พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องที่ห้า องค์หญิงกุหลาบดำ
๑ มันเป็นคืนเดือนมืด ในวัดร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
หญิงชราผู้นำทาง พาเตียเฮี่ยงตี่มาถึงจุดนัดหมายซึ่งคือวัดร้างแห่งนี้ แล้วเธอก็หายตัวไปในความมืดหลังวัด สักครู่ก็มีแสงไฟสว่างปรากฏขึ้นโดยรอบ เขาเหลียวกายมองพบว่า เขายืนอยู่กลางลานวัดที่บัดนี้รอบข้างมีผ้าขาวยาว ข้างหน้าผ้าแต่ละผืนมีหญิงรับใช้ถือโคมไฟหนึ่งดวง ด้านหลังผ้าเหล่านั้นมีเงาร่างของคนนั่งอยู่บนเก้าอี้
พริบตาต่อมา ก็มีโคมไฟอีกเป็นร้อยปรากฏขึ้นโดยรอบวัด เหมือนเกิดเทศกาลใหญ่ จากเดิมที่เคยเป็นวัดร้างมืดสนิท บัดนี้สว่างไสวเหมือนกลางวัน
เตียเฮี่ยงตี่คุกเข่าลง ก้มลงกราบคารวะ ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่ ขอกราบคารวะกงจู้ทั้งสามสิบสามองค์
เตียกงจื้อ ท่านลุกขึ้นยืนเถิด มีเสียงไพเราะของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้า
เขาลุกขึ้นยืน เพิ่งสังเกตว่าผ้าขาวเหล่านั้นแต่ละผืนมีการปักดอกไม้แต่ละชนิดเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ แม้ในวัดนี้จะมีผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ไร้ซุ่มเสียง เขารู้ว่าเบื้องหลังผ้าขาวเหล่านั้นมีร่างของเจ้าหญิงทั้งสามสิบสามองค์แห่งสมาคมดอกไม้ทิพย์ สมาคมเร้นลับที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
แต่เมื่อเขานับดูก็พบว่าจำนวนผ้าม่านสีขาวเหล่านี้ มีทั้งหมดสามสิบสองผืนเท่านั้น แสดงว่ามีเจ้าหญิงองค์หนึ่งไม่ได้มา
แล้วมีเสียงไพเราะแต่ทุ้มหนักของหญิงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้าของเขา เตียกงจื้อ หลายปีมาแล้วที่ท่านพยายามจะขอเข้าพบพวกเรา ท่านมีจุดประสงค์อะไรหรือ
เขาตอบว่า สิบกว่าปีก่อน กงซุนเอี๊ยงผู้เป็นเพื่อนร่วมสาบานของบิดาข้าพเจ้า ได้ทำลายล้างครอบครัวตระกูลเตียของข้าพเจ้าจนหมดสิ้น เหลือรอดตัวข้าพเจ้ากับบ่าวอีกเพียงไม่กี่คน ตอนนั้นข้าพเจ้าอายุเพียงสิบขวบ สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้าไม่สามารถล้างแค้นให้กับตระกูลได้ ไม่เพียงแต่เพราะกงซุนเอี๊ยงจะมีพลังฝีมือสูงส่ง แต่เพราะเขาคือประมุขบู๊ลิ้มยุคนี้ ข้าพเจ้าทั้งโดดเดี่ยวและอ่อนด้อยในฝีมือ ทอดสายตาทั่วแผ่นดินมีเพียงสมาคมดอกไม้ทิพย์ขององค์หญิงทั้งหลายเท่านั้น ที่เป็นขุมกำลังยิ่งใหญ่อันอาจล้างแค้นให้ข้าพเจ้าได้
จะให้เราสมาคมดอกไม้ทิพย์ช่วยท่านล้างแค้น แล้วเราจะได้อะไร เสียงอ่อนหวานแต่คล้ายหนึ่งจะขี้เล่นดังขึ้นหลังผ้าม่านผืนหนึ่งทางด้านซ้ายมือ
ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่ที่ไร้ความสามารถ ไม่มีอะไรเลยจะตอบแทนกงจู้ทั้งหลาย นอกจากขอถวายชีวิตนี้เป็นทาสรับใช้พวกท่านจนตาย ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสั่นเครือ
ยามนั้นมีเสียงหัวเราะคิกคิกดังมาจากรอบข้าง แสดงว่าคำตอบของเขาทำให้กงจู้หลายองค์รู้สึกขบขัน เสียงหนึ่งดังขึ้นว่า เตียกงจื้อ ท่านมีหน้าตาเฉลียวฉลาด บุคลิกภาพองอาจ แต่เหตุใดจึงพูดจาอ่อนแอเช่นนั้น แม้กงซุนเอี๊ยงจะชั่วร้ายจริง แต่ความแค้นแห่งตระกูล เหตุใดท่านไม่ล้างแค้นเอง มาขอให้ผู้หญิงช่วย ท่านไม่ละอายใจในความเป็นชายของตัวเองหรอกหรือ
ในยามนั้นเขาหน้าร้อนวูบด้วยความอาย กงจู้ตำหนิข้าพเจ้าได้ถูกต้องแล้ว สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้าดิ้นรนกระเสือกกระสน แต่รู้ตัวว่าไร้ผล ข้าพเจ้าหมดหนทางแล้วจริงๆ ในยุทธภพทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยง แม้แต่เพื่อนสนิทของบิดาข้าพเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่บางคน แต่ละคนล้วนหลบหน้าข้าพเจ้า มีเพียงบ่าวผู้ซื่อสัตย์ไม่กี่คนของตระกูลที่ยังรักและอยู่เคียงข้างข้าพเจ้า ใครบ้างจะไม่อยากเกิดมาเป็นวีรบุรุษ สิบกว่าปีมานี้ข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝัน ออกแสวงหาอาจารย์ดีหวังจะล้างแค้นด้วยตนเอง แต่หาไม่พบ คงเป็นเพราะข้าพเจ้าเป็นคนอาภัพ จนวันนี้ข้าพเจ้าอายุยี่สิบเจ็ดปี ข้าพเจ้าพบว่าตัวเองยังไม่สามารถต้านกงซุนเอี๊ยงแม้สักสามกระบวนท่า
ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านไม่พยายามต่อไปอีกสักสิบยี่สิบปีเล่า ท่านอายุยังน้อย สักวันหนึ่งท่านอาจจะทำสำเร็จก็ได้ เสียงกงจู้ท่านหนึ่งดังขึ้น ยามนั้นเขาก้มหน้าลงด้วยความอัดอั้นและความอาย
น้องสิบสอง เจ้าอย่าได้โหดร้ายกับกงจื้อมากนักเลย เสียงของสตรีคนแรกที่ไพเราะแต่ทุ้มหนักมีพลังนั้นดังขึ้นอีกครั้ง จากแสงโคมไฟ เขาจำแนกออกแล้วว่าผู้พูดคือพี่ใหญ่แห่งเจ้าหญิงทั้งสามสิบสามองค์ มีสัญลักษณ์ดอกโบตั๋นสีชมพู ส่วนผู้ถูกเรียกว่าน้องสิบสอง คือเสียงที่ดังมาจากด้านขวา หลังผ้าม่านที่มีสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศสีเหลือง
เจ้าหญิงสามสิบสามองค์ มีดอกไม้ประจำตัวคนละชนิดเป็นสัญลักษณ์ ยามนั้นเขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หน้าซีด
ทันใดนั้นอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ราตรีนี้เราตั้งใจจะพิจารณาเรื่องของท่าน แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ครบองค์ประชุม ไม่รู้น้องเล็กของเราติดธุระอะไร จึงยังมาไม่ถึง หากเธอมาไม่ได้ในราตรีนี้ เราคงต้องนัดเจอท่านใหม่ในวันหน้า การจะเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยงเป็นเรื่องใหญ่ ที่ขาดน้องเล็กของเราไม่ได้ ยามนั้นเขาสังเกตที่มาแห่งเสียง เขารู้ว่าผู้พูดคือกงจู้ดอกมะลิขาว
อกของเราว่างโหวงด้วยความรู้สึกผิดหวัง เพราะเขารู้ว่าสมาคมดอกไม้ทิพย์มีประมุขสามสิบสามคน แต่ผู้ทรงฝีมือสูงสุดกลับเป็นเจ้าหญิงองค์ที่สามสิบสาม เจ้าหญิงกุหลาบดำ ได้ยินว่าเธออายุเพิ่งยี่สิบสามปีเท่านั้น แต่มีพลังฝีมือประมาณไม่ได้ มีสติปัญญาเฉียบแหลม และงดงามยิ่งกว่าผู้ใด
หนึ่งเสียงของเธอนั้น มีค่าเท่ากับสิบเสียงในสมาคมนี้
การได้มาพบเหล่าองค์หญิงแห่งสมาคมดอกไม้ทิพย์ เป็นหนึ่งในความปรารถนาของเขา และในนั้น การได้พบกุหลาบดำ เป็นที่สุดในความปรารถนานั้น แม้ในขณะนี้เขาจะมองไม่เห็นหน้าตาของเจ้าหญิงองค์ใดเลย แต่การได้มาสนทนากับพวกเธอ ทำให้สิ่งที่เขามุ่งมั่นมานาน ได้ใกล้ความจริงเข้าไปไม่น้อย
แต่ดูเหมือนเขาเกิดมาจะมีแต่ความผิดหวัง แม้การนัดหมายนี้กว่าจะได้มาแสนลำบากยากเย็น แต่คนที่สำคัญที่สุดกลับไม่ได้มา
ในทันใดนั้นเสียงของเจ้าหญิงองค์หนึ่งก็พูดขึ้น น้องสามสิบสามมาถึงแล้ว
๒ ไม่นานนักก็มีสาวชุดดำจำนวนยี่สิบกว่าคนเดินถือโคมไฟเดินเป็นขบวนเข้ามา พวกเธอแยกย้ายออกไปเป็นสองปีก ในที่สุดปรากฏร่างขององค์หญิงสามสิบสามเดินตามหลังมาอย่างช้าๆ
เธอแต่งชุดดำสนิท ท่วงท่าการเดินองอาจ งดงามเป็นอันมาก ที่เอวของเธอแขวนกระบี่ยาวสองเล่ม เธอมีส่วนผสมของความเป็นเทพธิดาบนสรวงสวรรค์กับการเป็นขุนศึก ในความอ่อนหวานก็มีเข้มแข็งอย่างยากที่ชายใดจะทัดเทียมได้
เตียเฮี่ยงตี่มองดูอย่างตกตะลึง เขาได้ยินกิตติศัพท์ความงามของเธอ แต่มาเจอตัวจริง พบว่าเธอยิ่งงามกว่ากิตติศัพท์ แต่ไหนแต่ไรมาเขาทรนงในความงามของตัวเอง แต่บัดนี้เขารู้สึกตัวว่าแม้แต่เขาเองก็เทียบไม่ได้ เขาลืมตัวจนกระทั่งนึกขึ้นได้ รีบโค้งกายแสดงการคารวะ
กุหลาบดำเดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งคารวะตอบอย่างอ่อนน้อม ยามนั้นร่างของพวกเขาทั้งสองอยู่ใกล้กัน จนมองเห็นใบหน้าซึ่งกันและกันอย่างเด่นชัด พริบตานั้นเองที่ทั้งสองมีอาการหน้าแดง
แต่ปฏิกิริยาที่มีต่อผู้คนในวัดร้างแห่งนั้นกลับใหญ่หลวง เพราะทุกคนตกอยู่ในความเงียบ สักครู่จึงมีเสียงกระซิบกระซาบกันระหว่างเจ้าหญิงที่เหลือ
ภาพที่พวกเธอเห็นต่อหน้าในยามนี้ ท่ามกลางแสงจากโคมไฟรอบข้าง คือชายหนุ่มรูปงามดังเทพบุตรกับหญิงสาวแสนสวยดังเทพธิดา สมกันราวกับกิ่งทองกับใบหยก สร้างความปลาบปลื้มแก่พวกเธอ
เตียเฮี่ยงตี่ผู้นี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นชายงามอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน แท้จริงราตรีนี้ การที่สมาคมดอกไม้ทิพย์ยอมให้เตียเฮี่ยงตี่มาร่วมในงานชุมนุมของพวกเธอ ซึ่งเป็นกรณีพิเศษ สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากกิตติศัพท์ความงามของเขา จนพวกเธออยากดูตัว กรณีการล้างแค้นเป็นเพียงเหตุผลบังหน้า ปัญหาใหญ่หลวงของพวกเธอคือการลือกคู่ให้กับน้องเล็ก
องค์หญิงสามสิบสาม ปีนี้อายุยี่สิบสามปี แต่ยังไร้คู่ สาเหตุเพราะเธองดงามและมีความสามารถสูงเกินไป จนไม่รู้จะหาชายใดมาคู่ควรกับเธอ แต่บัดนี้เวลาเธอยืนคู่กับเตียเฮี่ยงตี่ บุคลิกภาพและรูปโฉมของพวกเขาช่างน่าประทับใจอะไรอย่างนั้น เสียงกระซิบกระซาบของพวกเธอจึงเกิดจากความพึงใจ
น้องเล็ก เจ้าเหตุใดจึงมาช้า สมควรถูกทำโทษ เสียงหนึ่งดังขึ้น มันเป็นความพยายามดึงเหตุการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติ
ยามนั้นทั้งกุหลาบดำและเตียเฮี่ยงตี่ซึ่งมองดูกัน แววตาต่างก็มีความพอใจอย่างที่สุด ในความเป็นหญิงของเธอทำให้เธอมีความเอียงอาย แต่ในความเป็นนักรบของเธอทำให้เธอข่มกลั้นความอายนั้นได้ เธอหันกายไปคารวะรอบข้างแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะว่า น้องพบเหตุสุดวิสัยบางอย่างทำให้ล่าช้า อีกสักครู่ค่อยเล่าให้พวกพี่ๆฟัง ยามนี้ขอให้น้องถามเรื่องเตียกงจื้อ ว่าสรุปกันอย่างไร
เสียงจากกงจู้หลังผ้าม่านดอกเฟื่องฟ้าสีม่วงดังขึ้น เตียกงจื้อมีความแค้นที่อยู่ร่วมโลกเดียวกับกงซุนเอี๊ยงไม่ได้ และได้มาขอความช่วยเหลือพวกเรา น้องเล็กมีความเห็นอย่างไร
น้องคิดว่าการเป็นศัตรูกับกงซุนเอี๊ยงอย่างเปิดเผย ทำไม่ได้ เพราะเขาเป็นประมุขของบู้ลิ้ม มันจะเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้คนบริสุทธิ์จำนวนมากอาจต้องได้รับเคราะห์ สิ่งที่พอทำได้คือการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยง กุหลาบดำตอบอย่างไม่รีบร้อน
กงซุนเอี๊ยงผู้นี้เป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์ นอกจากจะมีพลังฝีมือสูงส่ง ยังระวังตัวอยู่เสมอ อีกทั้งมีลูกน้องฝีมือดีหลายคน การลอบสังหารไม่ใช่เรื่องง่าย เสียงนี้ดังมาจากกงจู้หลังผ้าม่านดอกชบาแดง
มันไม่ง่ายก็จริง แต่ความเป็นไปได้นั้นมีอยู่ ปัญหาคือสมควรทำหรือไม่ เพราะแท้จริงกงซุนเอี๊ยงกับเราสมาคมดอกไม้ทิพย์ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน เธอตอบอย่างครุ่นคิด พร้อมกับเดินนวยนาดไปข้างหน้า ท่าเดินของเธอเหมือนพญาหงส์
ยามนั้นเตียเฮี่ยงตี่คุกเข่าลง องค์หญิงโปรดล้างแค้นให้ตระกูลเตียด้วยเถอะ ข้าพเจ้าเตียเฮี่ยงตี่ผู้ไร้ความสามารถจะขอยินดีเป็นข้าทาสท่านตลอดชีวิต
มีเสียงอุทาน ทอดถอนใจ และการกระซิบกระซาบกันเกิดขึ้นรอบข้าง มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางคนรู้สึกสงสารชายหนุ่มผู้นี้ บางคนไม่พอใจที่เห็นชายชาตรีรูปงามผู้นี้กลับต้องมางอนง้อสตรี
คราวนี้กุหลาบดำเองเป็นฝ่ายทอดถอนใจ เธอเดินเป็นรูปวงกลมในลานวัดแห่งนั้น ด้วยสีหน้าครุ่นคิด แล้วฉับพลันเธอก็หยุดนิ่ง สีหน้าของเธอยามนั้นมีอาการแน่วแน่เด็ดขาด
เตียกงจื้อ คนเราไม่ควรได้ในทุกอย่าง ข้าพเจ้าให้ทางเลือกแก่ท่านสองทาง ท่านจงเลือกเอาเพียงหนึ่ง หนึ่งคือท่านมาเป็นคู่ชีวิตของข้าพเจ้า แต่มีเงื่อนไขว่าท่านต้องลืมเลือนความแค้นนี้เสีย อีกหนึ่งคือข้าพเจ้ารับปากจะทำการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยงให้ท่านภายในหนึ่งปี หากทำการสำเร็จท่านต้องออกบวชตลอดชีวิต นับจากนั้นไป มิให้ท่านกลับเข้ามาสู่ทางโลกอีก
คำตอบของเธอสร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนในนั้น โดยเฉพาะเตียเฮี่ยงตี่มีอาการเหมือนถูกค้อนทุบที่ศีรษะ มีอาการงุนงง นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ แววตามีความปวดร้าว
แม้ราตรีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนาง แต่ความประทับใจก็ใหญ่หลวง ข้อเสนอที่จะให้เขาเป็นคู่ชีวิตนี้ช่างเย้ายวนใจเขาเสียเหลือเกิน แต่ความแค้นที่หมักหมมมานาน มันไม่อาจยกเลิกได้ ในที่สุดหลังจากการลังเลใจครู่หนึ่ง เขาก็กัดฟันตอบว่า
การได้มาพบองค์หญิงในราตรีนี้นับเป็นบุญแต่ชาติปางก่อนของข้าพเจ้า การได้ท่านมาเป็นคู่ครอง มันดีเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะฝันถึง แต่ความแค้นของข้าพเจ้านี้ล้ำลึกเหลือเกิน ข้าพเจ้าคงนอนตายตาไม่หลับ ข้าพเจ้าขอเลือกทางเลือกประการหลัง เมื่อการสำเร็จแล้ว ข้าพเจ้ายินดีออกบวช อุทิศชีวิตส่วนที่เหลือให้แก่การสวดมนตร์ภาวนา
เขารู้สึกตัวว่ายามตอบคำตอบนี้ ในส่วนลึกของเขาก็เหมือนกำลังร้องไห้ กุหลาบดำหันมามองเขาอย่างโศกเศร้า เดินเข้าไปประคองเขาให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ และตอบอย่างอ่อนโยนว่า ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด ท่านจงกลับไปก่อน แล้วคอยศีรษะของกงซุนเอี๊ยงภายในหนึ่งปี ข้าพเจ้ากุหลาบดำรับปากสิ่งใดแล้ว ก็จะรักษาคำพูดนั้น
๓ เตียเฮี่ยงตี่กลับไปแล้ว ยามนั้นในลานวัด บรรดาพี่ๆสามสิบสองคนได้ห้อมล้อมร่างของน้องเล็กพวกเธอไว้ บางคนถึงกับสวมกอดเธอด้วยความรัก เพราะยามนี้เธอกำลังร้องไห้
องค์หญิงทั้งสามสิบสามคนแท้จริงล้วนเป็นหญิงงาม ผู้เป็นพี่ใหญ่ปีนี้อายุสี่สิบกว่าปี และเรียงไล่ลงมาถึงคนเล็ก
สมาคมดอกไม้ทิพย์แท้จริงอุบัติขึ้นจากเทพธิดาดอกไม้ทิพย์ ซึ่งเป็นอาจารย์ของพวกเธอ แต่วันนี้นางมีอายุมากและเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก จึงมอบหมายงานทั้งหมดให้ลูกศิษย์สามสิบสามคนนี้ดูแล ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมด ที่เธอพอใจสูงสุดคือกุหลาบดำ พลังฝีมือของเด็กคนนี้ใกล้เคียงกับอาจารย์ ทั้งที่อายุยังน้อย อีกทั้งมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ลึกซึ้ง และยังอ่อนน้อมอ่อนหวานต่อพี่ๆ จึงเป็นที่รักของทุกคน
น้องสามสิบสาม เจ้าชอบชายคนนี้ เหตุใดจึงตั้งเงื่อนไขแบบนี้เล่า ในเมื่อเขายอมเป็นข้าทาสของเจ้าแล้ว ดอกเบญจมาศเหลืองถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
ที่น้องเสียใจเพราะน้องรู้สึกเสียดายชายคนนี้ เขามีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง เกือบเรียกได้ว่าดีพร้อม แต่เสียดายเขาไม่มีอาจารย์ดี และถูกครอบงำด้วยความแค้น จนไม่มีที่ว่างสำหรับสิ่งอื่นใด น้องแกล้งลองใจเขา ก็เห็นได้ชัดว่าจิตใจข้างในเขาถูกกัดกร่อนด้วยความแค้น จนเกือบจะกลายเป็นอมนุษย์ ผู้ชายอย่างนี้น้องก็ไม่ปรารถนา กุหลาบดำตอบ ในยามนั้นน้ำตายังไหลออกมาอย่างช้าๆ หญิงสาวคนนี้มีความเหี้ยมหาญเป็นเลิศแต่ก็ใจอ่อนอย่างที่สุด
แล้วเจ้าจะทำการลอบสังหารกงซุนเอี๊ยงจริงไหม ชบาแดงถามขึ้น แน่นอน แต่ไม่ใช่เพื่อเห็นแก่ตระกูลเตีย หากแต่เป็นเพราะกงซุนเอี๊ยงผู้นี้เป็นคนชั่วร้ายสูงสุดคนหนึ่งในยุทธจักรยุคนี้ น้องจะถือว่านี้เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เป็นการขจัดภัยสังคม นางตอบอย่างช้าๆ ดอกมะลิขาวถือโอกาสแกล้งถามว่า และเจ้าจะให้เขาออกบวชตลอดชีวิตจริงหรือ
ถูกแล้ว น้องคิดว่าเป็นการดีสำหรับเขา การที่ตลอดชีวิตอัดแน่นด้วยความแค้น เป็นความทุกข์อย่างสาหัส มันบั่นทอนร่างกายจิตใจของเขาอย่างประมาณไม่ได้ บัดนี้สมควรแก่เวลาแล้วที่เขาจะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือตรงกันข้ามกับที่เคยเป็น มันจะได้ทำให้เขามีความสงบสุขขึ้นบ้าง แต่หากเขาไม่ยอมปฏิบัติตามนั้นละ เจ้าจะว่ายังไง มะลิขาวยังกระเซ้าต่อ ด้วยความอยากรู้ความแน่วแน่ของน้องเล็ก อยากรู้ว่าเธอจะใจอ่อนไหมนะ หากเขามาตามง้อ ในหนึ่งชีวิตนี้ น้องตั้งใจว่าจะไม่เจอหน้าผู้ชายคนนี้อีก ดังนั้นเขาจะปฏิบัติตามที่รับปากไว้หรือไม่ น้องคงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กุหลาบดำตอบอย่างอารมณ์ดี
โบตั๋นชมพูเดินเข้ามาสวมกอดน้องคนเล็กด้วยความสงสาร เธอรู้ว่าน้องคนนี้จิตใจดีเหลือเกิน แต่ชีวิตนี้กลับอาภัพคู่ ยากจะให้ชายใดมาคู่ควรกับเธอ ยามเจอคนที่ใกล้เคียงก็ยังไม่ใช่อีก และนึกอนาถใจในตัวเตียเฮี่ยงตี่ เขาถูกความแค้นครอบงำจนสมองคิดอะไรไม่ออก หากเขาใช้สติปัญญาสักนิดก็จะรู้ หากเขาแต่งงานกับเธอ มีหรือที่เธอจะไม่ล้างแค้นให้สามี ความเร่งร้อนอยากล้างแค้น การถูกสิงด้วยอารมณ์ดำมืดนั้นเอง ที่ทำให้เขาไม่เห็นคุณค่าของการได้น้องสาวคนนี้เป็นคู่ชีวิต
ในเวลานั้นเอง พวกเธอค่อยๆเดินเข้าไปในตัวอารามชั้นใน
|
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||