พิมพ์หน้านี้
|
ไปฮ่องกงแล้วถ้าเบื่อเดินชอปปิ้งอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไปมาเก๊าก็ไม่ยาก เพราะการเดินทางเข้ามาเก๊าก็ไม่ต้องขอวีซ่าเหมือนกับการเดินทางเข้าฮ่องกง มีเรือเจทฟอยล์ของหลายบริษัทไว้ให้บริการออกจากท่าเรือเฟอร์รีของฮ่องกง ซึ่งอยู่ที่ชุนตั๊กเซนเตอร์ ย่านชุงวาน
ที่ดูจะมีเรือวิ่งอยู่มากกว่าเพื่อนก็คือเรือโดยสารของบริษัท TURBOJET วิ่งกันตั้งแต่ 7โมงเช้าถึงเที่ยงคืน ออกกันทุก ๆ 15 นาที เดินทางแบบคนเบี้ยน้อยหอยน้อยก็เลือกโดยสารชั้นประหยัด ราคาอยู่ที่ 134 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 580 บาท วันหยุดราคาจะเพิ่มอีก 12 เหรียญ แต่ถ้าเป็นหลัง 6 โมงเย็นราคาจะขยับไปอยู่ที่ 168 เหรียญ ทุกราคาที่ว่านี้ถ้าเป็นเที่ยวกลับจากมาเก๊า ราคาจะเพิ่มอีก 8 เหรียญ ซื้อตั๋วแล้วก็ต้องไปผ่านด่าน ตม. ขาออกของฮ่องกง แล้วไปเอาเลขที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ประตูทางออกที่จะขึ้นเรือ
ถ้ามีกำหนดนัดอะไรไว้ที่แน่นอนก็ต้องคิดเผื่อเวลาไว้ด้วย เพราะบางช่วงเวลาคิวขึ้นเรืออาจจะมีคนจองเต็มติดต่อกันหลายเที่ยว และถ้าคนขึ้นเรือเยอะ คิวตรวจพาสปอร์ตของด่าน ตม. ทั้งฝั่งฮ่องกง และฝั่งมาเก๊า ก็จะต้องยาวไปด้วย บนเรือมีอาหารเบา ๆ และเครื่องดื่มขาย ถ้ามีกระเป๋าเดินทางไปด้วย มีที่วางอยู่ทางท้ายเบาะนั่งแถวหลัง กับที่วางตรงข้างหน้าเบาะนั่งแถวหน้า ถ้าเลือกวางกระเป๋าไว้ด้านหลังก็จะสะดวกเวลาจะลงจากเรือ เพราะอยู่ตรงกับแนวประตูเรือพอดี
เรือใช้เวลาวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะถึงมาเก๊า ขากลับจากมาเก๊าถ้าตั้งใจจะกลับไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเช็กแลปก๊อกเลย ก็มีเรือวิ่งตรงถึงสนามบิน แต่ต้องดูเวลาให้ดีเพราะมีเรือวิ่งแค่วันละ 7 เที่ยว ช่วงเย็นพอมีเที่ยว 4 โมง 45 แล้ว ก็จะกระโดดไปเป็นเที่ยว 2 ทุ่ม 15 เลย เรือใช้เวลาวิ่งประมาณ 45 นาที แล้วไม่ต้องไปผ่านด่าน ตม. ของฮ่องกงอีก ค่าเรือ 200 เหรียญ ซึ่งถ้ากะเวลาให้มีเหลือ ก็ไปรีฟันด์เอาค่าภาษีสนามบินคืนมาได้อีก 80 เหรียญ
ท่าเรือเฟอร์รีมาเก๊าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแผ่นดินผืนใหญ่ที่เรียกว่าคาบสมุทรมาเก๊า แผ่นดินส่วนนี้มีพื้นที่ประมาณ 8.9 ตร.กม. หรือประมาณร้อยละ 31.56 ของพื้นที่ส่วนที่เป็นเขตปกครองพิเศษมาเก๊าทั้งหมด และมีผืนดินทางด้านทิศเหนือติดต่อกับแผ่นดินใหญ่จีนที่เมืองจูไห่ เรียกว่า ด่านกงเป่ย
ที่ท่าเรือเฟอร์รีมาเก๊ามีลานลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งให้บริการเส้นทางโดยสารระหว่างท่าเรือเฟอร์รีฮ่องกงกับท่าเรือเฟอร์รีมาเก๊า ถ้าพอจะมีสตางค์ในกระเป๋าอยู่มาก อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศก็ใช้เวลาแค่ 16 นาที แต่ราคาค่าโดยสารอยู่ที่ 1,900 เหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 8,245 บาท ออกบินทุกครึ่งชั่วโมง จากมาเก๊าระหว่างเวลา 3 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มครึ่ง และออกบินจากฮ่องกงตั้งแต่ 3 โมงครึ่งตอนเช้า จนถึง 5 ทุ่ม
ตอนลงจากเรือเขาจะให้โอกาสผู้โดยสารชั้น วีไอพี และชั้นซูเปอร์ ลงจากเรือก่อน เดินเข้ามาภายในอาคารแล้วก็ต้องไปต่อคิวตรวจพาสปอร์ตเข้าเมืองของด่าน ตม. มาเก๊า
ออกมาถึงด้านหน้าอาคารจะถูกรุมล้อมเชิญชวนจากผู้ให้บริการให้เลือกใช้รถบัสเล็กของตนพาเที่ยว ถ้าไม่อยากเช่าเหมาจะออกมาหาเช่ารถจักรยานยนต์ หรือเลือกใช้บริการรถแท๊กซี่ รถเมล์ ก็ออกมาหากันที่ด้านหน้าอาคาร ถ้าจะใช้รถแท๊กซี่ก็ต้องเข้าแถวตามคิว เขาจัดเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้ไว้คอยดูแลให้สอบถามเส้นทางและการเดินทางต่าง ๆ ถ้าอยากนั่งรถสามล้อถีบชมเมืองราคาก็อยู่ที่ชั่วโมงละ 150 เหรียญ
ใกล้กับท่าเรือเฟอร์รีมาเก๊ามีสะพานข้ามทะเลเชื่อมไปเกาะไทปา ชื่อสะพานมิตรภาพ ความยาวประมาณ 4 กม.ครึ่ง การจราจรช่วงด้านหน้าอาคารท่าเรือค่อนข้างจะสับสนวุ่นวาย เพราะนอกจากจะเป็นศูนย์รวมของสารพัดรถที่ตองเสียเงินซื้อบริการแล้ว ยังเต็มไปด้วยรถบริการฟรีของโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งที่จริงก็คือรถบริการของบรรดาบ่อนกาสิโนที่ตั้งอยู่รวมกับโรงแรมนั่นเอง
เกาะไทปาอยู่คนจะฝั่งของทะเลกับคาบสมุทรมาเก๊า มีเนื้อที่ประมาณ 6.5 ตร.กม. เป็นพื้นที่ชานเมืองที่กำลังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติมาเก๊า มหาวิทยาลัยมาเก๊า สนามกีฬามาเก๊า และยังเป็นที่ตั้งของเดอะเวเนเชี่ยน มาเก๊า ซึ่งเป็นโรงแรมและบ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดใหม่มาได้เกือบปี เกาะไทปาเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ไว้ด้วยสะพาน 3 สะพานด้วยกัน สะพานแรกคือสะพานมิตรภาพ สะพานแห่งที่สองก็คือ สะพานมาเก๊า-ไทปา ความยาวประมาณ 2 กม. ครึ่ง
อีกสะพานหนึ่งเป็นสะพานที่มีความยาวประมาณ 2.2 กม.มีชื่อเรียกยาว ๆ และยาก ๆ จนต้องขอจดชื่อมา เรียกว่าสะพาน Governor Nobre de Carvalho ออกสำเนียงให้ฟังเป็นโปรตุกีสกันหน่อย ก็คงจะได้ใกล้เคียงว่า กูวือร์นาดอร์ นอบรือ ดือ การ์วาลญ แต่เห็นบางคนก็เรียกสั้น ๆ ว่าสะพานไซวาน
ระหว่างท่าเรือเฟอร์รีมาเก๊ากับสะพานมาเก๊า-ไทปา ตามเส้นทางถนนเลียบชายฝั่งทะเลที่ชื่อ ถนนดอกเตอร์ซุนยัตเซน จะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีทองสูง 18 เมตร กำลังประทับยืนอยู่เหนืออาคารรูปทรงดอกบัว
เจ้าแม่กวนอิมที่นี่รูปใบหน้าจะออกไปทางฝรั่งตะวันตกมากหน่อย เพราะโปรตุเกสเขาเป็นคนสร้างขึ้นไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่ส่งคืนมาเก๊าให้กับจีน อาคารรูปทรงดอกบัวภายในจัดไว้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงถึงความเป็นมา
บนถนนเดียวกันเลยจากสะพานมาเก๊า-ไทปา ไปทางสะพานไซวาน จะเป็นที่ตั้งของมาเก๊าทาวเวอร์ ที่มีความสูงถึง 338 เมตร เปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2544 ระดับความสูงที่ว่านี้กำลังถูกท้าทายจากอาคารใหม่ ๆ ในมาเก๊า ที่นับวันจะก่อสร้างกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ
กิจกรรมของคนไปที่นี่คือ การชมวิว การถ่ายรูป การชอปปิ้ง การรับประทานอาหาร การเล่นสลอต การไปกระโดดตึกซึ่งมีทั้งแบบสกายจั๊มพ์ และบันจี้จั๊มพ์ ถ้าความใจถึงยังอยู่เพียงระดับกลาง ๆ ก็เลือกไปเดินท้าฟ้าท้าลมที่เรียกว่าสกายวอล์คก็น่าจะพอ กิจกรรมทั้งหมดนี้ต้องใช้จ่ายกันด้วยเงิน
จากมาเก๊าทาวเวอร์มีถนนเข้าสู่ย่านการค้าของตัวเมือง ห่างขึ้นไปทางทิศเหนือแค่ไม่เกิน 2 กม. หลายคนจึงเลือกที่จะเดินเท้า รถแท๊กซี่ที่มาเก๊าเริ่มต้นมิเตอร์ที่ราคา 11 เหรียญ สำหรับระยะทางแรก 1 กม.ครึ่ง จากนั้นจะขึ้นทีละ 1 เหรียญทุก ๆ 180 เมตร ที่เป็นปัญหาของคนโดยสารก็น่าจะเป็นเรื่องของการสื่อภาษาอังกฤษกับคนขับแท๊กซี่
ไปมาเก๊าถ้าพกเงินดอลลาร์ฮ่องกงไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแลกเงินมาเก๊าที่มีหน่วยเป็น ปาตากาส์ ไปอีก เพราะที่มาเก๊าสามารถใช้เงินดอลลาร์ฮ่องกงจ่ายแทนได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ฮ่องกง จะมีค่าอยู่ที่ประมาณ 103.20 ปาตากาส์ แต่เวลาใช้จริงเขาจะคิดค่าให้เท่ากับ 1 ต่อ 1 เช่นเดียวกับเงินหยวนของจีนก็เอาไปใช้ได้ในอัตราเดียวกัน คนที่ไปฮ่องกงแล้วต่อไปมาเก๊าก็เลยไม่ค่อยได้สนใจแลกเงินปาตากาส์ไปด้วย เพราะถ้าเหลือเงินปาตากาส์ติดตัวกลับมาฮ่องกง จะควักออกมาใช้ซื้อของกลับไม่มีใครรับ
ไม่ว่าจะไปทางไหนในย่านการค้าและย่านเศรษฐกิจใหม่ของมาเก๊า ก็จะต้องเจอกับโรงแรมรูปร่างใหญ่โตโอฬาร ที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมก็คือบ่อนกาสิโน ไม่ใช่หรูหราใหญ่โตเฉพาะภายนอก ห้องพักก็ต้องหรูระดับ 4 ดาว 5 ดาว ตามไปด้วย ราคาห้องพักช่วงกลางสัปดาห์อย่างถูก ๆ ก็ต้อง 3,000 บาท ขึ้น
ตึกรูปทรงแปลกตาคล้ายกลีบดอกไม้ชื่อแกรนด์ลิสบัว เพิ่งเปิดเมื่อปีที่แล้ว สูง 52 ชั้น น่าจะเป็นตึกที่สูงที่สุดบนคาบสมุทรมาเก๊าตอนนี้ ด้วยความสูงจากพื้นดิน 258 เมตร ผู้ลงทุนคือกลุ่มธุรกิจของ สแตนลีย์ โฮ คนที่จับอะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทอง
จากความยิ่งใหญ่ของตึกสูงที่ตั้งตระหง่านตระการตา มองย้อนคืนกลับลงมาที่พื้นถนนตามประสาคนเดินดิน ไปเห็นป้ายรถเมล์กลางเมืองที่ฐานขาตั้งป้ายออกแบบทำได้คลาสสิค ดูเหมาะกับสมญา มนต์เสน่ห์แห่งความเป็นยุโรปกลางเอเชีย ซะจริง ๆ !!! ชาร / 25 กรกฎาคม 2551 |
| The Hague 05 | ||
เมืองตุ๊กตา Madurodam กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||