พิมพ์หน้านี้
|
วันก่อนได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า เขามีสมญานามว่า คนขี้บ่น ก็เลยถามเขาไปว่า "สมญานามนี้ท่าน ได้แต่ใดมา" เธอผู้นั้นบอกขอเกริ่นก่อนว่า "เหล่าบริวาร ตั้งให้" แล้วเธอก็เริ่มบรรยายความเป็นมาให้ฟัง เสียยึดยาวว่า อันคำว่า คนขี้บ่น มีความหมายชัดเจนในตัวเอง หลายคนพอได้ยิน หรือได้อ่าน ก็จะร้องอ๋อ วาดภาพตัวตนของเจ้าของสมญานาม ได้ทันที แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตัดสินเพียงแค่ได้ยินเท่านั้น นะ เรื่องของเรื่อง มีอยู่ว่า เมื่อหลายปีก่อนเธอมีเหตุอันจำต้อง ตกกระได พลอยกระโจน ไปเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทีแรกเธอก็รู้สึกดีใจ ที่จะได้เป็นนายตัวเอง ไม่ต้องมีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไช จุกจิกกวนใจให้ปวดหมองไม่เว้นแต่ละวัน แต่พอเอาเข้าจริง .แม่เจ้าโว้ย มันตรงกันข้ามรวมฟ้ากับดินกับสิ่งที่ได้วาดฝันไว้ เพราะไปที่ไหน ไหน เธอก็มีแต่เจ้านาย เจ้านายเต็มไปหมด นับตั้งแต่ลูกน้องของเธอ รวมถึงพนักงานส่งเอกสาร หรือที่ฝรั่งเรียกว่า เมสเซนเจอร์ ไปจนถึงลูกค้าของเธอ นับได้เป็นร้อยๆ คน เลยล่ะ ตอนนั้นเธอจึงได้เริ่มถามตัวเองว่า .. นี่เธอคิดถูกหรือคิดผิดกันเนี่ย .. มันไม่สนุกเหมือนที่เธอคิดไว้เลยสักนิด และของแถมที่เธอได้มาก็คือ ขาเธอจะยาวกว่าคนปกติทั่วไป อ๊ะ...อ๊ะ...คงสงสัยเล้วซิท่า ว่าทำไม .การ มีเจ้านายเยอะถึงขายาวขึ้น เปล่าหรอก ก็ไอ้ตอนแรกๆ ที่เริ่มธุรกิจ เธอรู้สึกว่าทำไมวันสิ้นเดือน ถึงได้มาเร็วแบบ แป๊บ แป๊บ ก็สิ้นเดือนอีกแล้ว ..เธอเร่งปั้มเงินด้วยการ หารายได้เข้าบริษัทแทบจะไม่ทันกับรายจ่าย . พอตกกลางคืนเธอก็เลยต้องดึงขามาก่ายหน้าผากด้วย เธอบอกว่ามือก่ายอย่างเดียว ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน อ้อ ไม่ใช่ซิ . เหล่าเจ้านายทั้งหลายของเธอ .แถมยังค่าเช่า ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ .. และค่าอื่นๆ อีกจิปาถะ .. โอ้ย ทำไมมันเยอะแยะเต็มไปหมด นะไอ้ค่าใช้จ่ายนี่ .. เธอเล่าว่า พอดึงขามาก่ายหน้าผากทุกวัน ทุกวัน ขามันเลยยาวจนถึงปัจจุบันนี่ไง ฟังก่อน .. อย่าเพิ่งใจร้อน เธอบอกว่า เธอกำลังจะเข้าเรื่องที่มาของสมญานามแล้ว .. ไง เราเริ่มเห็นเค้าคนขี้บ่นของเธอหรือยัง กว่าจะเข้าเรื่องได้ เธอต้องบ่นๆๆๆๆ ก่อน . เธอว่าจะไม่ให้บ่นได้ยังไง เพราะเริ่มตั้งแต่ เหล่าเจ้านายทั้งหลายในบริษัท ของเธอ ไม่รู้สารู้สมกับความเหนื่อยยากกับการหาเงินแต่ละบาทและละสตางค์ ก็เลยไม่คิดที่จะช่วยประหยัด . ในสิ่งที่ควรประหยัด .. เธอย้ำว่า นับตั้งแต่เครื่องใช้สำนักงาน กระดาษทิชชูทั้งที่ใช้เช็ดหน้า และที่ใช้เช็ดอะไรๆ ในห้องน้ำ น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และอื่นๆ อีกมากมาย . เป็นของใช้สิ้นเปลือง ถ้าไม่ช่วยกัน ประหยัด ค่าใช้จ่ายก็จะบานเบอะ แล้วจะต้องหาเท่าไหร่ ถึงจะพอมาขึ้นเงินเดือน แจกโบนัสให้เหล่าท่านๆ ทั้งหลาย .ไม่ให้ไม่ขึ้น ก็ไม่ได้ ผลก็คือทุกครั้งที่เธอเข้าออฟฟิต ก็มักจะมีอะไรอะไร ให้บ่นมากมาย .. จนบางครั้งเธอกะว่าจะบอกข่าวดีแต่ไอ้ภาพลักษณ์ ที่ฝรั่งเรียกว่า อิมเมจ ของเธอทำให้ท่านๆ เหล่านั้นต้องรีบเอาสำลีอุดหู ฉันอดขำไม่ได้ แล้วถามว่าเป็นยังไงต่อ.... พวกเขา ก็เลยชวดที่จะได้ยินข่าวดีไปเลยซิ .ช่วยไม่ได้จริงๆ .ยังงี้ เขาเรียกว่าอุปาทานขัดลาภยังไงล่ะ ยังมีเรื่องที่เธอต้องบ่นอีก ก็คือ เวลาออกไปพบลูกค้า เธอจะต้องหอบคำขอโทษไปเป็นเข่ง บางวันก็ต้องหลายเข่ง เพราะถ้าวันไหนเหล่าเจ้านายในออฟฟิต พูดจาไม่ดี หรือไม่ใส่ใจกับลูกค้า .. เธอก็ต้องเป็นผู้รับผลแห่งการกระทำ (กรรม) ที่เธอไม่ได้ทำเอง . เวลากลับไปถึงออฟฟิตเธอก็จะบ่นๆๆๆๆ บ่นมาก บ่นน้อยขึ้นอยู่กับคำขอโทษที่เธอแจกไป .. แจกมากเธอก็จะบ่นมากหน่อย เธอว่ามันจะได้บาลานซ์กับความเครียดของเธอได้บ้าง เธอเน้นที่แน่ๆ ถ้าเธอไม่ได้เป็น คนขี้บ่น แบบนี้ บริษัทเธอคงไม่ประสพความสำเร็จ และเติบโตมานับสิบปีอย่างนี้หรอก ถึงตอนนี้ เธอคิดว่าเหล่า เจ้านายทั้งหลายของเธอคงเริ่มทำใจและคุ้นกับเสียงบ่นของเธอ เหมือนที่คนแถวสุวรรณภูมิคุ้นกับเสียงเครื่องบินขึ้น/ลง บ้างแล้ว เพราะถ้าวันไหนไม่ได้ยินเสียงบ่นของเธอ . เหล่าเจ้านายก็ดูเหมือนจะท้องผูก เอ้ย ไม่ใช่ .. กลัวว่าฝนจะตก . เพราะจะทำให้รถติดกลับบ้านดึกอีก......... เธอก็เลยต้องรักษา "ภาพลักษณ์" ของคนขี้บ่น ด้วยการบ่นๆๆๆๆ ต่อไป................ เฮ้อ..... การบ่นบางทีก็ก่อให้เกิดสิ่งดี ได้เหมือนกันนิ......คิคิ
|
| วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม อ.แม่จัน จ.เชียงราย | ||
โครงการสร้างพระศรีอารยเมตไตรย์โพธิสัตว์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก (รอแรงศรัทธาช่วยกันบริจาคจากท่านอยู่) |
||
|
View All |
||
| ถอดหมด | ||
ถอดจนชิ้นสุดท้าย......อย่ากระพริบตา!! |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |