พิมพ์หน้านี้
|
ตัดความเสียดายจากความสุขจากการนอน ยอมตื่นแต่ต้นวันเพื่อให้ทันไปดูพระอาทิตย์ขึ้น นอนฟังเสียงคลื่นลมก็ชวนเพลินอยู่ แต่พอเปลี่ยนใจตื่นมาดูชายหาด เห็นเรือน้อยลอยลำอยู่ในผืนน้ำตามลำพัง อารมณ์เคลิ้มเหงาก็มาเยือนหา แอบเผลอเปลี่ยนตัวเองให้เป็น บ่าววี หลุดเสียงออกมาว่า ..โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล ลมพัดลมเพลอยมาไกล.. ถึงตอนที่ว่านี้ถ้าจะมีคนเหงามาเข้าใจคนเหงาสักคนก็คงจะลงตัวดี
อย่างที่เล่าไว้เมื่อวานนี้ว่าเกาะสี่ที่หมู่เกาะสิมิลันนี้มีกิจกรรมอะไรให้ทำหลายอย่าง เช้านี้ก็เลยตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวซึ่งมีชื่อเรียกเก๋ไก๋แบบไทย ๆ ว่า ลานข้าหลวง ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งชื่อและมีที่มาจากอะไร แต่เท่าที่ไปมาหลายที่หลายทางในเมืองไทย ยังไม่เคยเจอสถานที่ที่ใช้ชื่อซ้ำกันนี้ ใช้เส้นทางที่จะไปหาดเล็กซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเกาะ แต่มีทางแยกซึ่งมีป้ายบอกอยู่ชัดเจนว่าให้เดินขึ้นเขาไปอีก 450 เมตร ก็จะถึง นึกอยู่ในใจว่าระยะทางแค่นี้ไม่น่ายาก
แต่พอเดิน ๆ ไปแล้วก็ชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดไว้ถูก เพราะจากทางลาดเอียงก็เริ่มเป็นทางลาดชันมากขึ้น ๆ ทุกที ต้องโหนเชือกโหนไม้ช่วยฉุดแรงเดินขึ้นไป
ยอมรับอย่างเต็มใจว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เป็นตัวชี้วัดสังขารตัวเองได้ดี ถึงร่างกายจะไม่เต็มร้อยแต่ก็ต้องพร้อมอยู่ให้พอประมาณ รองเท้าสวมให้กระชับอย่านอกกรอบคิดลากแตะขึ้นไปเชียว
บันไดไม้พาดก้อนหินขึ้นตรง ๆ อย่างนี้ โดยเฉพาะเป็นช่วงปลาย ๆ เส้นทาง ชวนให้เข่าอ่อนได้อย่างไม่ยากเย็น
ถึงจุดหมายปลายทางได้เห็นภาพบรรยากาศอย่างที่ตั้งใจจะขึ้นมาข้างบนนี้แล้ว ความเหนื่อยล้าก็ยังคงค้างคาอยู่ มาก ไม่กล้าบอกใครว่าเพียงได้สัมผัสกับบรรยากาศแล้วความเหนื่อยก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ข้างบนเจอเพื่อนร่วมเส้นทางอยู่เพียง 3-4 คน
หกโมงสี่สิบยังไม่ได้เห็นดวงตะวันอวดตัวให้เห็นเต็มดวง ผืนฟ้ากับแผ่นน้ำยังดูกลืนเป็นแผ่นผืนเดียวกัน หลากหลายสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องล่างยังดูเหมือนหยุดสงบนิ่ง
ทุกครั้งที่เฝ้าดูดวงอาทิตย์ไม่ว่าจะขึ้นหรือตก ก็มักจะเผลอคิดตามการขยับตัวของดวงอาทิตย์ว่ากำลังเคลื่อนที่ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วตัวเราต่างหากที่เป็นฝ่ายเคลื่อนที่ไป
กลับลงมาข้างล่าง ทำกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมออกเดินทางตามนัดหมายที่เรือจะมารับไปกินข้าวเช้าและดำน้ำ
คลื่นลมหน้าหาดใหญ่หากมาแรง เรือจะมารอรับทางด้านหาดเล็กหลังเกาะแทน หาดทรายด้านหาดเล็กขาวละเอียดยาวไม่น้อยหน้า ทรายขาวที่เห็นเกิดจากซากปะการังที่ผุพังแล้ว
ถ้าอยากดำน้ำแต่ขี้เกียจนั่งเรือออกไปไกล ใต้ผืนน้ำฝั่งหาดเล็กก็มีแนวปะการังอยู่เป็นหย่อม ในระดับน้ำลึกแค่ 1-4 เมตร ยามเย็นจะได้เห็นฝูงปลามารวมตัวกันอยู่มาก
เรือมารับขึ้นไปกินข้าวเช้าบนเรือ พอได้พักอิ่มแล้วก็พาไปดำน้ำ จุดที่จะไปปล่อยลงน้ำต้องดูคลื่นลมและกระแสน้ำเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ
ความงามทั้งบนแผ่นดิน ผืนน้ำ และชีวิตใต้น้ำ ที่สิมิลัน เป็นอะไรที่ได้ไปเห็นทุกครั้งก็ไม่กล้ารู้สึกเบื่อ และก็ยังไปได้อีกเรื่อย ๆ
ใกล้เที่ยงเรือที่พาไปดำน้ำพาเข้าไปแวะพักกินข้าวที่เกาะแปด หรือเกาะสิมิลัน ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน และเป็นที่ทำการของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ผืนทรายที่เกาะแปดก็ละเอียดขาวยาวตลอดหาด น้ำทะเลที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเกาะไหน ๆ ก็ดูใสสะอาดจนมองเห็นผืนทรายใต้ท้องน้ำ
สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเกาะแปดเห็นได้แต่ไกลกลางท้องทะเล ก็คือหินแกรนิตรูปเรือใบ แต่ถ้าออกจะติดการ์ตูนฝรั่งก็อาจจะเห็นเป็นรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก
เห็นผู้คนขึ้นไปยืนอยู่ที่หินรูปเรือใบข้างบน กลายเป็นจุดกระตุ้นเร้าให้อยากจะขึ้นไปบ้าง ยังไม่ยอมเข็ดกับลานข้าหลวงเมื่อตอนเช้า
มีเชือกให้ดึงปีนป่ายขึ้นไปอยู่บ้าง แต่ผ่านลานข้าหลวงมาแล้ว งานนี้ก็ต้องบอกว่าเด็ก ๆ
เมื่อครู่ยังยืนแหงนมองจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงถึงเอาตัวขึ้นมาข้างบนเพื่อที่จะได้มองลงไปข้างล่างได้
ขึ้นมาข้างบนตอนเที่ยงวันอย่างนี้แดดร้อนได้เรื่อง ถ้าจะไม่อยากรีบกลับลงไปก็คงเป็นเพราะยังเมื่อยอยู่ ขอแค่คลายเมื่อยก็หนีแดดกลับลงไปเล่นน้ำรอเรือเร็วมารับกลับ
ไม่เพียงแต่งานเลี้ยงที่จะต้องมีวันเลิกรา การมาเที่ยวทะเลก็ต้องมีเวลาแห่งการจากลาด้วยเหมือนกัน เมื่อขึ้นต้นด้วยบ่าววี ก็ขอลงท้ายด้วยบ่าววี ที่ว่า ..หากมีเรือสักลำแล่นมา ก็ขอให้เธออย่าช้าขึ้นเรือนั้นไป.. ดูเหมือนว่าเรือที่มารับกลับฝั่งจะยังจอดไม่สนิทดี ก็กระโดดแผล็วขึ้นเรือเป็นคนแรกเสียแล้ว !!! ชาร / 10 เมษายน 2551 |
| The Hague 05 | ||
เมืองตุ๊กตา Madurodam กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||