• ฟ้าพูลวรลักษณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buengpoon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 4757
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
แปดสิบเรื่องสั้นกำลังภายในของฟ้า
เรื่องสั้นกำลังภายในที่แต่งขึ้นเองของคนไทย และไดอารี่ของฟ้า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/fapoonvoralak
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551
เรื่องที่ห้า องค์หญิงกุหลาบดำ
Posted by ฟ้าพูลวรลักษณ์ , ผู้อ่าน : 143 , 15:26:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


เรื่องที่ห้า

องค์หญิงกุหลาบดำ

 

 

มันเป็นคืนเดือนมืด  ในวัดร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

 

หญิงชราผู้นำทาง  พาเตียเฮี่ยงตี่มาถึงจุดนัดหมายซึ่งคือวัดร้างแห่งนี้  แล้วเธอก็หายตัวไปในความมืดหลังวัด  สักครู่ก็มีแสงไฟสว่างปรากฏขึ้นโดยรอบ  เขาเหลียวกายมองพบว่า  เขายืนอยู่กลางลานวัดที่บัดนี้รอบข้างมีผ้าขาวยาว  ข้างหน้าผ้าแต่ละผืนมีหญิงรับใช้ถือโคมไฟหนึ่งดวง  ด้านหลังผ้าเหล่านั้นมีเงาร่างของคนนั่งอยู่บนเก้าอี้

 

พริบตาต่อมา  ก็มีโคมไฟอีกเป็นร้อยปรากฏขึ้นโดยรอบวัด  เหมือนเกิดเทศกาลใหญ่  จากเดิมที่เคยเป็นวัดร้างมืดสนิท  บัดนี้สว่างไสวเหมือนกลางวัน 

 

เตียเฮี่ยงตี่คุกเข่าลง  ก้มลงกราบคารวะ

“ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่  ขอกราบคารวะกงจู้ทั้งสามสิบสามองค์”

 

“เตียกงจื้อ  ท่านลุกขึ้นยืนเถิด”

มีเสียงไพเราะของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้า

 

เขาลุกขึ้นยืน  เพิ่งสังเกตว่าผ้าขาวเหล่านั้นแต่ละผืนมีการปักดอกไม้แต่ละชนิดเป็นสัญลักษณ์  เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่  แม้ในวัดนี้จะมีผู้คนจำนวนมาก  แต่ก็ไร้ซุ่มเสียง  เขารู้ว่าเบื้องหลังผ้าขาวเหล่านั้นมีร่างของเจ้าหญิงทั้งสามสิบสามองค์แห่งสมาคมดอกไม้ทิพย์  สมาคมเร้นลับที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

 

แต่เมื่อเขานับดูก็พบว่าจำนวนผ้าม่านสีขาวเหล่านี้  มีทั้งหมดสามสิบสองผืนเท่านั้น แสดงว่ามีเจ้าหญิงองค์หนึ่งไม่ได้มา

 

แล้วมีเสียงไพเราะแต่ทุ้มหนักของหญิงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้าของเขา

“เตียกงจื้อ  หลายปีมาแล้วที่ท่านพยายามจะขอเข้าพบพวกเรา  ท่านมีจุดประสงค์อะไรหรือ”

 

เขาตอบว่า

“สิบกว่าปีก่อน  กงซุนเอี๊ยงผู้เป็นเพื่อนร่วมสาบานของบิดาข้าพเจ้า  ได้ทำลายล้างครอบครัวตระกูลเตียของข้าพเจ้าจนหมดสิ้น  เหลือรอดตัวข้าพเจ้ากับบ่าวอีกเพียงไม่กี่คน   ตอนนั้นข้าพเจ้าอายุเพียงสิบขวบ  สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้าไม่สามารถล้างแค้นให้กับตระกูลได้  ไม่เพียงแต่เพราะกงซุนเอี๊ยงจะมีพลังฝีมือสูงส่ง  แต่เพราะเขาคือประมุขบู๊ลิ้มยุคนี้  ข้าพเจ้าทั้งโดดเดี่ยวและอ่อนด้อยในฝีมือ  ทอดสายตาทั่วแผ่นดินมีเพียงสมาคมดอกไม้ทิพย์ขององค์หญิงทั้งหลายเท่านั้น  ที่เป็นขุมกำลังยิ่งใหญ่อันอาจล้างแค้นให้ข้าพเจ้าได้”

 

“จะให้เราสมาคมดอกไม้ทิพย์ช่วยท่านล้างแค้น  แล้วเราจะได้อะไร”

เสียงอ่อนหวานแต่คล้ายหนึ่งจะขี้เล่นดังขึ้นหลังผ้าม่านผืนหนึ่งทางด้านซ้ายมือ

 

“ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่ที่ไร้ความสามารถ   ไม่มีอะไรเลยจะตอบแทนกงจู้ทั้งหลาย  นอกจากขอถวายชีวิตนี้เป็นทาสรับใช้พวกท่านจนตาย  ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสั่นเครือ

 

ยามนั้นมีเสียงหัวเราะคิกคิกดังมาจากรอบข้าง  แสดงว่าคำตอบของเขาทำให้กงจู้หลายองค์รู้สึกขบขัน  เสียงหนึ่งดังขึ้นว่า

“เตียกงจื้อ  ท่านมีหน้าตาเฉลียวฉลาด  บุคลิกภาพองอาจ  แต่เหตุใดจึงพูดจาอ่อนแอเช่นนั้น  แม้กงซุนเอี๊ยงจะชั่วร้ายจริง  แต่ความแค้นแห่งตระกูล  เหตุใดท่านไม่ล้างแค้นเอง  มาขอให้ผู้หญิงช่วย  ท่านไม่ละอายใจในความเป็นชายของตัวเองหรอกหรือ”

 

ในยามนั้นเขาหน้าร้อนวูบด้วยความอาย 

“กงจู้ตำหนิข้าพเจ้าได้ถูกต้องแล้ว  สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้าดิ้นรนกระเสือกกระสน  แต่รู้ตัวว่าไร้ผล  ข้าพเจ้าหมดหนทางแล้วจริงๆ  ในยุทธภพทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยง  แม้แต่เพื่อนสนิทของบิดาข้าพเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่บางคน  แต่ละคนล้วนหลบหน้าข้าพเจ้า  มีเพียงบ่าวผู้ซื่อสัตย์ไม่กี่คนของตระกูลที่ยังรักและอยู่เคียงข้างข้าพเจ้า  ใครบ้างจะไม่อยากเกิดมาเป็นวีรบุรุษ  สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝัน  ออกแสวงหาอาจารย์ดีหวังจะล้างแค้นด้วยตนเอง  แต่หาไม่พบ  คงเป็นเพราะข้าพเจ้าเป็นคนอาภัพ  จนวันนี้ข้าพเจ้าอายุยี่สิบเจ็ดปี  ข้าพเจ้าพบว่าตัวเองยังไม่สามารถต้านกงซุนเอี๊ยงแม้สักสามกระบวนท่า”

 

“ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านไม่พยายามต่อไปอีกสักสิบยี่สิบปีเล่า  ท่านอายุยังน้อย  สักวันหนึ่งท่านอาจจะทำสำเร็จก็ได้”

เสียงกงจู้ท่านหนึ่งดังขึ้น  ยามนั้นเขาก้มหน้าลงด้วยความอัดอั้นและความอาย

 

“น้องสิบสอง  เจ้าอย่าได้โหดร้ายกับกงจื้อมากนักเลย”

เสียงของสตรีคนแรกที่ไพเราะแต่ทุ้มหนักมีพลังนั้นดังขึ้นอีกครั้ง  จากแสงโคมไฟ  เขาจำแนกออกแล้วว่าผู้พูดคือพี่ใหญ่แห่งเจ้าหญิงทั้งสามสิบสามองค์  มีสัญลักษณ์ดอกโบตั๋นสีชมพู  ส่วนผู้ถูกเรียกว่าน้องสิบสอง  คือเสียงที่ดังมาจากด้านขวา  หลังผ้าม่านที่มีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศสีเหลือง

 

เจ้าหญิงสามสิบสามองค์ มีดอกไม้ประจำตัวคนละชนิดเป็นสัญลักษณ์ 

ยามนั้นเขาพูดอะไรไม่ออก  ได้แต่หน้าซีด 

 

ทันใดนั้นอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ราตรีนี้เราตั้งใจจะพิจารณาเรื่องของท่าน  แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ครบองค์ประชุม  ไม่รู้น้องเล็กของเราติดธุระอะไร  จึงยังมาไม่ถึง  หากเธอมาไม่ได้ในราตรีนี้  เราคงต้องนัดเจอท่านใหม่ในวันหน้า  การจะเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยงเป็นเรื่องใหญ่  ที่ขาดน้องเล็กของเราไม่ได้”

ยามนั้นเขาสังเกตที่มาแห่งเสียง  เขารู้ว่าผู้พูดคือกงจู้ดอกมะลิขาว

 

อกของเราว่างโหวงด้วยความรู้สึกผิดหวัง  เพราะเขารู้ว่าสมาคมดอกไม้ทิพย์มีประมุขสามสิบสามคน  แต่ผู้ทรงฝีมือสูงสุดกลับเป็นเจ้าหญิงองค์ที่สามสิบสาม  เจ้าหญิงกุหลาบดำ  ได้ยินว่าเธออายุเพิ่งยี่สิบสามปีเท่านั้น  แต่มีพลังฝีมือประมาณไม่ได้  มีสติปัญญาเฉียบแหลม  และงดงามยิ่งกว่าผู้ใด 

 

หนึ่งเสียงของเธอนั้น  มีค่าเท่ากับสิบเสียงในสมาคมนี้

 

การได้มาพบเหล่าองค์หญิงแห่งสมาคมดอกไม้ทิพย์  เป็นหนึ่งในความปรารถนาของเขา  และในนั้น  การได้พบกุหลาบดำ  เป็นที่สุดในความปรารถนานั้น  แม้ในขณะนี้เขาจะมองไม่เห็นหน้าตาของเจ้าหญิงองค์ใดเลย  แต่การได้มาสนทนากับพวกเธอ  ทำให้สิ่งที่เขามุ่งมั่นมานาน  ได้ใกล้ความจริงเข้าไปไม่น้อย

 

แต่ดูเหมือนเขาเกิดมาจะมีแต่ความผิดหวัง  แม้การนัดหมายนี้กว่าจะได้มาแสนลำบากยากเย็น  แต่คนที่สำคัญที่สุดกลับไม่ได้มา

 

ในทันใดนั้นเสียงของเจ้าหญิงองค์หนึ่งก็พูดขึ้น

“น้องสามสิบสามมาถึงแล้ว”

 

ไม่นานนักก็มีสาวชุดดำจำนวนยี่สิบกว่าคนเดินถือโคมไฟเดินเป็นขบวนเข้ามา   พวกเธอแยกย้ายออกไปเป็นสองปีก  ในที่สุดปรากฏร่างขององค์หญิงสามสิบสามเดินตามหลังมาอย่างช้าๆ

 

เธอแต่งชุดดำสนิท  ท่วงท่าการเดินองอาจ  งดงามเป็นอันมาก  ที่เอวของเธอแขวนกระบี่ยาวสองเล่ม  เธอมีส่วนผสมของความเป็นเทพธิดาบนสรวงสวรรค์กับการเป็นขุนศึก  ในความอ่อนหวานก็มีเข้มแข็งอย่างยากที่ชายใดจะทัดเทียมได้

 

เตียเฮี่ยงตี่มองดูอย่างตกตะลึง  เขาได้ยินกิตติศัพท์ความงามของเธอ  แต่มาเจอตัวจริง  พบว่าเธอยิ่งงามกว่ากิตติศัพท์  แต่ไหนแต่ไรมาเขาทรนงในความงามของตัวเอง  แต่บัดนี้เขารู้สึกตัวว่าแม้แต่เขาเองก็เทียบไม่ได้  เขาลืมตัวจนกระทั่งนึกขึ้นได้  รีบโค้งกายแสดงการคารวะ 

 

กุหลาบดำเดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งคารวะตอบอย่างอ่อนน้อม  ยามนั้นร่างของพวกเขาทั้งสองอยู่ใกล้กัน  จนมองเห็นใบหน้าซึ่งกันและกันอย่างเด่นชัด  พริบตานั้นเองที่ทั้งสองมีอาการหน้าแดง 

 

แต่ปฏิกิริยาที่มีต่อผู้คนในวัดร้างแห่งนั้นกลับใหญ่หลวง  เพราะทุกคนตกอยู่ในความเงียบ  สักครู่จึงมีเสียงกระซิบกระซาบกันระหว่างเจ้าหญิงที่เหลือ

 

ภาพที่พวกเธอเห็นต่อหน้าในยามนี้  ท่ามกลางแสงจากโคมไฟรอบข้าง  คือชายหนุ่มรูปงามดังเทพบุตรกับหญิงสาวแสนสวยดังเทพธิดา  สมกันราวกับกิ่งทองกับใบหยก  สร้างความปลาบปลื้มแก่พวกเธอ 

 

เตียเฮี่ยงตี่ผู้นี้  ได้รับการยอมรับว่าเป็นชายงามอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน

 

แท้จริงราตรีนี้  การที่สมาคมดอกไม้ทิพย์ยอมให้เตียเฮี่ยงตี่มาร่วมในงานชุมนุมของพวกเธอ  ซึ่งเป็นกรณีพิเศษ  สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากกิตติศัพท์ความงามของเขา  จนพวกเธออยากดูตัว  กรณีการล้างแค้นเป็นเพียงเหตุผลบังหน้า  ปัญหาใหญ่หลวงของพวกเธอคือการลือกคู่ให้กับน้องเล็ก

 

องค์หญิงสามสิบสาม  ปีนี้อายุยี่สิบสามปี  แต่ยังไร้คู่  สาเหตุเพราะเธองดงามและมีความสามารถสูงเกินไป  จนไม่รู้จะหาชายใดมาคู่ควรกับเธอ  แต่บัดนี้เวลาเธอยืนคู่กับเตียเฮี่ยงตี่  บุคลิกภาพและรูปโฉมของพวกเขาช่างน่าประทับใจอะไรอย่างนั้น  เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอจึงเกิดจากความพึงใจ    

 

“น้องเล็ก  เจ้าเหตุใดจึงมาช้า  สมควรถูกทำโทษ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น  มันเป็นความพยายามดึงเหตุการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติ

 

ยามนั้นทั้งกุหลาบดำและเตียเฮี่ยงตี่ซึ่งมองดูกัน  แววตาต่างก็มีความพอใจอย่างที่สุด  ในความเป็นหญิงของเธอทำให้เธอมีความเอียงอาย  แต่ในความเป็นนักรบของเธอทำให้เธอข่มกลั้นความอายนั้นได้  เธอหันกายไปคารวะรอบข้างแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะว่า

“น้องพบเหตุสุดวิสัยบางอย่างทำให้ล่าช้า  อีกสักครู่ค่อยเล่าให้พวกพี่ๆฟัง  ยามนี้ขอให้น้องถามเรื่องเตียกงจื้อ  ว่าสรุปกันอย่างไร”

 

เสียงจากกงจู้หลังผ้าม่านดอกเฟื่องฟ้าสีม่วงดังขึ้น

“เตียกงจื้อมีความแค้นที่อยู่ร่วมโลกเดียวกับกงซุนเอี๊ยงไม่ได้  และได้มาขอความช่วยเหลือพวกเรา  น้องเล็กมีความเห็นอย่างไร”

 

“น้องคิดว่าการเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยงอย่างเปิดเผย  ทำไม่ได้  เพราะเขาเป็นประมุขของบู้ลิ้ม  มันจะเป็นเรื่องใหญ่  ทำให้คนบริสุทธิ์จำนวนมากอาจต้องได้รับเคราะห์  สิ่งที่พอทำได้คือการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยง”

กุหลาบดำตอบอย่างไม่รีบร้อน

 

“กงซุนเอี๊ยงผู้นี้เป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์  นอกจากจะมีพลังฝีมือสูงส่ง  ยังระวังตัวอยู่เสมอ   อีกทั้งมีลูกน้องฝีมือดีหลายคน  การลอบสังหารไม่ใช่เรื่องง่าย”

เสียงนี้ดังมาจากกงจู้หลังผ้าม่านดอกชบาแดง

 

“มันไม่ง่ายก็จริง  แต่ความเป็นไปได้นั้นมีอยู่  ปัญหาคือสมควรทำหรือไม่  เพราะแท้จริงกงซุนเอี๊ยงกับเราสมาคมดอกไม้ทิพย์  ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน”

เธอตอบอย่างครุ่นคิด  พร้อมกับเดินนวยนาดไปข้างหน้า  ท่าเดินของเธอเหมือนพญาหงส์

 

ยามนั้นเตียเฮี่ยงตี่คุกเข่าลง

“องค์หญิงโปรดล้างแค้นให้ตระกูลเตียด้วยเถอะ  ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่ผู้ไร้ความสามารถจะขอยินดีเป็นข้าทาสท่านตลอดชีวิต”

 

มีเสียงอุทาน  ทอดถอนใจ  และการกระซิบกระซาบกันเกิดขึ้นรอบข้าง  มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  บางคนรู้สึกสงสารชายหนุ่มผู้นี้  บางคนไม่พอใจที่เห็นชายชาตรีรูปงามผู้นี้กลับต้องมางอนง้อสตรี 

 

คราวนี้กุหลาบดำเองเป็นฝ่ายทอดถอนใจ  เธอเดินเป็นรูปวงกลมในลานวัดแห่งนั้น  ด้วยสีหน้าครุ่นคิด  แล้วฉับพลันเธอก็หยุดนิ่ง  สีหน้าของเธอยามนั้นมีอาการแน่วแน่เด็ดขาด

 

“เตียกงจื้อ  คนเราไม่ควรได้ในทุกอย่าง  ข้าพเจ้าให้ทางเลือกแก่ท่านสองทาง  ท่านจงเลือกเอาเพียงหนึ่ง  หนึ่งคือท่านมาเป็นคู่ชีวิตของข้าพเจ้า  แต่มีเงื่อนไขว่าท่านต้องลืมเลือนความแค้นนี้เสีย  อีกหนึ่งคือข้าพเจ้ารับปากจะทำการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยงให้ท่านภายในหนึ่งปี  หากทำการสำเร็จท่านต้องออกบวชตลอดชีวิต  นับจากนั้นไป  มิให้ท่านกลับเข้ามาสู่ทางโลกอีก”

 

คำตอบของเธอสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนในนั้น  โดยเฉพาะเตียเฮี่ยงตี่มีอาการเหมือนถูกค้อนทุบที่ศีรษะ  มีอาการงุนงง  นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่  แววตามีความปวดร้าว

 

แม้ราตรีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนาง  แต่ความประทับใจก็ใหญ่หลวง  ข้อเสนอที่จะให้เขาเป็นคู่ชีวิตนี้ช่างเย้ายวนใจเขาเสียเหลือเกิน  แต่ความแค้นที่หมักหมมมานาน  มันไม่อาจยกเลิกได้  ในที่สุดหลังจากการลังเลใจครู่หนึ่ง  เขาก็กัดฟันตอบว่า

 

“การได้มาพบองค์หญิงในราตรีนี้นับเป็นบุญแต่ชาติปางก่อนของข้าพเจ้า  การได้ท่านมาเป็นคู่ครอง  มันดีเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะฝันถึง  แต่ความแค้นของข้าพเจ้านี้ล้ำลึกเหลือเกิน  ข้าพเจ้าคงนอนตายตาไม่หลับ  ข้าพเจ้าขอเลือกทางเลือกประการหลัง  เมื่อการสำเร็จแล้ว  ข้าพเจ้ายินดีออกบวช  อุทิศชีวิตส่วนที่เหลือให้แก่การสวดมนตร์ภาวนา”

 

เขารู้สึกตัวว่ายามตอบคำตอบนี้  ในส่วนลึกของเขาก็เหมือนกำลังร้องไห้ 

กุหลาบดำหันมามองเขาอย่างโศกเศร้า  เดินเข้าไปประคองเขาให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ  และตอบอย่างอ่อนโยนว่า

“ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด  ท่านจงกลับไปก่อน  แล้วคอยศีรษะของกงซุนเอี๊ยงภายในหนึ่งปี  ข้าพเจ้ากุหลาบดำรับปากสิ่งใดแล้ว  ก็จะรักษาคำพูดนั้น”

 

เตียเฮี่ยงตี่กลับไปแล้ว  ยามนั้นในลานวัด  บรรดาพี่ๆสามสิบสองคนได้ห้อมล้อมร่างของน้องเล็กพวกเธอไว้  บางคนถึงกับสวมกอดเธอด้วยความรัก  เพราะยามนี้เธอกำลังร้องไห้

 

องค์หญิงทั้งสามสิบสามคนแท้จริงล้วนเป็นหญิงงาม  ผู้เป็นพี่ใหญ่ปีนี้อายุสี่สิบกว่าปี  และเรียงไล่ลงมาถึงคนเล็ก

 

สมาคมดอกไม้ทิพย์แท้จริงอุบัติขึ้นจากเทพธิดาดอกไม้ทิพย์  ซึ่งเป็นอาจารย์ของพวกเธอ  แต่วันนี้นางมีอายุมากและเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก  จึงมอบหมายงานทั้งหมดให้ลูกศิษย์สามสิบสามคนนี้ดูแล  ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมด  ที่เธอพอใจสูงสุดคือกุหลาบดำ  พลังฝีมือของเด็กคนนี้ใกล้เคียงกับอาจารย์  ทั้งที่อายุยังน้อย  อีกทั้งมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด  ลึกซึ้ง  และยังอ่อนน้อมอ่อนหวานต่อพี่ๆ  จึงเป็นที่รักของทุกคน

 

“น้องสามสิบสาม  เจ้าชอบชายคนนี้  เหตุใดจึงตั้งเงื่อนไขแบบนี้เล่า  ในเมื่อเขายอมเป็นข้าทาสของเจ้าแล้ว”

ดอกเบญจมาศเหลืองถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

 

“ที่น้องเสียใจเพราะน้องรู้สึกเสียดายชายคนนี้  เขามีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง  เกือบเรียกได้ว่าดีพร้อม  แต่เสียดายเขาไม่มีอาจารย์ดี  และถูกครอบงำด้วยความแค้น  จนไม่มีที่ว่างสำหรับสิ่งอื่นใด  น้องแกล้งลองใจเขา  ก็เห็นได้ชัดว่าจิตใจข้างในเขาถูกกัดกร่อนด้วยความแค้น  จนเกือบจะกลายเป็นอมนุษย์  ผู้ชายอย่างนี้น้องก็ไม่ปรารถนา”

กุหลาบดำตอบ  ในยามนั้นน้ำตายังไหลออกมาอย่างช้าๆ  หญิงสาวคนนี้มีความเหี้ยมหาญเป็นเลิศแต่ก็ใจอ่อนอย่างที่สุด 

 

“แล้วเจ้าจะทำการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยงจริงไหม”

ชบาแดงถามขึ้น

 

“แน่นอน  แต่ไม่ใช่เพื่อเห็นแก่ตระกูลเตีย  หากแต่เป็นเพราะกงซุนเอี๊ยงผู้นี้เป็นคนชั่วร้ายสูงสุดคนหนึ่งในยุทธจักรยุคนี้  น้องจะถือว่านี้เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง  เป็นการขจัดภัยสังคม”

นางตอบอย่างช้าๆ  ดอกมะลิขาวถือโอกาสแกล้งถามว่า

“และเจ้าจะให้เขาออกบวชตลอดชีวิตจริงหรือ”

 

“ถูกแล้ว  น้องคิดว่าเป็นการดีสำหรับเขา  การที่ตลอดชีวิตอัดแน่นด้วยความแค้น  เป็นความทุกข์อย่างสาหัส  มันบั่นทอนร่างกายจิตใจของเขาอย่างประมาณไม่ได้  บัดนี้สมควรแก่เวลาแล้วที่เขาจะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือตรงกันข้ามกับที่เคยเป็น  มันจะได้ทำให้เขามีความสงบสุขขึ้นบ้าง”

 

“แต่หากเขาไม่ยอมปฏิบัติตามนั้นละ  เจ้าจะว่ายังไง”

มะลิขาวยังกระเซ้าต่อ  ด้วยความอยากรู้ความแน่วแน่ของน้องเล็ก  อยากรู้ว่าเธอจะใจอ่อนไหมนะ  หากเขามาตามง้อ

“ในหนึ่งชีวิตนี้  น้องตั้งใจว่าจะไม่เจอหน้าผู้ชายคนนี้อีก  ดังนั้นเขาจะปฏิบัติตามที่รับปากไว้หรือไม่  น้องคงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”

กุหลาบดำตอบอย่างอารมณ์ดี

 

โบตั๋นชมพูเดินเข้ามาสวมกอดน้องคนเล็กด้วยความสงสาร  เธอรู้ว่าน้องคนนี้จิตใจดีเหลือเกิน  แต่ชีวิตนี้กลับอาภัพคู่  ยากจะให้ชายใดมาคู่ควรกับเธอ  ยามเจอคนที่ใกล้เคียงก็ยังไม่ใช่อีก  และนึกอนาถใจในตัวเตียเฮี่ยงตี่  เขาถูกความแค้นครอบงำจนสมองคิดอะไรไม่ออก  หากเขาใช้สติปัญญาสักนิดก็จะรู้   หากเขาแต่งงานกับเธอ  มีหรือที่เธอจะไม่ล้างแค้นให้สามี  ความเร่งร้อนอยากล้างแค้น  การถูกสิงด้วยอารมณ์ดำมืดนั้นเอง  ที่ทำให้เขาไม่เห็นคุณค่าของการได้น้องสาวคนนี้เป็นคู่ชีวิต

 

ในเวลานั้นเอง  พวกเธอค่อยๆเดินเข้าไปในตัวอารามชั้นใน

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
กิ๊บก๊าบ วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/shaolinshanshan
ขอบคุณทุกๆคำชมและทุกๆเสียงตอบรับคะ ถ้าผู้เขียนมีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคะขอบคุณคะกิ๊บก๊าบ

พี่แต่งเรื่องได้น่าอ่านมากๆคะ ชอบคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31