• พระจันทร์ตอนเย็น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 6548
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
อยากจะบอกเล่าเก้าสิบ
นานาสาระที่อยากจะบอก อยากจะเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง บางครั้งอาจเอาบุญมาฝาก หรือบอกบุญให้ไปรับเอาเองบ้างนะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/eveningmoon
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2550
......ทำยังไงดี........ฉันไม่อยากแต่งงาน (แสนรัก....ไร้พรมแดน 2)
Posted by พระจันทร์ตอนเย็น , ผู้อ่าน : 200 , 12:27:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


จากวันนั้น ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะบันทึกอะไรอีก  นอกจากวนเวียนอยู่แถวต้นลีลาวดีในยามที่แดดไม่ร้อนนัก มันไม่รู้สึกอยากทำอะไรเลย ไม่อยากกินด้วย  ถึงแม้ว่าคุณหญิงเธอจะพยายามเอาใจฉัน ด้วยการเอาตับไก่ และหัวปลาทู ของโปรดของฉันเมื่อตอนเด็กๆ  เพราะหลังจากที่คุณหญิงไปเอาข้อมูลจากนักวิชาการคนไหนก็ไม่รู้ ว่า  ถ้าสุนัขกินอาหารประเภทตับมาก และบ่อย จะเป็นต้อ จนถึงขั้นตาบอด ตอนแก่ได้  ส่วนปลาทูที่ฉันต้องอดกินไปด้วย เพราะมีคนบอกคุณหญิงว่า  ถ้ากินปลาทูคุกข้าวอย่างเดียวนานๆ จะทำให้สุนัขขาดสารอาหาร ทำให้สุนัขอายุไม่ยืน  นับแต่นั้นมา ฉันต้องกลายเป็นนักชิมอาหารเม็ดไปโดยปริยาย  เพราะทีแรกคุณหญิงซื้ออาหารเม็ดชนิดหนึ่งมา  ฉันแค่ดมกลิ่นก็ไม่กินแล้ว  คุณหญิงก็เลยต้องยกให้คนอื่น แล้วไปซื้ออีกยี่ห้อมาให้ฉันลองดู  กว่าที่ฉันจะยอมกินอาหารเม็ดได้ ก็ทดลองไปแล้วหลากหลายยี่ห้อ แล้วในที่สุดฉันก็ได้กินอาหารกระป๋องคลุกข้าว สลับกับอาหารเม็ดจากนั้นมา  แต่ตอนนี้ มันไม่มีอยากกินอาหารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของโปรดของฉันเลย  ดูคุณหญิงจะทุกข์ใจในอาการของฉัน มาก เลยพาไปหาหมอ  หมอก็บอกว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร เลยแนะนำให้พาฉันไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เช่นพาไปวิ่งนอกบ้าน จะได้ไมจำเจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เคยๆ

กิจวัตรประจำวันใหม่ของฉันก็คือ วิ่งตามคุณหญิง แล้วแต่ว่าเธอจะว่างเวลาไหน  บางทีก็ตอนเช้า ตอนที่แดดยังไม่ค่อยร้อนนัก  หรือบางทีก็เป็นตอนเย็น เพราะคุณหญิงเธอทำงานดึกตอนกลางคืน เลยตื่นสาย แดดจัด เธอก็จะไม่พาไปวิ่ง  บางครั้ง เธอขยันหน่อยก็พาวิ่งทั้งเช้า และเย็นเลยทีเดียว  สิ่งที่คนในหมู่จะเห็นเป็นประจำก็คือ “พี่ปุกปุย” เป็นสุนัขพันธ์ทางผสมบางแก้ว มาอยู่ทีหลังฉัน แต่ชอบทำตัวเป็นพี่ฉัน  ฉันก็เลยเรียกว่าพี่ชะเลย  จะมีสายจูงให้วิ่งตามรถจักรยานที่คุณหญิงขี่  ส่วนฉัน และ “พี่มิกกี้” ซึ่งเป็นสุนัขพันธ์ทางตัวใหญ่ ไม่รู้ว่าพันธ์อะไรผสมกับพันธ์อะไร  และบ่อยครั้งที่ฉันเรียกพี่มิกกี้ ว่า “พี่ใหญ่” เพราะพี่เขาตัวใหญ่เป็นหลายเท่าของฉัน  พี่เขามาอยู่กับคุณหญิงก่อนฉันหลายปี เราทั้งสองไม่ต้องใช้สายจูง  เหตุที่ พี่ปุกปุยต้องถูกล่ามด้วยสายจูง ก็เพราะ ชอบซ่า  ดื้อ และมักขัดคำสั่งคุณหญิง  และชอบทำในสิ่งที่คุณหญิงห้ามอยู่เสมอ

ใหม่ๆ คนในหมู่บ้านจะทักคุณหญิง และมองพวกเราด้วยความเอ็นดู หรือเห็นเป็นของแปลกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะบางคนถึงขนาดมองเหลียวหลังตาม  แล้วยิ้มให้ก็มี   แต่เดี๋ยวนี้เป็นที่คุ้นตาไปแล้ว  บางวันที่คุญหญิงเธอยุ่ง แถมฝนตก  ก็มักจะมีคนถามว่า ทำไมเมื่อวานไม่พามาวิ่ง……….  ดูเหมือนพวกเราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้ไปโดยไม่รู้ตัวเลยนะ  การได้ออกไปวิ่ง ไม่ได้ทำให้ฉันสึกดีขึ้นสักเท่าไหร่  เพราะตอนที่ไม่ได้ไปวิ่ง ฉันก็ยังคงหงอยเหงา ไม่กินอาหาร เหมือนเดิม  ตัวฉันที่เล็กอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งเล็กลงไปใหญ่เพราะผอมลงมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่ขนฉันลู่ลงเพราะอาบน้ำ  ก็จะเห็นชัดเลยว่า “ตัวเท่าลูกหมา” เอง

จำได้ว่าวันนั้น เป็นวันที่อากาศดี  แม้ท้องฟ้าจะมีเมฆเยอะ แต่ก็ดูโปร่ง กำลังสบาย  ไม่มึดทมึนเหมือนกับท้องฟ้าที่จะมีฝนตก  คุณหญิงเธอเลยพาพวกเราไปวิ่ง  ตอนถึงทางแยกที่จะต้องเลี้ยวไปอีกซอยอย่างเคย  พี่มิกกี้ ถามความรู้สึกของฉันว่าดีขึ้นไหม  ยังไม่ทันที่จะตอบ….ฉันกับพี่มิกกี้ต้องเบรกจนตัวโก่ง เพราะอยู่ๆ พี่ปุกปุยก็ร้องเสียงหลง  มองไป จึงเห็นพี่ปุกปุยถูกสายจูงรั้งจนทำให้สายรัดตัวพี่ปุกปุยแน่นตึง  คิดว่าคงจะเจ็บน่าดู  ด้วยเหตุที่คุณหญิงต้องเบรกรถจักรยานกระทันหัน  เพราะมีรถคันใหญ่สวนมาด้วยความเร็วขนาดที่คนในหมู่บ้านเราไม่ขับแบบนี้  มีชายหนุ่มเจ้าของรถ ผิวขาว ตาตี่ แต่ยิ้มสวย เพราะมีลักยิ้มด้วย รูปร่างสูงโปร่ง แต่มีร่องรอยลงพุงให้เห็นนิดๆ ลงมาขอโทษคุณหญิง  โค้งแล้วโค้งอีก  และก่อนที่แยกย้ายกันไป  ฉันเห็นผู้ชายคนนั้น ชี้มือชี้ไม้มาที่ฉัน  พูดอะไรกับคุณหญิงก็ไม่รู้  รู้แต่ว่าคุณหญิงมองมาที่ฉัน แล้วคุยกับผู้ชายคนนั้น มีการพยักหน้า  ยกมือยกไม้ ประกอบอยู่สักพักหนึ่ง  โดยผู้ชายคนนั้น เขียนอะไรก็ไม่รู้ในกระดาษใบเล็กๆ ของเขา แล้วกลับขึ้นรถขับออกไป  พวกเราจึงได้ออกวิ่งตามปกติ

ในวันถัดมา  ฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหญิง ดังในตอนเช้า  พี่มิกกี้ กับพี่ปุกปุย กำลังกินอาหารแครอทดิบ  เป็นอาหารว่างตอนเช้า  คุณหญิงเธอบอกว่า มันจะช่วยขัดฟันพวกเราให้สะอาด ปราศจากหินปูน  แถมยังทำให้พวกเราสุขภาพดีด้วย  แต่ฉันไม่ชอบกินหรอกเจ้าแครอทดิบนี่ เพราะฉันไม่ชอบกลิ่นมัน  เลยยอมให้พี่ปุกปุยมาคาบเอาไปกินต่ออยู่เป็นประจำ  พี่ปุกปุย ชอบกินจุบกินจิบ  กินมันทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็น  ยาง  พลาสติก  หนัง  กระดาษทุกชนิด กินแม้กระทั่งยากันยุง  ทำเอาคุณหญิงปวดหัว  เพราะต้องเสียเงินไปกับการพาพี่ปุกปุยไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรไปมากโขอยู่   คุณหญิงเธอกลัวว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมจากความตะกละของพี่เขา ทำให้ลำไส้อุดตัน และอาจเป็นอันตรายถึงตาย  มีอยู่วันหนึ่ง พี่ปุกปุย เดินดมนั่นดมนี่อยู่ดีๆ ก็ล้มลงนอนแอ้งแม้ง  ตาเหลือกไม่กระพริบ โดยไม่มีสาเหตุ  ฉันเลยต้องวิ่งไปตามคนในสำนักงานมาดู  แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นคุณหญิง เป็นคนกุลีกุจออุ้มพี่ปุกปุยขึ้นรถไปหาหมอตามเคย  พอกลับจากโรงพยาบาล พี่ปุกปุยเล่าว่า ถูกจับเอ็กเรย์  ถูกบีบท้องน่วมไปหมด  ที่สำคัญถูกเจาะเลือดไปตั้งเยอะ  แถมส่งท้ายด้วยการฉีดยาอีกเข็ม  พี่ปุกปุยบ่นว่า เนื้อตัวทั้งน่วม ทั้งพรุนไปหมดแล้ว  ฉันมารู้อาการพี่ปุกปุยจากคนสำนักงานคุยกันว่า พี่ปุกปุยเป็นโรคโลหิตจาง  อาจเป็นเพราะปากพี่ปุกปุยเป็นเหตุ ที่กินกินทุกอย่างที่ขวางหน้ากระมัง (หมาก็เป็นโรคโลหิตจางได้เหมือนกันนิ)

ทันไดนั้น ก็มีรถยนต์คันที่ฉันเคยเห็นเมื่อวันก่อนมาจอดขวางอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว  แล้วคนที่ลงมาจากรถ ก็คือผู้ชายคนนั้นนั่งเอง  คุณหญิงให้คนไปเปิดประตูรั้ว แล้วพาเขาเข้ามาในบ้าน  ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นมาทำไม  หรือว่าเขาจะปิ้งคุณหญิงของฉันเข้าแล้วหรือนี่  สักพักใหญ่ คุณหญิงก็เดินมาส่งผู้ชายคนนั้น  ตอนที่เขาเดินผ่านฉัน เขายังเอามือมาลูบหัวฉัน  แล้วชมว่า “น่ารักจัง…..ดูท่าน่าจะแสนรู้นะครับ”  คุณหญิงเธอก็ยิ้ม เป็นเชิงตอบรับคำชมแทนฉัน

แม้ว่าคุณหญิงจะยุ่งแค่ไหน  ช่วงนี้ ดูเธอจะพยายามให้เวลากับฉันมากกว่าที่เคยเป็นในระยะหลังๆ  เพราะเมื่อก่อน ฉันจะได้เคล้าเคลียบ้าง ตอนตักเธอบ้าง  ฉันไม่เคยห่างคุณหญิงเลย ตลอดเวลาที่เธออยู่บ้าน  อาจเป็นเพราะคุณหญิงสงสารฉันที่ต้องสูญเสียสิ่งที่ฉันแสนรัก…. อย่างปัจจุบันทันด่วนเช่นนี้…………. 

แต่มันก็แปลก  ทีแรกที่รู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กกำลังจะจากไป  ฉันคิดว่า ฉันจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป  มันสูญสิ้น…เหมือนโลกของฉันได้แตกสลายไปแล้ว  จนแล้วจนรอด จนบัดนี้ ฉันก็อยู่ได้  ยังไม่ตายตามเจ้าตัวเล็กไป   แม้ว่าจะพยายามอดอาหารก็แล้ว หมดอาลัยตายอยากก็แล้ว 

นั่นเป็นเพราะฉันไม่อาจทำร้ายจิตใจคุณหญิงได้  ฉันต้องยอมให้คุณหญิงพาไปหาหมอ ฉีดยาบำรุง  สารพัดวิธีที่จะให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป  ………….. แล้วฉันก็รู้สึกว่า…………..ยังไงฉันก็ควรที่จะต้องคำนึงพึงความรู้สึกห่วงใยของคุณหญิงที่มีต่อฉัน เหนือสิ่งอื่นใด ก่อน  ส่วนความเศร้าอาดูรใดๆ ให้มันจมลงสู่ก้นบึ้งในส่วนที่ลึกที่สุด ไม่รู้ว่าฉันกำลังเป็น “โรคซึมเศร้า” อยู่หรือเปล่า 

อยู่มาวันหนึ่ง คุณหญิงแต่งตัวสวยกว่าทุกวัน สวยแบบเท่  ไม่ใช่หวาน  เพราะเธอออกจะดูเฮล…เฮล มากกว่าเป็นผู้หญิง  อาจเป็นเพราะเป็นผู้หญิงเก่ง  หลายอย่างที่คิดว่าเป็นงานเชิงช่าง  เธอก็ทำได้ไม่แพ้ผู้ชายเลยล่ะ 

“โลล่า มาแต่งตัวเร็ว”  คุณหญิง หวีขนให้ฉัน แล้วใส่เสื้อสีชมพูสว่างขลิบด้วยม่วงเข้มตัวโปรดของฉัน ที่คนในหมู่บ้านมักจะชมว่า มันทำให้ขนสีขาวของฉันเด่นสลวยยิ่งขึ้น

“เสร็จแล้ว  เอ้า ไปขึ้นรถ”  คุณหญิงสั่ง  ฉันเลยกระโดดพรวดขึ้นไปก่อนเธอจะปิดประตู แล้วขับรถออกไป  ฉันไม่รู้ว่าวันนี้ คุณหญิงจะพาฉันไปไหน  แต่ดูเธอจะอารมณ์ดีกว่าทุกวัน  ตอนที่ติดไฟแดง  เธอลูบหัว ลูบตัวฉัน

“ดูซินี่  ผอมลงตั้งแยะ  สงสัยต้องขุนกันใหม่แล้วล่ะนะ”…..เธอมองฉันด้วยความรัก ฉันรู้

 “ต่อไปโคล่า ชีวิตโคล่าจะเปลี่ยนไปแล้วนะ  คิดว่าคงจะมีความสุขมากขึ้น  และลืมเรื่องเก่าๆ ได้บ้างนะ…..”  ฉันงง ไม่รู้ว่าคุณหญิงหมายถึงอะไร  คุณหญิงขับรถเข้าไปจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่ง คิดว่าน่าจะอยู่แถวลาดพร้าวนี่เอง…. 

“เอ้าลงมาได้แล้ว”  พอฉันกระโดดลงจากรถ ก็ได้กลิ่นสาปสุนัขทันที  คุณหญิงพาฉันมาที่นี่ทำไม ……… แล้วฉันก็เห็นผู้ชายคนนั้น อุ้มสุนัขที่มีหน้าตาคล้ายฉันมาก แต่เป็นสีน้ำตาล อ่อนเหลือบเข้มบริเวณรอบคอและหาง ออกมารับ  เมื่อมาถึงเรา  เขาก็วางสุนัขตัวนั้นลง  ฉันถอยกรูดไปอยู่ข้างหลังคุณหญิง ด้วยสัณชาตญาณบางอย่าง  เขาเดินเข้ามาหาฉัน  ดมไปรอบตัว  แม้ว่าฉันจะถอยร่นไปทางไหน  เขาก็ตามไปดม พลางกระดิกหางไปด้วย 

“เป็นยังไงแม่สาวน้อย….. สวยไม่เบาเลยนี่”  ไม่รู้จักกันสักหน่อย  มาทักฉันอย่างนี้ได้ยังไง  ฉันไม่ชอบเจ้านี่เลย  คุณหญิงจึงอุ้มฉันขึ้นมา  แล้วส่งต่อให้ผู้ชายคนนั้น

“ฝากดูแลด้วยนะคะ  ถ้าเรียบร้อยแล้ว ก็โทรไปบอกดิฉันด้วย  จะได้มารับกลับ  คงสักอาทิตย์หนึงมังคะ”  คุณหญิงมองหน้าเขาเพื่อขอคำตอบ 

“ครับ…… คิดว่าน่าจะไม่เกินอาทิตย์  เพราะเจ้าโคล่าของคุณเพิ่งเป็นฮีทไม่ใช่หรือ  คงทำให้เจ้าแพทของผมรวบรัดได้ภายใน สองสามวัน  แล้วยังไง ผมจะโทรไปนะครับ  หรือจะให้ผมพาไปส่งก็ได้นะครับ”  คุณหญิงไม่ได้มองหน้าเขา  แต่ฉันเห็นคุณหญิงแก้มแดงระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

“ไม่เป็นไรค่ะ  รบกวนคุณเปล่าๆ”  คุณหญิงเฉไฉทำเป็นมองดูฉัน

“ไม่รบกวนหรอกครับ  …. เพราะถ้าติดลูก  ผมก็จะได้หนึ่งตัวตามสัญญาเหมือนกัน” 

“ค่ะ” เสียงค่อนข้างเบา  แต่คุณหญิงพยักหน้ารับ โดยที่ผู้ชายคนนั้นยังคงจ้องหน้าคุณหญิงอยู่

“เอ้อ…. ฉันเห็นจะต้องกลับล่ะ มีนัดตอนบ่าย……ฝากดูแลเจ้าโคล่าด้วยนะคะ  เขาฉลาดและเป็นเด็กดีค่ะ” คุณหญิงพูดตัดบท  แล้วเดินขึ้นรถไป  ผู้ชายคนนั้นเดินตามไปปิดประตูรถให้

“ไม่ต้องห่วงนะครับ  ผมจะดูแลเป็นอย่างดี”……. เขายิ้มให้อย่างกว้างขวาง

โอ้……พระเจ้าช่วยกล้วยทอด  ฉันกำลังโดนจับคลุมถุงชนหรือนี่  เขาเป็นใครฉันไม่เคยรู้จัก  อยู่ๆ จะให้ฉันมามีอะไรๆ กับเขา ได้ยังไงกัน  ทำไมคุณหญิงถึงคิดอย่างนี้  แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดี  ถึงจะรอดพ้นจากเจ้านี่ได้….ใครช่วยบอกที?!!?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

คลุมถุงชนยังมีอยู่ในสมัยนี้อีกหรอ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ถอดหมด

ถอดจนชิ้นสุดท้าย......อย่ากระพริบตา!!

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



แสนรัก........ไร้พรมแดน
เรื่องจริง
2 คน
เรื่องแต่ง
1 คน

  โหวต 3 คน