• ชาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : khaohom007@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 44397
  • จำนวนผู้โหวต : 5493
  • ส่ง msg :
เอ็กซิท
ภาพสวยสวยเรียงร้อยไว้กับคำคิดของคนแสวงหา ในยุคการเมืองไร้ราก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/exit
วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน 2551
สองเทพเทวดาผู้รักษาพระบรมธาตุ และอีกหลายเรื่องเล่าจากวัดพระมหาธาตุเมืองนคร
Posted by ชาร , ผู้อ่าน : 516 , 09:27:33 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

มาถึงตัวเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อตอนเย็น ๆ เข้าพักโรงแรมชื่อฝรั่งซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่าดอกบัวคู่ ในห้องน้ำก็มีสบู่ แชมพู ยาสีฟัน ยี่ห้อเดียวกันนี้จัดไว้ให้ อาบน้ำอาบท่าให้สดใสชื่นใจเสร็จ ท้องก็ชวนออกตามล่าหาของกิน ไปตามต่างจังหวัดติดนิสัยชอบหากินตามตลาดท้องถิ่น ไม่ได้ขี้เหนียวแต่ไม่ค่อยชอบอาหารโรงแรมที่มักจะติดกลิ่นฝรั่ง แหล่งเสาะหาอาหารลงท้องตอนเย็นที่เมืองนครฯ นั้น อยู่แถว ๆ ตลาดเทศบาล ที่ถนนปากนคร ตกเย็นจะเริ่มมีรถเข็นทะยอยออกมาขายของชวนให้กินมากมาย

 

อีกตลาดหนึ่งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน จากตลาดเทศบาลเลี้ยวซ้ายเข้าถนนที่จะไปวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ชื่อว่าตลาดท่าม้า อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงศาลากลางจังหวัด ถึงจะเล็กกว่าตลาดแรกแต่ของกินก็เยอะ มีป้ายบอกโซนประเภทอาหารไว้ชัดเจน ถูกใจขนมหวานขายถุงละ 5 บาท ซื้อกลับไปกินที่โรงแรมแบบโน่นก็อยากนี่ก็อยากซะหลายถุง

 

ไปเมืองนครฯ ครั้งไหน ถ้าไม่ได้ไปแวะไปไหว้พระบรมธาตุที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ก็ดูเหมือนจะขาด ๆ อะไรไป เช้าวันใหม่หลังจากลงไปจัดการกับอาหารเช้าของโรงแรมให้อิ่มท้อง ก็เก็บของเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม ก่อนจะเดินทางออกจากเมืองนครฯ ก็แวะไปวัดก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

บริเวณพื้นลานก่อนประตูทางเข้าพระบรมธาตุเจดีย์ มีรูปจำลองของพระแม่เจ้าเหมชาลา และพระทนทกุมาร และเรือสำเภา ตามเรื่องเล่ามีว่าทั้งคู่เป็นพระราชธิดาและพระราชโอรสของพระเจ้าโคสีหราช และพระนางมหาเทวี ผู้ครองนครทันทบุรี ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ที่อัญเชิญองค์พระธาตุ ส่วนที่เป็นพระทันตธาตุ (ฟัน) ของพระพุทธเจ้า ลงเรือสำเภามาจากประเทศอินเดีย เพื่อหลบหนีภัยจากกษัตริย์เมืองอื่นที่จะมาขอแบ่ง แต่เรือถูกพายุซัดจนแตกพัดมาเกยขึ้นฝั่งที่บริเวณหาดทรายแก้ว เมื่อปี พ.ศ.854 จึงได้นำพระบรมธาตุฝังทรายไว้ เมื่อทั้งคู่ได้กลับไปยังแผ่นดินเกิดก็ไม่ได้นำพระบรมธาตุกลับไปด้วย

 

ในส่วนของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราชนี้ ก็มีเรื่องเล่าต่อว่าบริเวณหาดทรายแก้วนั้นภายหลังสันดอนทรายชายฝั่งได้ทับถมจนเป็นแผ่นดิน เมื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช (หรือบางแห่งเรียกว่า พระเจ้าจันทรภาณุ) มาตั้งเมืองนครฯ อยู่ที่นี่ ก็ได้มาพบพระบรมธาตุ จึงได้สร้างพระมหาเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1098 เดิมนั้นว่าเป็นเจดีย์แบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงมณฑป มีหลังคาเป็นสถูปห้ายอด แบบพระบรมธาตุไชยา ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องเล่าก็พูดถึงแต่เรื่องของการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ไม่ได้พูดถึงเรื่องการสร้างวัด จึงไม่ปรากฏหลักฐานที่พอจะระบุถึงปีที่สร้างวัดได้

 

แต่ที่ได้ดูกันจากสิ่งก่อสร้างเก่า ๆ ภายในวัดแล้ว ก็เห็นกันว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมแบบกรุงศรีอยุธยาเสียเป็นส่วนใหญ่ มีเป็นบางส่วนที่น่าจะก่อสร้างขึ้นในสมัยธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น

 

ส่วนพระบรมธาตุเจดีย์ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นแบบลังการูประฆังคว่ำ มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ก็เล่ากันว่าเป็นการบูรณะเมื่อปี พ.ศ.1770 ซึ่งเป็นการสร้างพระมหาเจดีย์องค์ใหม่ขึ้นครอบพระมหาเจดีย์องค์เก่าที่ชำรุดเสียหายมาก

 

ปลียอดของพระบรมธาตุเจดีย์ที่เห็นเป็นสีทองอร่าม คือแผ่นทองคำแท้น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม และที่ถ้าไม่มีคนบอกก็จะไม่ได้รู้ถึงความเป็น UNSEEN ของพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ก็คือ ไม่ว่าแดดจะจัดจ้าแรงหรือเบาแค่ไหน ก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นเงาขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ เรื่องแบบนี้ต้องไปพิสูจน์กันด้วยตนเอง แต่ก็มีเรื่องเล่าที่เชื่อกันว่าหากได้เห็นเงาของพระบรมธาตุเจดีย์ทอดตกไปทางทิศไหน ก็จะเกิดเหตุไม่ดีขึ้นทางทิศนั้น

 

เจดีย์รายรอบพระบรมธาตุเจดีย์ที่มีอยู่มากถึง 158 องค์

บริเวณระเบียงคดมีพระพุทธรูปตั้งแถวอยู่เป็นแนวยาว ด้านหลังเป็นภาพเขียนสีที่น่าจะเป็นฝีมือของช่างสมัยใหม่

วิหารรอบฐานพระบรมธาตุเจดีย์ มีชื่อเรียกว่า วิหารทับเกษตร หรือ พระระเบียงตีนธาตุ มีพระพุทธรูปนั่งอยู่ทั้งสี่ด้าน 137 องค์ ด้านหลังเป็นซุ้มเรือนแก้วครอบพระพุทธรูปปางประทานอภัยอีก 22 ซุ้ม

วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์ หรือ วิหารพระทรงม้า ซึ่งเรียกชื่อตามรูปปั้นที่ฝาผนัง เป็นเรื่องพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าทรงม้าเสด็จออกบรรพชา

 

ภายในวิหารมีบันได 22 ขึ้น เป็นทางขึ้นไปไหว้พระบรมธาตุที่ลานประทักษิณ บริเวณโดยรอบบันไดจะมี พระพุทธสิหิงค์จำลอง ยักษ์หัวบันไดคือท้าวเวกุราช และท้าวเวชสุวรรณ พญาครุฑข้างบันไดคือท้าววิรุฬหก และท้าววิรุฬปักษ์ และสิงห์อยู่ราวข้างบันไดทั้งข้างซ้ายและขวาอีก 6 ตัว ตอนที่ไปนี้เขาปิดบันไดไม่ให้ขึ้นไปข้างบนแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าบันไดทรุด

 

ด้านบนสุดขั้นบันไดเป็นประตูไม้ที่จะออกสู่ลานประทักษิณ แกะสลักเป็นรูปพระอินทร์และพระพรหม สองข้างเป็นเทพเทวดา 2 องค์ ที่ทำหน้าที่รักษาพระบรมธาตุ คือ ท้าวขัดตุคาม และท้าวรามเทพ ได้รับการอัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น องค์จตุคาม ซึ่งเปรียบได้กับ พระเสื้อเมือง และองค์รามเทพ ที่เปรียบได้กับ พระทรงเมือง จนกระทั่งมีการนำมารวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวคือ องค์จตุคามรามเทพ ซึ่งตามเรื่องเล่าก็เชื่อกันว่าเป็น พระเจ้าจันทรภาณุ อดีตกษัตริย์แห่งอาณาจักรนครศรีธรรมราช

เมื่อแรกที่มีการอัญเชิญองค์จตุคามและองค์รามเทพมาประดิษฐานอยู่ที่นี่นั้น ว่ากันว่าผู้ที่ขึ้นไปไหว้พระบรมธาตุบนลานประทักษิณนั้น ก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจกับองค์ท่านเท่าไรนัก แต่ในยุคสมัยที่กระแสองค์จตุคามรามเทพขึ้นสู่ความนิยมถึงขีดสุด ขนาดตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่ามีเงินหมุนเวียนกันสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท จนทำให้จีดีพีของประเทศโตขึ้นร้อยละ 0.1-0.2 ว่ากันว่ามีคนไปไหว้องค์จตุคามและองค์รามเทพมากกว่าที่ไปไหว้พระบรมธาตุ ถึงวันนี้กระแสลดน้อยลงแล้ว การเข้าไปที่วิหารพระทรงม้าเลยไม่ต้องแน่นเบียดเสียดกันมาก

ออกจากบริเวณพระบรมธาตุเจดีย์เดินเลี้ยวมาทางขวา เป็นวิหารธรรมศาลา ด้านหน้าวิหารเป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัยทรงเครื่องกษัตริย์ เรียกว่า พระทนทกุมาร มีการทำกระจกครอบแล้วนังมีแผงรั้วเหล็กกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง เห็นผู้ศรัทธานำพวงมาลัยไปและนำทองคำเปลวไปปิดไว้ที่แผงรั้วเหล็กที่ว่านี้

 

ถัดมาอีกนิดเป็นรูปจำลองของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่คนนครฯ ไม่ค่อยจะเชื่อว่าท่านสิ้นพระชนม์ที่กรุงธนบุรีอย่างที่ได้เรียนประวัติศาสตร์กันมา มีเรื่องเล่าว่าครั้งนั้นท่านได้หนีมาหลบซ่อนตัวเป็นพระภิกษุอยู่ที่เขาขุนพนม ตอนนี้เป็นบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี ห่างจากตัวเมืองนครฯ ประมาณ 26 กม. จนกระทั่งท่านสิ้นพระชนม์ที่นี่ พระอัฐิของท่านเล่ากันว่าส่วนหนึ่งอยู่ที่เขาขุนพนม อีกส่วนหนึ่งนำมารวมไว้กับอัฐิของเจ้าพระยานครฯ (น้อย) พระราชโอรสของท่าน ที่เจดีย์ซึ่งเห็นอยู่ทางด้านหลังรูปจำลองของท่าน

 

ใกล้กันเป็นรูปจำลองของ สมเด็จสมณเจ้าสิน พรหมปัญโญ วิสุทธิเทพ ภิกขุ ตามที่เล่ากันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินท่านเสด็จหนีมาบวชอยู่ที่เมืองนครฯ แห่งนี้

 

ถัดมาไม่ไกลกันคือ วิหารหลวง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะ เลยไม่มีโอกาสเข้าไปดูข้างใน  เห็นแต่ตรงด้านหน้าของวิหารที่มีการแกะสลักไม้เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นของเก่าที่ดูสวยงามวิจิตรดี

 

สุดท้ายปลายทางเป็นร้านค้าขายของฝาก ของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง อาหาร และเครื่องดื่ม

 

มีทั้งร้านขายเครื่องไม้ เครื่องหวาย เครื่องประดับ เครื่องเงิน สร้อยสามกษัตริย์

 

ขนมพื้นเมือง โดยเฉพาะขนมลาที่ทำกันแบบใหม่ ๆ สด ๆ ใช้แป้งข้าวเจ้าร่วนไปคลุกกับน้ำผึ้ง พอให้รสดีและโรยเป็นเส้นได้ ตั้งกระทะไฟอ่อน ใช้น้ำมันมะพร้าวผสมไข่แดงทาให้ทั่วกระทะ พอร้อนได้ที่ก็ตักแป้งภาชนะเจาะก้นเป็นรูเล็ก ๆ โรยวนไปมาให้ทั่วทั้งกระทะ พอสุกใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยพับทบเอามาวางให้สะเด็ดน้ำมัน

  

เสร็จแล้วบรรจุถุงออกมาเป็นหลายหน้าตา มีทั้งแบบสูตรดั้งเดิม มีทั้งสูตรใหม่หลายสี หลายรสชาติ หลายรูปทรง ที่คนขายก็พยายามคิดเพื่อที่จะให้ดึงดูดใจลูกค้า

มาไหว้พระบรมธาตุเมืองนครฯ หนนี้ ได้ฟังเรื่องเล่าเยอะแยะไปหมด รวมถึงเรื่องข่าวลือที่ว่าพระบรมธาตุเจดีย์มีอาการทรุดเอียง จากการสั่นสะเทือนที่ก่อนหน้านี้มีรถบรรทุกวัตถุมงคลวิ่งเข้าออกวัดกันมาก เล่าแล้วเห็นคนฟังทำท่าไม่ค่อยจะเชื่อถือ เขาเลยพาเดินไปดูรอยแตกยาวที่กระถางต้นไม้เป็นกรณีตัวอย่าง เห็นกับตาแล้วก็ยังทำใจได้แค่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะคุ้นกับนิสัยของคนเล่าค่อนข้างดี หลายเรื่องที่พอแกเล่าจบ แกก็ออกอาการ ฮาแตก ส่วนคนฟังก็ต้องคอยเก็บอาการที่โดน แหกตา !!!

ชาร / 11 มิถุนายน 2551


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เอื้อยนาง วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

มาเที่ยววัดด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



เรื่องกิน กับ เรื่องเที่ยว คุณชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน
เรื่องกิน
1550 คน
เรื่องเที่ยว
758 คน

  โหวต 2308 คน