักงานจัดเตรียมกระดาษเงินกระดาษทองมาห่อหุ้มเจ้าตัวเล็ก แล้วให้คนงานเอาไปฝังที่สวนหลังบ้าน แล้วบอกฉันว่า............ถ้าคิดถึง ก็ให้มาหาลูกที่ตรงนี้...........แล้วคุณหญิงก็ให้คนงานย้ายต้นลีลาวดี มาลงใกล้ๆ ให้เป็นสัญญลักษณ์แห่งความทรงจำ..................ถึงเจ้าตัวเล็ก....ที่คุณหญิงเรียกว่า "มิ้ลกี้" เพราะเป็นลูกแมวสีขาว มีขนปุกปุยที่น่ารัก และมีแม่ชิทสุอย่างฉัน ....... เจ้าตัวเล็กก็เป็นลูกที่ฉันแสนรัก และคิดถึง ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของฉัน ระลึกถึง ด้วยรัก และผูกพันธ์ ชั่วนิรันดร์......
|
| วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม อ.แม่จัน จ.เชียงราย | ||
โครงการสร้างพระศรีอารยเมตไตรย์โพธิสัตว์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก (รอแรงศรัทธาช่วยกันบริจาคจากท่านอยู่) |
||
|
View All |
||
| ถอดหมด | ||
ถอดจนชิ้นสุดท้าย......อย่ากระพริบตา!! |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||