พิมพ์หน้านี้
|
หลังผ่านศึกหนักมาจากน้ำตกเต่าดำ เช้าวันใหม่เลยพักยกหาที่เที่ยวเบา ๆ ใกล้ ๆ คลองลาน นึกถึงช่องเย็นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ขึ้นมาได้ ไม่ได้แวะเวียนขึ้นไปเยี่ยมมานานแล้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 1117 คลองลาน อุ้มผาง จากอำเภอคลองลานไปประมาณ 20 กม. จะถึงทางแยกเข้าอุทยานฯ ซึ่งจะต้องจ่ายค่าผ่านเข้าอุทยานฯ ที่จุดนี้
จากแยกทางเข้าอุทยานฯ ไปประมาณ 9 กม. หลัก กม.ที่ 65 เป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ บ้านคลองปลาสร้อย ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร การจะผ่านขึ้นไปจากจุดนี้จะต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้รับอนุญาตเสียก่อน
ที่บริเวณนี้มีบ้านพักไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย มีไฟฟ้าให้ใช้ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามอัตภาพ เห็นมีร้านค้าสวัสดิการลักษณะเหมือนจะขายอาหารตามสั่ง แต่ไม่รู้ว่าจะเปิดให้บริการทุกวันหรือเปล่า โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนผ่านทางมาเที่ยวไม่มากนัก
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.นครสวรรค์ กับ จ.กำแพงเพชร เป็นผืนป่าในแนวเทือกเขาถนนธงชัย มียอดเขาที่สูงที่สุดในผืนป่าแห่งนี้คือ ยอดโมโกจู ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,964 เมตร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ แค่ 38 กิโลเมตร แต่ต้องเดินเท้าเข้าไป ซึ่งก็มีคนจัดนำเที่ยวกันอยู่
ออกจากที่ทำการอุทยานฯ ฝนเทลงมาไม่ขาดสาย วันนี้ขอไปนั่งอยู่กระบะท้ายรถ ลมภูเขาผสมสายน้ำฟ้าสร้างความหนาวเย็นให้ตั้งแต่ต้นทาง ยังไม่ต้องถึงช่องเย็น จากที่ทำการอุทยานฯ 16 กม. ใช้เวลาไป 25 นาที หลัก กม.ที่ 81 ของเส้นทางสายคลองลาน อุ้มผาง เป็นจุดชมวิวกิ่วกระทิง ที่ปกติจะเห็นบรรยากาศลำเนาไพรได้อย่างกว้างไกล แต่วันนี้ไม่เห็นอะไรนอกจากสายฝนรอบตัว
จากจุดชมวิวกิ่วกระทิง 12 กม. ใช้เวลาไปอีก 25 นาที ก็ขึ้นมาถึงบริเวณที่เรียกว่าช่องเย็น หลัก กม.ที่ 93 ของเส้นทางสายคลองลาน อุ้มผาง จุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้ในวันนี้ ซึ่งหากมีถนนต่ออีก 50 กม. ก็จะถึง อ.อุ้มผาง จ.ตาก การตัดสินใจเลือกระหว่างถนนกับผืนป่ายังจะต้องเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต
เที่ยงวันของเดือนพฤษภาคม กับอุณหภูมิ 19 องศา ชื่อของช่องเย็นจากที่มาของช่องเขาที่มีลมพัดให้ความเย็นฉ่ำอยู่ตลอดทั้งปี
จากที่ได้เจอมากับตัวเอง ชอบที่จะมาช่องเย็นในช่วงปลายฝนมากกว่าช่วงอื่น ๆ ด้วยความที่หลงเสน่ห์สายลมเย็นซึ่งพัดกระทบปรอยสายฝนจนเกิดเป็นละอองหมอกขาวโพลนไปทั่วลาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาโพล้เพล้ เป็นความทรงจำที่สั่นหนาวจากความฉ่ำเย็น ที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ตอนที่ขึ้นมาในช่วงอากาศหนาวเย็น ที่ได้เจอเพียงหมอกหนาวกับความเย็นแห้ง บนนี้มีบ้านพักไว้บริการแต่ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ ไม่มีร้านขายอาหารหรือขายของอยู่ ช่วงที่คนแห่มาเที่ยวกันบนลานช่องเย็นจะแน่นไปด้วยเต๊นท์ แทบจะหาที่จอดรถไม่ได้ การจราจรขึ้นลงจากที่ทำการอุทยานฯ ต้องถูกจัดแบ่งเวลาป้องกันอันตรายจากรถที่สวนทางกันบนทางแคบ
บริเวณสุดทางอนุญาตที่ให้รถผ่าน เส้นทางสายนี้เริ่มต้นนับหนึ่งจากบ้านคลองแม่ลาย อ.เมืองฯ จ.กำแพงเพชร เมื่อปี 2518 ตั้งใจจะให้ไปจบทางที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ปี 2527 เมื่อถึง กม.ที่ 115 ซึ่งเลยช่องเย็นไปอีก 22 กม. ขาดอีก 28 กม. จะจบความตั้งใจเดิม การก่อสร้างก็ถูกระงับ
ป้ายข้อความ ช่องเย็น ภูผาท้าสายลม ชมสายหมอก ที่ดูยังขาดตกความว่า หยอกเล่นกับทาก ขึ้นมาที่นี่อย่าวางใจ ทากเยอะอยู่ไม่หยอก และยังมีโอกาสได้เจอกับเจ้าแมลงตัวเล็ก ๆ ที่เรียกกันว่า ตัวคุ่น กัดแล้วเป็นรอยตุ่มเลือด
ขาลงฝนเริ่มปรอยเม็ด พอเริ่มมีแสงแดด ก็ได้เจอกับเจ้ากระแตที่ออกวิ่งเล่น กระโดด เล่น อยู่บนท้องถนน
ไก่ป่าก็ออกมาเดินอวดโฉม มีทั้งมาแบบเป็นคู่ และก็มากันแบบเป็นครอบครัว
แวะจอดที่จุดชมวิวกิ่วกระทิงอีกที เมื่อตอนขาขึ้นจอดแล้วเจอแต่เม็ดฝน ชื่อกิ่วกระทิงมาจากความที่บริเวณนี้ยังพบเจอวัวกระทิงกันอยู่
บรรยากาศที่ได้รับการดูแลไว้ให้คนเดินทางได้แวะเก็บรูปถ่าย ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 890 เมตร ถ้าขึ้นมานอนบนช่องเย็น ก็น่าจะลงมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ หรือไม่ก็มากางเต๊นท์นอนอยู่ที่ตรงนี้เสียเลย
ไอหมอกฝนยังแผ่คลุมเหนือขุนเขาและเส้นทางที่จะลงไปยังพื้นล่าง
ลงมาแล้วก่อนที่จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 1.5 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 400 เมตร เป็นแก่งน้ำและแก่งหินใหญ่ที่เรียกชื่อว่า แก่งผาคอยนาง
ชื่อเรียก แก่งผาคอยนาง ดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้นปาก เห็นหลายคนเปลี่ยนชื่อเรียกให้เป็น แก่งผานางคอย จนติดปาก อาจจะเป็นความคุ้นที่จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายคอย พอคนตั้งชื่อเขาให้ผู้ชายเป็นฝ่ายคอยบ้าง ก็เลยยังเรียกชื่อได้ไม่ถนัดปาก
แก่งผาคอยนางนี้รถเข้าได้ถึงไม่ต้องเดินไกล คนสูงวัยหน่อยก็มาเที่ยวได้ หินก้อนใหญ่เรียบกว้าง นั่งก็ได้นอนก็ได้ เพียงแต่ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเท่านั้น ห้องน้ำก็มีสะดวก แล้วก็มีที่ให้กางเต๊นท์
น้ำที่ไหลผ่านแก่งผาคอยนางนี้มีชื่อว่า ห้วยคลองขลุง ที่ไหลไปลงแม่น้ำปิง ฟังว่ามีน้ำไหลอยู่ทั้งปี เดือนพฤษภาคมยังดูน้ำเยอะ ช่วงฝนตกมากน้ำจะไหลแรง
เล่นน้ำที่นี่ก็ต้องคอยดูเหมือนกัน ถ้าเห็นน้ำเปลี่ยนสีก็อย่าเพลินเล่น หนีขึ้นมาเอาความปลอดภัยไว้ก่อนก็แล้วกัน
กิจกรรมที่ทำได้ก็คือ พักผ่อน จัดเตรียมอาหารมากินกัน เล่นน้ำ ถ่ายภาพ ดูพืช ดูนก (ถ้ามี) เดินชมทิวทัศน์ ถึงจะเป็นแก่ง แต่ที่นี่ก็ไม่มีกิจกรรมล่องแกง เพราะปริมาณน้ำไม่เยอะมากพอ และเป็นหินเสียมากกว่าเป็นน้ำ ถ้าขยันเดินก็เดินขึ้นไปทางต้นน้ำประมาณ 400 เมตร จะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ เรียกว่า น้ำตกผาคอยนาง แต่วันที่ไปที่นี่หลายคนยังอิดโรยจากผลของการไปน้ำตกเต่าดำ บรรดาขาลุยก็เลยกลายเป็นขาโรย บรรยากาศธรรมชาติร่มรื่นกลางผืนป่า ฟังเสียงสายน้ำที่สาดซบกับแก่งหินแล้วก็ชวนเพลินดี ที่เล่นน้ำก็มีให้เลือกอยู่หลายแอ่ง ชอบแบบนวดน้ำแรง หรือชอบแบบอิงน้ำนิ่ง ก็มีให้เลือกได้ตามใจชอบ
แต่วันที่ไปทั้งที่เป็นวันเสาร์ไม่ยักเจอเพื่อนร่วมเที่ยว ที่ทำการอุทยานฯ เจอรถตู้อยู่ 2 คัน บนช่องเย็นเจอรถตู้อยู่อีก 2 คัน ดีที่เที่ยวนี้ขนกันไปหลายคนก็เลยไม่ต้องเที่ยวแบบเหงา ๆ มองย้อนไปทางท้ายน้ำเห็นสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับแล้ว ก็ให้นึกถึงราคาน้ำมันที่ขึ้นแล้วไม่มีลง เบนซิน 95 วันนี้ก็เลยระดับลิตรละ 50 บาท ไปแล้ว ต่อไปก็คงต้องหาเที่ยวเอาตามเว็บแทน
มีคนพยายามจะเล่าถึงที่มาของชื่อ แก่งผาคอยนาง ว่าคู่รักหนุ่มสาวชาวกะเหรี่ยงถูกพ่อแม่ฝ่ายหญิงกีดกันก็เลยนัดหมายกันหนี เจ้าหนุ่มมาคอยอยู่แต่สาวเจ้าก็ไม่มาตามนัดจนบัดเดี๋ยวนี้ ฟังเรื่องแล้วก็รู้สึกเดิม ๆ ยังไงชอบกล ว่าแต่รายที่เห็นนี้คงจะมาคอยนางนานไปหน่อย เจอแบบนี้บ่อย ๆ เดี๋ยวคงได้เปลี่ยนชื่อเป็น แก่งแผ่คอยนาง !!! ชาร / 23 พฤษภาคม 2551 |
| The Hague 05 | ||
เมืองตุ๊กตา Madurodam กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |