พิมพ์หน้านี้
|
เดินทางมาถึงบ้านม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ตอนบ่ายสามกว่า ๆ ระยะทางที่จะต่อไปน้ำตกเต่าดำอีกประมาณ 10 กม. คำนวณการใช้เวลาเดินทางกับสภาพถนนแบบที่ได้เผชิญผ่านมา รวมไปถึงการเดินเท้าเข้าสู่น้ำตก คงจะได้ไปมืดอยู่ข้างในนั้น ยิ่งแหงนมองฟ้าดูครึ้มฝนไม่เปิดทางให้ เข้าไปติดหล่มหรือเจอน้ำหลากตอนที่ไม่มีแสงสว่างคงหมดสนุก เลยตัดสินใจค้างนอนที่นี่ก่อน รอเข้าน้ำตกหลังมื้ออาหารเช้า จากบ้านป่าคามองไปสุดตาเห็นยอดเขาสูง มีไอหมอกฝนคลุมอยู่เหนือยอด มีชื่อเรียกว่า เขาเย็น ที่มาของชื่อฟังว่าน่าจะมาจากความเย็นที่ในนั้นมีอยู่ตลอดทั้งปี จากนั้นก็เริ่มมีการชวนเชื่อว่าในเขาเย็นยังมีสัตว์ป่าสมบูรณ์ชุกชุม และท้าทายให้มองหาเวลามาเดินป่าขึ้นยอดเขาเย็นเพื่อไปทัวร์ดูไนท์ซาฟารี ขึ้นไปแล้วถ้าแรงขายังดีก็ข้ามลงไปที่ผืนป่าอุ้มผาง ได้ฟังคำโฆษณาจบแล้วก็เลยหุบปากกลืนน้ำลายแทนการสนองรับหาความลำบากให้ตัวเองอีก
บ้านสองชั้นที่ได้รับเมตตาว่าจะให้ที่กินที่นอน ไม่ใช่โฮมเสตย์ ไม่ใช่เกสท์เฮ้าส์ แต่เป็นบ้านอยู่อาศัย ที่เป็นได้ยิ่งกว่าโรงแรมสี่ดาว หรือห้าดาว เพราะตอนที่ออกมาคลายเบายามดึก แหงนขึ้นไปมอง เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า จนคนร่วมทางแอบตั้งชื่อให้ว่า โรงแรมล้านดาว
เหนือบานประตูเข้าตัวบ้านมีไม้สลักรูปงูแขวนอยู่ ไม่กล้าไตร่ถามถึงที่ไปที่มา ถือคติไว้อย่างเดียวว่าอย่าลบหลู่เป็นใช้ได้
เจ้าบ้านผู้เอื้อเฟื้อที่ชื่อ วราเทพ เหมือนกับคนกำแพงเพชรที่เคยได้ยินชื่อคุ้นหูอยู่แถวสภา เห็นนั่งไขว้ขาคุยสบายอารมณ์แบบนี้ ถ้าแม่บ้านไปทำงานก็ต้องคว้าเจ้าตัวเล็กมาดูแล ชอบใจที่เห็นเขาแบ่งงานในบ้าน เช้าผู้หญิงไปไร่ ผู้ชายก็ต้องเลี้ยงลูก พอบ่ายผู้หญิงกลับมาเลี้ยงลูกที่บ้าน เปลี่ยนผลัดผู้ชายไปไร่แทน
คนตัวโตชื่อ เซ้ง เป็นคนนำทางชนิดที่ถึงไหนถึงกัน ส่วนคนตัวเล็กเพิ่งอายุได้ 5 เดือน ชื่อ เด็กชายรัฐศาสตร์ จำได้ว่าไม่เคยได้ยินเสียงร้องไห้งอแงเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่โรงแรมล้านดาวแห่งนี้
ไฟฟ้าที่นี่ใช้แบบแผงโซลาร์เซลล์ ทุกข์แบบคนเมืองเวลาออกป่าก็คือจะหาที่ชาร์ตแบตกล้อง แบตโทรศัพท์มือถือ ได้ที่ไหน ได้รับคำตอบว่าขึ้นอยู่กับแดดของแต่ละวัน ถ้าแดดดีก็มีไฟพอให้ชาร์ต โชคดีที่ที่นี่ให้ความเสมอภาคกับทุกเครือข่ายมือถือ ด้วยว่าไม่มีสัญญาณเหมือนกันหมด ทำให้ไม่ต้องมัวกังวลเรื่องโทรไม่ขับ หรือขับไม่โทร ทั้งหมู่บ้านมีโทรศัพท์สาธารณะแบบผ่านดาวเทียมอยู่เครื่องเดียว ติดอยู่ที่ฝาบ้านผู้ใหญ่บ้าน
สัตว์เลี้ยงที่เห็นเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วหมู่บ้านก็คือหมู กับไก่ หมาพอเห็นอยู่บ้าง แต่ไม่เห็นแมว หมูที่นี่หน้าตาไม่เหมือนหมูเมือง เห็นเดินหากินเกะกะทั่วไปแบบนี้ แต่พอตกเย็นได้เวลาหายตัวไปเงียบ แยกย้ายกันกลับเข้าเล้าใครเล้ามันกันเอง เจ้าของไม่จำเป็นต้องมาไล่ต้อน เห็นเลี้ยงหมูกันเยอะแยะอย่างนี้ อย่านึกว่าจะเป็นเรื่องหมู ๆ ที่จะได้กินเนื้อหมู เพราะถ้าไม่มีงานพิธีอะไรเขาก็ไม่ล้มหมูมาเลี้ยงคนที่อยากกินหมู
บาทวิถีภายในหมู่บ้านเป็นทางดินล้วน คุยกันเอาสนุกว่าถนนที่นี่ถ้าฝนไม่ตกก็จะไม่เห็นเส้นแบ่งเลน เพราะพอฝนตกลงมาก็จะได้เห็นกันทั้ง (ขี้) เลนแบบสีชาเย็น และ (ขี้) เลนแบบสีกาแฟเย็น ถนนแบบนี้นี่เองที่เวลามีเลือกตั้ง เลยต้องขนหีบบัตรขึ้น ฮ. อย่างเดียว ไม่มีคนเอารถเข้ามาขน ยังมีคนเล่าให้ฟังอีกว่าเวลาคนที่นี่ไปติดต่อราชการที่อำเภอ มักจะได้สิทธิ์คิวต้น ๆ ก่อน เพื่อที่จะได้กลับหมู่บ้านได้ทันก่อนมืด ซึ่งคนบ้านอื่นในอำเภอก็ไม่ว่าอะไร
แวะไปพูดคุยเสนอหน้ากับผู้ใหญ่บ้านตามธรรมเนียมไทยที่สอนให้รู้จักนอบน้อมเข้าหาผู้ใหญ่ ฟังว่าเพิ่งจะกลับจากไปอบรมที่ต่างจังหวัด วันพรุ่งจะต้องเข้าไปประชุมที่อำเภออีก บางทีอาจจะเอามอเตอร์ไซค์ไป นึกถึงเส้นทางที่ผ่านเข้ามาแล้วก็เก็บความคิดไว้ในใจว่า งานนี้ผู้ใหญ่จะได้ขี่หรือจะต้องเข็นมอเตอร์ไซค์ไปกันแน่
แวะไปเข้าห้องน้ำที่บ้านผู้ใหญ่ ขนาดระวังก้มแล้วยังเอากระหม่อมกลางกระแทกเข้ากับคานประตูห้องน้ำถึงงง คงเป็นเหมือนกันหมดทุกบ้านที่ทำประตูห้องน้ำไว้เตี้ยนิดเดียว คนที่ตัวสูงหน่อยมาที่นี่แล้วไม่เหมาะกับการเข้าห้องน้ำ เลยออกมาเดินชมดอกไม้ข้างบ้านผู้ใหญ่ให้พอคลายเจ็บ
แม่เฒ่าพาเด็ก ๆ ผู้หญิงมานั่งสอนให้เย็บปักถักร้อย ใช้เวลาให้เป็นค่าดีกว่าปล่อยทิ้งให้ผ่านไป
รอยยิ้มอย่างเอมอิ่มกับความสุขที่ได้เห็นผลสำเร็จของงานที่เกิดขึ้นจากฝีมือของตัวเอง
เด็ก ๆ อีกกลุ่มหนึ่งมารวมกันเล่นอยู่ที่กลางหมู่บ้าน แต่สาวน้อยคนนี้กำลังเฝ้ารอการกลับมาง้อของคนที่ทำให้เธองอน
ไม้ใหญ่ยังแผ่ปกคลุมให้ความร่มเย็น แต่ที่คานไม้ซึ่งสร้างโครงขึ้นไว้มีปรัชญาลึกจากลายมือเขียนว่า ไม่มีอะไรจะยุติธรรม เท่ากับกรรมที่ทำไว้ อ่านแล้วก็เลยยิ่งเย็นขึ้นไปอีก
กลับมาที่โรงแรมล้านดาวยืนมองเขาเย็นกัน มองกันไปมองกันมาได้ไม่นาน เห็นเวลาเพิ่งจะห้าโมงไม่รู้จะทำอะไรกันดี ก็เลยชวนกันไปเที่ยวที่ตีนเขาเย็น พอออกรถไปแล้วก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด เพราะบางเรื่องก็อยู่เฉย ๆ แล้วดีกว่า
ธรรมชาติสวยงามเสมอ และยิ่งงดงามเมื่อหลบเลี่ยงหลีกทางให้แก่กัน แล้วได้พูดคุยทักทายกันเหมือนคนที่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน ความสวยงามที่เกิดจากการเปิดหัวใจทุกบานให้แก่กัน
งานนี้ไม่มีสะพานให้ปีน คนท้ายกระบะตะโกนบอกให้ลุยเลย เลยต้องลงลุยฝ่าก้อนหินในท้องลำธารไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง เดินหน้ามาแล้วขืนถอยหลังคงเสียฟอร์ม
ใช้เวลา 25 นาที ก็มาถึงตีนเขาเย็น ดูเส้นทางที่จะต้องไปต่อแล้วไม่น่าจะสนุก เพราะเส้นทางขาที่เข้ามา กลับออกไปตอนมืด ๆ ก็คงจะสนุกไม่ออกเหมือนกัน
นี่แหละคือเขาเย็นที่มีคนมาชวนเชื่อและท้าทายให้ไปเดินป่า คิดถึงอายุตัวและสภาพอวัยวะในร่างกายแล้ว ก็เลยยังไม่พร้อมที่จะตัดใจรับคำได้
และเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยเบื้องหลังของ นายชาร คนที่ชอบแสวงหาแต่ทางออก (EXIT) แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วก็มักจะคิดอะไรไม่ค่อยออก
ทิวทัศน์โดยรอบตีนเขาเย็นเป็นโลกสีเขียวที่ชวนให้คนเมืองเปลี่ยนความคิดที่อยากจะคืนกลับสู่ธรรมชาติ
มีอยู่บ่อยครั้งที่คนที่เขาอยู่กับธรรมชาติเหล่านี้ทุกวันก็ทำท่างงไม่เข้าใจว่า คนเมืองพวกนี้จะมามีความสุขอะไรกันได้หนักหนา คงแอบคิดอยู่ในใจว่าพวกนี้เว่อน่าดู เหมือนที่เคยไปกินอาหารทะเลที่เกาะปันหยี จ.พังงา คนขายเขามายืนดูคนกินแล้วก็ยิ้มเอ็นดู ก็เห็นคนเมืองกินอย่างเอร็ดอร่อย ต่างกับเขาที่เห็นอาหารทะเลแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ
ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวอยู่สิบห้านาที แสงตะวันเริ่มลดต่ำลงทุกที ชวนกันขึ้นรถกลับ ไม่ใช่แค่กลัวความมืด แต่ท้องเริ่มจะร้องหิว เพราะพื้นถนนที่โยกคลอนตลอดเส้นทางทำให้ กระบวนการย่อยอาหารมื้อกลางวันเร็วกว่าที่ควรเป็น
กลับถึงโรงแรมล้านดาวตอนหกโมงเย็น ภายในครัวมีการตระเตรียมอาหารต้อนรับ สาวน้อยแสดงฝีมือการหุงข้าวด้วยหม้อ ข้าวที่นี่เป็นข้าวภูเขาเมล็ดสั้น ข้าวเมืองที่เอามาปลูกที่นี่ได้แต่ผลุบไม่ยอมโผล่
แม่บ้านเป็นผู้จัดการลงมือกับฟักทองลูกโต ก่อนที่เลยมาจัดการกับพริกสดกองใหญ่
ใช้เวลาไม่นานนักอาหารก็ถูกลำเลียงมาจัดวางบนโต๊ะอาหารซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องห้องเดียวกันกับห้องครัว กับข้าว 3 อย่าง ถูกจัดไว้ 2 ที่
ต้มฟักทองหั่นชิ้นโต น้ำต้มมีรสหวาน เป็นอาหารจานหลัก ซึ่งมื้อเช้าก็มีให้อีก ฟักทองที่บ้านนี้มีอยู่มาก แต่ละลูกมีขนาดใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ผู้มาเยือนนอกจากจะได้ลิ้มรสต้มฟักทองแล้ว ยังจะได้ฟักทองเป็นลูกเป็นของฝากกลับไปอีกด้วย สำหรับมื้อเช้ามีอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างก็คือ ต้มฟัก ที่รสชาติคล้ายกับต้มฟักทอง และฟักที่ใช้ไม่ได้หั่นสับเป็นชิ้นซอย แต่เป็นเนื้อฟักที่เกิดจากการเอาช้อนขูด ทั้ง 2 ต้ม ที่ว่านี้ ดูเหมือนรสชาติไม่ถูกปากคนเมือง
ผัดพริกที่มีเนื้อหมูใส่ปน เป็นเนื้อหมูที่เมื่อมีการล้มหมูก็จะมีการทำแห้งถนอมอาหารเก็บไว้ใช้ยามต้องการ รสออกจืด คนเมืองพอจะถูกปากบ้าง แต่ก็ยังหายไปจากจานไม่ถึงครึ่ง
จานนี้ขายดีที่สุด ไข่พกเอาไปแต่ฝีมือเจียวไข่เป็นของแม่บ้าน เป็นไข่เจียวที่ใส่พริกและหอมหัวใหญ่ ถึงรสจะออกจืดไปบ้าง แต่ก็ขายได้เกือบหมด เตรียมไข่ไป 6 ใบ เจียวหมดในมื้อเดียว เดือดร้อนตอนเช้าเลยทำให้กินข้าวกันน้อย เจ้าของบ้านคงนึกว่าเกรงใจ เลยทำให้ฝ่ายผู้มาเยือนนั้นต้องฝืนใจเติมข้าวเติมกับ ถ้าได้ไปอยู่ที่นี่สักเดือน มีหวังหุ่นเพรียวไม่มีพลุ้ย
น้ำต้มจึงดูจะเป็นความหวังสุดท้าย คนโตก็กินกาแฟได้ เด็ก ๆ ก็พอต้มมาม่ากินประทัง
กินอิ่มกันแล้ว ก็อยากขจัดคราบเหงื่อไคล ขี้ดินขี้โคลนที่ผ่านเจอกันมาทั้งวัน ก็เลยได้รู้ว่าน้ำประปาไม่ไหลมาหลายวันแล้ว ที่นี่เขาใช้ประปาภูเขา ไม่รู้ว่าใครมาทำไว้ให้ แต่ที่รู้ก็คือไม่มีใครได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแล น้ำประปาไม่ไหลก็คือไม่ไหล ยังไม่รู้ว่าจะต้องแจ้งใครให้ไปแก้ไข ในที่สุดก็ต้องขนคนส่วนหนึ่งขึ้นรถย้อนไปอาบน้ำในลำธารที่ขับผ่านมาเมื่อตอนบ่าย แล้วเอาถังไปขนน้ำใส่กลับมาให้คนอีกส่วนหนึ่ง เสียดายที่คืนนั้นไม่มีแสงจันทร์ ไม่งั้นก็จะเป็นการอาบน้ำในลำธารธรรมชาติท่ามกลางแสงจันทร์ที่แสนจะโรแมนติค
สี่ทุ่มเริ่มสังเกตเห็นผู้คนค่อย ๆ ทะยอยล้มหายไปอยู่ใต้ผืนผ้าห่มทีละคน ๆ ที่นอนถูกจัดไว้ให้ผู้ชายนอนเรียงกันอยู่เป็นแถวตรงแนวประตูบ้าน ส่วนผู้หญิงและเด็กขยับขึ้นไปอีกนิดมีมุ้งให้กันแมลง อากาศเย็นและยิ่งเย็นขึ้นอีกเมื่อมีลม แถวที่นอนกับครัวอยู่ห้องติดกันที่ประตูไม่มีอะไรปิดกั้น ควันไฟกระพือเข้ามารมผู้คนอยู่เป็นระยะ
เผลอหลับไปตอนไหนแทบไม่รู้ตัว และเป็นการนอนที่หลับสนิทยาว ไม่รู้ว่าเป็นการหลับจากความเหนื่อยเพลียกับการเดินทาง หรือจะเป็นเพราะถูกรมจากเจ้าควันไฟกองที่อยู่ข้างที่นอน !!! ชาร / 16 พฤษภาคม 2551 |
| The Hague 05 | ||
เมืองตุ๊กตา Madurodam กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |