พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องที่หนึ่ง คัมภีร์หญิงบริสุทธิ์
วันที่สิบ
วันนี้เป็นวันที่สิบที่ฉันฝึกวิชาในคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์ หลังจากที่ฉันใฝ่ฝันหามันมานาน คิดไม่ถึงว่ายามได้มา ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย กระบี่ใจเย็นโกวอีเทียนนำมามอบให้ฉันด้วยมือ
สิ่งที่ได้มาง่ายทำให้ฉันอดเคลือบแคลงใจไม่ได้ แต่เมื่อพิจารณาดู มันคือของจริงแน่แท้ ปัญหาต่อมาคือ มันจะดีจริงสมคำร่ำลือหรือไม่ นับพันปีมาแล้วที่ไม่มีใครฝึกวิชาจากคัมภีร์นี้ได้ คงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่เล่าลือมาอาจเป็นเพียงตำนาน มันท้าทายฉันอย่างประหลาด
หลายสิบปีมานี้ มันรบกวนฉันแม้ในความฝัน
เมื่อฉันเข้าสู่ห้องลับเพื่อฝึกวิชา โดยเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชาภายในนี้ทีละน้อย ฉันก็พบว่ามันเป็นประสบการณ์พิเศษสุด ไม่เสียแรงที่ฉันใฝ่หามันมานาน นี้เป็นเคล็ดวิชาอันเร้นลับสูงสุด เหมือนฟ้าดินสร้างมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ คนธรรมดาจะไม่มีทางเรียนวิชานี้ได้เลย มันเป็นการเดินลมปราณที่ยอกย้อนผิดธรรมชาติ
ลมปราณภายในของฉันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ เริ่มมีการแปรรูปอวัยวะภายในของฉัน แต่มันเป็นไปอย่างสงบ
ฉันมีความสุขเหลือเกิน
วันที่ยี่สิบ
ในที่สุดการกวาดล้างวังน้ำทิพย์ก็เสร็จสิ้นลง แผนการใหญ่ของฝ่ามือยูไล้เจ็งปุกคี้ดูจะดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ็ดสำนักใหญ่จะร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเหมือนครั้งนี้ คงเพราะนางมารวังน้ำทิพย์เข้มแข็งเกินไป น่ากลัวเกินไป และเพราะเธอทำบาปไว้เหลือคณา เราทุกคนจึงร่วมใจกันกำจัดเธอ
บรรดาสาวกห้าสิบแปดของเธอถูกพวกเราฆ่าตายหมด และทั้งวังก็ถูกเผามอดมลาย แต่สิ่งที่เราคาดคิดไว้ก็คือ เราตามหาห้องลับของนางมารร้ายไม่ได้ ภายในถ้ำวังน้ำทิพย์แห่งนี้ มีถ้ำเล็กๆแยกออกเป็นซอกซอยมากมายนับพัน และด้วยพลังฝีมือที่ไร้เทียมทานของนาง นางสามารถย่อกายหดกระดูกเหมือนงู เลื้อยเข้าไปในซอกโพรงไหนก็ได้ ยามนี้เธอคงกำลังฝึกวิชาตามคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์เล่มปลอมที่ฉันมอบให้
ตามแผนการของเรา เราสามคน นักศึกษาร้อยเปลี่ยนเซี่ยงกัวหยิม ตัวฉันกระบี่ใจเย็นโกวอีเทียน และฝ่ามือยูไล้เจ็งปุกคี้ จะเฝ้ารออยู่ในถ้ำนี้จนครบหนึ่งร้อยวัน ตามเคล็ดวิชาคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์ระบุไว้ว่า การฝึกวิชาในนั้นต้องใช้เวลาเก้าสิบวัน แต่เราจะเผื่อไว้อีกสิบวันเพื่อดูผล
หากเป็นไปตามแผน นางมารร้ายต้องตายแน่นอน เราสามคนจะได้กลับไปรายงานตัวที่สำนักเสี้ยวลิ้มยี่ ซึ่งบัดนี้มีตัวแทนของทั้งเจ็ดสำนักกำลังรอคอยรายงานของเราด้วยความกระวนกระวาย
แผนการนี้อุบัติขึ้นตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อเจ็ดเจ้าสำนึกใหญ่กับพวกเราสามคนซึ่งถูกยกย่องเป็นสามอัจฉริยะรุ่นเยาว์ยุคนี้ เราสิบคนนั่งปรึกษาหารือกันเพื่อกำจัดนางมารวังน้ำทิพย์
หลายสิบปีมาแล้วที่นางครองความเป็นใหญ่ในยุทธภพ กดทุกคนไว้จนโงหัวไม่ขึ้น
นางมีนามว่ากังแช ปีนี้อายุเก้าสิบปีแล้ว เล่ากันว่าในวัยสาว เธอมีรูปโฉมงดงามไม่น้อย ในวัยนั้นเธอมีศัตรูคู่อาฆาตหลายคน แต่ด้วยพรสวรรค์เธอสามารถฝึกวิชาการต่อสู้ได้รวดเร็วกว่าคนอื่น เพียงไม่นานเธอก็มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่ง และฆ่าคนตายไปมาก อาจเพราะบาปกรรมแห่งการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มันเปลี่ยนจิตใจเธอให้กลายเป็นคนอำมหิตอย่างที่สุด
พวกเราสิบคนรวมกันก็ไม่อาจสู้เธอได้ มันเป็นเวรกรรมของยุทธภพที่เกิดนางมารร้ายนี้ขึ้นมา
เธอฝึกวิชาจนกระทั่งว่าร่างกายเธอไม่กลัวยาพิษ ไม่กลัวอาวุธลับ หรือแม้แต่การกลุ้มรุม เพราะหากจำเป็นเธอสามารถถอยหนีออกไปได้เสมอ
ยิ่งมีอายุมาก เธอยิ่งน่าเกลียด และใจร้ายกว่าเดิม
น่าอายที่พวกเราสิบคนต้องมาวางแผนต่ำช้าเพื่อกำจัดนาง แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เจ็งปุกคี้เป็นคนเสนอแผนการ เขาให้เหตุผลว่าโอกาสเดียวที่นางจะตายได้ คือให้นางฆ่าตัวเอง แต่นางจะไม่ฆ่าตัวตายแน่ วิธีการคือการให้นางได้คัมภีร์หญิงบริสุทธิ์ที่เธอใฝ่หามานาน แต่เราจะให้ฉบับปลอมแก่เธอ คัมภีร์เล่มนี้มีอายุมานานหลายพันปี เล่ากันว่าผู้เขียนคือองค์จักรพรรดิเหลือง ในนั้นมีภาคหนึ่งไว้ฝึกวิชาลมปราณหญิงบริสุทธิ์ เล่ากันว่าฝึกแล้ววิทยายุทธจะลึกล้ำสุดประมาณ แถมยังทำให้ร่างกายเป็นสาว แต่มันเป็นเพียงคำร่ำลือ นานนับพันปีมาแล้วที่ไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จ
นางมารวังน้ำทิพย์ผู้นี้ แม้จะโหดร้ายอำมหิต แต่เธอกลับยังเป็นหญิงบริสุทธิ์ และด้วยพรสวรรค์แห่งการฝึกวิชายุทธ เธอจึงเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะฝึกวิชาในคัมภีร์เล่มนี้
เจ็งปุกคี้ให้เหตุผลว่า แม้เราให้คัมภีร์เล่มจริงแก่เธอ โอกาสที่เธอจะฝึกสำเร็จก็มีไม่มากนัก เพราะนานเป็นพันปีมาแล้ว ยังไม่เคยปรากฏว่ามีใครฝึกวิชานี้ได้ มันอาจเป็นเพียงเรื่องโกหกเท่านั้น มีใครบ้างที่เคยเห็นตัวองค์จักรพรรดิเหลือง มีใครเคยรู้จัก ข้อถือสาสูงสุดแห่งการฝึกวิทยายุทธ คือความทะเยอทะยานมากเกินไป การฝึกวิชาเล่มนี้ น่าจะทำให้นางธาตุไฟแตก เสียชีวิตค่อนข้างแน่
ในเมื่อเราฆ่าเธอไม่ตาย ก็ให้เธอฆ่าตัวเอง
แต่ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ เรามีทางทำให้เธอตายแน่นอน ด้วยการให้คัมภีร์เล่มจริงที่ถูกดัดแปลงเล็กน้อย จนกลายเป็นคัมภีร์ปลอม หากเป็นคนอื่นคงทำไม่ได้ แต่เพราะเรามีนักศึกษาร้อยเปลี่ยนเซี่ยงกัวหยิม ซึ่งเขาเป็นอัจฉริยะ ให้เขาดัดแปลงแก้ไขถ้อยคำบางคำในนั้น ตรงนั้นนิดตรงนั้นหน่อย แต่ทำให้ถึงตาย
และแน่ละเพราะฉันมีคัมภีร์เล่มจริงอยู่ในมือ
ตระกูลโกวของเราได้คุ้มครองรักษาคัมภีร์เล่มนี้มานานนับร้อยปี เท่าที่ฉันจำความได้ มันมีมาตั้งแต่รุ่นปู่ทวด แม้พวกเราจะไม่มีใครฝึกวิชานี้ได้ แต่เราก็รักษาไว้ด้วยความหวงแหน ถือเป็นหน้าที่และสมบัติล้ำค่าแห่งตระกูล
แต่หากแผนการของเราไม่สำเร็จ คงเหมือนนรกแตก หากนางฝึกวิชาสำเร็จ หรือเพียงรอดชีวิตออกมาได้ นางคงต้องตามล้างพวกเราหมดทุกคน
มันเป็นเดิมพันใหญ่หลวงที่ทุกคนหนักใจ
คืนนั้นเจ้าสำนักง่อไบ๊ออกความเห็นคัดค้าน ท่านมีความเห็นว่านี้เป็นแผนการที่เสี่ยงเกินไป หากผิดพลาด อาจหมายถึงการล่มสลายของยุทธภพ ที่จริงนางกังแชก็อายุมากแล้ว วันนี้เธอมีอายุเก้าสิบปี คนเราจะอยู่ได้นานสักเท่าไร ปล่อยให้เธอแก่ตายไปเองจะดีกว่า อย่าสร้างวิบากกรรมต่อกันอีกเลย
เจ้าสำนึกบู้ตึ้งเห็นว่าควรทำ เพราะนี้เป็นแผนการที่รัดกุมอย่างที่สุด
เจ้าสำนักฮั้วซัวมีความเห็นสอดคล้องกับเจ้าสำนักบู้ตี้ง ท่านบอกว่าหากนางกังแชเป็นหญิงธรรมดา ความเห็นของท่านเจ้าสำนักง่อไบ๊ก็สมเหตุผล แต่เพราะนางเป็นผู้มีวิทยายุทธเลิศล้ำกว่าคนทั้งปวง เธอสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกอย่างน้อยหกสิบถึงแปดสิบปี แรงกดดันที่เธอมีต่อยุทธภพนั้นนับวันจะยิ่งรับได้ยากขึ้นเรื่อยๆ คนเรายิ่งแก่ตัว ยิ่งหลง หากยุทธภพต้องถูกเหยียบไว้อย่างนี้อีกหกสิบปี มันก็มีค่าเท่ากับตาย ในเมื่อเรามีแผนการที่ดีอย่างนี้ ก็น่าเสี่ยง
เจ้าสำนักคงท้งท่านมีความเห็นในเชิงค้าน ท่านบอกว่าแม้นางมารแห่งวังน้ำทิพย์จะร้ายกาจ แต่เธอก็เป็นหญิงแก่ หากเราประจบประแจงเธอบ้าง ยกย่องให้เกียรติเธอ คอยหมั่นเอาใจ เธอก็คงไม่ทำอะไรถึงกับเกินเลย แล้วปล่อยให้ธรรมชาติทำงานของมันเอง
ความคิดของเจ้าสำนักคงท้ง แม้จะฟังดูไร้ศักดิ์ศรี แต่หากคิดตามความเป็นจริงก็มีเหตุผล เสียดายที่ว่าพวกเราเป็นนักสู้ การประจบประแจงเพื่อเอาชีวิตรอดนั้น เป็นข้อห้ามที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา น้อยคนจะเห็นด้วย ในการลงคะแนนเสียงสุดท้าย ผู้ที่เห็นด้วยกับแผนการของเจ็งปุกคี้จึงมีมากกว่า
สาเหตุสำคัญอีกอันหนึ่งคือความแค้น หลายคนในนั้นล้วนมีความแค้นส่วนตัวกับนางทั้งสิ้น รวมทั้งตัวฉัน
ตระกูลโกวของฉันวันนี้แท้จริงเหลือฉันเพียงคนเดียว พ่อแม่ของฉันล้วนเสียชีวิตเพราะเงื้อมมือนาง คิดขึ้นมาคราใดก็แสนแค้น ฉันเป็นเด็กกำพร้าเพราะนางแท้ๆ
วังน้ำทิพย์ถูกพวกเรากวาดล้างจนสิ้นแล้ว แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ นางมารวังน้ำทิพย์ตายหรือยัง
วันที่สามสิบ
ตั้งแต่เมื่อวาน การเดินลมปราณของฉันเริ่มมีปัญหา เหมือนการเดินเข้าไปในหุบเขา ที่ตอนแรกก็ไม่มีปัญหา แต่เดินไป ในที่สุดพบว่าเป็นการหลงทาง มันเป็นกับดัก แต่บัดนี้ฉันจะถอยกลับก็ไม่ได้เสียแล้ว จะเลิกกลางคันก็เท่ากับฆ่าตัวตาย
ลางสังหรณ์แต่แรกของฉันเป็นจริง จากหน้าตาดูสัตย์ซื่อของโกวอีเทียน และคัมภีร์ที่ดูศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ แท้จริงคือแผนการร้ายของพวกมัน
ไอ้อุบาทว์โกวอีเทียน ฉันขอสาปแช่งบรรพบุรุษของมันห้าร้อยชาติ
ความเจ็บปวดค่อยๆปรากฏขึ้นในร่างกายของฉัน โดยเริ่มจากส่วนที่ลึกที่สุด มันเหมือนไฟเล็กๆที่ค่อยๆเผาผลาญข้างใน และค่อยๆลุกลามมากขึ้นทีละน้อย ร่างกายของฉันไม่เคยได้รับความเจ็บปวดอย่างนี้นานมาแล้ว และฉันไม่รู้วิธีจะหยุดยั้งมันได้ ลมปราณของฉันได้เคลื่อนไหวและมีทิศทางของมันเอง
วันที่สี่สิบห้า
เวลาผ่านมาได้สี่สิบห้าวันแล้ว เราสามคนยังจับเจ่ารอคอยผลลัพธ์แผนการของเรา แต่เดิมทีฉันไม่รู้จักสนิทสนมกับพวกเขาสองคน พวกเราเพียงได้รับการยกย่องว่าเป็นสามอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งยุคนี้ จึงมีชื่อเสียงเคียงคู่กัน แต่ที่จริงเราไม่รู้จักกันเลย มาวันนี้เป็นโอกาสที่เราจะได้รู้จักกันอย่างแท้จริง
เซี่ยงกัวหยิมปีนี้อายุสามสิบสามปี เขาอาวุโสที่สุดในหมู่พวกเรา ตัวฉันอายุยี่สิบเจ็ดปี ส่วนเจ็งปุกคี้อายุเพิ่งยี่สิบห้า การได้รู้จักพวกเขาทำให้ฉันรู้ว่า พวกเขาสองคนสมเป็นอัจฉริยะ ล้วนมีความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องอย่างน่าทึ่ง ตัวของฉันน่าละอายที่ด้อยที่สุด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนอื่นจึงยกย่องฉันทัดเทียมกับพวกเขา แม้แต่ฉายากระบี่ใจเย็นของฉันก็ดูไม่เหมาะสม เพราะที่จริงฉันไม่ใช่คนใจเย็นอะไรเลย มันคงเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ผู้คนดูจะหลงติดยึดในภาพลักษณ์ภายนอก
และเราทั้งสามคนล้วนมีความผิดปกติ
มันเป็นจุดอ่อนเล็กๆที่หากไม่ได้อยู่ด้วยกันจะไม่รู้ เช่นเซี่ยงกัวหยิม แม้เขาจะมีความรู้สมเป็นปราชญ์ แต่เขากลับกลัวน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็น และเวลาอยู่ใกล้น้ำเขาจะมีอาการกระวนกระวาย มันเป็นอาการเล็กๆที่หากไม่สังเกตจะไม่เห็น และในวังน้ำทิพย์แห่งนี้ มีบึงน้ำลึกหลายแห่ง เขาจึงมีอาการไม่เป็นสุขเท่าไรนัก ผิดกับฉันและเจ็งปุกคี้ที่ชอบว่ายน้ำ ในระหว่างรอคอยนี้ เราสองคนมักลงไปเล่นน้ำอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้เขานั่งหน้าเครียดอยู่คนเดียวบนโขดหิน
เจ็งปุกคี้เป็นคนหนุ่มที่น่าทึ่งที่สุด ความคิดเด็ดเดี่ยวและรวดเร็ว เขากล้าหาญ คิดการไกลและคิดการใหญ่ อนาคตของเขาสุดจะหยั่งได้ แต่ยามอยู่ใกล้ ฉันรู้สึกอึดอัดไม่น้อย คงเพราะเขาห้าวหาญมากเกินไป เหมือนคนที่ลองดีตลอด จะมีสักวันไหมที่เขาพลาด และจะเกิดอะไรขึ้น ฉันถามตัวเอง เขาเหมือนคนที่ชอบเล่นกับไฟ สักวันคงโดนไฟเผาไหม้
ความผิดปกติของตัวฉันคือ แม้ปีนี้ฉันจะอายุยี่สิบเจ็ดปี ฉันกลับไม่มีความรู้สึกทางเพศ ฉันไม่เคยนึกรักผู้หญิงคนไหนเลย ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นมา บางครั้งฉันอดแปลกใจไม่ได้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป จะบอกว่าเพราะฉันตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีปมด้อยบางอย่าง ก็ไม่จริง เพราะเด็กกำพร้ามากมายที่ฉันรู้จัก ก็ล้วนมีความต้องการทางเพศธรรมดา นี้เป็นเอกลักษณ์ของตัวฉัน
เมื่อฉันเข้ามาวังน้ำทิพย์ เพื่อนำคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์มามอบให้นางกังแช ในวังนี้ก็มีหญิงงามหลายคน ที่เป็นลูกศิษย์ของเธอ แต่ฉันมองดูด้วยความขยะแขยง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวนางมารเฒ่า เพราะเธอวันนี้เป็นหญิงแก่น่าเกลียด ที่ฉันต้องกลั้นลมหายใจยามคุยด้วย
เราสามคนล้วนมีความโดดเดี่ยวบางอย่าง แม้เจ็งปุกคี้จะมีมารยาท พูดคุยด้วยได้ง่าย แต่แท้จริงเขาก็เป็นคนโดดเดี่ยว ต้องการเวลาเพื่ออยู่คนเดียว เซี่ยงกัวหยิมนั้นยิ่งไม่ต้องพูด เขาเป็นคนแปลก ยามไม่อยากพูด ก็จะเหมือนโขดหิน บางวันในถ้ำวังน้ำทิพย์แห่งนี้ พวกเราสามคนผ่านชีวิตไปทั้งวันโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้สักคำ
เพราะมีเวลาว่างมาก บางครั้งพวกเราก็อดออกไปซอกแซกหาถ้ำลับที่นางฝึกวิชา เพราะหากหาเจอ นางต้องตายแน่นอน เพราะยามฝึกวิชาเร้นลับแบบนี้ เธอจะอ่อนแอ และตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย งานของเราจะได้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่มันเป็นเพียงความหลงฝันมากกว่า เอาเข้าจริงเราไม่สามารถค้นพบถ้ำลับนั้น นอกจากตัวเราจะสามารถแปลงร่างเป็นงู เลื้อยไปได้ทุกซอกโพรง ถึงเราจะใช้ไฟเผายังไง ก็เผาไม่ได้หมดทุกถ้ำ
ในที่สุดเราก็ยอมรับความจริง นั่งฝึกวิชาของตัวเองอย่างสงบในถ้ำนี้
บ่อยครั้งที่ฉันกับเจ็งปุกคี้ลงไปว่ายน้ำเล่น โดยเฉพาะฉันที่ชอบดำน้ำ บางครั้งฉันดำลงไปลึกมากและอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน
วันที่สี่สิบห้า
ตอนนี้ฉันเข้าใจความรู้สึกที่ว่ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายคืออะไร แต่ในความทุกข์ทรมาน ยังมีดวงจิตหนึ่งที่ยังคงอยู่ ไม่ดับสลาย เหมือนเปลวเทียนเล่มเล็กท่ามกลางพายุ จิตดวงนั้นอยู่ในสมองของฉันเอง ฉันต้องรู้สึกตัว ฉันคือกังแช ที่ไม่เคยแพ้ใคร
คนที่ตกกระได ต้องกระโดด
ยามนี้ อวัยวะภายในของฉันคงบอบช้ำสาหัส ฉันคงกลายเป็นคนพิการตลอดร่าง
แต่จิตดวงเล็กนั้นยังคงอยู่
วันที่หกสิบ
ฉันตายแล้ว
แต่ถ้าเช่นนั้นใครคือผู้คิด ผู้รู้สึกตัวในขณะนี้
หรือนี้คือดวงวิญญาณ
ฉันอยู่ที่ไหน วันที่เก้าสิบ
วันนี้เป็นวันครบกำหนดเก้าสิบวัน ทุกอย่างยังปกติ ยังคงเงียบกริบ มีเพียงฉันกับเจ็งปุกคี้ที่เล่นน้ำในบึงน้ำวังน้ำทิพย์
บางครั้งฉันก็เบื่อหน่ายมาก แต่บางครั้งก็รู้สึกสุขสงบ อยากให้วันเวลาแห่งการรอคอยนี้นานออกไปอีกก็ได้
สิบวันให้หลังนี้เซี่ยงกัวหยิมไม่พูดกับใครเลย เขาหันหน้าเข้าข้างฝา แล้วหลับตาเหมือนพระเข้าฌาน มันเป็นวิธีรับมือกับความเบื่อหน่ายและการรอคอยของเขา เจ็งปุกคี้ชวนฉันเล่นหมากรุก แต่ฉันปฏิเสธ เขาจึงนั่งเล่นคนเดียว โดยเอาก้อนหินเล็กๆมาประดิษฐ์เป็นตัวหมากรุก แต่ไม่รู้เขามีวิธีการควบคุมจิตใจอย่างไรในการเล่นคนเดียว
เราสามคนกำลังปรับตัวสู้กับความเบื่อหน่าย และความตึงเครียดของการรอคอย มันกลายเป็นงานหนักชิ้นหนึ่ง กิริยาที่แตกต่างกันของเราสามคนแสดงธาตุแท้บางอย่างของเราออกมา มันคล้ายเป็นการแข่งขันชนิดหนึ่ง จะว่าไปฉันกลับเป็นคนที่รับมือการรอคอยได้ดีกว่า นี่เองที่มีคนเรียกฉันว่ากระบี่ใจเย็น ยิ่งรอนานฉันยิ่งใจเย็น
เมื่อความเบื่อหน่ายถึงจุดหนึ่ง ฉันมองชีวิตแต่ละวันเป็นการดำเนินไป ฉันสมมุติตัวเองเป็นปลาตัวหนึ่ง และไม่คิดอะไรอีก
มันทำให้ฉันดำผุดดำว่ายอย่างสงบ
แต่วันนี้เป็นวันที่ตึงเครียดเป็นพิเศษ แม้เราจะคาดหมายว่านางมารวังน้ำทิพย์คงชิ้นชีพแล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่ครบร้อยวัน เรายังไม่กล้าเชื่อมั่น บัดนี้เหมือนมีเงามืดบางอย่างทาบอยู่ในถ้ำแห่งนี้ เราคล้ายคาดหวังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
แต่ทุกอย่างยังปกติ
วันที่เก้าสิบเอ็ด
ฉันเห็นร่างของใครคนหนึ่งว่ายน้ำอยู่ในบึงลึก มันเกิดขึ้นขณะที่ฉันกำลังดำน้ำเล่นเหมือนเคย ในขณะหนึ่งที่ฉันลืมตาขึ้นมอง คล้ายฉันเห็นเรือนร่างขาวโพลนของหญิงสาวคนหนึ่ง ว่ายน้ำอยู่ข้างหน้าของฉันรวดเร็วมาก พริบตาเดียวก็หายไป ฉันพยายามว่ายน้ำตามหา แต่ก็ไม่พบร่องรอย
ขึ้นมาข้างบน ฉันบอกกับพวกเขาสองคนว่าฉันเห็นอะไร ทั้งสองรับฟังโดยไม่มีคนออกความเห็นอะไร
พวกเขารู้ว่าฉันไม่ใช่คนเหลวไหล ไม่ใช่คนจะตาฝาดหรือเพ้อฝัน แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่มีคำอธิบาย สาวกทุกคนในวังน้ำทิพย์ถูกพวกเราฆ่าตายหมดไปตั้งแต่สองเดือนกว่ามาแล้ว หญิงสาวคนนั้นไม่น่าจะเป็นสาวกที่เล็ดลอด
หรือเธอคือนางมารวังน้ำทิพย์ ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็นึกหาเหตุผลอื่นไม่เจอ หากใช่พวกเราควรตายไปแล้ว
วันที่เก้าสิบสาม
ฉันไม่เจอเธออีก แต่ร่องรอยของเธอถูกยืนยัน เพราะเสื้อผ้าของเจ็งปุกคี้หายไปชุดหนึ่ง มันจะหายไปได้ยังไง แสดงว่าต้องมีคนขโมย
คงเป็นหญิงสาวคนนั้น เธอคือใคร สองสามวันมานี้ เรารู้สึกเหมือนมีใครกำลังเฝ้ามองเราอยู่
วันที่เก้าสิบสี่
วันนี้ฉันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประหลาด มันปรากฏขึ้นในซอกหนึ่งของถ้ำ เชื่อว่ากลิ่นนี้ต้องมาจากเรือนร่างของเธอ
กลิ่นนี้พวกเขาอีกสองคนก็รับรู้ได้ มันยืนยันแน่ชัดว่าในถ้ำนี้นอกจากเราสามคน ยังมีบุคคลที่สี่ แต่เธออยู่ที่ไหน ทำไมไม่ปรากฏตัว
วันที่เก้าสิบเก้า
หลายวันมานี้ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไร นอกจากกลิ่นหอมนั้น ที่บางครั้งเรารับได้
พวกเราไม่พูดคุยอะไรกัน คงเพราะเราต่างคิดเหมือนกัน รู้เท่ากัน ไม่รู้จะพูดคุยอะไรกันอีก นอกจากการพร่ำบ่นที่ไร้สาระ โชคดีที่พวกเราสามคนล้วนไม่ใช่คนเช่นนั้น
จากสีหน้าและแววตา ฉันเชื่อว่าพวกเขาสองคนมีความหวาดกลัว เช่นเดียวกับตัวฉัน บางครั้งฉันอยากรีบหนีออกไปจากที่นี้ พวกเขาก็คงคิดเช่นเดียวกัน ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจของเรา ฉันหมดแรงว่ายน้ำ มีเพียงบางครั้งที่ลงไปในบึงน้ำ แต่ก็อยู่ในนั้นได้ไม่นาน เพราะใจของฉันห่อเหี่ยว
บางคืนขณะที่ฉันนอนหลับ ฉันฝันร้าย ผวาตื่นขึ้นมา รู้สึกอับอาย เหลียวมองรอบข้าง เห็นพวกเขาสองคนนอนหลับอยู่ แต่ฉันรู้สึกพวกเขาเพียงแกล้งหลับตา ที่จริงพวกเขาคงตื่นอยู่ แต่เราทุกคนมีศักดิ์ศรี ไม่มีใครกล้าหนีออกไป จากหน้าที่ของเรา
วันที่หนึ่งร้อย
วันนี้เป็นวันสุดท้าย เช้านี้พวกเราเตรียมตัวเก็บข้าวของ ครบกำหนดของเราแล้ว แต่ใจของเรายังวาบหวิว แล้วเซี่ยงกัวหยิมก็ประสานมือไปในความมืด พร้อมทั้งประกาศแทนพวกเราว่า ท่านเป็นใครก็ตาม เหตุไฉนท่านไม่ปรากฏตัวออกมาคุยกับเรา เราทราบดีว่าท่านอยู่ที่นี่ ทุกอย่างยังนิ่งเงียบ สักครู่เจ็งปุกคี้ก็ทำเช่นเดียวกัน เขาประสานมือไปในความมืดและพูดทำนองเดียวกัน
แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นความเงียบ ในที่สุดถึงคราวของฉัน ฉันประสานมือไปในความมืดแล้วพูดขึ้นว่า ท่านผู้อาวุโสแซ่กัง ขอให้ท่านออกมาพูดคุยกับพวกเราสักครั้งเถิด
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เรารู้สึกสิ้นหวัง ต่างหันกายกลับ ในขณะที่เรากำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้นเราสามคนรู้สึกตัว หันกลับไปมองที่โขดหินใหญ่ข้างหลัง ซึ่งแต่แรกก็ว่างเปล่า บัดนี้มีร่างของหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่บนนั้น เธอสวมใส่เสื้อผ้าสีเทายาวของเจ็งปุกคี้
เธอมีเรือนร่างและหน้าตางดงาม ผิวกายขาวสะอาด มันเป็นความงามที่ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น มันลึกเหมือนบึงน้ำ ที่สำคัญฉันมองเห็นอนาคตตัวเองตลอดชีวิตในดวงตาของเธอ
เธอเดินเข้ามาหาพวกเรา เธอบอกว่าเธอคือกังแช นางมารวังน้ำทิพย์ ที่ฝึกวิชาในคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์สำเร็จแล้ว ในวันนี้ไม่เพียงพลังฝีมือของเธอเพิ่มพูนขึ้น เรือนร่างของเธอได้กลับกลายเป็นเด็กสาวอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี
หน้าตาของเธอก็เปลี่ยนไป คงเค้าแห่งความเป็นนางกังแชในกาลก่อนเพียงนิดเดียว
ทว่าไม่เพียงรูปร่างหน้าตาของเธอเปลี่ยนไป จิตใจเธอก็เปลี่ยนไปด้วย วันนี้จิตใจเธอเหมือนเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปี ฉันเชื่อในสิ่งที่เธอพูด เพราะขณะที่เธอเล่าให้เราฟัง หน้าตาของเธอมีกิริยาเอียงอายเหมือนเด็กสาว และมันเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่อาจเสแสร้ง
ชีวิตในอดีตของเธอเป็นเพียงฝันร้ายหนึ่งตื่นเท่านั้นเอง วันนี้เธอไม่มีใจจะฆ่าใคร และคิดดูกลับละอายใจในสิ่งที่ผ่านมา
ตอนแรกเธอเฝ้ามองพวกเรา คิดอายไม่กล้าปรากฏตัว อยากรอให้พวกเรากลับไปเอง และเก็บความลับนี้ไว้ชั่วนิรันดร แต่ร่องรอยของเธอถูกพบเห็นแล้ว เธอคิดลังเลใจ
เธอรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากแผนการร้ายของพวกเราเองที่ต้องการทำร้ายเธอ แต่เธอก็ไม่มีความเคียดแค้นในตัวพวกเรา มิหนำซ้ำยามเฝ้ามองพวกเรากลับรู้สึกอบอุ่นอยากออกมาคุยด้วย เหมือนพวกเราเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงสามคนของเธอ เป็นผู้ให้กำเนิดเธอ
เก้าสิบปีที่ผ่านมาเธอจำได้อย่างเลือนราง เป็นหนึ่งฝันร้าย วันนี้ชีวิตเธอเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอจึงขอให้นางกังแชตายจากโลกนี้ไป และขอเกิดใหม่ โดยอาศัยชื่อของพวกเราสามคนมาตั้ง เธอจึงขออนุญาตเราเรียกตัวเองว่า เซี่ยงกัวอีคี้
คนอื่นที่ได้ยินชื่อนี้ ซึ่งก็เป็นชื่อธรรมดาชื่อหนึ่ง ใครจะคิดออกว่า ชื่อนี้มาจากเรา เซี่ยงกัวหยิม โกวอีเทียน และเจ็งปุกคี้ และใครจะคิดลึกไปถึงว่า เธอคือนางมารวังน้ำทิพย์ มันเป็นสิ่งที่คิดไม่ได้เลย
เธอคืนคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์ให้ฉัน และขอให้พวกเราสามคนสาบานว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะศัตรูที่ยังแค้นเธออยู่ยังมี พวกเขาเหล่านั้นคงไม่ให้อภัยนาง พวกเขาคงตามรังควานหากทราบว่านางยังอยู่ มีเพียงน้อยรายที่จะยกโทษให้เธอได้
พวกเราคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้ เราเหมือนตกอยู่ในความฝัน
วันที่หนึ่งร้อยหนึ่ง
เซี่ยงกัวอีคี้จากไปตั้งแต่เมื่อคืน พวกเราสามคนนั่งนิ่งรอยามเช้าวันใหม่มาเยือน ก่อนจะลงจากเขา
พวกเราแยกทางกันที่เชิงเขา
เหตุการณ์ครั้งนี้มีผลอย่างรุนแรงต่อตัวตนพวกเรา นับจากวันนี้พวกเราไม่เหมือนเดิมอีก ฉันหมดความสนใจในคัมภีร์หญิงบริสุทธิ์ ยกให้เซี่ยงกัวหยิมซึ่งอยากได้ เขาจากไปพร้อมกับความหมกมุ่นครั้งใหญ่ บัดนี้เกิดปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้นกับคัมภีร์เล่มนี้ หรือมันศักดิ์สิทธิ์จนกระทั่งว่าไม่ว่าจะไปบิดเบือนมันอย่างไร มันก็จะปรับรูปตัวมันเองจนกลับมาที่เดิม เหมือนแม่น้ำสายหนึ่ง ไม่ว่าเราจะพยายามไปเปลี่ยนเส้นทางมันอย่างไร ท้ายที่สุดมันก็ยังไหลออกทะเลในที่เดิม
หรือว่าแท้จริงคัมภีร์จริงเล่มนี้ คือตัวปลอม จึงไม่มีใครสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้ในพันกว่าปีมานี้ จนกว่าจะมีการบิดเบือนมันเล็กน้อย ซึ่งเซี่ยงกัวหยิมได้ทำไปด้วยเจตนาร้าย แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องดี บิดผันมันจนกลายเป็นคัมภีร์จริง
โบราณบอกว่า เรื่องราวเกิดจากสติปัญญามนุษย์ แต่ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า
เซี่ยงกัวหยิมจากไปแล้วพร้อมกับปริศนาที่คงครอบงำเขาไปอีกนาน พร้อมทั้งการเรียนรู้ใหม่อีกหลายอย่าง
เจ็งปุกคี้กำลังเดินทางไปที่สำนักเสียวลิ้มยี่ เพื่อรายงานตัว แต่เขาจากไปด้วยสีหน้ากระดาก ยามจากกันเขาอ่อนโยน ละมุนละมัย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูงามกว่าเดิม เขารู้ตัวว่าการรายงานว่านางมารวังน้ำทิพย์เสียชีวิตแล้ว จะทำให้เกียรติภูมิของพวกเราสามคนกระเดื่องขึ้นมากมาย โดยเฉพาะตัวเขาซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการวางแผนครั้งนี้ แม้เขาจะอายุน้อยที่สุด แต่ก็เหมือนเป็นหัวหน้า หากทว่าเขารู้ตัวว่าชื่อเสียงที่ได้มานี้เป็นการโกหก เรื่องจริงเร้นลับพิสดารกว่านั้นมาก และแท้จริงทุกอย่างล้วนผิดการคาดคำนวณของเขา
ที่จริงสิ่งที่เขาทำมาล้วนผิดหมด แต่มันก็กลายเป็นถูก สิบความผิดรวมกันเป็นหนึ่งความถูกได้ยังไง
เขาถอนใจยาวคล้ายหนึ่งจะร้องไห้ ฉันแปลกใจว่าทำไมเจ็งปุกคี้จึงงดงามกว่าเดิมถึงเพียงนี้ ยามเขามีความกระดากและโศกเศร้า
ส่วนฉันก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนนี้ที่บอกว่าฉันไม่มีความรู้สึกทางเพศ บัดนี้ไม่จริงอีกแล้ว
เมื่อพวกเขาสองคนจากไป ฉันยืนมองไปในทิศทั้งสี่ สูดจมูกหวังได้กลิ่นหอมจางๆนั้น ฉันรู้ตัวว่าฉันต้องการอะไร ฉันกำลังเดินทางไปตามหาดวงตาคู่นั้น แม้จะต้องไปจนถึงสุดขอบฟ้า
ฉันอยากเห็นดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง
อยากรู้ว่าทำไมอนาคตของฉัน จึงอยู่ในดวงตาของเธอ |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||